TikTok

แพลตฟอร์มสุดบันเทิง แรงโดยไม่มีอะไรกั้น !

แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริง ๆ สำหรับ TikTok แอปพลิเคชันที่อาจจะทำให้คุณคุยกับใครเขาไม่รู้เรื่อง ถ้ายังไม่ได้โหลดมาลองใช้ ! เพื่อทำความรู้จักกับ TikTok ให้ดียิ่งขึ้น สัปดาห์นี้ Lips พามาคุยกับ 2 ผู้บริหาร ปกรณ์ วัฒนเฉลิมวุฒิกร หัวหน้าฝ่ายการตลาด และ ลักศมี จง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาคอนเทนต์ แห่ง TikTok ประเทศไทย ในหลากหลายแง่มุม

ปกรณ์ วัฒนเฉลิมวุฒิกร
ลักศมี จง

     TikTok เป็นแอปพลิเคชันบริการเครือข่ายสังคมสัญชาติจีน เริ่มเป็นที่รู้จักและนิยมทั่วโลกโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นตั้งแต่ปี 2018 เป็นการนำเสนอเนื้อหาแบบวิดีโอสั้น ซึ่งช่วยให้ทุกคนเป็นผู้สร้าง (creator) และกระตุ้นให้ผู้ใช้ (user) ได้แบ่งปันความคิดสร้างสรรค์กับคนอื่น ๆ
     ในประเทศไทย จากที่เคยเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่ Gen Z (17-22 ปี) TikTok ใช้เวลาไม่กี่เดือนหลังขยายกลุ่มผู้ใช้ออกไปสู่เจเนอเรชั่นอื่น ๆ ได้อย่างมหาศาล จากข้อมูลของ Sensor Tower พบว่า TikTok เป็นแอปพลิเคชันซึ่งมียอดดาวน์โหลดสูงที่สุดในประเทศไทยช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 แน่นอนว่า สูงสุดในโลกด้วย
     ความแรงของ TikTok ยิ่งฉุดไม่อยู่เมื่อโควิด-19 ระบาด ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องกักตัวอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ระหว่างนั้นคนจำนวนมากก็มีเวลาได้หันไปทำความรู้จักกับ TikTok ในเมืองไทย หลายแคมเปญถูกสร้างขึ้นมา นอกจากแคมเปญการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคโควิด-19  รวมทั้งให้กำลังบุคลากรทางการแพทย์ ยังมีแคมเปญที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น  #เมษาAtHome ซึ่งเกิดจากความคิดของทีมงาน TikTok เพื่อให้ทุกคนที่ต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปเล่นสงกรานต์ จะได้มีกิจกรรมทำและไม่รู้สึกเศร้า
     “หนึ่งคือ เราจะทำแคมเปญอะไรให้คนยอมอยู่บ้าน สองคือ อยู่บ้านแล้ว ทำยังไงให้คนไม่ติดโซฟา แล้วสามคือ เขาจะได้สนุกกับการอยู่ที่บ้าน เพราะเราเองตอนนั้นก็เวิร์คฟอร์มโฮมแล้วจึงรู้ว่า เวลาอยู่กับที่บ้านมันก็เครียด” ลักศมีเล่า
     หลังเมื่อตกลงใจใช้ชื่อแคมเปญว่า #เมษาAtHome จากนั้นทีมงานจึงเริ่มคุยกับผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียลหรืออินฟลูเอนเซอร์ รวมทั้งพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ “เราอยากรณรงค์อย่างนี้นะ สนใจไหม ทุกอย่างออแกนิคเลย เขามาด้วยความเต็มใจ คนไทยชอบช่วยเหลือกันด้วย ทุกคนก็เข้ามาแชร์กันว่า เขาทำอะไรกันบ้าง “เราคิดว่ามันน่าจะเป็นเนื้อหาเชิงไลฟ์สไตล์ อย่างเช่น ทำอาหาร แต่สักพักเราก็เริ่มเห็นอย่างคนทำธุรกิจก็มาแชร์ความรู้ บางคนเป็นนักออกกำลังกายเขาก็มาทำให้ดูว่า อยู่บ้านออกกำลังกายท่าอะไรได้บ้าง คนที่เป็นครู เป็นนักเต้นเขาก็มาสอนออนไลน์ ทำเป็นคลิปสั้น ๆ ใน TikTok ก็เลยกลายเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่คนเริ่มมาโพสต์คอนเทนต์ที่เป็นความรู้”

