We Are Family : Supanaree

เฟิร์น-ศุภนารี สุทธิวิจิตรวงศ์ – เบื้องหลังแชนเนลยูทูบของครอบครัวสามสาวผมบ๊อบ ม้าเต่อ

สาวหน้าม้าเต่อผมบ๊อบเหนือติ่งหูกับน้องสาวและคุณแม่สุดเซี้ยวที่มักจะปรากฏตัวในลุคเดียวกันเสมอคือภาพจำของเพจ Supanaree Story ที่ยิ่งเมื่อกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวในแชนเนลยูทูบ Supanaree ก็ยิ่งมีเรื่องราวชวนติดตามด้วยความเป็นธรรมชาติไม่มีการประดิษฐ์สร้างภาพให้สวยหรูความตรงไปตรงมาในบทสนทนาและความคิดสร้างสรรค์ผ่านมุมมองของเฟิร์น-ศุภนารี สุทธิวิจิตรวงศ์ Content Creator ที่สั่งสมประสบการณ์จากงานนางแบบโฆษณาและแฟชั่นมาพอควรทำให้ยอด Follower ของแชนเนลสามสาวหน้าม้าเต่อพุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจปั้นให้เป็นอาชีพแค่อยากแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆและไลฟ์สไตล์ในแบบของเธอเท่านั้น 

ลิปส์ : เริ่มทำคลิปทางยูทูบอย่างจริงจังตั้งแต่เมื่อไร
เฟิร์น : เมื่อปีที่แล้วมั้งคะ เฟิร์นตัดผมสั้นแล้วก็ถ่ายคลิป เพื่อนก็บอกว่า “เฮ้ย! ลองเอาไปลงยูทูบสิ แล้วเพื่อนก็เป็นคนตัดให้คลิปแรกเลย แล้วคนก็เข้ามาดูเยอะ แต่ก็ยังไม่ได้โฟกัสกับการทำยูทูบสักเท่าไร แล้วพอมาสักพักเราก็เริ่มเปิดเพจ  Supanaree Story แล้วก็ลงคลิปตอนที่เราไปเที่ยวแล้วก็ค้างไว้  2-3 เดือน ไม่ได้สนใจอะไร แล้วอยู่ดี ๆ เราก็นึกสนุกถ่ายน้อง ถ่ายแม่ กับตัวเราเอง เราตัดผมทรงเดียวกันหมดเลย แล้วพอดีตอนนั้นไปฝึกตัดต่อมา แล้วก็อยากใช้วิชา อยากลงคลิปแรกที่เราตัดต่อเอง แล้วก็พอมาอันนี้ที่ตัดผม ซึ่งทุกคนที่ติดตามแชนเนลเราจะต้องเคยผ่านคลิปนี้ แล้วก็คลิปที่เฟิร์นแกล้งน้อง ซึ่งยอดวิวขึ้นไปถึงสองล้านหกแสนวิวแล้ว ซึ่งก็เป็นกำลังใจทำให้เราอยากทำต่อ

ลิปส์ : แสดงว่าพอมีน้องกับแม่มาจอยแล้วฟี้ดแบ็คดีขึ้นมาทันทีเลย 
เฟิร์น : ใช่ค่ะ ครอบครัวเฟิร์นเป็นบ้านที่โอเพ่น เราคุยกันได้ทุกเรื่อง แล้วคนที่เข้ามาดูก็ชอบมาบอก เราว่า ดีจังเลย อยากมีครอบครัวแบบนี้บ้าง แล้วเฟิร์นชอบถ่ายรูปกับแม่อยู่แล้ว ซึ่งการที่เราทำให้คนอื่นเขารู้สึกดีไปด้วยขณะที่เขาดูคลิปเรา มันดีจังเลย ซึ่งเราไม่เคยคิดว่า การทำคลิปเราจะได้แบบนี้กลับมา เราแค่คิดว่า เราจะทำเล่น ๆ 
     แต่จะว่าไปตอนนี้เฟิร์นก็ยังทำเล่น ๆ นะ เพราะอยากโชว์ว่า มีแม่กับมีน้อง แล้วพอทำไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่า เรากับแม่สนิทกันขึ้น เรากับน้องสนิทกันขึ้น จากที่เมื่อตอนเล็กๆ เคยเกลียดกัน  เพราะเราเป็นลูกคนเดียวมาตลอด แล้วอยู่ดีๆ ก็มีใครไม่รู้มาอีกคน  แต่พอน้องโตขึ้นมา มันก็รักเราด้วยซ้ำ เป็นห่วงเราตลอด ก็เลยคิดว่า ไม่รู้จะเกลียดกันไปทำไม ชีวิตมันสั้น เดี๋ยวแป๊บเดียวก็ตายแล้ว เกลียดกันไปก็เสียเวลาเปล่าๆ เอาเวลาไปเที่ยว ทำอะไรให้มีความสุขดีกว่า

