POWER OF A WOMAN

‘บุญญาดา กฤติยะโชติกุล’ เซเลบริตี้สาวสวยสุดสตรองกับความสุขที่บริหารได้

ผ่านร้อนหนาวมาทั้งเรื่องชีวิตและการทำงาน จนวันนี้ ผึ้ง-บุญญาดา กฤติยะโชติกุล ได้กลายเป็นหนึ่งที่อยู่ในทำเนียบ  

เซเลบริตี้สาวสุดฮ็อตจนเป็นที่น่าจับตามอง เพราะเธอทั้งสวย ทั้งเก่งรอบด้าน แถมยังเก่งเรื่องการบริหารความสุข 

ไม่ว่ามิติไหนเธอคนนี้เอาอยู่หมด 

ด้วยเชื่อว่าความสุขในชีวิตเป็นสิงที่ีบริหารจัดการให้ลงตัวได้  ไม่ว่าจะเป็นที่บาทที่นักธุรกิจเจ้าแม่วงการพีอาร์และอีเวนต์ ล็อบบี้ยิสต์ ผู้พัฒนาแอปพิลิเคชั่น เจ้าของหลักสูตรผู้นำระดับอีลิธ หรือบทบาท Supermom ลูกสาม ผึ้ง-บุญญาดา กฤติยะโชติกุล พร้อมก้าวทะยาน ไปข้างหน้าด้วยพลังบวกและแพสชั่นที่ีพาเธอขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย

นักสู้ในตำานานแห่งวงการอีเวนต์และพีอาร์

เป็นที่ทราบกันดีว่า ผึ้ง-บุญญาดา เคยประสบความสำเร็จถึงขีดสุดในการนำทัพบริษัทจนก้าวสู่การเป็นผู้นำในแวดวงอีเวนต์และพีอาร์จนติดอันดับ 1 ใน 10 ของเมืองไทย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของ แบรนด์ชั้นนำในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา แต่ด้วยหลายเหตุผลทำให้ ต้องเลิกกิจการหยุดทำงานที่ีรักไปพักใหญ่ จนเมื่อไม่กี่ปีที่ีผ่านมา เธอกลับมายืนผงาดขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง

 “ต้องเล่าย้อนไปถึงช่วงที่ีวงการอีเวนต์ พีอาร์ของเมืองไทย เกิดการชะลอตัว เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง พอทุกอย่างเริ่มจะดี ก็มีน้ำท่วมใหญ่เข้ามากระทบซ้ำอีก ตอนนั้นบริษัทยักษ์ใหญ่เริ่มทยอยปิดตัวลง บริษัทของเราก็ประสบปัญหาหนักมากเหมือนกัน พยายามยื้อประมาณ 3-4 ปี จนประสบปัญหาสุดท้าย ต้องเลือกที่ีจะเลิกกิจการไป

            ตลอดระยะเวลาหลายปี  เราเป็นคนทำงานหนักมาตลอด้ ทำงาน 7 วันไม่เคยมีวันหยุด เคยภาคภูมิใจกับการเป็นหญิงเหล็ก แต่ที่ีจริงแล้วมันเป็นความภูมิใจแบบโง่ๆ ได้มารู้ซึ้งจริงๆ คือตอนที่ีป่วยหนักจนเกือบตาย สุดท้ายเราเริ่มเข้าหาธรรมะและไปรักษาตัวจนดีขึ้น ต่อมามีเหตุต้องเลิกราหย่าร้างกับสามี และภายหลังสามีก็ได้เสียชีวิตลง ช่วงเวลานั้นยอมรับว่าสะเทีอนใจมาก เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ จนเราไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรไปถึง 2 ปี 

            พอกลับมาตั้งสติได้ก็กลับมาลุยงานอีกครั้ง เราโชคดีที่ทางบ้าน คอยซัพพอร์ตตลอด ได้กำลังใจจากทั้งลูกๆ และครอบครัว บอกตาม ตรงว่าตอนนั้นลุกขึ้นมาเพี่อทุกคนจริงๆ ลำพังถ้าทำเพี่อตัวเองคนเดียว อาจทำไม่ได้้แบบนี้ สู้เพี่อลูก แล้วผึ้งก็สู้มาจันถึงวันนี้”