     ด้วยกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขึ้น เนื้อหาของวิดีโอใน TikTok จึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องบันเทิงสนุกสนาน อย่างเช่น ร้องเพลง ลิปซิงค์ เต้น หรือการแบ่งปันไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน แต่ยังมีเนื้อหาสำหรับคนซึ่งมีอายุมากกว่ากลุ่มผู้ใช้เดิมและเนื้อหาสำหรับที่ต้องการสาระประโยชน์ต่าง ๆ
     และช่วงเวลานั้นเอง ซูเปอร์สตาร์รวมทั้งคนดังจากหลากหลายวงการก็กลายมาเป็นดาว TikTok ในเวลาชั่วข้ามคืน คนบันเทิงที่โดดเด่นใน TikTok ในแง่ของผู้ติดตามสูง อย่างเช่น นักร้อง เก่ง ธชย มีผู้ติดตาม 5 ล้านคน ระดับหลักล้านก็อย่าง ฮั่น อิสริยะ, ชิน ชินวุฒิ สายฮิปฮ็อปอย่าง ป๊อก ไมนด์เซต ฯลฯ นักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชน เช่น เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม, อาม ชุติมา ฯลฯ มีฟอลโลเวอร์ระดับ 3 ล้านคน
     ดาราสาว มิน พีชญา ก็ขึ้นแท่น Mega Influencer  มียอดคนติดตามถึง 2.4 ล้าน ระดับล้านฟอลโลเวอร์อัพก็มีอย่าง เบลลา ราณี, เก้า สุภัสสรา (เคยติดอันดับท็อป 5 ดาราที่มีคนติดตามมากที่สุดในโลก), แต้ว ณฐพร, แพทตี้ อังศุมาลิน, ติช่า เดอะ เฟซ, แอริน ยุกตะทัต ฯลฯ ขวัญใจวัยรุ่นอย่าง แพรวา ณิชาภัทร, ฝน ศนันธฉัตร ฯลฯ ดาราชายก็อย่างเช่น พระเอกช่อง 7 บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม 2.1 ล้าน สายตลกนั้นฮ็อตสุด ๆ อย่าง ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ที่ 3.4 ล้าน ดีเจ นุ้ย 1.8 ล้าน ตั๊ก บริบูรณ์ 1 ล้าน เป็นต้น
     หากพูดถึงในแง่ของยอดวิวสูงสุด ในปี 2019 รัชนก สุวรรณเกตุ นักร้องวัยรุ่นเจ้าของฉายา เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น นั้นมียอดวิวรวมสูงถึง 1.17 พันล้านวิว และเพลงยอดนิยมฮิตติดชาร์ตบน TikTok ในปี 2019 อย่างเช่น ธารารัตน์ โดย ยังโอม, รักติดไซเรน โดย ไอซ์ พาริส และ แพรวา ณิชาภัทร, เจ็บจนพอ โดย แว่นใหญ่, อาวรณ์ โดย โพลีแคต เป็นต้น

     ในการทำงาน ทีม TikTok มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับคนดังในหลากหลายวิธีการและโอกาส “ยูสเซอร์ที่มีชื่อเสียง ทั้งอินฟลูเอนเซอร์หรือเซเลบริตี้ วิธีการทำงานของแต่ละคนแตกต่างกัน เพราะว่า วัตถุประสงค์ของแต่ละคน บางคนอาจจะอยากแชร์ผลงาน หรือมาสนุกสนาน หรือมาเชิงซีเอสอาร์ เราจะมีทีมที่เข้าไปทำงานกับอินฟลูเอนเซอร์และเซเลบเป็นรายบุคคล
     “อย่างเช่นกลุ่มที่เป็นนักร้องเขาก็จะเข้ามาที่ TikTok เพื่อแชร์ผลงานของเขาว่าตอนนี้มีอะไรอยู่ แล้วก็อยากให้คนมาร้องเพลงลิปซิงค์หรือมาเต้นกับเขา เราก็จะมาช่วยคิดว่า จะทำแคมเปญกับเขายังไง เพลงของเขาเนื้อหาโอเคไหม เอาเข้าแพลตฟอร์มของเราได้ไหม อย่างเช่นถ้ามีคำหยาบก็ลองเปลี่ยนนิดนึงได้ไหม เพื่อที่จะได้มาลง  TikTok เราแนะนำกับศิลปินว่า ถ้าอยากให้เพลงของเขาดัง คุณลองทำแฮชแท็กประมาณนี้นะ แนะนำเพลงนี้คุณลองทำประมาณนี้ มันไม่ได้มีสูตรตายตัว เพราะทุกอย่างถือว่าเป็นนิวมีเดีย” ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาคอนเทนต์ของ TikTok ประเทศไทยเล่า
     หลายคลิปวิดีโอที่กลายมาเป็นไวรัล “ทีมงานก็จะมาดูว่า มันมีปัจจัยอะไรที่เราจะช่วยดันได้ไหม ดันแค่ในประเทศหรือจะส่งเพลงนี้ให้เซาธ์อีสต์เอเชียหรือแม้แต่อเมริกาหรือญี่ปุ่น ถ้าทำได้เราก็จะพยายามทำ มันก็มีหลายอย่างที่เราทำกับศิลปิน” นอกจากผู้ใช้ทั่วไปแล้ว TikTok ยังถูกสร้างเพื่อรองรับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงาน สินค้า หรือองค์กรต่าง ๆ ซึ่งรองรับได้หลากหลายธุรกิจ ตามความเห็นของ ปกรณ์ “เรามองว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มสำหรับทุกคนนะครับ เพราะฉะนั้นเราพยายามที่จะไปสู่ทิศทางที่ว่า ทุกคนสามารถเข้ามาใช้แอปพลิเคชันของเราได้ เราสามารถตอบโจทย์คอนเทนต์ของผู้บริโภค ทุกเพศ ทุกวัยทุกความต้องการได้ ค่อนข้างจะเป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับธุรกิจต่าง ๆ