ลิปส์ : ตอนที่เริ่มชวนน้องชวนแม่มาถ่ายคลิปด้วยกันเขามีอาการอิดออดบ้างไหม
เฟิร์น : ไม่เลย เขายินดีนะ แม่ก็ชอบ แม่เฟิร์นเป็นคนตลกอยู่แล้วไง แล้วน้องก็เป็นคนอย่างนี้อยู่แล้ว เฟิร์นว่าอะไรที่มันฝืน คนจะดูรู้อยู่แล้วแหละ แต่อันนี้เราไม่ได้ฝืน เป็นธรรมชาติของเรา เราไม่หรู เราดิบๆ บ้านๆ  เราเริ่มจากถ่ายคลิปด้วยโทรศัพท์ ช่วงแรก ๆ ตัดต่อเองแบบง่ายๆ แล้วคนดูเขาก็รู้สึกว่า เราเข้าถึงง่าย

ลิปส์ : ทุกวันนี้มีทีมช่วยถ่ายช่วยตัดต่อไหม
เฟิร์น : เฟิร์นคิดเอง ตัดเอง ทำเองหมด บางทีก็จะสลับกันถ่าย หรือไม่ก็ เราไปกับเพื่อนคนไหน ก็ให้เพื่อนคนนั้นถ่ายให้ แต่ถ้าเป็นคลิปใหญ่จริงๆ หมายถึงว่า แบรนด์ที่เข้ามาเป็นสปอนเซอร์เขาต้องการอะไรเยอะๆ ถ่ายยากๆ อย่างต้องไปถ่ายปีนเขานะ เราก็ต้องจ้างคนไปถ่ายเราปีนเขา

ลิปส์ : คนอื่นถ่ายให้กับเราถ่ายเองฟีลมันได้ต่างกันไหม
เฟิร์น : จริงๆ แล้วอยู่ที่การตัดต่อมากกว่า แต่ถ้าเราถ่ายเองเราก็จะรู้มุมว่า ตรงนี้น่ารักนะ แม่เดินไปตรงนั้นนะ  ถ้าคนอื่นถ่ายเขาก็จะถ่ายไปเรื่อย แล้วคนอื่นกับเราจะตัดไม่เหมือนกัน คนนี้บอกตรงนี้ขำ ทำไมคนนี้บอกไม่ขำ เพราะมันขำคนละขำกันไง ดังนั้น ถ้ามีเวลาก็จะพยายามตัดเอง คลิปไหนที่ถ่ายเล่นๆ กับที่บ้านจะตัดเองหมด แต่ถ้าสมมติเป็นงานเป็นการใหญ่ๆ ก็จะโยนให้คนอื่นตัดบ้าง 
     ตอนนี้เฟิร์นเริ่มสอนน้องตัดต่อแล้ว เพราะเราไม่มีเวลาขนาดนั้น สมัยนี้การตัดต่อมันไม่ยากนะ ถ้าไปนั่งดู ไม่เกินสามอาทิตย์ ก็ต้องทำได้อยู่แล้วแหละ แต่ถ้าเราไม่ลองทำเราก็ทำไม่ได้สักที อย่างตอนแรกเฟิร์นต้องไปนั่งดูคนจัด เพราะเราใจร้อน แล้วต้องมานั่งทวง เงินก็ยังไม่ได้จ่ายแล้วก็ไปทวงเขา เราก็เกรงใจเขาน่ะ สู้ทำเองดีกว่า เร็วกว่า  แล้วเราก็รู้ด้วยว่าเราอยากได้แบบไหน