เจ้าของธุรกิจที่เดินหน้าด้วยวิสัยทัศน์ใหม่

จากผู้บริหารที่ีมีบุคลากรในความดูแลมากมาย เธอเลือกจะสร้างองค์กรใหม่ในขนาดกะทัดรัด เพี่อดำเนินธุรกิจอีเวนต์และพีอาร์ให้ สอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบัน

            “ผึ้งกลับมาทำธุรกิจในแขนงเดิมก็จริง แต่ด้วยวิธุการคิดที่ี ไม่เหมือนเดิม จากที่ีเคยต้องจ้างคนเยอะๆ แบกภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ก็ downscale ลงมาเลือกรับงานน้อยลง เลือกทำงานเฉพาะที่ีอยากทำจริงๆ ด้วยความที่ีธุรกิจ

อีเวนต์ พีอาร์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว งบในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์์ในการทำพีอาร์ไม่ได้สูงเหมือนมื่อก่อน เราเองก็ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ปรับกลยุทธ์ใหม่ตามยุคสุมัยที่ีเปลี่ยนไป”

สู่การเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชันน้องใหม่แห่งวงการลักชัวรี่

ภายใต้วิกฤติของสถานการิณ์โควิด นักธุรกิจมากความสามารถได้ เล็งเห็นช่องทางในการสร้างธุรกิจใหม่ อย่างการพัฒนาลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์มภายใต้ชื่อ Elite Society

“เมื่อประมาณ 1 ปีที่ีผ่านมา ในช่วงล็อกดาวน์เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ีว่างจริงๆ เพราะไม่มีงานอีเวนต์ ว่างจนมีเวลามานั่งวิเคราะห์ว่ามีธุรกิจอะไร ที่ีเติบโตในช่วงโควิดบ้างและธุรกิจอะไริที่ีแย่จนไปต่อไม่ได้ จนกลายเป็น ที่ีมาของการทำธุรกิจร่วมกับน้องสาว นั่นก็คือการทำแอปพลิเคชัน ซึ่งพอตัดสินใจจะทำอย่างจริงจัง เราก็จ้างบริษัททำรีเสิร์ชเพี่อจะได้รู้ทิศทางของ การทำธุรกิจนี้

สำหรับแอปพลิเคชัน Elite Society ที่ีทำขึ้นมา เราเรียกว่าเป็นลักชัวรี ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่ีตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนระดับไฮเอนด์  มีบริการที่ีช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตในหลากหลายด้าน อย่างในหมวด ของการเดินทาง จะมีบริการรถลีมูซีน เรือยอชต์  ไพรเวตเจ็ต บอดี้การด์  อีกหมวดหนึ่งเป็นเรื่องสุขภาพและความงามทั้งหมด ขาดไม่ได้คือหมวดร้านอาหาร  ซึ่งเราได้รวบรวมร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง และร้านอาหาระดับมิชลินสตาร์ไว้มากมาย 

            ส่วนของความคืบหน้าล่าสุุดของแอปพลิเคชัน การทำงานในเฟสที่ี 1 กับ 2 เสร็จไปแล้วมากกว่า 80% ส่วนเฟสที่ี 3 กำลังอยู่ในช่วงทำระบบ และรวบรวมพันธมิตร ก็คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ทุกเฟสและสามารถจัดงานเปิดตัวในช่วงปลายปี ซึ่งล่าช้าจากแผนที่ีวางไว้ไปถึง 2 ไตรมาส”

สู่การเป็นเจ้าของหลักสูตรผู้นำาระดับอีลิต

            เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ีเธอจับมือกับพันธมิตรค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง GM Group เจ้าของหัวหนังสือระดับตำนานอย่าง GM Magazine และกูรูอาหาร ชื่อดังของเมืองไทย คุณสืบวงศ์ แก้วทิพรัตน์  ร่วมกันทำหลักสูตร ELM  (Elite Lifestyle Management) ซึ่งเป็นธุรกิจที่ีต่อยอดกับธุรกิจลักชัวรีไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มภายใต้ชื่อ Elite Society ของเธอ เป็นการรวบรวมผู้นำระดับอีลิต ซึ่งเธอรับประกันว่าหลักสูตรนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะเธอทำอะไรธรรมดาๆ ไม่เป็น คงต้องคอยติด้ตามกันเร็วๆ นี้

