Search
Close this search box.
Search
Close this search box.
HOME / Culture / Travel

ท็อปฟอร์ม! ไทยคว้าอันดับ 3 ‘โรงแรมที่ดีที่สุดในโลก’ พร้อมพ่วงรางวัลโรงแรมใหม่ยอดเยี่ยม

Culture / Travel

ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ สำหรับวงการท่องเที่ยวบ้านเรา เมื่อโรงแรมจากฝั่งเอเชียตบเท้ากันติดโผรายชื่อโรงแรมที่ดีที่สุด 50 อันดับของโลก ‘World’s 50 Best Hotels’ ที่จัดขึ้นที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยทั้งนี้ โรงแรมในกรุงเทพฯ คว้าอันดับ 3 ของโลก พร้อมรางวัลพิเศษ ‘สุดยอดโรงแรมใหม่ยอดเยี่ยม’ อีกด้วย

ชัยชนะจากฝากฝั่งตะวันออก

โดยโรงแรมที่คว้าตำแหน่งสูงสุดไปครองคือ Passalacqua โรงแรมบูติกสุดหรูจากอิตาลีที่เปิดบริการในปี 2022 ภายใต้ห้องพัก 24 ห้อง ที่ผู้พักสามารถสัมผัสบรรยากาศของทะเลสาบโคโมอันงดงามเลื่องชื่อ

บรรยากาศงดงามของโรงแรม Passalacqua ในอิตาลี ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ทะเลสาบโคโม
บรรยากาศงดงามของโรงแรม Passalacqua ในอิตาลี ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ทะเลสาบโคโม

ส่วนโรงแรมในเอเชียจัดหนักทั้งหมด 17 อันดับ นำโดย Rosewood Hong Kong และ The Upper House โรงแรมจากฮ่องกงที่คว้าอันดับ 2 และอันดับ 4 ตามลำดับ ส่วนในญี่ปุ่น โรงแรม Aman Tokyo คว้าอันดับ 5, โรงแรม Soneva Fushi จากมัลดีฟส์ คว้าอันดับ 7, โรงแรม Raffles จากประเทศสิงคโปร์คว้าอันดับ 17, โรงแรม Amangalla จากศรีลังกา คว้าอันดับ 38, โรงแรม Desa Potato Head จากเซมินยัก บาหลี คว้าอันดับ 40, โรงแรม Atlantis The Royal จากดูไบ คว้าอันดับ 44 และโรงแรม The Oberoi Amarvilas จากอัครา อินเดีย คว้าอันดับ 45 ไปครอง เป็นต้น

ภาพบรรยากาศด้านนอกของโรงแรม Rosewood Hong Kong ในฮ่องกง
การตกแต่งภายในของโรงแรม Aman Tokyo ในญี่ปุ่น
สูดรับกลิ่นอายซัมเมอร์ สายลมและทะเล ที่โรงแรม Soneva Fushi ในมัลดีฟส์

‘โฟร์ซีซั่นส์’ ความภาคภูมิใจของไทยแลนด์ใน World’s 50 Best Hotels 2023

ทั้งนี้ในประเทศไทยมีโรงแรมติดโผทั้งหมด 4 รายการ โดยสูงสุดอันดับ 3 ตกเป็นของ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โรงแรมหรูที่มอบความสะดวกสบายภายใต้ห้องพักกว่า 299 ห้อง ที่ร้อยเรียงความเป็นไทยผ่านเรื่องราวของ ‘สายน้ำ’ 

ด้วยพื้นที่เปิดโล่งภายใต้บรรยากาศเขียวขจีของสนามหญ้าและแมกไม้ตลอดเส้นทาง ผู้พักจะได้สัมผัสวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสุดลูกหูลูกตาขณะเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้งบริเวณสระว่ายน้ำ พร้อมซึมซับงานศิลป์ไทยเชิงสร้างสรรค์ที่ ART Space รวมไปถึงเพลิดเพลินกับอาหารนานาชนิด ตั้งแต่อาหารอิตาเลียนริมแม่น้ำไปจนถึงอาหารจีนกวางตุ้งระดับมิชลินสตาร์ พร้อมสูดกลิ่นอายสไตล์บัวโนสไอเรสผ่าน BKK Social Club ที่ให้บริการค็อกเทลตามสั่งอีกด้วย

ห้องอาหารสไตล์จีนกวางตุ้ง Yu Ting Yuan ในโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ
เชฟกำลังรังสรรค์เมนูอาหารสไตล์จีนกวางตุ้งที่ห้องอาหาร Yu Ting Yuan ในโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ

