Multi-Style – กุลกมล ว่องวัฒนะสิน

ไอเท็มสุดรักของสาวสายแฟตัวจริงแห่ง Club21 Multi-Label

ต้องบอกว่างานของ วุ้น-กุลกมล ว่องวัฒนะสิน เป็นงานในฝันของสาวๆ ที่หลงใหลในแฟชั่นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เพราะหญิงสาวเจ้าของใบหน้าโฉบเฉี่ยวและสไตล์การแต่งตัวที่แสดงออกชัดว่าเธอสนุกสนานกับแฟชั่นมากเพียงไหนนั้นคือ การนั่งแท่นเป็นแบรนด์เมเนเจอร์แห่ง Club21 Multi-Label ที่ต้องดูแลแบรนด์แฟชั่นชั้นนำหลากหลายแบรนด์ด้วยกันซึ่ง แต่ละแบรนด์ล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ที่คนแฟชั่นตัวจริงปลาบปลื้มไม่ว่าจะเป็น Jacquemus, Acne Studios, Balmain, Jil Sander, Dries Van Noten และแบรนด์อื่นๆ อีกหลายสิบแบรนด์ และด้วยความผูกพันกับพี่ชายแท้ๆ อย่าง ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ VICKTEERUT ชีวิตของเธอจึงผูกติดกับแฟชั่นชนิดที่ยากจะแยกออกจากกันได้

ลิปส์ : คุณเริ่มชื่นชอบแฟชั่นตั้งแต่เมื่อไร
กุลกมล : น่าจะตั้งแต่เด็กๆ วุ้นสนิทกับพี่ชาย(ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน) ถึงแม้ว่าตอนเด็กมากๆ เราจะชอบทะเลาะกัน เขาก็จะชอบจับเราแต่งตัวเหมือนเราเป็นตุ๊กตาให้เขา เราเองก็สนุก
ไปกับเขาด้วย ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาเราไม่เคยเป็นสาวสายแบ๊วอยู่แล้ว (หัวเราะ) วุ้นชอบแต่งตัว
สไตล์เปรี้ยวๆ แซ่บๆ เท่ๆ มาตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ เริ่มใส่ส้นสูงตั้งแต่อายุ 12-13 ขวบน่าจะได้ค่ะ

ลิปส์ : มีแฟชั่นไอเท็มชิ้นไหนที่พี่ชายของคุณเป็นผู้แนะนำให้คุณรู้จักบ้าง
กุลกมล : สมัยนั้นพี่ชายเขาอยู่เมืองนอก ส่วนเราอยู่เมืองไทย เขาก็จะชอบซื้อเสื้อผ้ามาฝากเรา อย่างพวกเดรส รองเท้า กระเป๋า แล้วแต่ว่าช่วงนั้นเขากำลังอินกับอะไร เมื่อนานมาแล้วเขาอินกับ Balenciaga ตั้งแต่ยุคที่ Kate Moss ถือกระเป๋า Motorcycle นั่นแหละค่ะ กระเป๋า Balenciaga ใบแรกของวุ้นจึงเป็นรุ่น First ส่วนของพี่จะเป็นรุ่น Weekender เป็นรุ่นแรกของ Motorcycle ซึ่งโดยส่วนตัววุ้นจะชอบ Balenciaga ยุค Nicolas Ghesquière เพราะชอบความ Modern ที่ผสมผสานงาน Tailor กับเทคนิคกูตูร์โดยเฉพาะ SS07 ที่นำแผ่นโลหะมาทำเป็นชุดและ SS08 ที่นำลายดอกไม้มาใส่บนชุดที่มีโครงสร้างโป่งพองแบบกูตูร์ได้อย่างสวยงาม อาจจะไม่ได้โฉ่งฉ่างขนาดที่ Balenciaga เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งด้วยความที่เทรนด์แนวสตรีทมาแรงมากช่วงก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ Vetements มาแรกๆ และเราก็ทำงานในด้านนี้ก็ต้องลองและมีกันบ้าง

