HOME / Interview

Virtual vs Reality – Riety

ปั๋น-ดริสา การพจน์ ยูทูบเบอร์สายอาร์ตกับความคิดสร้างสรรค์ในกรอบสี่เหลี่ยม และชีวิตสุดพีคสวนกระแสในช่วงกักตัว
Interview

ระหว่างช่วงยังไม่คลาย Lockdown สิ่งที่ทำให้เราได้ใช้ชีวิตในรูปแบบอื่นชั่วครู่ก็คือการเฝ้ามองดูชีวิตและกิจกรรมผ่านมุมมองของยูทูบเบอร์คนธรรมดาท่ีสร้างคอนเท็นต์ได้ “จริงกว่า” สื่อกระแสหลักและหนึ่งในยูทูบเบอร์ที่เราติดตามในช่วง Quarantine ก็คือปั๋น-ดริสาการพจน์หรือ Riety ยูทูบเบอร์สายศิลปะผู้นิยมวาดภาพหญิงสาวและขยันหาโจทย์ใหม่ๆมาท้าทายข้อจำกัดต่างๆรวมถึงความสามารถของตัวเอง 

     บางคนอาจจะรู้จักเธอผ่านหน้าจอยูทูบหลายคนรู้จักเธอผ่านหน้าจอโรงภาพยนตร์เมื่อครั้งเธอได้รับทบาทนางเอกในภาพยนตร์เรื่อง “ดิวไปด้วยกันนะ” วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเธอให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโดฯใจกลางกรุงที่ถูกดัดแปลงให้เป็นสตูดิโอถ่ายทำตัดต่ออัดเสียงรายล้อมด้วยทีมงานหลายชีวิตที่ช่วยกันทำให้คลิปในยูทูบที่เราดูเพลินๆแค่ไม่กี่นาทีกลายเป็นคลิปที่ชวนติดตามยั่วยวนให้กด subscribe

     “ปั๋นหาเงินได้ก้อนแรกได้ตอนอายุ 13 ปี แต่มันได้น้อยมาก มาได้เงินก้อนใหญ่ๆ จริงๆ ตอนอายุ 16 ปี จากงานผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูน ปั๋นก็ไปช่วยเขาถมดำ ตัดเส้น ปั๋นวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้น ก็เลยพอจะมีพื้นฐานมาบ้าง พอเราเริ่มอยากจะวาดการ์ตูนญี่ปุ่น เราก็ลอกลายเส้นตามการ์ตูนญี่ปุ่นที่เราชอบไปเรื่อยๆ ด้วยความที่เราเป็นผู้ช่วยนักวาดคนอื่น เราต้องวาดให้เหมือนเขา หรือเหมือนลายเส้นของเรื่องที่มันมีอยู่แล้ว เลยทำให้เราดัดลายเส้นตาม”

     ตั้งแต่เด็กมาเธอนิยามตัวเองว่าเป็น “โอตาคุ” ที่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่ตนเองสนใจทั้งการวาดรูปและการเข้าไปใช้ชีวิตในโลกอินเตอร์เน็ตตั้งแต่สมัยประถมมีความสุขอยู่ในโลกสมมติโดยไม่เคยเปิดเผยใบหน้าไม่ได้โด่งดังด้วยวิถีเน็ตไอดอลที่โพสต์รูปน่ารักๆในเว็บบอร์ดแล้วก็มีคนตามมาไลค์มาคอมเม้นต์แต่เน้นเผยแพร่ลายเส้นของตัวเอง 

     “ปั๋นเล่นเน็ตอย่างหนักหน่วงมาก มาตั้งแต่ประถมแล้ว ปั๋นก็เลยไม่มีโมเม้นต์ grand opening แต่ว่าเมื่อก่อนก็จะดังในเรื่องลายเส้นที่วาดรูป โดยที่คนไม่เห็นหน้า แล้วก็มีช่วงที่ดัง เพราะว่าแต่งนิยาย ด้วย username อื่น เขียนการ์ตูนด้วยชื่ออื่น แคสต์เกมด้วยชื่ออื่น ไม่ได้เปิดหน้า แต่ว่าเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เขารู้ว่าเป็นใคร แต่ว่าช่วงที่ถ่ายรูปตัวเองลง แล้วคนจำได้จริงๆ น่าจะเป็นช่วงประมาณอายุ 25-26 ปีค่ะ

