‘Breitling’ Sustainability Mission .

ภารกิจความยั่งยืนที่กลายมาเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของแบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิตฯ

นอกจากจากเปิดตัวนาฬิการุ่น The Super Chronomat Automatic 38 Origins นาฬิกาเรือนแรกของแบรนด์ที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบที่มาของนาฬิกาได้แล้วนั้น ‘Breitling’ แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิตฯ ยังได้เผยแพร่ถึงรายงานภารกิจด้านความยั่งยืนของแบรนด์ที่เน้นย้ำการดำเนินการของผู้ผลิตนาฬิกาสุดหรูเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอีกด้วย  

นอกจากนั้นแบรนด์ยังได้ประกาศแฮชแท็กอย่าง #SQUADONAMISSION เพื่อดำเนินงานตามแผนงานด้านความยั่งยืนให้ดีขึ้น ในรายงานภารกิจด้านความยั่งยืนของ Breitling นั้นได้ติดตามความคืบหน้าของแบรนด์ในการริเริ่มด้านความยั่งยืนและกำหนดเป้าหมายในอนาคตภายใต้เสาหลักทั้ง 5 นั่นก็คือผลิตภัณฑ์ โลก ผู้คน ความเจริญรุ่งเรือง และความก้าวหน้า 

รายงานประจำปีครั้งที่สองที่ถูกเปิดเผยออกมาในครั้งนี้อ้างอิงจากการประเมินที่มีนัยสำคัญสองครั้งที่ดำเนินการโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของแบรนด์มากกว่า 80 รายประกอบด้วย ตัวแทนผู้ผลิตนาฬิกา ลูกค้า ผู้นำในอุตสาหกรรม รัฐบาล  และผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนซึ่งดำเนินการในขั้นต้นในปี 2020 ซึ่งการประเมินนี้ทำซ้ำเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของ Breitling ในปัจจุบัน 

รายงานของ Breitling ถือเป็นรายงานฉบับแรกในอุตสาหกรรมที่ปฏิบัติตาม ‘World Economic Forum/International Business Council’s Stakeholder Capitalism Metrics’ ซึ่งเป็นชุดแนวทางการรายงานที่จัดทำขึ้นโดยปรึกษาหารือกับ 120 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่งาน World Economic Forum ประจำปี 2020 ในเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งไฮไลต์ของการรายงานประจำปีจะความสำคัญมีดังต่อไปนี้ 

#SQUADONAMISSION แฮชแท็กเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

หนึ่งในเป้าหมายหลักด้านความยั่งยืนที่สำคัญของปีนี้ก็คือการผลิต ‘Super Chronomat Origins’ ซึ่งเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่สามารถตรวจสอบที่มาได้ของ Breitling ซึ่งผู้บริโภคนั้นสามารถตรวจสอบทองคำไปยันจุดเริ่มต้นของการผลิตอย่างเหมืองซึ่งเป็นที่มาของทองคำนั้นๆ ได้ รวมไปถึงเพชรที่ถูกทำขึ้นในห้องปฏิบัติการนั้นก็สามารถตรวจสอบไปยังผู้ผลิตรายเดียวได้ 

แนวคิดที่สามารถตรวจสอบได้นี้เป็นตัวกำหนดความพยายามของแบรนด์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแฮชแท็ก #SQUADONMISSION เพื่อทำสิ่งดีๆ ในทุกมิติ ภายในปี 2025 ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Breitling จะนำเสนอทองคำ เพชร และการตรวจสอบได้ให้กับผู้บริโภคตามจุดประสงค์ของแบรนด์ที่จะ “Do Better” และถึงแม้ว่าที่มาของเพชรและทองคำนั้นจะถูกเคลมด้วยความยั่งยืนแต่วัตถุดิบเหล่านี้ก็ได้รับการรับรองซึ่งมีมาตรฐานที่สูงในแง่ของการผลิตและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อีกทั้ง Breitling ยังทำงานร่วมกับ Swiss Better Gold Association หน่วยงานที่สร้างเครือข่ายที่มีความรับผิดชอบระหว่างเหมืองทองคำฝีมือดีและเหมืองเพชรขนาดเล็กกับตลาดนาฬิกาสวิตฯ และในขณะเดียวกันเพชรของ Breitling นั้นปลูกโดยผู้ผลิตที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่เข้มงวดของมาตรฐานเพชรที่มีความยั่งยืนของ SCS-007 สำหรับการตรวจสอบที่มาได้  ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้นาฬิการุ่น Super Chronomat Origins แต่ละเรือนยังมาพร้อมกับ NFT ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Blockchain ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทาน 

