Search
Close this search box.
Search
Close this search box.
HOME / Fashion / Trends

‘Master of Colors’ ดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่จัดจ้านด้านการใช้สีในงานแฟชั่น!

พบกับเหล่าดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่โดดเด่นด้านการใช้สีสันในผลงานจนได้รับฉายาตัวพ่อเรื่องสี
Fashion / Trends

อีกหนึ่งปัจจัยที่เปรียบเสมือนลมหายใจหลักของวงการแฟชั่นคือเหล่า ‘ดีไซเนอร์หน้าใหม่’ หรือ ‘New Comer Fashion Designer’ ที่คอยรังสรรค์ผลงานออกแบบสุดว้าวและคอยเติมเต็มความเฟรชให้กับโลกแฟชั่น เพราะนักออกแบบแฟชั่นหน้าใหม่เหล่านี้มักสร้างสรรค์ผลงานออกมาในมุมมองที่สดใหม่และไร้ข้อจำกัดเหมือนเหล่าดีไซเนอร์ชื่อดังที่ทำงานให้กับเฮ้าส์แฟชั่นอันเก่าแก่หลายหลัง 

ซึ่งบทบาทอันยิ่งใหญ่และสปอร์ตไลท์ที่ส่องมาทำให้ดีไซเนอร์ชื่อก้องเหล่านั้นต้องรับผลที่จะตามมาก็คือข้อจำกัดในการสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาโอบรับกับประวัติศาสตร์และ DNA ของแบรนด์นั้น ๆ รวมทั้งในแง่ของยอดขายพวกเขาจะต้องผลิตสินค้าออกมาให้สร้างเม็ดเงินให้ได้มากที่สุด ซึ่งนั่นอาจทำให้ผลงานของพวกเขามีดีไซน์ที่จำเจและน่าเบื่อซึ่งเราเห็นปัญหานี้ในหลาย ๆ แบรนด์ และเมื่อทั้งสองข้อจำกัดมารวมกันทำให้ดีไซเนอร์ชื่อดังหลายคนเกิดชนักติดหลังขนาดใหญ่ แต่ถ้าพวกเขาฝืนมันพวกเขาก็จะต้องถูกผลักออกวังวนเก้าอี้ดนตรีแฟชั่นดีไซเนอร์นี้ไป และกลายเป็นเพียงแค่ตำนานในที่สุด

ซึ่งเหล่าดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่มีผลงานการออกแบบสดใหม่ มีหลายแบรนด์ที่เน้นไปที่ดีไซน์อันหวือหวา ซึ่งหนึ่งในดีเทลแฟชั่นที่ตามมาก็เป็นเรื่องของการใช้ ‘สีสัน’ ในการออกแบบ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะที่จะถ่ายทอดสีสันลงในคอลเลคชั่นให้น่าสนใจ เพราะการเลือกใช้สีในแต่คอลเลคชั่นก็ต้องผ่านกระบวนการคิดมาอย่างดี เพื่อถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์และลายเซ็นของพวกเขาให้ได้มากที่สุด วันนี้เราพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่าดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่มีผลงานการใช้สีได้จัดจ้านแต่คงไว้เอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี จนเราให้ฉายาว่า The New Comer Master of Colors

Tomo Kizumi

ดีไซเนอร์คนแรกที่เราขอมอบยกตำแหน่ง The New Comer Master of Colors ให้ก็คือ ‘Tomo Koizumi’ ดีไซเนอร์สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งความเป็นมาในเส้นทางนักออกแบบของเขาคนนี้นั่นล้วนเกี่ยวข้องกับสีสันโดยตรง ย้อนกลับไปในวัยเด็กเขาอยากเป็นครูสอนศิลปะการพับกระดาษสไตล์ญี่ปุ่นอย่าง Origami ถึงขนาดที่พกกระดาษทุกสีไปโรงเรียนเพื่อไปฝึกพับกระดาษ แต่เมื่อเขาโตขึ้นการใช้สีสันของเขาถูกเปลี่ยนผ่านจากกระดาษกลายเป็นผืนผ้าโพลีเอสเตอร์ออแกนซ่า ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจในการเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์จากการอ่านหนังสือแฟชั่น ‘John Galliano for Dior’ ทำให้ผ้าเหล่านั้นถูกรังสรรค์ให้เป็นกลายเป็นเดรสหลากสีสันและมีซิลูเอ็ตต์อลังการรูปร่างคล้ายดอกไฮเดรนเยีย