ลิปส์ : ย้อนไปตอนที่เริ่มทำคลิปไหนเป็นคลิปแรกที่เริ่มมีสปอนเซอร์เข้ามาอย่างจริงจัง
เฟิร์น : อยากรู้เหมือนกันนะเนี่ย (สไลด์หน้าจอไล่ดูคลิปเก่าๆ) แต่เฟิร์นหนูจำความรู้สึกคลิปแรกที่มีลูกค้าเข้าได้อยู่เลย  เขาบอกว่า “เดี๋ยวคุณเฟิร์นเขียนสคริปต์มา แล้วเราจะวาง Shooting แบบนี้ เราต้องวางไทม์ไลน์แบบนี้”  เราก็งง เพราะเราใหม่มาก ปกติเวลาไปถ่ายโฆษณาเราจะมีคนคอยบอกว่า เราต้องทำอะไร แต่นี่เราเป็นคนจัดการเองทุกอย่าง แต่ถามว่ายากไหม ถ้าผ่านอันแรกไปได้นะ ฉลุยเลย อ้อ…นึกออกแล้วคลิปที่มีสปอนเซอร์เข้าคลิปแรกน่าจะเป็นครีม  แต่ถ้าสมมติเป็นกับที่บ้านน่าจะเป็นโทรศัพท์ Xiaomi 
     พอช่วงหลังๆ เริ่มมีโปรดักต์แบบผ้าอ้อมผู้ใหญ่เข้ามา แต่เป็นเชิงทำบุญมากกว่า รายได้เอาไปบริจาคให้กับคนสูงอายุ ซึ่งก็น่าสนใจ แล้วก็มีคนที่จะมาให้รีวิวสถานที่พักคนชราแบบหรูๆ ด้วย 

ลิปส์ : มีลิมิตไหมว่าเราเลือกรับสปอนเซอร์แบบไหนหรือแบบไหนที่ไม่รับ 
เฟิร์น : ไม่รับเว็บพนัน เว็บบอลอะไรอย่างนี้ไม่เอาเลยค่ะ 

ลิปส์ : ย้อนกลับไปถึงเรื่องเนื้อหาที่เราเลือกมาทำอย่างที่คนบอกว่าเราจะค่อนข้างเรียลมากๆเราจะไม่มีประดิษฐ์สวยหรูใช้ชีวิตอย่างไรอย่างนั้นเลยใช่ไหม
เฟิร์น : ใช่ค่ะ เฟิร์นไม่ประดิษฐ์  ไม่พูดเพราะด้วย ถ้าใครด่ามาเฟิร์นด่ากลับเลย บางคนไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ มาด่ากันใช่เรื่องเหรอ โอเค เราอาจจะเป็นคนสาธารณะไปแล้ว คนอาจจะคิดว่า เราไม่กล้าด่า “โนจ้ะ ด่ามา ด่าคืนจ้ะ” 

ลิปส์ : คอมเม้นต์ประมาณไหนที่เจอแล้วของขึ้น
เฟิร์น : ด่าแม่ เจอแบบนี้เฟิร์นด่ากลับยับ ด่าจนกลับบ้านเกิดไปเลย  อย่างตอนที่แม่ใส่ชุดว่ายน้ำแล้วมีคนคอมเม้นต์ด่าว่า อ้วน เหี่ยว อะไรแบบ เฟิร์นจัดซะเปิงเลย

“ล่าสุด มีคนทำเฟซบุ๊กปลอม ซึ่งอันนั้นเฟิร์นเคยโดนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ครั้งนี้เขาเอาไปหลอกเงินคน หลอกขอค่าเทอมอะไรสักอย่าง แต่ตอนนี้เขาลบไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า คนจะเชื่อเขาด้วย”