เวิร์กกิ้งวูแมนเปี่ยมแพสชัน

            แม้ความรับผิดชอบจะมีมากมายเพียงใด แต่ไฟในการิทำงานก็ไม่เคยมอดลง เพราะผึ้งงานอย่างเธอบินไปข้างหน้าด้วยพลังของแพสชันที่ีเต็มเปี่ยม

“สำหรับผึ้ง ถ้าได้ทำในสิ่งที่ีเรามีแพสชัน มันจะทำให้เรามีความสุข กับการทำงาน ชนิดที่ีว่าไม่รู้สึกเหนื่อยเลย คนรอบข้างจะรู้ว่าผึ้งเป็นคนพลังงานเยอะมาก อยากบอกว่าแพสชันเป็นสิ่งสำคัญ มันเป็นพลังที่ีจะขับเคลื่อนที่ทุกอย่างเมื่อไรที่ีเราหมดไฟ ไม่เอ็นจอย มันไม่มีทางที่ีจะทำให้ ธุรกิจนั้นๆ ให้ดีได้ และที่ีสำคัญผึ้งเป็นคนที่ีเติมไฟให้ตัวเองตลอดเวลา มันทำให้เราสนุกสุนานกับการทำงานเสมอ 

ซูเปอร์มัมลูกสาม

ไม่เพียงชีวิตด้านการทำงานที่ีสวมทุกบทบาทได้อย่างยอดเยี่ยม  คุณผึ้งยังทำหน้าที่ีคุณแม่ของลูกสามคนที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี

“ผึ้งเป็นแม่ที่ีเป็นเหมือนเพี่อนของลูก มีอะไรก็คุยกันแบบเพี่อนเลย ตั้งแต่เขาเล็กๆ จนมาถึงทุกวันนี้ เราไม่เคยคิดจะไปจำกัดความคิดหรือบงการ ชีวิตของลูก เพียงแต่คอยชี้แนะแนวทาง ที่ีผ่านมาบอกเขาตลอดว่าไม่ต้อง เรียนเก่งก็ได้ อยากเรียนอะไรหรือชอบอะไร ก็ทำไปเลย และสนุกไปกับมันให้เต็มที่ี เราพร้อมซัพพอร์ต คืออยากให้เขาทำทุกอย่างที่รู้สึกมีแพสชัน และ ทั้งหมดที่ีเขาได้เรียนรู้จะกลายเป็นสกิลที่ีติดตัวเขาไปตลอดชีวิต อีกสิ่งหนึ่ง ที่ีคอยปลูกฝังเขามาตลอดคือธรรมะ เพราะเราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าธรรมะ คือวัคซีนที่ีดีที่ีสุดที่ีจะทำให้เขาไม่หลงผิด สอนให้ลูกๆ นั่งสมาธิสวดมนต์  พาไปปฏิบัติธรรมด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ พาไปทำบุญด้วยกัน ไปปล่อยปลาด้วยกัน ทุกๆ อาทิตย์ ให้เขาได้ซึมซับถึงธรรมะ ซึมซับถึงการเป็นผู้ให้ ให้เขาได้มีจิตใจที่ีอ่อนโยน ผึ้งเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการเป็นคนดีย่อมตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ หน้าที่ีแม่ของเรานอกจากดูแลลูกๆ แล้วคือการปลูกฝัง และขัดเกลาลูกๆ ให้เป็นคนดีของสังคม ให้มีแนวความคิดที่ีดีในการดำเนินชีวิต ปลูกฝังให้เขาดูแลสุขภาพที่ีได้ด้วย เพราะเราคงไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า อยากเห็นลูกเติบโตมาเป็นคนที่ีมีคุณภาพี มีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง เรามีความสุข ที่ีได้เห็นเขาเติบโตอย่างงดงาม นี่คือความสุขของคนที่ีเป็นแม่ 