“ปั๋นอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตมาเป็น 10 ปี ก่อนหน้านี้ไม่อยากโชว์หน้า เพราะรู้เลยว่า ทันทีที่โชว์หน้าจะเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าถ้าโชว์หน้าปุ๊บคนจะสนใจหน้ามากกว่างานทันที”

     …เวลาปั๋นได้ยินคนพูดถึงความสามารถของคนน่ะ ถ้าเป็นผู้หญิงนะมักจะได้ยินว่า “คนนี้น่ารักนะ แล้วยังเย็บผ้าเก่งด้วย” หรือไม่ก็ “คนนี้น่ารักนะ แล้วยังเล่นเปียโนได้ด้วยนะ” ไม่ค่อยมีคนพูดว่า “คนนี้เล่นเปียโนเก่งนะ แล้วยังหน้าตาน่ารักด้วย” ความสามารถมักจะไม่ถูกนำมาชูโรงก่อนเรื่องหน้าตา อย่างเพื่อนปั๋นเป็นคนเก่งมาก เรียนจบปริญญาโท ได้เขียน journal ลงในวารสารวิชาการ คนก็จะบอกว่า “น้องคนนี่น่ารักมาก เออ…แล้วรู้หรือเปล่าว่า เขาเรียนปริญญาโทด้วย”  เอ๊ย…ทำไมสิ่งนั้นมันไปอยู่ข้างหลังล่ะ รู้อย่างนี้มาตลอดก็เลยจงใจไม่โชว์หน้าตัวเองค่ะ” 

     ต้องยอมรับว่านั่นคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้โดยเฉพาะคนในวงการสื่ออย่างเรายิ่งรู้ดีว่า Impact เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกมีความสำคัญขนาดไหนตัวเธอเองก็รู้อยู่แก่ใจและต้องยอมจำนนไปตามเงื่อนไขของโลกใบนี้เมื่อมีโอกาสดีๆเข้ามา

     “ลูกค้าเลือกเราเพราะงาน กับหน้าด้วย เหมือนตอนหลังเอเจนซี่ก็มาบอกว่า เราอยากได้คนที่พร้อมทำหลายๆ อย่าง หมายถึงว่า เรารู้นะว่างานคุณดี แต่บางทีเราก็อยากได้คนที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เราเลือกคุณเพราะว่า “คุณพูดภาษาอังกฤษคล่อง คุณออกกล้องได้ คือ ครบ” ปั๋นก็เลยรู้สึกว่า ถ้าเกิดว่าเรายึดโยงกับงานอย่างเดียวต่อไป ถึงอย่างไรเราก็ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดในโลก แล้วถ้าวันหนึ่งลายเส้นปั๋นไม่อินเทรนด์แล้ว ยิ่งปั๋นเป็นนักวาด commercial งานปั๋นต้องเปลี่ยนไปตามลูกค้า แล้วถ้าเกิดว่าคนจำงานเราไม่ได้ด้วย เราจะทำอย่างไรดี มันมีตัวเรานี่นะที่ไม่เปลี่ยนแปลง อย่างนั้นต้องถ่ายงานคู่กับหน้าตัวเองหน่อยแล้วกัน อย่างน้อยคนก็จำได้ว่า นักวาดคนนี้กับงานอันนี้ แล้วก็เริ่มเขียนเล่าเรื่องงานที่เราวาดลงเว็บต่างๆ ลง Pantip แบบเวอร์ชั่นเห็นหน้าตัวเองด้วย”

