OMEGA Speedmaster X-33 Marstimer

ทะยานสู่ดาวอังคาร ไปกับนาฬิกาควอตซ์สุดล้ำ

Omega เปิดตัวนาฬิกา Speedmaster X-33 เมื่อปี 1998 เป็นนาฬิกาที่ควบฟังก์ชันทั้งรูปแบบ ‘Analog – Digital’ ถูกออกแบบมาให้นักบินอวกาศใช้ในภารกิจสำรวจดาวอังคาร ดังนั้นนาฬิการุ่นนี้จึงต้องผ่านการทดสอบร่วมกับองค์การ NASA และนักบินอวกาศที่มีประสบการณ์ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถปฏิบัติภารกิจในอวกาศได้สมบูรณ์

ส่วนชื่อ ‘X-33’ ที่ห้อยท้ายเป็นชื่อโปรเจกต์ NASA X-33 โครงการผลิตยานอวกาศรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยจรวดในตอนนั้น ซึ่งเคยถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศในช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งโปรเจ็กต์นี้จึงถูกยุบไปในปี 2001

เพียงไม่นานหลังจากนั้น Speedmaster X-33 ได้ถูกนำเสนอในเชิงพาณิชย์ให้เหล่าคอลเลกเตอร์ได้ครอบครอง และกลายเป็นหนึ่งในรุ่นที่หลายคนให้ความสนใจ จนในที่สุดนาฬิการุ่นนี้ก็เลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ด้านอากาศยาน หรือแทบไม่ได้ถูกนำไปใช้ปฏิบัติภารกิจบนดาวอังคารตามจุดมุ่งหมายแท้จริงของมันเลย

ล่าสุดในปี 2022 Speedmaster X-33 ได้ย้อนหวนกลับมาอีกครั้ง พร้อมด้วยฟังก์ชันที่พัฒนาให้สามารถนำไปใช้จริงได้บนดาวอังคาร ซึ่งได้นำคุณสมบัติพิเศษนี้มาเป็นชื่อห้อยท้ายต่อจากชื่อรุ่นเป็น Speedmaster X-33 Marstimer (สปีดมาสเตอร์ เอ็กซ์เธอร์ตีธรี มาร์สไทเมอร์)

Omega ยังคงร่วมมือกับหน่วยงานด้านอวกาศเช่นเคย แม้จะไม่ใช่กับ ‘NASA’ เหมือนที่ผ่านมา แต่เป็น ‘European Space Agency’ (ยูโรเปียน สเปซ เอเจนซี่) หรือ ‘ESA’ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในยุโรป ที่มีเป้าหมายเพื่อการสำรวจอวกาศ และมีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 20 ประเทศ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากความร่วมมือครั้งนี้ คือ ฟังก์ชัน ‘Marstimer’ ที่สามารถบอกเขตเวลาบนโลกแบบ UTC (Universal Time Coordinated) และบนดาวอังคารแบบ MTC (Mars Time Coordinated) 

แม้ฟังก์ชันดังกล่าวอาจดูไกลตัวพวกเราไปเสียหน่อย แต่ในแง่ของนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยด้านอวกาศ ฟังก์ชันนี้กลายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการสำรวจและวิจัยดาวอังคารได้เป็นอย่างดี โดยฟังก์ชันนี้สามารถแสดงวันที่ และเวลาบนดาวอังคาร ซึ่งมีระยะเวลายาวนานกว่าบนโลก 39 นาที 35 วินาที จากตำแหน่งเขตเวลาที่แบ่งโดยการคำนวนจากเส้นเมอริเดียนบนดาวอังคารได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเข็มทิศสุริยะ ที่สามารถบอกตำแหน่งทิศเหนือที่แท้จริงได้ทั้งบนโลกและดาวอังคารด้วย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้สิทธิบัตรเฉพาะของ ‘ESA’