ตอนนี้ลูกทั้งสามคนเป็นวัยรุ่นกันหมด้แล้ว เขามีความคิดเป็นของตัวเอง และเป็นตัวของตัวเองสูงมาก เราจะไปกะเกณฑ์อะไรเหมือนสมัยเขาเป็นเด็กไม่ได้อีกแล้ว คนเป็นแม่ก็ต้องทำความเข้าใจและปรับตัวกันไปตามวัยของลูก ทุกวันนี้เป็นเหมือนเพี่อนของลูกๆ

สาวสวยสองพันปี

อีกเรื่องที่ีเซเลบริตี้สุาวสวยทำได้ดีไม่แพ้เรื่องใด คือการดูแลตัวเองให้ ดูดีและอ่อนวัยอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าเธอมีเคล็ดลับในแบบฉบับของตัวเอง จนได้รับฉายาว่าเป็น ‘สาวสวยสองพันปี’

“เคล็ดลับการดูแลตัวเองของผึ้ง อย่างแรกที่ีต้องพูดถึงคือเรื่องสุขภาพจิต ส่วนตัวคิดว่า ถ้าเรามีความสุขและมีสุขภาพจิตที่ีดี จะทำให้เราแก่ช้า  ผึ้งไม่ได้บอกว่าตัวเองมีความสุขไปทุกเรื่องนะคะ แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของเราคือเราปล่อยวางเก่ง ในการใช้ชีวิตของคนเรามันย่อมมีทั้งความสุขและความทุกข์ มีทั้งความสำเร็จและปัญหา แต่ถ้าเรารู้จักบริหารมัน ปล่อยวางให้เป็น อยู่กับปัญหาและความทุกข์ให้เป็น ทุกอย่างมันก็จะโอเค 

ส่วนอีกด้านหนึ่งที่ีผึ้งให้ความสำคัญมากคือ การดูแลสุขภาพ อย่างแรก ผึ้งทานแป้งแค่วันละ 10คำ จะเน้นผักกับโปรตีนเป็นหลัก ไม่ทานของทอด ไม่ทาน junk food ทุกชนิด ไม่ดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มอะไร ที่ทำลายสุขภาพทำให้แก่ เราจะไม่แตะเลย เป็นคนรักตัวเองมาก สำหรับเรื่องการดูแลรูปร่าง ผึ้งออกกำลังกายทุกวัน ไม่ได้เน้นกาเข้าฟิตเนสเลยนะคะ ตื่นมาปุ๊บจะออกกำลังกายเลย เน้นกายบริหารแบบง่ายๆ ในห้องนอน  ซึ่งเราทำทุกวัน วันละ 15-30 นาที เพี่อให้ส่วนต่างๆ ดูเฟิร์ม จริงอยู่ว่าช่วงโควิดอาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าออกกำลังไม่ได้เพราะฟิตเนสปิด แต่ สำหรับผึ้ง นั้นเป็นข้ออ้างที่ีทำให้หุ่นพัง คือถ้าเราอยากจะมีรูปร่างที่ีดูดี มันไม่มี ข้ออ้างอะไร ก็แค่หาวิธุทำในบ้านของเราเอง อยากลองออกกำลังกาย แบบไหน ก็สามารถเลือกได้เลยค่ะจากกูเกิล

            และที่ีสำคัญ อย่าแต่งหน้าเยอะเกินไป เพราะถ้ายิ่งโปะเข้าไปเยอะ มันทำให้เรายิ่งดูแก่ ส่วนพวกของกิน ของใช้ เครื่องสำอาง ผึ้งเน้นใช้ของออร์แกนิกหรือผู้ลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ทุกวันนี้สกินแคร์ ก็ใช้น้ำมันมะพร้าวหรืออาร์แกนออยล์ เรากลับไปสู่ความเรียบง่ายและเข้าใกล้ธรรมชาติมากขึ้น อีกอย่างหนึ่งคือผึ้งอยู่กับลูกที่ีเป็นวัยรุ่นด้วย เราเลย จะแต่งตัวกลมกลืนไปกับลูก มันเลยทำให้เราดูเด็กไปด้วย”

