LIPS 22nd Anniversary Feature – Arachaporn

22 คำถาม 22 คำตอบ กับผู้หญิงที่ Lucky in Game และ Lucky in Love ก้อย-อรัชพร โภคินภากร

จากการก้าวมาเป็นนักแสดงที่แจ้งเกิดจากบทบาท “ดิว” ในซีรีส์ “ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2” และบทบาท ‘ชมพู่’ ในซีรีส์ O-Negative ที่ทำให้คนรู้จัก ก้อย-อรัชพร โภคินภากร อย่างกว้างขวางมากขึ้น รวมถึงบทบาทการเป็นนักเขียนบท ที่ทำให้ซีรีส์ “My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน” และ “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” ครองใจคนดู รวมถึงการเป็นยูทูบเบอร์ พิธีกร คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ที่ทำรายการ “ถ้าหนูรับ พี่จะรักป่ะ” กับ “ยังไงไหนเล่า” ผ่านทางช่องยูทูบ GoyNattyDream ที่มียอด Subscribe แตะ 1.06M Subscribers ในระยะเวลาเพียงไม่นานนัก ซึ่งนับเป็นบททดสอบที่เธอสอบผ่านฉลุยในวันนี้ และส่งผลทำให้ชื่อของ ก้อย-อรัชพร ผู้หญิงสวย ฉลาด อารมณ์ดี ถูกพูดถึง และเป็นที่จับตามองมากที่สุดในปัจจุบัน

1. เลือกภาพตัวเองหนึ่งภาพ และบอกเหตุผลว่า ทำไมถึงชอบภาพนี้
ก้อยจำความรู้สึกของวันนั้นได้ เราไปถ่ายรายการในรถบ้าน ไปอยู่ที่บ้านนัตตี้ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ที่เรายังไม่เคยไป เราก็รู้สึกว่าวันนั้นเป็นวันที่ดี สบายๆ แล้วทุกคนก็คุยกันสนุกสนาน ทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติจริงๆ

2. ผลงาน 2 ชิ้นที่ทำให้คนจดจำคุณได้ในปีนี้
คงเป็นช่องยูทูบ GoyNattyDream ที่พาก้อย และเพื่อนๆ มาได้ไกล แล้วก็คงเป็นการเขียนบทซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ

3. ในชีวิตของคุณมีความผูกพัน หรือเชื่อมโยงกับตัวเลข 22 อย่างไรบ้าง
จริงๆ แล้วเป็นคนที่ถูกโฉลกกับเลข 2 เล่นกีฬาสีก็ได้เบอร์ 2 แข่งอะไรก็ได้ที่ 2 อะไรอย่างนี้ อยู่กับเลข 2 เยอะ มันอาจจะไม่ใช่ 22 แต่ว่าเลข 2 จะเป็นเลขที่วนเวียนอยู่รอบตัวก้อย จึงรู้สึกว่า เลข 2 เป็นเลขนำโชค แล้วพอมันเป็นเลขเบิ้ล 22 ก็อาจจะเป็นเลขที่นำโชคเรา 2 ทาง (หัวเราะ)

4. ภาพที่คุณมองเห็นตัวเองตอนอายุ 22 ปีเป็นอย่างไร
ตอนอายุ 22 คงต้องย้อนกลับไป 5 ปี ในตอนนั้นก้อยเพิ่งเรียนจบ ก็ได้เล่นซีรีส์ O-negative รักออกแบบไม่ได้ อย่างเต็มตัวเป็นเรื่องแรกเลย

5. อธิบายชีวิตในปี 2021 ด้วย 2 ประโยคเด็ดๆ

“ปีนี้เป็นปีที่เหมือนโรลเลอร์โคสเตอร์ค่ะ ทุกอย่างขึ้นลงเร็วมาก ทั้งชีวิตในด้านการงานของตัวเอง แล้วก็สถานการณ์ปัจจุบัน อีกประโยคที่อยากพูด คือ อยากให้ประเทศเราเปิดสักทีค่ะ อยากให้ประเทศเรากลับมาในแบบที่ควรจะเป็น แล้วทุกคนได้แสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่”

6. 2 คำที่พูดบ่อยที่สุดในปีนี้ 
ถ้าบ่อยที่สุดเลยหรอ เอาจริงๆ ก็คงเป็นสองคำนี้ “ถ้าหนูรับ พี่จะรักป่ะ” กับ “ยังไงไหนเล่า”

