Search
Close this search box.
Search
Close this search box.
HOME / Culture / Travel

‘The Best Eco-Friendly Hotel in the World’ สุดยอดโรงแรมทุกมุมโลกที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

โรงแรมรักษ์โลกสุดยั่งยืนจุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวของยุคนี้
Culture / Travel

การออกเดินทางทั่วโลกเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นหนึ่งในเป้าหมายชีวิตของใครหลายๆ คน จุดมุ่งหมายของการเดินทางก็คือการออกไปเปิดโลกทัศน์ของตัวเรา และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเติมพลังให้กับชีวิตของเราที่การออกเดินทางท่องเที่ยวเพียงหนึ่งครั้งเปรียบเสมือนเราได้กดปุ่มรีเซตเพื่อพร้อมกับมาลุยกับชีวิตของพวกเราต่อ ทำให้ผู้คนจำนวนมากออกเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวสุดยอดฮิตทั่วโลกในหนึ่งปี 

แต่สำหรับโลกของเราแล้วทุกอุตสาหกรรมนั้นล้วนสร้าง ‘คาร์บอนฟุตพริ้นท์’ หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยมาจากผลิตภัณฑ์หรือบริการตลอดวงจรชีวิตของคนเรา ซึ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เป็นหนึ่งในนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกนั้นเริ่มออกเดินทางแบบ ‘Green Tourism’ หรือ ‘การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์’ มากขึ้น เพราะการเดินทางล้วนแล้วแต่ใช้พลังงานในการขับเคลื่อนยานพาหนะ รวมถึงเรื่องราวที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือเรื่องของ ‘โรงแรม’ ที่ล้วนต้องอาศัยพลังงานธรรมชาติต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจโรงแรมให้ดำเนินต่อไปได้

แต่ ‘ความยั่งยืน’ ที่กลายเป็นเป้าหมายหลักของหลายๆ อุตสาหกรรมทำให้เหล่าโรงแรมต่างๆ ทั่วโลกได้ปรับตัวให้เข้ากับความยั่งยืนนี้กันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น การใช้พลังงานหมุนเวียน การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การใช้วัสดุในพื้นถิ่น และนโยบายอีกมากมายที่เหล่าโรงแรมและบริษัทที่พักทั่วโลกนั้นต่างปรับใช้ในโรงแรมของตน วันนี้ LIPS เลยรวบรวมโรงแรมรักษ์โลกสุดยั่งยืนที่กลายเป็นจุดหมายและเทรนด์การพักผ่อนระหว่างทริปของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่สามารถผสมผสานความยั่งยืนกับความสุนทรีย์ในการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี 

Svart Hotel, Norway

เริ่มกันที่โรงแรมแรกอย่างโรงแรม ‘Svart’ เมือง Meløy ประเทศนอร์เวย์ที่กำลังจะเปิดให้บริการในปลายปี 2022 นี้ โรงแรมนี้กลายเป็นกระแสสำหรับนักท่องเที่ยวและสื่อท่องเที่ยวทั่วโลกเพราะว่าโรงแรมนี้จะเป็นโรงแรมแรกของโลกที่ใช้พลังงานบวกหรือ ‘Energy-Positive’ ทั้งหมด ซึ่งถ้าหากใครงงคำว่าพลังงานบวกนี้หมายความว่าโรงแรม Svart นี้จะผลิตพลังงานจำนวนมากกว่าใช้ไป 

โรงแรมนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ใกล้กับธารน้ำแข็ง ‘Svartisen’ ธารน้ำแข็งชื่อดังของประเทศนี้ซึ่งเป็นจุดขายของโรงแรมนี้ด้วย นอกจากนั้นทางโรงแรมยังมีจุดขายอีกสองอย่างนั้นก็คือ แสงเหนือ และฟยอร์ด Holandsfjorden หรืออ่าวที่ล้อมรอบด้วยหน้าผาอันสูงชันซึ่งโอบล้อมโรงแรมแห่งนี้ไว้อยู่ ส่วนในเรื่องของสถาปัตยกรรมก็ไม่เป็นรองเรื่องรักษ์โลกเลยเพราะโรงแรมนี้มีรูปทรงกลมสุดโมเดิร์นออกแบบโดยบริษัทด้านสถาปัตยกรรมเบอร์ต้นๆ ของนอร์เวย์ แถมใช้แผงโซลาร์เซลล์เป็นหลังคาเพื่อผลิตพลังงานตลอดทั้งปี 