     ด้วยการเปลี่ยนแปลงบนโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาและเป็นไปอย่างรวดเร็ว TikTok ที่ร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ก็ยังต้องปรับและขยับเดินหน้าไปเรื่อย ๆ “ผมเห็นว่า ยังไง Content ก็ยังเป็น King อยู่เสมอ เพียงแต่ว่ารูปแบบการนำเสนอ สไตล์ หรือ ฟอร์แมตอาจจะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อก่อนอาจจะเป็นพวกรูปภาพ หลัง ๆ มาก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นเรื่องของโมชั่น เริ่มมีเรื่องของเสียง เรื่องของวิดีโอเข้ามา
     “ผมเห็นว่า วิดีโอสั้นเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ตอบโจทย์ในการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ นอกจากพฤติกรรมของผู้บริโภคซึ่งเปลี่ยนไปแล้ว รูปแบบการนำเสนอของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก็จะต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับผู้บริโภค นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่พวกเรากำลังพัฒนาไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคและให้ตอบโจทย์ของนักการตลาด อีกส่วนหนึ่งก็คือ เรากำลังพยายามสร้างแคมเปญต่าง ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ของทุกเพศทุกวัย ที่หลากหลาย” ปกรณ์กล่าว
     และ ลักศมี ก็ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “เราก็คิดอยู่เสมอว่า ในอนาคตพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไป เราก็จะสร้างแคมเปญออกมาเรื่อย ๆ ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าเป็นปี เพราะว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนเร็วมาก ทีมงานก็ต้องปรับและเปลี่ยนแปลงตลอด เราจะทำชาเลนจ์หรือดันคอนเทนต์ที่คิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว “รวมทั้งปรับฐานยูสเซอร์ที่กว้างขึ้น เมื่อก่อนเราอาจจะมีฐานยูสเซอร์ที่อายุน้อย แล้วคอนเทนต์ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะชอบเล่นก็เป็นการเต้นหรือร้องเพลง เราต้องทำแคมเปญเพื่อทำให้คนเข้าใจว่า จริง ๆ แล้วเขาทำคอนเทนต์อย่างอื่นได้นะ ยูสเซอร์ก็จะเห็นว่า มันมีตัวเลือกให้เขาเลือกเยอะขึ้น ด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เราพัฒนาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องมือกล้องต่าง ๆ หรือแม้แต่การไลฟ์ คิดว่าในระยะยาวจะทำให้คนค่อย ๆ เข้าใจว่าเขาทำอะไรได้บ้างในฐานะครีเอเตอร์ คนดู และก็แอดเวอร์ไทเซอร์”

     ที่ผ่านมาคอนเทนท์ยอดนิยมในเมืองไทยที่มียอดไลค์สูงสุดและคนติดตามมากที่สุดคือ ตลก (Comedy) ตอกย้ำ #คนไทยเป็นคนตลก คอนเทนต์ยอดนิยมรองลงมาคือ อาหาร (Food) ในปีนี้ทาง TikTok ได้นำเสนอแคมเปญใหม่ล่าสุดเพื่อทำให้เห็นว่า คอมมูนิตี้แห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงความสร้างสรรค์และบันเทิง จึงผลักดันและสนับสนุนให้เกิดคอนเทนต์ทางการศึกษา เพื่อการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน ใน #TikTokUni ออกมา และหลังจากทำให้ สิตางศุ์ บัวทอง กับตำนาน “ส้มหยุด” ที่คนดังแห่โคฟเวอร์เสียงจนฮอตสุด ๆ ไปแล้ว ยังจะมีอะไรอินเทรนด์ใน TikTok ออกมาอีกบ้าง ต้องติดตามกันต่อไป

SHARED :