     จากนั้นมานักวาดภาพประกอบหน้าตาน่ารักพอๆกับลายเส้นจึงได้รับโอกาสทั้งงานโฆษณาไปจนถึงงานภาพยนตร์ตามมาด้วยงานซีรีส์ที่เธอบอกว่ากำลังมีจ่อคิวถ่ายอยู่อีก 3 เรื่องด้วยกันทุกวันนี้เธอโลดแล่นในยูทูปแชนเนลภายใต้ชื่อว่า “Riety” มา 1 ปีแล้วชื่อเดียวกับที่เคยใช้ในโลกอินเตอร์เน็ตเมื่อ 10 ก่อนเพราะเป็นชื่อที่เธอผูกพันและเลือกสรรจัดวางมาให้ลงตัวกับความชอบที่หลากหลายของตัวเธอเอง
     “Riety เป็นชื่อที่ดีไซน์มาแบบตั้งใจแล้ว เรารู้สึกว่ามันเข้ากับตัวเอง มาจากคำว่า “Variety” ที่แปลว่า “หลากหลาย” แล้วฟอนต์ 5 ตัวเรียงกันมันก็ดูสวยดี ปั๋นชอบสี ชอบดีไซน์ของฟอนต์แล้ว แล้วแชนเนลของปั๋นมันก็วาไรตี้ ฉันชอบหลายอย่าง ฉันจะทำหลายอย่าง 
     …ช่องปั๋นเป็นช่องศิลปะไลฟ์สไตล์ เพราะเราเป็นศิลปะอย่างเดียวมันขายไม่ได้ มันต้องเป็นไลฟ์สไตล์ด้วย มันเป็นงานที่ปั๋นวาดรูป ปั๋นใช้ชีวิตของปั๋นเอง แล้วจะสังเกตได้ว่า ช่องของปั๋นแทบจะไม่ collab กับคนอื่นเลย พยายามไม่ยึดโยงกับการออกไปที่ไหน หรือการต้องเจอใคร อยากจะให้มันออกมาจากตัวเราเองให้ได้ เพราะว่าเหนื่อยแล้วกับการเจอคนในฐานะนักแสดง”

     …คลิปแรกใช้เวลาอัดอยู่หนึ่งเดือนเต็มๆ อัดแบบ Time-lapse ด้วย แล้วอยากจะได้มุมสวยแต่ ถ่ายไม่เป็น อยากได้กล้องดอลลี่แต่ถ่ายอยู่คนเดียวก็ต้องเอากล้องผูกกับเชือกชักรอกแล้วแขวน มือหนึ่งวาดมือหนึ่งก็ชักรอกไป  ทำอยู่เดือนหนึ่ง ทำกล้องตกบ้างอะไรบ้างจนได้คลิปชื่อ “How I make my art” ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการทำงานศิลปะของปั๋น

     ….ช่องของปั๋น Egocentric มาก ช่องอื่นอาจจะทำขึ้นมาเพื่อรีวิวสิ่งต่างๆ สถานที่ต่างๆ  แต่สำหรับช่องปั๋นเองปั๋นรู้สึกว่าปั๋น serve คนอื่นเยอะแล้วในงานวาดรูป commercial ในงานเป็นนักแสดงปั๋นก็ต้องไปเป็นคนอื่น งานนี้ฉันจะเป็นตัวเอง ฉันอยากทำอะไรฉันจะทำ จากคลิปแรกคลิปต่อๆ มาก็เป็นประเด็นเรื่อง การทารุณกรรมเด็ก และเรื่อง Art Freedom and Sex เป็นเรื่องการทำศิลปะด้วยเอากลไกนาฬิกามาทำอนิเมชั่นแบบมือ มีคลิปวาดรูป 24 ชั่วโมงโดยไม่ออกจากห้องเลย

     …ขั้นตอนการทำของปั๋น หนึ่งคลิปก็คือ จะคิดก่อนว่าจะวาดอะไร โจทย์คืออะไร  บางทีก็ถ่าย insert แยก อย่างพวกหน้าตอนทำอะไรอยู่ บางทีปั๋นมาถ่ายเก็บทีหลังทีเดียว เพราะว่าตอนวาดบางทีหน้าตาไม่รับแขก แล้วเวลาวาดอาจจะกินเวลาไปแล้ว 3-4 วัน พอถ่ายเสร็จก็จะตัดต่อเอง ประมาณ 1-2 วัน แล้วค่อยลงเสียง voice over อีกหนึ่งวัน รวมหมดอาทิตย์หนึ่งกว่าจะได้หนึ่งคลิป”