ปัจจุบันนี้ Tomo เรียกว่าเป็น New Wave Fashion Designer ที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่งเลยถึงแม้ว่าเขาจะเดินเส้นทางนี้มาร่วมสิบปีแล้วในฐานะ Costume Stylist แต่ในปี 2019 ที่ผ่านมาเขาเพิ่งเดบิวต์คอลเลคชั่นแรกที่ New York Fashion Week ฤดูกาล Autumn/Winter 2022 และเข้าร่วมการประกวด LVMH Prize 2020 จนคว้าตำแหน่ง Finalist มาครอง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์สุดรักษ์โลกโอบรับเทรนด์ยั่งยืนโดยการนำวัสดุเหลือใช้ในคลังออกมาใช้อีกครั้ง นี่เป็นสาเหตุที่ว่าชุดของเขาถึงมีหลากสีสันราวกับสายรุ้ง

เขากลายเป็นที่รู้จักของสายแฟทั่วโลก เพราะซิลูเอ็ตต์สุดตะโกนและการใช้สีสันหลากหลายในการสร้างผลงานของเขาจนทำให้เซเลบริตี้และศิลปินทั่วโลกหยิบชุดของเขาไปใส่ อาทิเช่น Lady Gaga, Anne Marie, Anna Dello Russo รวมถึงนักร้องสาวชาวญี่ปุ่น Misai ที่สวมชุดของเขาขึ้นร้องเพลงในพิธีเปิดงาน Tokyo Olympics 2020 ที่ผ่านมา ล่าสุดเขาได้ไปคอลแลบกับแบรนด์เก่าแก่ชื่อดังจากอิตาลีอย่าง Pucci ด้วยซิลูเอ็ตต์แบบดอกไม้แต่มาในโทนสีที่สื่อถึงแบรนด์ Pucci ก็ตอบโจทย์ลิสต์นี้ไม่แพ้กัน

Supriya Lele

อีกหนึ่งผลผลิตของการประกวดแฟชั่นชั้นนำอย่าง LVMH Prize 2020 อย่าง ‘Supriya Lele’ นักออกแบบแฟชั่นชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย ก็เป็นอีกหนึ่งแฟชั่นดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่ใช้สีสันผสมผสานเข้ากับสไตล์การออกแบบสุด Sensual ได้เป็นอย่างดี ในทุก ๆ คอลเลคชั่นของ Supriya Lele นอกจากดีเทลสุดเซ็กซี่เราจะเห็นเธอจะสอดแทรกพาเลตต์สีสุดโมเดิร์นลงไปในทุกคอลเลคชั่นอย่างพิถีพิถัน สะท้อนถึงมุมมองทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมอินเดียบ้านเกิดกับวัฒนธรรมอังกฤษที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเธอ

เธอได้รับยกย่องจาก British Vogue ว่าเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับสาวยุคใหม่อย่างแท้จริงด้วยแนวคิดที่แตกต่างและด้วยมุมมองแบบผู้หญิง เธอมักบอกเล่าเรื่องราวสุดอ่อนโยน ละเอียดอ่อน แต่เข้มแข็งผ่านเสื้อผ้าของเธอ ที่ลดทอนการแต่งกายแบบอินเดียให้ออกมาเป็นเสื้อผ้าสุดหรูหราและมินิมัล คอลเลคชั่นแรกของ Spriya เดบิวต์ที่กรุงลอนดอนในเดือนกันยายนปี 2019 ในคอลเลคชั่น Spring/Summer 2020 นอกตาราง London Fashion Week แต่กลับกลายเป็นที่พูดถึงและสร้างความน่าสนใจให้กับแฟชั่นของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี จนเข้าตาเซเลบริตี้และแฟชั่นไอคอนหลายคน อย่างเช่น Dua Lipa ที่หยิบเอาเดรสสีเหลืองที่คล้ายชุดส่าหรีจากคอลเลคชั่นแรกไปใส่ รวมถึง Bella Hadid, Rihanna และ Jourdan Dunn 

Casablanca by Chafaf Tajer

ยังไม่หมดกับผู้เข้าประกวด LVMH Prize 2020 อีกหนึ่งในรายชื่อ Finalist ของการประกวดนี้อย่าง ‘Charaf Tajer’ ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโมร็อกโกคือผู้คุมบังเหียนแบรนด์สุดเจ๋งกลิ่นอาย Nostalgia ที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินชื่อ Casablanca เพราะงานคอลแลบรองเท้าสุดปังอย่าง New Balance x Casablanca ที่ Out of Stock ตั้งแต่วางขาย แต่รู้หรือไม่ว่าผลงานการออกแบบของเขาก็ปังไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการใช้สีสันอันหลากหลายเป็นดีเทลหลักในคอลเลคชั่นที่สื่อถึงความย้อนยุคได้เป็นอย่างดี  