ลิปส์ : ดีไซเนอร์ที่คุณรู้สึกว่าผูกพันกับผลงานของเขามาตลอดมีคนอื่นๆหรือแบรนด์อื่นๆอีกไหม
กุลกมล : Dries Van Noten ก็ชอบค่ะ เป็นแบรนด์ที่อยู่กับ Club21 มาตั้งแต่แรกๆ เลย เป็นแบรนด์ที่มีแฟนคลับเหนียวแน่นค่ะ วุ้นชอบตรงที่เป็นแบรนด์ที่ไม่ใช่เทรนด์ เรากลับไปใส่ชิ้นเก่าๆ ของเขาก็ยังดูไม่ล้าสมัย 

ลิปส์ : ไอเท็มที่แหวกแนวสะดุดตาที่สุดที่เคยใส่แฟชั่นจัดที่สุดที่เคยมีคืออะไร
กุลกมล : อาจจะไม่ถึงขนาดนั้น แต่วุ้นชอบแต่งตัวสีสัน multi-colour ถ้าไปเปิดดูในตู้เสื้อผ้าจะเห็นว่า มีชิ้นสีสันแทบทุกสี ลายพริ้นต์ก็ได้ ขาวดำก็มี ใส่ได้หมด

ลิปส์ : คุณมีทิปส์ในการมิกซ์แอนด์แม็ตช์โทนสีที่หลากหลายเข้าด้วยกันในหนึ่งลุคไหม
กุลกมล : ต้องเป็นสีโทนใกล้ๆ กัน ถ้าเสื้อ
มีหลายสีในตัวใช่ไหมคะ กางเกงก็ไม่น่าจะหลุดไปจากสีอื่นที่อยู่
ในเสื้อ จิ้มมาสักสีหนึ่งที่ใกล้เคียงก็จะไปด้วยกันได้ หรือถ้าเป็น
ลายชนลายวุ้นก็ใส่นะคะ แต่ต้องลองก่อนให้มั่นใจ เพราะบางที
สิ่งที่คิดกับสิ่งที่ได้ก็ไม่ตรงปก (หัวเราะ) บางทีไม่ได้ขึ้นอยู่กับลายอย่างเดียวด้วย แต่มันขึ้นอยู่กับซิลลูเอ็ตต์ของเสื้อผ้าตัวนั้นๆ
ด้วยค่ะ ถ้าท่อนบนใหญ่แล้ว ท่อนล่างควรต้องเล็ก ถ้าบานกับบานมาเจอกันเราอาจจะไม่มั่นใจ เพราะวุ้นเองก็ไม่ใช่คนผอมมาก

ลิปส์ : คุณคิดว่าทุกวันนี้แฟชั่นแหวกขนบเดิมๆมากขึ้นกฎเกณฑ์เรื่องการแต่งตัวเริ่มลดน้อยลงไปหรือเปล่า
กุลกมล : ใช่ค่ะ แต่เรื่องการแต่งตัวมันขึ้นอยู่กับรูปร่าง และความมั่นใจของเราด้วยเหมือนกันนะคะ อย่างตัววุ้นเองจะมีกฎของตัวเองว่า เราจะไม่ใส่อะไร อย่างเสื้อแขนล้ำจะไม่ชอบใส่เลย เพราะใส่แล้วดูแขนใหญ่ ไม่มีเสื้อแบบนี้อยู่ในตู้เลยค่ะ

ลิปส์ : ด้วยความที่ทำงานกับแฟชั่นมาตลอดได้เห็นของสวยๆงามๆทุกวันและได้เห็นก่อนใครอยากทราบว่าคุณเป็นสาวช้อปฯหนักหรือเปล่า
กุลกมล : พออายุมากขึ้นก็เริ่มลดลงค่ะ แต่ตอนเด็กๆ ช้อปฯ หนักมาก อย่างตอนไปเรียนอังกฤษ เขาฮิต Balenciaga กัน แล้วก็ Miu Miu แล้วก็เก็บสตางค์ซื้อกระเป๋า Chanel ใบแรกด้วยตัวเอง เป็น lamb skin สีดำ ซื้อตอนเรียนจบ