     ถึงแม้จะก่อตั้งแชนเนลได้ไม่นานนักแต่เมื่อมีงานสปอนเซอร์เข้ามามากขึ้นสตูดิโอ Riety จึงเติบโตขึ้นตามปริมาณงาน 

     ทุกวันนี้มีทีมงานประจำ จริงๆ 3 คนค่ะ ก็คือ ปั๋นกับผู้จัดการ 2 คน แล้วก็มีฟรีแลนซ์ประจำ ประมาณ 3 คน เป็นทีมกล้อง โปรดิวซ์ แล้วก็เป็นตัดต่อ  มีน้องที่ทำซับ ทำสคริปต์ ตอนหลังๆ ฝึกใช้ทีมงานเพราะรู้สึกว่า สุดท้ายแล้วยูทูบเบอร์มันคือมินิโปรดักชั่นเฮ้าส์ที่มีตัวแสดง และมีสื่ออยู่ในมือตัวเอง ถ้าคุณยิ่งทำงานใกล้เคียงคุณภาพของโปรดักชั่นเฮ้าส์ได้ยิ่งดี 

     …ยิ่งช่วงโควิดนี่เห็นชัดเลย เพราะว่า ลูกค้าออกกองไม่ได้ งานออนไลน์ลงไม่ได้ ถ่ายไม่ได้ ลูกค้าอยากจะถ่ายโปรดักต์สวยๆ เขาอยากจะถ่ายโฆษณา ถ้าเราเป็นยูทูบเบอร์ที่แค่ตั้งกล้อง แล้วก็พูดกับกล้อง แล้วแต่งหน้าเฉยๆ อีก 3-4 เดือนหลังจากนี้ ภาพที่ออกมาก็คือ ทุกแบรนด์มีแค่ภาพคนนั่งหน้ากล้อง ซูมหน้าเหมือนกันหมด แบบนั้นมันน่าเบื่อนะ แต่ว่าถ้าเกิดปั๋นฝึกใช้ทีมงานถ่ายให้สวยเหมือนโฆษณาจริงๆ แล้วลูกค้าก็ขอซื้อ asset ไปใช้ต่อจริงๆ” 

     ภายในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านเนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ทำให้หลายๆออฟฟิศลูกค้าหดหายปริมาณงานลดน้อยลงแต่วิถีชีวิตของยูทูบเบอร์ที่ Work From Home มากว่า 10 ปีอย่าง Riety กลับมีงานชุกสวนกระแส

     “ไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เมื่อเดือนมกราคมปั๋นมีลูกค้าเข้ามาแค่ตัวเดียว ตอนนี้กลายเป็นเดือนหนึ่งมีลูกค้าเข้ามา 10 ตัว ซึ่งมันเยอะมาก แล้วปั๋นโตตามปริมาณงานตัวเองไม่ทัน ก็ต้อง Say No หรือไม่ก็ขอเลื่อน timeline เสียดายมาก อยากทำ เหมือนตอนนี้รู้เลยว่า ถ้ามีลูกค้าเดือนละ 10 ตัว ไอเดียเรากลายเป็นของมีค่าแล้ว เราไม่สามารถจะใช้อย่างมั่วซั่วได้ เพราะมันหมดได้เหมือนน้ำมันหมด 

     …ปั๋นก็จะลิสต์ไว้ว่าตัวเองอยากทำอะไร ถ้ามีลูกค้าเข้ามาปั๋นก็จะ แมตช์ไอเดียที่ปั๋นอยากทำอยู่แล้วกับของลูกค้าเวลาลูกค้าเข้ามาหาปั๋นเขาจะต้องทวิสต์ตามปั๋นเยอะเหมือนกัน เพราะปั๋นเป็นวาดรูปศิลปะ ไม่ใช่ว่าให้เมคอัพมาแล้วปั๋นเป็นคนแต่งหน้า บางทีปั๋นไม่แต่งหน้าเลยก็มี ปั๋นเอาไปทำอย่างอื่น เป็นต้นว่า มีเมคอัพแบรนด์หนึ่งที่สีเขามาจาก pigment ธรรมชาติหมด ไม่ใส่สารอะไรสักอย่างเดียว ปั๋นก็เอาไปเปรียบเทียบกับการทำ pigment สีน้ำธรรมชาติ ซึ่งพอ visual เราเป็นแบบนั้นแล้ว กลายเป็นว่า งานลูกค้ายิ่งดู craft มันยิ่งน่าดึงดูด โดยที่เราไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าเลย”