7. 2 เรื่องภูมิใจที่สุดในรอบครึ่งปี 
ซื้อบ้านหลังใหม่ให้คุณแม่ ก้อยไม่คิดด้วยซ้ำว่า จะสามารถทำสิ่งนี้ได้ แต่อยากให้เขามีความสุข แล้วพอวันที่ซื้อบ้านได้ก็มีความสุขมากค่ะ แล้วก็ในรอบครึ่งปีหลังก็คิดว่ามันก็คงเป็นเรื่องทำช่องยูทูบ GoyNattyDream ที่มียอด Subscribe สูงถึง 1 ล้าน Sub ได้ในระยะเวลาที่เราคิดว่ามันเร็วมากค่ะ 

8. 2 เหตุการณ์ที่ถือเป็นไฮไลต์ในรอบครึ่งปีแรก
เอาจริง ๆ เรื่องที่โดนดราม่าในการทำรายการก็เป็นไฮไลต์สำคัญของชีวิต ที่ทำให้เราได้หันมาสำรวจตัวเองเยอะมากขึ้นค่ะ อีกเรื่องหนึ่งก็เป็นปีที่รู้สึกว่ามีความรักที่ชัดเจนค่ะ ชัดเจนทั้งต่อตัวเราเอง และต่อครอบครัวค่ะ

9. ถ้าเลือกสีแทนตัวเองได้ 2 สี น่าจะเป็นสีอะไรบ้าง เพราะอะไร
สีส้มเลยค่ะ เพราะเป็นสีที่ทุกคนบอกว่าเป็นก้อย เพราะก้อยเกิดวันพฤหัสบดี ก้อยรู้สึกว่าสีส้มเป็นสีที่ ให้ความรู้สึกสดใส แต่ในขณะเดียวกันก็มีพลัง ส่วนอีกหนึ่งสีก็คงเป็นสีขาวค่ะ เป็นสีที่เข้าได้กับทุกสี

10. อาหาร  2 เมนูที่กินบ่อยที่สุดในช่วงนี้
ก้อยคั่วค่ะ (หัวเราะ) จริงๆ เหมือนลาบแต่ว่าความสุกน้อยกว่า แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ เนื้อย่าง กินบ่อยมาก เพราะร้านที่ก้อยกินกับพี่นิกกี้ (ณฉัตร จันทพันธ์) บ่อยก็คือร้านส้มตำ ชื่อร้าน “พี่แมน” แล้วเขาทำก้อยอร่อย ก็เลยกลายเป็นเมนูที่ติดปาก แล้วพี่นิกกี้เป็นคนชอบกินเนื้อมาก หลังๆ มาพอเห็นเขากินแล้วก็เลยเหมือนเราชอบกินเนื้อไปด้วยค่ะ

11.  2 คนที่อยากขอบคุณ
แม่กับพ่อค่ะ

12. 2 คนที่อยากขอโทษ
แม่ค่ะ หนูเคยเป็นเด็กที่เกเรมาก่อน ถ้าย้อนกลับไปได้ ก็อยากขอโทษแม่ค่ะ ส่วนอีกคนที่อยากขอโทษ คงจะเป็นแฟนเก่าค่ะ ด้วยระยะเวลาที่คบกัน 7 ปี ก้อยคิดว่า เขาอาจจะเห็นภาพคู่ไปไกลกว่านั้นแล้ว แต่ด้วยทุกอย่างมันนำไปสู่จุดที่มันต้องแยกทางกันจริงๆ เราก็อยากจะขอโทษเขาที่เราไปต่อไม่ได้ค่ะ

13. 2 คนที่อยากร่วมงานด้วยในปีนี้
พี่ใหม่-ดาวิกาค่ะ จริงๆ ก้อยอยากเล่นหนัง หรือเล่นซีรีส์อะไรสักอย่างกับเขา ด้วยความที่ก้อยเคยเขียนบทให้เขาเล่น แล้วก้อยรู้สึกว่า เขาเป็นนักแสดงที่ทำการบ้านมา แล้วก็ทำมันให้เป็น Magic Moment กับก้อยเยอะมากค่ะ แล้วจริงๆ อย่างหนัง ก้อยก็อยากทำงานร่วมกับผู้กำกับหลายคน อย่าง พี่บาส (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ) ผู้กำกับหนังไทยเรื่องดัง ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius) 

14. ตัวเลข 2 ตัวที่ถือเป็นเลขนำโชคของคุณคืออะไร ทำไมต้องเป็นเลขคู่นี้
2 กับ 8  28 ค่ะ เป็นเลขวันเกิด ก็อย่างที่บอกไปเลย คือ ก้อยชอบเลข 2 อยู่แล้ว ส่วนเลข 8 มันคืออินฟินิตี้ ทุกครั้งที่ก้อยเห็นเลข 8 ก้อยจะรู้สึกมีพลัง ถ้าก้อยจะซื้อลอตเตอรี่ต้องมีเลข 8 (หัวเราะ)