Mashpi Lodge, Ecuador

กระโดดจากขั้วโลกเหนือสู่ ‘Andean Chocó’ ป่าฝนเขตร้อนของประเทศเอกวาดอร์เราจะพบ ‘Mashpi Lodge’ โรงแรมสุดโมเดิร์นนี้ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ความพิเศษคือโรงแรมแห่งนี้อยู่ท่ามกลางเขตสงวนขนาดใหญ่กว่า 6,177 เอเคอร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของป่าฝนขนาดใหญ่ที่ในขณะเดียวกันก็เป็นที่ตั้งป่าหมอกด้วย เรียกว่าถ้าคุณพักในโรงแรมนี้เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย 

โรงแรมแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นรูปทรงกระดานกระโดดน้ำที่แสนจะทันสมัยและโดดเด่น และอีกฟังก์ชันนอกจากความสวยงามของสถาปัตยกรรมรูปทรงกระดานกระโดดน้ำของโรงแรมนี้ก็คือแขกที่มาเข้าพักได้ดื่มด่ำกับพืชนานาชนิดและสัตว์จำนวนมากในเขตสงวนนี้ เช่น เฟิร์น กล้วยไม้ นก แมลง ลิง หมูเพคคารี (สัตว์สูญพันธุ์ที่กลับมาพบเจออีกครั้ง) รวมไปถึงเสื้อพูมาด้วย นอกจากนั้นโรงแรมนี้นั้นสร้างขึ้นโดยไม่ตัดต้นไม้สักต้นเดียวจึงทำให้เข้ามาอยู่ในลิสต์นี้ด้วย 

Bucuti & Tara Beach Resort, Aruba

มาสู่หมู่เกาะในทะเลแคริบเบียนกันบ้างอย่างรีสอร์ต ‘Bucuti & Tara Beach Resort’ ในประเทศอรูบา ซึ่งเป็นรีสอร์ตแห่งแรกและแห่งเดียวในหมู่เกาะแคริบเบียนที่ได้รับตำแหน่ง ‘Carbon Neutral Resort’ ซึ่งแน่นอนรางวัลนี้คงไม่เพียงพอสำหรับการเป็น Eco-Friendly Hotel เพราะว่าโรงแรมนี้ได้มีการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยแนวทางต่างๆ เช่น แผงโซลาร์เซลล์สำหรับทำน้ำร้อน, ตัวลดน้ำที่ลดการไหลของน้ำในห้องน้ำลง60% ไปจนถึงระบบรีไซเคิลน้ำที่บำบัดน้ำจากอ่างล้างหน้าและฝักบัวมาใช้ซ้ำในสวน 

อีกหนึ่งความว้าวของโรงแรมนี้คือ ‘Carbon Offset Concierge’ หรือโปรแกรมสำหรับแขกผู้เขาพักสำหรับการชดเชยการปล่อยมลพิษจากการเดินทางทางอากาศ บริการรับส่งจากสนามบิน หรือแม้แต่การเที่ยวชมเกาะต่างๆ ซึ่งเป็นโรงแรมแรกของโลกที่มีโปรแกรมบริการนี้ขึ้นมาเพื่อนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ปรบมือ!

1 Hotel Brooklyn Bridge, New York, USA

หากใครคิดว่าโรงแรมรักษ์โลกจะอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวแสนห่างใกล้คุณคิดผิดเพราะว่าใจกลาง New York ในเขต Brooklyn เป็นสถานที่ตั้งของโรงแรมที่มีชื่อว่า ‘1 Hotel Brooklyn Bridge’ โรงแรมที่มีความโดดเด่นในฐานะผู้นำการจัดลำดับความสำคัญของแนวทางปฏิบัติของโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แถมโรงแรมนี้ยังได้การรับรองมาตรฐาน LEED Gold หรือระบบที่ใช้ในการประเมินมาตรฐานอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