ลิปส์ : คิดว่าสิ่งที่คนอยากดูจากยูทูบคือความเรียลหรือว่าอยากดูไลฟ์สไตล์สวยงามมากกว่าเฟิร์น : ความเรียลก็ส่วนหนึ่ง เพราะตัวเฟิร์นเองไม่สามารถประดิษฐ์ได้ตลอดเวลา เราจะสวยตลอด 24 ชั่วโมงมันเมื่อยเนอะ ถ้ามันไม่ใช่เรา ถ้าเราไม่ได้ชอบยิ้ม แล้วเราต้องมานั่งยิ้มทั้งวันก็คงไม่ใช่ เฟิร์นก็เลยรู้สึกว่า อะไรที่เป็นตัวเอง แล้วไม่ได้ฝืนธรรมชาติ คนก็คงชอบแบบนั้น แต่คนที่ไม่ชอบก็มี ซึ่งก็เป็นธรรมดาของโลก มีคนชอบก็ต้องมีคนเกลียด 

ลิปส์ : เวลาคิดจะทำคลิปหนึ่งเฟิร์นคิดว่าฉันอยากทำอันนี้หรือคิดถึงยอดวิวก่อน
เฟิร์น : คิดถึงสิ่งที่เราอยากจะพูดมากกว่า  อย่างสมมติว่า เรื่องแฟนเรื่องอะไรที่เคยผ่านมา สมัยก่อนเขาจีบกันอย่างไร อกหักทำอย่างไร นมเล็กทำอย่างไร อันนี้เกิดจากมีคนมาด่าเฟิร์นว่า นมเล็กแล้วยังแต่งตัวโป๊ ซึ่งแบบมาด่าเราทำไม นมก็นมเรา คลิปนี้คนชอบมากๆ  

ลิปส์ : คอนเท็นต์ไหนที่เวลาทำแล้วในใจรู้ว่าคลิปนี้คนต้องดูเยอะแน่นอน
เฟิร์น : ตัดผม สอนตัดผม ตัดผมหน้าม้าอย่างไร ไถหัวอย่างไร ให้แม่ตัดผมให้บ้าง ซึ่งมันก็ได้อยู่ จนตอนนี้สปอนเซอร์กลายเป็นปัตตาเลียนไถผมไปแล้ว

ลิปส์ : คิดว่าสมัยนี้คนที่ทำแชนเนลยูทูบหรือทำเพจทำอะไรต่างๆหน้าตายังเป็นเรื่องมาอันดับหนึ่งอยู่ไหม

“เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ทำยูทูป ช่องที่ดังๆ บางคนก็ไม่ได้สวย บางคนก็ไม่ได้หล่อ แต่เขามีความสามารถ เขาตลก เขาพูดเก่ง เขาแนะนำดี เฟิร์นว่า อะไรที่มันน่าสนใจ มันเป็นจุดสนใจมากกว่าความสวย”

ลิปส์ : คุณสมบัติที่คิดว่ายูทูบเบอร์ต้องมี
เฟิร์น : ความสม่ำเสมอ ขยันทำคลิป แอ็คทีฟตลอด แต่ส่วนมากเฟิร์นจะทำคอนเท็นต์ในเพจสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน บางทีเรารู้สึกอย่างไร เราก็พิมพ์ๆ ลงสเตตัสไป แล้วคนก็ชอบ ตั้งแต่ทำเพจมาทุกวันต้องมีอะไรลง แต่ถ้าเป็นคลิป เฟิร์นไม่มีตาราง เฟิร์นอยากลงก็ลง  คนอื่นเขาจะมีนะ อังคาร พุธ แต่เฟิร์นไม่มี ซึ่งจริงๆ แล้วลงคลิปบ่อยๆ ก็ดีนะ คนก็จะได้ติดตาม ตอนนี้เฟิร์นก็เพิ่งจะกลับมาลงคลิปในยูทูบบ่อย ๆ ตอนนี้คนถึงตามแสน แต่ถ้าขยันหน่อยนะก็คงจะดีนะ แต่ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ค่ะ 