‘โอเรียนเต็ล’ ที่แฟนๆ หลงรัก

อันดับ10 ตกเป็นของ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ตำนานกว่า 147 ปีที่เสิร์ฟความหรูหราและความสะดวกสบายภายใต้จำนวน 331 ห้อง โดยสถานที่แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนชื่อดังระดับโลกตั้งแต่ ซอเมอร์เซ็ต มาวแฮม ไปจนถึงบาร์บารา คาร์ตแลนด์ จนกลายเป็นที่มาของชื่อห้องสวีทหลายห้อง นอกจากนี้โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ยังมีฐานแฟนๆ จำนวนมากที่ตอบรับกับโปรแกรมสร้างความสวามิภักดิ์ในแบรนด์อย่าง Fans of M.O. โดยมอบสิทธิพิเศษแบบเหนือระดับให้กับแขกที่มาพักมากมาย พร้อมกันนั้นยังสามารถเพลิดเพลินกับห้องอาหารและบาร์ถึง 12 แห่ง ที่ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยริมแม่น้ำจากห้องอาหาร Terrace Rim Naam หรืออิ่มอร่อยกับอาหารจีนที่เสิร์ฟในบรรยากาศเซี่ยงไฮ้ในยุค 30 จากภัตตาคาร The China House ไปจนถึงลิ้มรสอาหารไฟน์ไดนิงสไตล์ฝรั่งเศสที่ Le Normandie by Alain Roux เป็นต้น

เมนู “ลูกชิ้นกุ้งกับซอสพริกยอดสนศรีสะเกษ” จากห้องอาหาร Terrace Rim Naam ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

ต้อนรับ ‘คาเพลลา’ ด้วยเหรียญทอง

ส่วน โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ ท็อปฟอร์มคว้าอันดับที่ 11 ของรายการพร้อมพ่วงด้วยรางวัลพิเศษ Nikka Best New Hotel Award สุดยอดโรงแรมใหม่ยอดเยี่ยม โดยเสิร์ฟความงามของมหานครท่ามกลางวิวพาโนรามาของแม่น้ำเจ้าพระยาราวกับเป็นโอเอซิสใจกลางเมืองที่ห้องพักแบบสวีทและวิลล่าทั้ง 101 ห้องสามารถมองเห็นมองผืนน้ำได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลายตั้งแต่ การสาธิตทำขนมไทย การระบายสีปูนปลาสเตอร์รูปหัวโขนไทย คลาสสอนศิลปะการดื่มไวน์ ไปจนถึง Auriga Wellness สปาทรีตเมนต์บำบัดที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน

นอกจากนี้ผู้ที่มาพักยังสามารถเพลิดเพลินกับ พระนคร ภัตตาคารอาหารไทยเคล้าบรรยากาศเรือนกระจกท่ามกลางสวนเขียวขจี ไปจนถึงห้องอาหาร Côte by Mauro Colagreco ที่เสิร์ฟอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดินแดนริเวียรา ที่รังสรรค์โดยเชฟ 3 ดาวมิชลิน เมาโร โคลาเกรคโค อีกด้วย

ลิ้มรสอาหารสุดหรูที่ห้องอาหาร Côte by Mauro Colagreco รังสรรค์โดยเชฟ 3 ดาวมิชลิน เมาโร โคลาเกรคโค

มนต์ขลังแห่ง “สยาม”

ปิดท้ายความภาคภูมิใจในอันดับ 42 ของ โรงแรมเดอะ สยาม โรงแรมที่บอกเล่าเรื่องราวของ ‘สยาม’ ด้วยอัตลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร ภายใต้การออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติอย่างบิลล์ เบนซ์ลีย์ ที่ผู้พักสามารถเลือกห้องพักได้ 3 สไตล์ ได้แก่ห้องสวีทอันกว้างขวาง พูลวิลล่า ไปจนถึงห้องแบบ Connie’s Cottage อันโดดเด่น โดยโรงแรมเดอะ สยาม มุ่งเสิร์ฟมนต์เสน่ห์แบบไทยๆ ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษ เช่น สตูดิโอสักยันต์อักขระไทย คลาสมวยไทย ไปจนถึงสปาสุดหรูภายใต้สถาปัตยกรรมอันโออ่าอย่าง Opium Spa อีกด้วย

World’s 50 Best Hotel Academy

โดยการจัดอันดับ World’s 50 Best Hotels ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติกว่า 580 คน โดยมีสัดส่วนเพศ 50/50 ในการลงคะแนน พวกเขาจะต้องระบุรายชื่อโรงแรมที่ดีที่สุด 7 แห่งที่เคยเข้าพักในช่วง 24 เดือนที่ผ่านมาตามลำดับที่ต้องการ ซึ่งการลงคะแนนเสียงจะดำเนินการเป็นรายบุคคลและเป็นความลับอย่างเคร่งครัดบนเว็บไซต์ที่ปลอดภัย

เห็นได้ชัดว่าปีนี้เป็นปีทองของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมในบ้านเราจริงๆ ซึ่งคาดว่าการประกาศอันดับครั้งนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มาพักที่ประเทศไทยมากขึ้น สำหรับทริปพักร้อนครั้งหน้า หรือเทศกาลเฉลิมฉลองในสิ้นปี หากคุณยังไม่อยากบินไปต่างประเทศไกลๆ ลองเริ่มต้นที่โรงแรมในประเทศไทยก็เก๋ได้แบบ 100 คะแนนบวก!

Words: Varichviralya Srisai
ข้อมูลจาก:

Related Articles

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ เราได้อธิบายความหมายและวิธีการใช้คุกกี้ของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถเข้าใจแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือการเปิดเผย รวมถึงทางเลือกในการใช้คุกกี้ของเรา อ่านเพิ่มเติม