สู่ทำาเนียบเซเลบริตี้สาวสุดแซ่บ

ด้วยฉายา ‘สาวสวยสุองพันปี’ ก็คงการันตีความสวยได้อยู่แล้ว แต่เซเลบริตี้ สาวยังมีความเซ็กซี่ในตัวเอง จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในตัวแม่เรื่องความแซ่บ 

“ดีใจที่ียังติดอยู่ในโผ จริงๆ คงเป็นเพราะเราเป็นคนดูแลตัวเองมากกว่า บอกกับเพื่อนๆ เสมอว่าเรายังไม่พริอมจะแก่ จริงๆ ไม่อยากให้ติดภาพดูเซ็กซี่ เพราะเรามีหลายลุคหลายมุมแล้วแต่คนจะมองนะ ผึ้งเป็นคนที่ีให้ความสำคัญกับการแต่งกายตามกาลเทศะ เราให้เกียรติงานทุกงานและ เจ้าภาพทุกงานที่ีเชิญเราไปเป็นสีสันของงาน ส่วนลุคแซ่บๆ หรือชุดว่ายน้ำมีบ้าง นานๆ ที อย่างที่ีบอกว่าตามกาลเทศะ ไปทะเลใส่ชุด้ว่ายน้ำมันไม่ได้แปลก เซ็กซี่บ้างแต่ต้องดูดีและไม่เกินงาม”

นักบริหารความสุข

“ความสุขเป็นสิ่งที่ีสามารถบริหารได้” นี่คือประโยคที่ีเป็นที่ีมาของ ช่วงสุดท้ายในการสัมภาษัณ์ ซึ่งเผยให้เห็นอีกมุมที่ีน่าสนใจ นั่นคือการเป็น  ‘นักบริหาริความสุข’

            “ผึ้งชอบทำให้ตัวเองมีความสุข เป็นพวกสุขนิยม อะไรที่ีทำให้เรา มีความสุข เราทำไม่ต้องผัดวันประกันพรุ่ง อยากจะไปเที่ยวก็ไป อยากทานอะไรก็ทาน ทำชีวิตให้เรียบง่าย ไม่ต้องซับซ้อน ยิ่งซับซ้อนยิ่งเหนื่อย เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เราจะอยู่ไปถึงเมื่อไร ทุกวันนี้คบเพี่อนที่ีสนิทจริงๆ  ไม่เยอะ เราให้ความสำคัญกับคนที่ีเรารัก เลือกคบคนมากขึ้น รักและแคร์คนที่เรารักและรักเราจริงๆ ถ้าถามว่าความสุขในวันนี้ของผึ้งคืออะไร  ก็คงเป็นการได้ใช้เวลาที่ีเหลืออยู่..อยู่กับคนที่ีผึ้งรัก ไม่ว่าจะลูกๆ ครอบครัว หรือเพี่อนๆ ได้ทำอะไรสนุกๆ ด้วยกัน ชีวิตของผึ้งเน้นความเรียบง่าย ซึ่งอาจไม่ได้เหมือนกับที่ีทุกคนคิดหรือมองเข้ามา ชอบเข้าครัวทำอาหาร เห็นหน้าแบบนี้ทำอาหารได้ทุกชาติเลยนะ ชื่อบสวดมนต์ นั่งสมาธิ ชอบทำบุญ ชอบปล่อยปลา ปลูกต้นไม้ ที่ีบ้านผึ้งมีต้นไม้เยอะมาก  เรารักต้นไม้ที่ีปลูกทุกต้น  เดินดูต้นไม้ที่ีปลูกทุกวัน เราชอบที่ีจะอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าความเป็นธรรมชาติ ความธรรมดา จะนำมาซึ่งความสุขในชีวิตของเรา ทั้งหมดที่พูดมานั่น คือความสุข และการบริหารความสุขของผู้หญิงแกริ่งคนนี้”

SHARED :

Recommend