เรียกว่าเป็นพรสวรรค์คงไม่ผิด เพราะเขาเรียนรู้การเป็นนักออกแบบแฟชั่นด้วยเอง เริ่มจากการไปคอลแลบกับแบรนด์ต่าง ๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น Pigalle แบรนด์สตรีทแวร์ชื่อดังหรือแม้แต่ Off-White เขาก็เคยคอลแลบมาแล้ว ด้วยประสบการณ์ทั้งหมดที่เขาสะสมมาในวงการออกแบบ ทำให้เขาเริ่มต้นแบรนด์ Casablanca ในปี 2019 เริ่มต้นด้วย Menswear ก่อนจะขยายไลน์แฟชั่นมาที่ Womenswear ในปี 2020 โดยเขามีจุดมุ่งหมายที่จะปลุกปั้นสไตล์ Classic ให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง

นอกจาก Casablanca x New Balance ล่าสุดเขายกระดับจากแบรนด์สตรีทสู่แบรนด์จิวเวลรีชั้นสูงอย่าง Bvlgari ด้วยการออกแบบกระเป๋าออกมาถึง 2 คอลเลคชั่นที่โชว์ระหว่าง Paris Fashion Week A/W 2022 ที่ผ่านมาและมีแพลนว่าจะออกแบบเครื่องประดับในอนาคตอีกด้วย เรียกว่านอกจากเซ้นส์ทางด้านการใช้สีสันในงานออกแบบแล้วเขายังมีเซ้นส์ทางด้านธุรกิจอีกด้วย

Richard Quinn

อีกหนึ่งแบรนด์ที่เรียกว่าฮอตฮิตมากบนพรมแดงอย่าง ‘Richard Quinn’ ที่เหล่าเซเลบริตี้เลือกใส่ เพราะดีเทลของชุดที่ประดับประดาด้วยลวดลายวิจิตรและซิลูเอ็ตต์สุดอลังการ นอกจากนั้นการใช้สีสันอันจัดจ้านในงานออกแบบของเขาก็ทำให้เขาเข้ามาอยู่ในลิสต์นี้ด้วยเช่นกัน Richard Quinn เป็นนักออกแบบแฟชั่นชาวอังกฤษที่ก่อตั้งแบรนด์ในชื่อของเขาเองในปี 2016 แต่ที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกนอกจากผลงานอันโดดเด่นก็คงจะเป็นเพราะการที่ควีนอลิซาเบธที่ 2 ได้เขาร่วมโชว์ครั้งแรกของเขาในคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2018 และมอบรางวัล Queen Elizabeth II Award for British Design ที่มอบให้กับนักออกแบบแฟชั่นชาวอังกฤษที่มีผลงานโดดเด่นและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

Richard เป็นหนึ่งในนักออกแบบแฟชั่นชาวอังกฤษที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและโอบรับไปกับเทรนด์รักษ์โลกตั้งแต่เขายังเรียนปริญญาตรีที่ Central Saint Martins อยู่ จนได้รับการสนับสนุนจาก Stella McCartney ที่มักจะช่วยเหลือนักศึกษาแฟชั่นที่สนใจและให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน สะท้อนไปถึงกระบวนการการผลิตของ Richard ที่มีขั้นตอนการพิมพ์ลายผ้าที่ช่วยประหยัดน้ำถึง 70% และประหยัดพลังงานถึง 80% นอกจากนั้นเขายังผลิตเสื้อผ้าตามที่ผู้ค้าปลีกออเดอร์มาเท่านั้นเพื่อลดปริมาณเสื้อผ้าเหลือใช้

เขาถนัดในการออกแบบ Womenswear เป็นอย่างมากโดยเฉพาะชุดราตรีต่าง ๆ ที่ถูกนำเสนอในสไตล์แบบ Maximal และ Dramatic ในวัสดุที่หลากหลายรวมไปถึงลายพิมพ์ต่าง ๆ ที่เปรียบเสมือน DNA ของแบรนด์ไปแล้วแต่ที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือการใช้สีของเขาที่ทำให้ภาพรวมของคอลเลคชั่นออกมาดึงดูดเหล่าเซเลบริตี้ อย่าง Cardi B, Jennifer Lopez, Lily Aldridge และ Kendall Jenner ที่ทำให้สายแฟทั่วโลกรู้จักแบรนด์นี้แถมเคยได้คอลแลบกับแบรนด์ชุดสกีชื่อดัง Moncler อีกด้วยซึ่งเป็นการคอลแลบที่ปังและอลังมาก! 