     …ตอนแรกๆ ก็มีทำคลิป How to Work From Home เหมือนกัน เพราะช่วงที่เขาให้ Work From Home ช่วงแรกๆ คนที่ทำงานออฟฟิศก็จะแบบ ฉันจะทำงานอย่างไรดี แต่ปั๋นน่ะเป็นฟรีแลนซ์มาสิบกว่าปีแล้ว ฉันจะบอกคุณให้ว่า วิธีการที่จะตื่นมาแล้วไม่ “ต่อนยอน” คืออะไร  แต่หลังจากออกมา 2 คลิป ที่เกี่ยวกับการกักตัว  แล้วก็มีวาดรูปด้วย  M & M เพราะร้านเครื่องเขียนไม่เปิดเลย แต่ว่าอุปกรณ์หมด เราสามารถเอาอุปกรณ์รอบตัวอะไรมาวาดรูปแทนสีได้บ้าง คลิปนั้นมีคนรีทวิตเยอะมาก 

“หลังจากออกคลิปเกี่ยวกับ Work From Home และกักตัวไปสามคลิป ปั๋นก็รู้สึกได้ว่า จริงๆ คนก็เบื่อเรื่องกักตัว เพราะเขาก็กักตัวอยู่เหมือนกัน ปั๋นก็เลยคิดว่าปั๋นจะไม่ทำอะไรเกี่ยวกับการกักตัวแล้ว” 

     บางครั้งเมื่อต้องนั่งจ้องจอสี่เหลี่ยมกันทั้งวันบางครั้งการหลีกหนีไปเสพสิ่งที่อยู่นอกกรอบสี่เหลี่ยมน่าจะเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายได้ดีกว่า

     “ใช่ ปั๋นเองก็อยากหลีกหนี เลยคิดว่า เดี๋ยวพอจบโควิดแล้ว ปั๋นจะไปเที่ยวรอบโลก จะไป 15 ประเทศ จะบินเป็นเบลท์ให้รอบ แล้วช่วงนั้นจะไม่กลับไทย เพราะว่าช่วงโควิดเราหาเงินได้ แต่ว่าไม่ต้องใช้เงินเยอะเท่าไร เพราะเราทำกับข้าวกินเองแล้วรู้เลยว่า เมื่อก่อนนี้ฟุ่มเฟือยมากก็เลยคิดว่า เงินที่เก็บได้จากตอนนี้ พอจบแล้ว เราจะไปเที่ยวรอบโลก ไปประเทศที่เจอปัญหาโควิด แล้วกำลัง recover เพราะว่าเราอยากเห็น 

     …จุดหมายแรก คือ อิตาลีค่ะ เพราะถ้าเราบินไปถึงยุโรปแล้ว เรานั่งรถไฟอยู่ในนั้นจะประหยัดหน่อย เราเที่ยวได้ตั้งแต่อิตาลี โมร็อกโก กรีซ  แต่ว่าก่อนไป เดี๋ยวเราจะเอาเรื่องต่างๆ ของประเทศ รอบๆ โลกมาเล่าเหมือนเป็น podcast แต่ปั๋นจะวาดรูปไปด้วย เล่าเรื่องต่างๆ ของประเทศต่างๆ มือก็วาดรูปไป เสียงก็พากย์เล่าเรื่องของประเทศนั้น แล้วพอจบแล้วจะไปเที่ยวตามที่ที่วาดเล่าเรื่องไว้”

     การออกเดินทางเที่ยวรอบโลกดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตหลังเกษียณของคนส่วนใหญ่วันนี้ในวัยยังไม่ขึ้นต้นด้วยเลข 3 ยูทูบเบอร์สาวคนนี้กำลังจะทำความฝันนั้นให้เป็นจริง 