ลิปส์ : ในฐานะที่เคยเป็นสาวนักช้อปฯคุณมีคำแนะนำในการเลือกซื้อแฟชั่นไอเท็มให้สาวๆอย่างไรบ้าง

เลือกจากที่เราชอบแล้วได้ใช้ อย่าเลือกจากราคา อย่าเห็นแก่ของถูก เห็นราคาตอนเซลล์แล้วตัดสินใจซื้อ อย่าซื้อเพราะอารมณ์ บางทีของที่เราซื้อมาแล้วมันไม่ใช่สไตล์เราจริงๆ เราอาจจะไม่ได้ใช้ก็ได้”

กุลกมล : อย่างรองเท้าส้นสูงที่เห็นแล้วชอบแต่เราใส่จริงไม่ได้ก็มี กระเป๋าบางทรงซื้อมาแล้วใช้ได้ครั้งเดียว เพราะใบใหญ่เกินไป น้ำหนักมากเกินไป มันก็ไม่ practical วุ้นชอบกระเป๋าทรงเล็กๆ เบาๆ แต่จุของได้เยอะ 

ลิปส์ : Waiting List ที่ต้องรอนานๆ หรือ Limited Edition ต่างๆ ซีเรียสในการเป็นเจ้าของของพวกนี้ไหม
กุลกมล : ไม่ค่อยนะคะ แต่ของที่เห็นปุ๊บแล้วต้องมีให้ได้ก็คือ กระเป๋า Hermès ใบที่วิ่งหน้าตั้งไปซื้อก่อนขึ้นเครื่องที่ปารีส ไปเจอที่ร้านขายของมือสองตรง Palais-Royal แล้วขอคุณพ่อว่า เราอยากได้ กว่าท่านจะอนุญาตให้ซื้อก็วันสุดท้ายก่อนกลับ ก่อนขึ้นเครื่องต้องรีบเรียกแท็กซี่ตรงไปที่ร้าน แล้วบอกเขาว่า ขอจองไว้ก่อนแล้วเดี๋ยวเราจะโอนเงินไปให้ แล้วค่อยบินมารับของตอนบินมา Buy ของที่ปารีสครั้งหน้า

ลิปส์ : พัฒนาการด้านสไตล์ของตัวคุณเป็นอย่างไรมีอะไรที่ลด ละ เลิกใส่ไปแล้วบ้างไหม
กุลกมล : ตอนนี้แทบจะเลิกใส่ส้นสูงไปเลย เปิดตู้มามีแต่สนีกเกอร์ (หัวเราะ) ใส่สบาย เรา
ขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงาน ถ้าใส่ส้นสูงคงไม่สะดวก รองเท้าแซนดัลก็ใส่บ่อย หรือช่วงก่อนหน้านี้ซื้อแว่นบ่อยมาก วุ้นชอบเลือกแว่นให้เข้ากับทรงหน้าเรา บางอันเป็นทรงโอเว่อร์ไซส์มากๆ ซื้อมาแล้วเรากลับไม่ค่อยได้ใส่ เพราะน้ำหนักเยอะ ชอบแว่นเล็กๆ เบาๆ มากกว่า ยิ่งพอเราโตขึ้นเราคิดถึงฟังก์ชั่นมากขึ้น อย่างแว่นพับได้นี่ขนาดเบามาก พกก็ง่าย และยังดูเป็นแฟชั่น 

ลิปส์ : ดูเหมือนว่าคุณจะมีของแต่งตัวเยอะมากๆ คุณมีวิธีการทิ้งของที่ไม่ได้ใส่แล้วอย่างไรบ้าง
กุลกมล : ไม่ค่อยได้ทิ้งเลยค่ะ พยายามจะโละ พยายามตัดใจทิ้งโดยการเอาไปฝากขายกับร้านเพื่อนบ้างเหมือนกัน หรือไม่ก็บริจาคไปบ้าง แต่อย่างรองเท้านี่คู่ไหนกัด เราตัดใจโละได้เลย ยกให้คนอื่นไปบ้าง วุ้นโดนรองเท้ากัดบ่อย ถึงแม้จะเป็นรุ่นที่ใครๆ ก็บอกว่า ใส่สบายมาก แต่พอวุ้นลองใส่ก็ยังโดนกัดอยู่ดี ส่วนใหญ่วุ้นจะชอบใส่รองเท้าแพลตฟอร์มส้นหนาๆ สูงๆ มันจะใส่สบายหน่อยค่ะ