1 Hotel Brooklyn Bridge ใช้วัสดุในท้องถิ่นและวัสดุยั่งยืนสำหรับพื้นที่สาธารณะและห้องพักทั้งหมด แถมในล็อบบี้ก็มีกำแพงต้นไม้สีเขียวสูงตระหง่านเพื่อลบภาพความวุ่นวายของเมือง New York ออกไปและมอบความชุ่มฉ่ำสำหรับผู้ที่มาเข้าพัก อีกจุดเด่นที่เราชอบมากคือทุกห้องในโรงแรมนี้จะมีเครื่องกรองน้ำส่วนตัวเพื่อให้แขกที่มาเขาพักลดการซื้อน้ำขวดและกดน้ำจากเครื่องกรองในห้องนี้แทน แถมยังสามารถเติมน้ำในกระติกน้ำรักษ์โลกของเราระหว่างที่ไปดูเทพีเสรีภาพได้ด้วย!

The Springs Resort, Colorado, USA

ยังคงอยู่ในสหรัฐอเมริกาเราขอพาทุกคนมาที่รีสอร์ตที่มีชื่อว่า The Springs Resort ที่ตั้งอยู่ในรัฐ Colorado รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ San Juan River และรีสอร์ตแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนใต้ดินที่ลึกที่สุดในโลกชื่อว่า Mother Spring บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ถูกใช้โดยชนพื้นเมืองเพื่อบำบัดรักษาอาการป่วยมานานหลายร้อยปีซึ่ง The Springs Resort ก็ยังคงเก็บรักษามรดกธรรมชาติแห่งนี้เอาไว้และใช้เป็นจุดขายของรีสอร์ตแห่งนี้ 

นอกจาก Mother Spring แล้วรีสอร์ตแห่งนี้ยังมีบ่อน้ำพุงร้อนอีก 24 บ่อภายในรีสอร์ตเพื่อให้บริการกับแขกผู้มาเข้าพักแบบ 24/7 หรือตลอดทั้งวันทั้งคืนกันเลยทีเดียวซึ่งปังมากๆ นอกจากนั้นรีสอร์ตแห่งนี้ใช้น้ำร้อนจากใต้ดินเป็นน้ำร้อนสำหรับทั้งรีสอร์ต และยังได้รับมาตรฐาน LEED Gold เพื่อการันตีว่าเป็น Eco-Friendly Hotel จริงๆ 

Camp Glenorchy, New Zealand

ข้ามฟากโลกมาสู่แถบโอเชียเนียกันบ้างอย่างแคมป์ที่มีชื่อว่า ‘Camp Glenorchy’ แคมป์สุดรักษ์โลกที่ตั้งอยู่ในเมือง Queenstown ประเทศนิวซีแลนด์ จากแคมป์นี้เราจะสามารถเห็นวิวตระการตาของเทือกเขา New Zealand Richardson Mountains ได้ นอกจากนั้นแคมป์แห่งนี้ยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์หรือ Net-Zero Accommodation และสร้างขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับ ‘Living Building Challenge’ มาตรฐานรับรองอาคารที่ยังยืนระดับสากลอีกด้วย

ความรักษ์โลกที่กล่าวมาของแคมป์แห่งนี้ยังไม่พอเพราะว่า Camp Glenorchy ใช้น้ำและพลังงานน้อยกว่าที่พักอื่นๆ ในมาตรฐานเดียวกันถึง 50% และสามารถผลิตพลังงานทั้งหมดในพื้นที่ของแคมป์นี้ได้ถึง 105% เรียกว่าเป็นการชื่นชมธรรมชาติของประเทศนิวซีแลนด์แบบหรูหราและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสุดๆ!