15. หนังหรือซีรีส์ที่ดูวนไปบ่อยๆ ในช่วงครึ่งปีแรก
Attack of Titan ค่ะ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าใครก็ตาม ก้อยขอแนะนำให้ดู มันสนุกมากจริงๆ

16. เพลงที่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกของคุณในช่วงนี้ได้ดีที่สุด
Do You Hear the People Sing? ฟังบ่อยมาก กับเพลง ปรารถนาสิ่งใดฤา ของ COCKTAIL ที่อยากรู้ว่าชีวิตเราต้องการอะไรกันแน่ค่ะ

17. ถ้าสามารถโคลนร่างตัวเองออกมาได้อีกหนึ่งร่าง คุณอยากให้ร่างนั้นไปทำอะไรแทนคุณ
ไปเรียนหมอค่ะ (หัวเราะ) จากที่แม่เคยให้เราเรียนหมอ แล้วก้อยเพิ่งมาอินกับอาชีพหมอจากการที่ได้เขียนบท รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ก็เลยตั้งคำถามว่าจริงๆ แล้วอาชีพแพทย์ ถ้าเราได้รู้คุณค่าของอาชีพนี้ในขณะนั้น โดยที่ไม่ใช่แค่คนบอกว่ามันดี หรือว่าเงินเดือนมันเยอะ ก้อยกว่าเป็นอาชีพที่น่าทำมากจริงๆ ค่ะ

18. ชั่วโมงที่ 22 ของวัน ( 4 ทุ่ม ) คุณมักจะทำอะไร
ส่วนใหญ่ตรวจงาน ตรวจเทป ตรวจเทปยูทูบค่ะ

19. เวลาบ่าย 2 โมง 22 นาทีของวันที่ตอบคำถามนี้ คุณกำลังทำอะไรอยู่
ทำงานอยู่ค่ะ ถ่ายรูปรีวิวค่ะ 

20. ถ้ามีเวลาว่างเป็นของตัวเองจริงๆ เป็นเวลา  22 นาที ส่วนใหญ่คุณมักจะเอาไปทำอะไร
อ่านหนังสือค่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นเชิงจิตวิทยา หรือว่าสไตล์ Sapiens ศึกษาความเป็นมนุษย์ค่ะ หรือไม่ก็ไปทางแบบญี่ปุ่น ก้อยชอบอ่านหนังสือญี่ปุ่นสนุกๆ ค่ะ ก้อยเพิ่งอ่านเรื่องล่าสุดจบ ชื่อเรื่อง Omotenashi (โอโมเตนาชิ) จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือเรื่องก่อนหน้านั้นก็อ่านเรื่อง Disneyland ทำอะไร ทำไมใคร ๆ ก็หลงรัก  ก็ชอบอ่านสไตล์ Mindset คนว่าที่อื่นเขาต่างจากเราอย่างไร มีวิธีการทำงานแบบไหน มีประวัติศาสตร์อะไรที่ทำให้เราเห็นประวัติศาสตร์ความเป็นมนุษย์ ก้อยจะอยู่กับเรื่องนั้นได้นานเลย

21. ถ้าให้เจอใครก็ได้ในโลกที่อยากเจอเป็นเวลา 22 นาที คุณอยากเจอใครที่สุด และจะบอกอะไรกับเขา
ทอม แฮงค์ ค่ะ ก้อยจะบอกว่า เขาเป็นนักแสดงที่สื่อสารความเป็นนักแสดงจริงๆ และเป็นตัวของตัวเองมากๆ เขาเป็นคนที่มีพลังงานบวกเยอะมาก รู้สึกดีที่มีเขาเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ ชอบมากค่ะ

22. ภาพที่มองเห็นตัวเองใน 22 ปีข้างหน้า
อีก 22 ปีข้างหน้า ก้อยก็อายุ 49 ปี มันมี 2 สิ่งที่เราคิด คือถ้าเราไม่มีครอบครัวไปเลย ก็คิดว่าต้องทำอะไรบางอย่าง สู้เพื่อบางอย่างอยู่ เช่น อาจจะเป็นครูสอนการแสดงอยู่ค่ะ คิดว่ามีโรงเรียนเล็กๆ ของตัวเอง ทำเธียเตอร์ ทำหนัง ทำละครของตัวเอง โดยเป็นการทำงานกับคนที่อยากทำอะไรแบบนี้ค่ะ

Illustration : @naenataon

SHARED :

Recommend

21 January 2565

‘Hikizome’ งานฝีมือชั้นสูงจากช่างฝีมือในเมืองเกียวโต สู่เสื้อผ้าคอลเลคชันใหม่ของ ISSEY MIYAKE

ลวดลายสุดพิเศษจาก ISSEY MIYAKE ที่เกิดจากเทคนิคย้อมสีแบบวาดมืออันเก่าแก่จากเมืองเกียวโต

READ MORE