Christopher John Rogers

เราขอข้ามมาพูดถึงนักออกแบบแฟชั่นฝั่งอเมริกากันบ้างอย่าง  ‘Christopher John Rogers’ ผู้ซึ่งคว้ารางวัล American Womenswear Designer of the Year จากงานประกาศรางวัล CFDA Awards ไปเมื่อปีที่แล้ว แฟชั่นดีไซเนอร์คนนี้ขึ้นชื่อในความหลากหลายโดยเฉพาะความหลากหลายทางเพศและเชื้อชาติ จุดเด่นของผลงาน Christoper นั้นก็จะมีความ Maximal เหมือนคนอื่น ๆ ในลิสต์นี้แต่ในขณะเดียวกันเสื้อผ้าของเขานั้นใส่ง่ายและเต็มไปด้วยสีสันสดใส โดยเฉพาะพาเลตต์สีรุ้งตัวแทนแห่งความหลากหลายทางเพศซึ่งปรากฏอยู่บนผลงานของเขาอยู่เสมอ 

นอกจากสีสันอันหลากหลายแบรนด์นี้จะโดดเด่นในเรื่องซิลลูเอ็ตต์กระโปรงแบบสตอสตรอว์เบอร์รีที่ถูกสวมใส่โดยเซเลบริตี้และศิลปินชาวอเมริกันมากมาย เช่น Lady Gaga, Zendaya และ Michaela Jaé Rodriguez 

แต่ที่มากไปกว่านั้นคือผลงานการออกแบบด้วยสีสันอันสดใสของเขาถูกสวมใส่โดยผู้หญิงที่เกี่ยวข้องทางการเมืองระดับสูงของสหรัฐฯ ถึงสองคน ทั้งอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง Michelle Obama ผู้ซึ่งซัพพอร์ตอเมริกันดีไซเนอร์ที่มีแนวคิดอันหลากหลาย และที่สำคัญที่สุดและทำให้แบรนด์นี้กลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ คือการที่รองประธานาธิบดีหญิงผิวดำคนแรกอย่าง Kamala Harris เลือกสวมชุดสีม่วงสดจาก Christopher John Rogers เข้าร่วมพิธิสาบานตนนั้น ตอกย้ำจุดยืนทางการเมืองที่แบรนด์ให้ความสำคัญตั้งแต่แรก และตอกย้ำถึงการใช้สีสันในงานออกแบบทำให้เขากลายเป็นหนึ่งใน The New Comer Master in Colors 

Coperni by Arnaud Vaillant and Sebastien Meyer

แบรนด์สุดท้ายเรียกว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ไฟแรงมาก ๆ จากกรุงปารีสอย่าง ‘Coperni’ ที่สร้างนิยามใหม่ให้กับสาวปารีเซียงที่ทั้งมินิมอล เซ็กซี่ และสปอร์ตไปพร้อม ๆ กัน แทนสไตล์ French Chic แบบเดิม ๆ แบรนด์นี้ก่อตั้งขึ้นโดย 2 ดีไซเนอร์ Arnaud Vaillant และ Sebastien Meyer ซึ่งทั้งคู่เรียกว่าเหมือนจิ๊กซอว์ที่มาเติมเต็มกันและกัน เพราะ Arnaud จบด้านแฟชั่นมาร์เก็ตติ้งส่วน Sebastien นั้นจบด้านแฟชั่นดีไซน์มา ทำให้แบรนด์แฟชั่นที่มีหัวคิดทั้งหยินและหยางได้ครีเอต It Bag ชื่อรุ่นว่า ‘Swipe’ ขึ้นมาโดยได้แรงบันดาลใจมาจากปุ่มเปิด-ปิดเสียงในระบบปฏิบัติการ IOS ของ Iphone

แต่นอกจาก It Bag ราคาย่อมเยาที่ตอบโจทย์จุดมุ่งหมายของแบรนด์ที่ต้องการผลิตสินค้าแฟชั่นในราคาที่เข้าถึงง่ายแล้วนั้น แบรนด์นี้ยังมีจุดเด่นในการหยอดสีสันสดใสลงไปในคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของพวกเขาด้วย โดยเฉพาะโทนสีนีออนและโทนสีพาสเทลซึ่งใช้แทรกไปในแต่คอลเลคชั่นได้เป็นอย่างดี โดยพวกเขาใช้จิตวิทยาสีในสื่อสารคอลเลคชั่นเสื้อผ้าออกมาได้ลงตัวมากโดยเฉพาะในคอลเลคชั่น Spring/Summer 2022 และ Autumn/Winter 2021 ที่ใช้สีนีออนแทรกไปในเกือบทุกลุคของคอลเลคชั่นเหมือนกัน แต่การเลือกใช้เฉดสีนีออนที่ต่างกันเพียงนิดเดียวก็ให้ความรู้สึกถึงฤดูกาลที่ต่างกันแล้ว ปรบมือ!

Related Articles

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ เราได้อธิบายความหมายและวิธีการใช้คุกกี้ของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถเข้าใจแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือการเปิดเผย รวมถึงทางเลือกในการใช้คุกกี้ของเรา อ่านเพิ่มเติม