การลดจำนวนขยะพลาสติก

การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องนั้นก็คือการใช้กล่องนาฬิกาของ Breitling ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล PET นับตั้งแต่เปิดตัวแบรนด์ก็ได้เปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดเพื่อลดปริมาณการขนส่งได้อย่างมาก ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนลดลงมากกว่า 26,000 ตันเทียบเท่ากับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในจำนวนที่เท่ากัน และยังช่วยประหยัดพลาสติกรีไซเคิล PET ได้ถึง 260,000 กิโลกรัมที่จะถูกนำไปฝังในหลุมฝังกลบ อีกทั้ง Breitling ยังทำงานร่วมกับ Outerknown แบรนด์เสื้อผ้ายั่งยืนเพื่อผลิตสายนาฬิกาที่ทำจากไนลอนรีไซเคิลที่ได้มาจากท้องทะเล 

Breitling กำลังดำเนินการตามขั้นตอนแรกในการกำจัดขยะพลาสติกตามขั้นตอนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของตน โดยปฏิบัติตามแผนการที่เกี่ยวข้องกับการระบุพลาสติกทางเลือกและรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไป แบรนด์กำลังดำเนินการเพื่อให้มีขยะพลาสติกเป็นศูนย์ภายในปี 2025 ในปีแรกของการริเริ่มโครงการลดจำนวนขยะพลาสติก Breitling นั้นประสบความสำเร็จในการลดพลาสติกลงถึง 34% จากพื้นฐานประมาณ 7 ตันเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะลด 

ให้ความสำคัญในเรื่องสภาพอากาศแปรปรวน 

ในก้าวแรกของการดำเนินงานด้านสภาพอากาศ Breitling บรรลุความเป็นกลางของก๊าซคาร์บอนหรือ ‘Carbon Neutral’ ในการปล่อยมลพิษที่วัดได้ทั้งหมดตั้งแต่รอบรายงานครั้งที่ 2 นี้เป็นต้นไป ซึ่งทำได้โดยการร่วมลงทุนในโครงการชดเชยคาร์บอนคุณภาพสูงเข้ากับความคิดริเริ่มภายในองค์กร เช่น การเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในการดำเนินงานในสำนักงานใหญ่ของแบรนด์ และ การซื้อเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนสำหรับเที่ยวบินของพนักงานทุกคน 

Breitling ยังได้ว่าจ้างซัพพลายเออร์หลักในการดำเนินการบัญชีคาร์บอนและกลยุทธ์การลดคาร์บอนของตนเอง เช่น ในห่วงโซ่ทองคำซึ่งเกี่ยวข้องกับการปล่อยมลพิษทางอ้อมส่วนใหญ่ของแบรนด์ บริษัทได้สรุปการประเมินวัฏจักรชีวิตด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมครั้งแรกของผู้ผลิตนาฬิกาที่ได้เน้นไปที่เรื่องของสภาพอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และผลกระทบทางน้ำ ในเวลาเดียวกัน บริษัทได้สนับสนุนพันธมิตรด้านด้วยการร่วมไฟแนนซ์สำหรับโครงการลดคาร์บอนที่จับต้องได้

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในเรื่องของความยั่งยืน 

พันธมิตรด้านความยั่งยืนของ Breitling รวมถึงองค์กรต่างๆ เช่น ‘Ocean Conservancy’ ซึ่งแบรนด์มีบทบาทอย่างมากในกิจกรรมต่างๆ ที่มีส่วนช่วยให้ท้องทะเลมีคุณภาพที่ดีขึ้นและปราศจากขยะ นอกจากนี้ยังเป็นพันธมิตรกับ ‘SUGi’ องค์กรไม่แสวงหากำไรในการสร้างใหม่ในเมือง ซึ่ง Breitling ได้ปลูกต้นไม้ 18,550 ต้น ฟื้นฟูพืชพื้นเมืองประมาณ 195 สายพันธุ์ในเจ็ดประเทศ ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่าง Breitling กับ ‘Qhubeka’ องค์กรในแอฟริกาที่ให้จักรยานแก่ชุมชนที่ห่างไกลที่สุดในทวีป ส่งผลให้มีการแจกจ่ายจักรยานมากกว่า 2,000 คัน ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงงาน การศึกษา และบริการทางการแพทย์ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขา

Breitling ยังเป็นหุ้นส่วนของ Solar Impulse Foundation ที่ก่อตั้งโดยนักสำรวจชาวสวิตฯ อย่าง ‘Bertrand Piccard’ องค์กรจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านมุมมองของการทำกำไร และได้ระบุว่าการออกแบบกล่องนาฬิกาแบบพับเรียบของ Breitling เป็นหนึ่งใน 1,000 วิธีแก้ไขที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม 

SHARED :

Recommend