ลิปส์ : เทรนด์ที่ช่วงนี้คุณกำลังอินเป็นพิเศษ
กุลกมล : คงเป็นพวกชุดที่ใส่ไปทะเลอย่างพวก Resort Wear อย่างแบรนด์ Jacquemus ที่ดูสบายๆ เป็นเทรนด์ที่วุ้นคิดว่า กำลังมา และเอาจริงๆ คนเราก็สามารถใส่เสื้อผ้าสไตล์ Resort Wear ได้ทุกวัน ใส่มาทำงานก็ได้ วุ้นเองก็ใส่เสื้อผ้าแนวนี้มาทำงานนะคะ บางทีคนก็ทักเหมือนกันว่า วันนี้แต่งตัวเหมือนไปทะเลเลย แต่เราอยากใส่ ใส่แล้วรู้สึกสบาย 

ลิปส์ : คำว่า ‘ผู้หญิงสายแฟ’ สำหรับคุณแล้วหมายถึงอะไร

สำหรับวุ้นคนแต่งตัวเก่ง คือ คนที่มิกซ์แอนด์แม็ตช์เป็น มีความครีเอทีฟอยู่ในตัว ไม่จำเป็นต้องใส่ของแพงทั้งตัวก็ได้ แต่นำมามิกซ์ด้วยกันแล้วดูดี บางทีเอาของราคาถูกมาทำให้ดูราคาแพงได้มันน่าสนใจกว่านะคะ” 

What’s In Her Closet 

Vintage Chanel Pump
     รองเท้า Chanel สีแดงซื้อในร้านวินเทจที่ญี่ปุ่น ไม่แน่ใจว่า ใช่ร้าน Amore หรือเปล่า ซื้อมานานจนจำไม่ได้ น่าจะ 8-9 ปี มาแล้วค่ะ

Judith Leiber Evening Bag
     ใบนี้จริงๆ แล้วคุณแม่ตั้งใจซื้อให้คุณย่าเป็นของขวัญ หลังจากคุณย่าเสียวุ้นก็ได้นำกลับมาเก็บไว้ เพราะเราชอบมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แบรนด์ Judith เริ่มกลับมาเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่อีกครั้ง เราก็ได้หยิบมาใช้อยู่บ้าง

Patek Philippe Watch
     ได้มาตอนเรียนจบปริญญาตรี BBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ เป็นนาฬิกาทรงที่วุ้นชอบใส่ เป็นทรงเหลี่ยมๆ แบนๆ เน้นทรงคลาสสิกไม่หวือหวา ใส่ได้นานค่ะ

Biyan Coat
     โค้ตตัวนี้พิเศษตรงที่ดีไซเนอร์เป็นผู้มอบให้กับเราด้วยตัวเอง วุ้นเคยใส่แค่ครั้งเดียวตอนไปดูแฟชั่นโชว์ของแบรนด์เขาที่ต่างประเทศ

Sunglasses
     ชอบแว่นน้ำหนักเบา ซื้อบ่อย และเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างแก๊งนี้เป็นแว่นที่วุ้นใส่บ่อยในช่วงนี้

Leica Camera
     ชอบพกกล้องโพลารอยด์เวลาไปเที่ยว ถ่ายรูปมาเก็บไว้แล้วมันรู้สึกพิเศษดีค่ะ ดีไซน์ของกล้องรุ่นนี้ก็น่ารัก เวลาคล้องคอไปไหนก็ดูน่ารักดี


┃Photography : Somkiat K.
ขอขอบคุณ Charoen Décor ซอยเอกมัย 16 
Website : charoendecor.com
Facebook : Charoen Decor International

SHARED :

Recommend