     “ปั๋นได้บทเรียนมากพอแล้วเรื่องการทำงาน  การตั้งใจอยากจะไปสู่เป้าหมาย แล้วพยายามจะไม่มีชีวิต คิดกลับไปปั๋นก็รู้สึกเสียดายวัยมัธยมที่ปั๋นไม่เคยออกไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วปั๋นก็ไม่อยากจะรู้สึกอย่างนั้นอีกแล้ว ณ ตอนนี้ อย่างตอนนี้มันมีเมืองในฝันปั๋นหลายเมืองมาก ที่ปั๋นอยากไปเช่น ดามัสกัส ซึ่งโดนสงครามจนเละไปหมดแล้วเป็นเมืองในฝันอยากไปมาตลอดชีวิต แล้วโมเม้นต์ที่เรามีเงิน มีเวลา เราจะไป มันเกิดสงครามแล้วมันเละ แล้วพอมีโควิดอีก ปั๋นก็ยิ่งรู้เลยว่า โลกมันอาจจะไม่อยู่รอเราแล้ว มันไม่มีอะไรแน่นอนในโลก หรือโลกอาจจะอยู่รอเรา แต่ปั๋นอาจจะตายก่อนเองก็ได้ ในเมื่อไม่มีอะไรแน่นอนแล้ว ดังนั้น เราจึงไม่อยากเสียดาย
     …ไม่รู้สิ ปั๋นดูมีอะไรให้ทำตลอดเวลาเลย คงเป็นเพราะคนมักจะขีดว่า พอเดินทางถึงจุดไหนถึงจะเป็นจุดประสบความสำเร็จหรือเปล่า ถ้าฉันซื้อบ้าน ซื้อรถได้ ฉันจะประสบความสำเร็จ ถ้าฉันเป็นศิลปินระดับโลกได้ฉันจะประสบความสำเร็จ แต่สำหรับปั๋นน่ะ ไม่มีคำว่า ประสบความสำเร็จไง มีแค่ตอนนี้ฉันชอบทำอะไร และฉันอยากทำสิ่งนี้จังเลย แล้วฉันจะทำอย่างไร ฉันถึงจะได้ทำสิ่งนั้นนะ  อย่างเที่ยวรอบโลก แน่นอนใช้เงินเยอะมหาศาล ตอนนี้ไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าช่วงโควิด ปั๋นตั้งใจทำงานรับลูกค้าเยอะๆ จนแชนเนลยูทูบของปั๋นโต  สมมติโควิดกินเวลายาวหนึ่งปีแล้วยูทูบรุ่งเรือง ปั๋นอาจจะไปเที่ยวรอบโลกโดยที่มีสปอนเซอร์ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นเราตั้งใจทำงานดีกว่า”

     โลกหลังโควิด-19 จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหญิงสาวผู้โลดแล่นอยู่ในโลกออนไลน์มากว่าทศวรรษมองว่าความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดเพราะคนเราทุกคนย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ที่ได้พบ  

     “จริงๆ ทุกคนเปลี่ยนตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่โควิดทำให้ปั๋นรู้ว่า ทุกคนมีแพลนอะไรสักอย่าง ที่ยิ่งใหญ่ในจินตนาการ ในหัวของเขา เวลาคุยกับใครก็จะได้ยินว่า ถ้าไม่มีโควิดนะ ปีนี้ฉันจะต้องรุ่งแน่ เพราะว่าลงทุนอันนี้ไป หรือวางแผนจะไปที่นี้ หรือฉันเกือบจะได้เป็นแฟนกับคนนู้นคนนี้แล้ว เพราะฉันกำลังจะได้ไปเที่ยวกับเขา ทุกคนมีแผนการอันยิ่งใหญ่ที่ถ้ามันสำเร็จ ชีวิตเขาจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน 
     …เพราะทุกคนเปลี่ยนตลอดเวลาอยู่แล้วถึงแม้ไม่มีโควิดก็ตาม”

Photography : Nucha J.

Related Articles