Aquila Eco Lodges, Australia

มาต่อกันที่ประเทศออสเตรเลียกันกับโรงแรมที่ชื่อว่า ‘Aqulia Eco Lodges’ ที่อยู่ห่างจากเมือง Melbourne ทางตะวันตกไป 3 ชั่วโมงที่เชิงเขา Mount Abrupt โรงแรมนี้แห่งนี้อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Southern Grampian ของออสเตรเลีย พูดเลยว่าโรงแรมที่ช่วยส่งเสริมวิถีชีวิตและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมแห่งนี้คือที่พักชั้นดีที่คุณจะสามารถชมสัตว์ป่าพื้นถิ่นของออสเตรเลียได้แทบทุกชนิด 

โรงแรม Aquila Eco Lodges สามารถสร้างพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในโรงแรมด้วยแผงโซลาร์เซลล์และยังเป็นส่วนหนึ่งในโรงแรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานอีกด้วย นอกจากนั้นขยะในโรงแรมทั้งหมดจะถูกคัดแยกและนำกลับมาใช้ใหม่ในท้องถิ่น ส่วนเศษอาหารก็จะถูกผ่านกระบวนการย่อยสลายตามธรรมชาติเพื่อรบกวนสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด และการันตีความเป็น Eco-Friendly Hotel ด้วยรางวัลสำหรับความพยายามในการจัดการสิ่งแวดล้อมและความพยายามในการช่วยให้แขกที่มาเข้าพักนั้นได้สัมผัสชีวิตสีเขียวอย่างแท้จริง

&BEYOND Phinda Private Game Reserve, South Africa

มาสู่ทวีปแอฟริกาในประเทศแอฟริกาใต้เราจะพบกับรีสอร์ตที่มีเป็นส่วนหนึ่งในการคุ้มครองพันธุ์สัตว์ในท้องถิ่นอย่าง ‘&BEYOND Phinda Private Game Reserve’ รีสอร์ตแห่งนี้เป็นสวรรค์ของคนที่ชอบส่องสัตว์เพราะมันตั้งอยู่บนเขตสงวนใน KwaZulu-Natal ที่มีพื้นที่ทั้งหมด 69,189 เอเคอร์ 

สถานที่แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์สงวนมากมายอย่างเช่น แรด เสือชีตาห์ และลิ่น ซึ่งเขตสงวนเอกชนนี้ได้รับการคุ้มครองกว่า 30 ปี &BEYOND Phinda Private Game Reserve ยังมุ่งเน้นที่ความยั่งยืนผ่านแนวคิดในการประหยัดพลังงานและเลิกใช้พลาสติกในพื้นที่แห่งนี้ นอกจากนั้นยังมีการทำงานร่วมกันกับชุมชนท้องถิ่นโดยให้โอกาสในการทำงานและการลงทุนในด้านสวัสดิการและการศึกษาในพื้นที่ เรียกว่านอกจากรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วยังเป็นโรงแรมที่มีหัวใจต่อคนในท้องถิ่นอีกด้วย 

Tri Lanka, Sri Lanka

มาสู่ทวีปสุดท้ายอย่างทวีปเอเชียอย่างรีสอร์ตที่ชื่อว่า ’Tri Lanka’ ในประเทศศรีลังกา รีสอร์ตที่มีจุดมุ่งหมายในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรอบ Tri Lanka แสดงวิสัยทัศน์ต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนด้วยคำขวัญที่ว่า “สร้างให้มากขึ้น ใช้ให้น้อยลง” โดยการสร้างอาคารอยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่มีชีวิตเพื่อช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและลดการตัดต้นไม้ในการสร้างรีสอร์ตนี้ขึ้นมา 

มากไปกว่านั้นสิ่งอำนวยความสะดวกในรีสอร์ตนี้สร้างด้วยไม้รีไซเคิล 100% แถมการออกแบบรีสอร์ตนั้นก็เน้นความเรียบง่ายและกลมกลืนไปกับธรรมชาติเพื่อให้มองเห็นทัศนียภาพแสนสวยของทะเลสาบ ‘Koggala’ ทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของศรีลังกา อีกหนึ่งความพิเศษคือรีสอร์ตแห่งนี้มีโปรแกรมโยคะสุดปังไว้ให้แขกผู้ที่เข้าพักมาใช้บริการอีกด้วย 

Related Articles

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ เราได้อธิบายความหมายและวิธีการใช้คุกกี้ของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถเข้าใจแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือการเปิดเผย รวมถึงทางเลือกในการใช้คุกกี้ของเรา อ่านเพิ่มเติม