นอกเหนือจากฟังก์ชันใหม่ที่ใช้สำหรับดาวอังคาร Speedmaster X-33 Marstimer ยังนำฟังก์ชันเด่นจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Speedmaster Skywalker X-33 มาเสริมให้นาฬิการุ่นนี้จับวางได้ยากขึ้นไปอีก ทั้งฟังก์ชัน ‘Mission Elapsed Time’ (MET) ที่เป็นการแสดงเวลาในระหว่างภารกิจบนอวกาศ และฟังก์ชัน ‘Phase Elapsed Time’ (‘PET) หรือเวลาที่ล่วงไปแล้วในการปฏิบัติภารกิจแต่ละเฟสรวมไว้ด้วย 

นาฬิการุ่นนี้เดินพลังงานด้วยระบบควอตซ์คุณภาพสูง OMEGA 5622 Calibre ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ เป็นเครื่องควอตซ์แบบมัลติฟังก์ชันที่มีความแม่นยำสูง ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ซึ่งพัฒนา ผ่านการทดสอบ และได้การรับรองจาก ‘European Space Agency’ (ESA) มีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยาวนาน 24 เดือน

จริงอยู่ที่แฟนคลับส่วนใหญ่ของ Speedmaster มักไม่ค่อยอินกับ Omega Speedmaster X-33 ด้วยเหตุผลหลัก ๆ อาจเพราะความยุ่งยากในการดูแลรักษาระยะยาว เพราะ Omega Speedmaster X-33 ใช้กลไกควอตซ์ 2 ระบบ คือ Analog และ Digital ซึ่งถ้าหากเกิดเสียหรือรวนขึ้นมา เรื่องซ่อมแซมอันน่าปวดหัวคงตามมาแน่นอน โดยเฉพาะหน้าจอ LCD แบบดิจิทัลที่มีแนวโน้มว่าจะมีอายุการใช้งานที่ไม่นานเท่าไร

ส่วนเหตุผลรองอาจเพราะ หากเราพิจารณาปัจจัยในการซื้อนาฬิกาแพง ๆ แบรนด์หรูสักเรือน แล้วบอกว่ามันคือการลงทุนแล้วล่ะก็ เราคงเลือกที่จะมองข้ามนาฬิการะบบควอตซ์ เพราะนอกจากมันไม่สามารถทำกำไรในระยะยาวได้ เมื่อเทียบกับนาฬิการะบบจักรกลแล้ว บางคนถึงกับบอกว่า การครอบครองนาฬิกาควอตซ์สักเรือน ก็เหมือนถือระเบิดเวลาที่มีข้อจำกัดเรื่องอายุการใข้งาน และไม่รู้ว่ามันจะเสียขึ้นมาวันไหนนั่นเอง

แต่เอาเข้าจริง ๆ นาฬิกาเรือนนี้ก็ไม่ได้เปราะบางอย่างที่คิด ผนวกกับความงดงามด้านรูปลักษณ์ และลักษณะเชิงเทคนิคของกลไก 2 ระบบภายในนาฬิกาลักษณะนี้ ที่มักถูกออกแบบมาอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อนาฬิการุ่นใดรุ่นหนึ่ง และเป็นเรื่องยากที่จะใช้ร่วมกับนาฬิการุ่นอื่น ๆ แม้จะในตระกูล หรือซีรีส์เดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากนาฬิกากลไกควอตซ์ระบบเดียว หรือนาฬิกากลไกจักรกลแบบทั่วไป ดังนั้นปัจจัยด้านต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าจึงตามมาอย่างเลี่ยงได้ยาก ทำให้เราไม่ค่อยพบเจอนาฬิกาแบบ ‘Analog – Digital’ ในตลาดมากนัก นี่อาจเป็นความ Rare ที่แปรเปลี่ยนเป็นคุณค่าอันน่าครอบครองก็เป็นได้

SHARED :

Recommend

30 January 2566

Caudalie ปฎิวัติวงการย้อนวัยผิวด้วยสกินแคร์พรีเมียม Premier Cru

พาไปรู้จักกับ TET เอนไซม์ใหม่ที่สายบิวตี้ต้องรู้จักให้ดี เพราะจะช่วยกำจัดสัญญาณแห่งวัยทั้ง 8 ประการได้อย่างตรงจุด !

READ MORE