MOTIF the new chapter

โมทีฟ เผยก้าวใหม่หลังร่วมทุน โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป ปรับโฉมสู่ Luxury Lifestyle Brand

MOTIF (โมทีฟ) ผู้นำเข้า เฟอร์นิเจอร์ ลักชัวรี แบรนด์ดังระดับโลก ภายใต้การบริหารของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง โอ๊ค-อัครรัฐ วรรณรัตน์ เข้าสู่ปีที่ 18 ของ MOTIF อย่างแข็งแกร่งประกาศร่วมทุนกับบริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป (modernform) ปรับโฉมสู่การเป็น Luxury Lifestyle Brand ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตของผู้ที่ชื่นชอบงาน Luxury Design หรืองานสะสมที่เป็นชิ้นไอคอนิค 

MOTIF (โมทีฟ) ผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์ ไลท์ติ้ง โฮมแอกเซสซอรี่ จากแบรนด์ลัคชัวรีชั้นนำระดับโลกโดยนำเข้าจาก อิตาลี อังกฤษ อเมริกา เนเธอแลนด์ กับดีไซน์ที่เรียบหรู อาทิ Gamma, Longhi, Estel, Artifort, Cattelan Italia, Penta Light และดีไซน์ที่สนุกสนาน จัดจ้าน อาทิ Tom Dixon, Moooi, Magis รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ ไลท์ติ้ง และโฮมแอกเซสซอรี่ ที่ได้แรงบันดาลใจ และความสร้างสรรค์จากแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Missoni Home, Versace Home, Paul smith for Anglepoise ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่องจากผู้ที่ชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรีในเมืองไทย ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในเมืองไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติปัจจุบัน Motif มีแฟลกชิปสโตร์ใจกลางเมืองครอบคลุมพื้นที่เกือบ 1,000 ตร.ม. บนชั้น 4 ศูนย์การค้าเซนทรัล เอ็มบาสซี่ 

นายอัครรัฐ วรรณรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ของ MOTIF กล่าวว่า “MOTIF เป็นธุรกิจที่เกิดจากความรัก และความกล้าที่จะแตกต่าง รวมทั้งมุ่งมั่นนำเสนอสินค้าที่เลือกสรรอย่างดีที่สุดให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลัคชัวรี และรสนิยมของคนไทย การเติบโตของ MOTIF จากก้าวแรกที่เป็นผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์ Luxury Brand มาสู่ Luxury Lifestyle Brand เป็นการวางแผนไว้ในใจของเขา และมาลงตัวด้วยการร่วมทุนกับ โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป (modernform) เมื่อเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ธุรกิจของ MOTIF อยู่ในจุดที่เติบโตสูงสุด”

“ถือว่าเป็นช่วงเวลาของการร่วมทุนที่ลงตัวที่สุด เพราะ MOTIF อยู่ในจุดที่ธุรกิจกำลังเติบโตสูงสุดก็ว่าได้ แม้จะอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด19 แต่เรายังสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้เป็นอย่างดี เมื่อได้พูดคุยกับทางโมเดอร์นฟอร์ม (modernform) ถึงการร่วมมือกันทางธุรกิจ ผมไม่ลังเลที่จะตัดสินใจร่วมมือกัน เพราะเราทำธุรกิจในไลน์เดียวกันแต่อาจจะต่างกันตรงที่ Market Segment ถือว่าเป็นการผนึกกำลังกันเป็นอย่างดีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการต่อยอดทางธุรกิจของทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีเป้าหมายสู่ความสำเร็จร่วมกัน ซึ่งเหตุผลของการร่วมทุนกับโมเดอร์นฟอร์ม เป็นความประจวบเหมาะของผมที่มองหาโอกาสขยายธุรกิจให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้กว้างขึ้น ขณะเดียวกันทาง โมเดอร์นฟอร์ม ก็มองหาโอกาสในการขยายธุรกิจ และเมื่อวิสัยทัศน์ของธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงศักยภาพ และความเชี่ยวชาญของทั้งสองธุรกิจที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ดี”

“การตัดสินใจร่วมมือกันก็เพื่อให้ธุรกิจของเราเติบโตไปได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน พัฒนาร่วมกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยโมเดอร์นฟอร์มจะเข้ามาช่วยพัฒนา และเสริมสร้างในส่วนของงานระบบหลังบ้าน และการบริหารจัดการภายในซึ่งเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการขยายธุรกิจ นอกจากงานระบบหลังบ้านแล้ว ด้วยระบบที่ทันสมัยมากขึ้นนี้ จะช่วยให้เราพัฒนาในส่วนของระบบ CRM (Customer Relationship Management) ของ MOTIF ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า ด้วยระบบ CRM รูปแบบใหม่นี้จะทำให้เราพัฒนาความสามารถในการเข้าใจกลุ่มลูกค้าได้ดีขึ้น และสามารถนำความเข้าใจนี้ไปพัฒนาในฟังค์ชั่นอื่น ๆ ของธุรกิจตั้งแต่ product selection, marketing online & offline, design consultant รวมไปถึง ระบบขนส่งซึ่งทั้งหมดนี้ เรามั่นใจว่าจะทำให้เราบริหารความพึงพอใจให้ตรงใจลูกค้าได้มากที่สุด เราจะพัฒนาความเป็น Retail Oriented ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าอย่างครบวงจร และพัฒนาคุณค่าของแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น”

ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่ง MOTIF กล่าวอีกว่า “การร่วมมือกันดังกล่าวได้เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 และจะเริ่มเห็นผลของการขยายธุรกิจนี้ในไตรมาสที่ 3 และเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยโฟกัสไปในการเปลี่ยนแปลงของ MOTIF จากธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ Luxury Brand อย่างเดียว ให้กลายมาเป็น Luxury Lifestyle Brand ที่อิงกับการตกแต่งภายใน ทำให้เป็นเหมือน One Stop Service ของ Luxury Lifestyle ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในเมืองไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือแม้กระทั่งออฟฟิศ พื้นที่พาณิชย์ ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ล้อบบี้โรงแรม รวมไปถึงสินค้าในหมวดของขวัญในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ไปจนถึงของใช้ในครัว ห้องอาหาร ซึ่งสินค้าที่คัดสรรมาก็จะหลากหลายมากขึ้น เพิ่อตอบโจทย์ฐานลูกค้าที่ขยายมากขึ้น ตั้งแต่กลุ่มลูกค้า Entry Luxury ไปจนถึง Ultra Luxury ซึ่งยังคงเน้นกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบงานดีไซน์ งานสะสมที่เป็นชิ้นไอคอนิก”

“วิธีคิดของยุคนี้เปลี่ยนไปมาก ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด19 หรือแม้แต่การเข้ามาของคริปโตเคอเรนซี เรียกว่าเป็นโอกาสใหม่ ๆ ของการลงทุน ผมมองว่าโอกาส และความพร้อมจะทำให้เราเติบโตไปได้ ผมว่าทุกคนควรจะมองหาโอกาส และใช้โอกาสนั้น ๆ ให้ดีที่สุด เพราะมันไม่ได้มาทุกวัน อย่างการร่วมมือกันครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค ผมมั่นใจว่าในอนาคตอันใกล้นี้ MOTIF จะเป็นแบรนด์ Luxury Lifestyle แบรนด์ในใจของหลาย  ๆ คน” อัครรัฐ กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด

SHARED :

Recommend