ลิปส์ : เคยมีรุ่นน้องๆที่อยากเป็นยูทูบเบอร์มาปรึกษาบ้างไหมให้คำแนะนำเขาไปอย่างไร
เฟิร์น : เฟิร์นก็จะบอกว่า ต้องเริ่มจาก “เริ่ม” ก่อน อย่ามาบอกว่า อยากๆๆๆ ปีนี้บอกอยาก ปีหน้าก็บอกว่าอยาก ถ้าสามปีผ่านไปแล้วยังอยากอยู่ ยังไม่ได้ทำ อย่างเฟิร์นเองถ้าเราอยากทำ พรุ่งนี้ทำเลย อย่างน้อยก็ได้เริ่ม แต่ถ้าสมมติว่า พูดแล้วไม่ทำ มันก็ไม่เกิดสักที แต่ถ้าสมมติวันนี้เราทำได้แย่มาก คลิปหน้าต้องพัฒนาแน่นอน 
     แต่ว่าคนส่วนมากจะกลัวการเริ่มต้นว่า ก็จะทำคลิปอะไร เราจะเริ่มอย่างไรดี  พูดอย่างนั้นจะดีเหรอ ซึ่งเข้าใจว่าทุกคนไม่สามารถพูดเยอะได้ เราเป็นคนพูดเก่งไง แต่บางคนเขาไม่ได้ชอบพูดไง ทีนี้ทำอย่างไรดี ก็ต้องเริ่มจากความชอบ ชอบอะไรล่ะ  ชอบกินไหม ชอบทำกับข้าวไหม ชอบไปเที่ยวไหม เริ่มจากความชอบก่อน แล้วก็ดูว่า เราทำตรงนั้นเวิร์กไหม

ลิปส์ : มีอะไรที่ทั้งครอบครัวอยากทำด้วยกันแต่ยังทำไม่สำเร็จสักทีมีไหม 
เฟิร์น : ยังไม่มีเลย  นี่ก็เพิ่งซื้อบ้าน เพิ่งช่วยกันผ่อนบ้านหมดไป ก็เป็นความภูมิใจเล็กๆ อย่างหนึ่งซึ่งเฟิร์นว่า มันเป็นเรื่องที่ดี ที่ตัวเองสามารถพาทุกคนมาทำงานด้วยกัน แล้วก็ทำให้ทุกคนมีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ว่าแม่เขาก็ทำงานของเขาอยู่แล้ว เขาก็ซื้อขายบ้านของเขาอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้เหมือนทำสนุกกับลูก ไม่ได้จริงจัง

ลิปส์ : มองว่าตัวเองน่าจะทำยูทูบและเพจไปอีกนานแค่ไหน 
เฟิร์น : ทำไปเรื่อย ๆ เพราะมันคือความชอบของเรา ทำให้เราได้เจอหน้าครอบครัว ได้สนิทกับที่บ้านมากขึ้น ถึงอีกหน่อยคนอื่นจะไม่ดูคลิปของเรา เราก็จะทำไว้ดูเอง เป็นเหมือนบันทึกความทรงจำของเรา อย่างแม่เฟิร์นเขาก็ชอบดูคลิปตัวเองนะ ดูแล้วน่ารักดี แล้วถ้าโตๆ ไป เราก็เอาให้ลูกให้หลานเราดูได้ว่า แต่ก่อนแม่ทำอย่างนี้นะ เลยคิดว่า จะทำต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ 

┃Photography : Somkiat K. , Supanaree Story

SHARED :

Recommend

3 August 2563

The Fashionista : Papuean Skulthai

ยูทูบแชนเนลของสาวสายแฟ พะเพื่อน สกุลไทย ที่ควงคู่คุณแม่อุ๊-มณฑ์ลัชชา มา “เปิดกรุ” กันอย่างไม่มีกั๊ก

READ MORE
29 July 2563

At My Leisure : Alrisaa

มะปราง-อลิสา ขุนแขวง กับแชนเนลไลฟ์สไตล์สุดชิลล์ และเสียงใสๆ ในคลิปคัฟเวอร์เพลงฮิต

READ MORE
15 July 2563

Like A New Yorker

สไตล์หรูแต่ยังคงความเท่แบบสาวนิวยอร์กเกอร์ของ รุ่ง-ศิวานุช ปวโรดม

READ MORE