Let’s Talk about Sex !

เปิดปากชวน ‘นอท-สัณหณัฐ ทิราชีพ’ มาพูดคุยกันในเรื่องรัก แต่ไม่ลับผ่านตัวตนแบบเพจ ‘บ้านกูเอง’

จากอาการแอบปลื้มรุ่นพี่กราฟิกดีไซเนอร์เมื่อครั้ง นอท-สัณหณัฐ ทิราชีพ ยังเป็นเด็กฝึกงาน สู่การได้ไปแฮงก์เอาท์กันในออฟฟิศ และได้พบกับเจ้าของเพจ ‘บ้านข้างๆ’ ที่เปรยว่า แอบชอบสาวคนเดียวกันกับเขา ทำให้นอทรู้สึกว่า ตัวเองมีคู่แข่ง เขาจึงตัดสินใจเปิดเพจ ‘บ้านกูเอง’ ที่ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อเย้าหยอกเพจบ้านข้างๆ ในขณะนั้น แต่ด้วยคอนเทนต์นำเสนอสุดครีเอท ที่ทั้งสร้างความบันเทิง และฉีกกรอบ จึงทำให้ประตูรั้วบ้านของนอท-บ้านกูเอง ถูกเปิดออก และขยายขอบเขตครอบคลุมพื้นที่สื่อในโลกโซเชียลในวงกว้างภายในระยะเวลาเพียงไม่นานนัก

ทำให้ชื่อของ นอท-สัณหณัฐ ทิราชีพ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ content creator หนุ่มหน้าตายมาดยียวนที่เป็นทั้งนักคิดนอกกรอบ นักขายแหวกขนบที่ขายของสารพัดได้โคตรสนุก คาแร็กเตอร์ชัดไม่ซ้ำใคร และยังเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์นักเล่าเรื่องคนรุ่นใหม่ที่ถูกมองว่าทำ ‘คลิปหิวแสง’ (ก็หิวแสงจริงๆ นั่นแหละ เขายอมรับ) ด้วยความกล้าที่จะเปิดเปลือยพูดถึงเรื่องราวต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเรื่องเซ็กซ์และเรื่องเพศในมุมต่างๆ ที่ content creator หนุ่มเอ่ยปากบอกว่า เขามีความสนใจใคร่รู้อยู่ไม่น้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่หากใครจะอ้าปากพูด หรือเอ่ยปากถามถึงเรื่องลับๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ต้องคอยกระซิบกระซาบราวกับดอกพิกุลจะร่วง ให้กลับกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถนั่งจับเข่าพูดคุยกันได้ตามปกติในสังคม ผ่านรายการ “ใส่เดี่ยว” และรายการ “เรื่องบนเตียง (ระเบียงก็นับ)” ที่แค่ชื่อรายการก็วาบหวามเอาเรื่องอยู่ แต่แท้จริงแล้วนั้นไม่ใช่แค่เรื่องเล่าที่นำมาเม้าท์เอามันกันสนุกคะนองปาก หรือแค่สร้างยอดวิว เรียกยอดไลค์ แต่เป็นเรื่องจริงที่นำมาบอกเล่า แลกเปลี่ยน แล้วทำให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของความสัมพันธ์หลากรูปแบบ รวมถึงแนวคิดต่างๆ ที่อาจก่อให้การเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นได้ในอนาคต

จากคอนเทนต์และภาพลักษณ์ที่ถูกนำเสนอผ่านโลกโซเชียล ทำให้เกิดภาพจำของนอทในฐานะ content creator ที่ทั้งตลกโปกฮาและเกรียนจัด แต่ในวันนี้ที่เราได้พบตัวจริงของนอททำให้เราได้รับรู้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของเขานั้นเป็นนักคิดนักครีเอทีฟที่มีระบบระเบียบ จริงจังและมีความตั้งใจในการทำงานสูง 

“จริงๆ แล้วผมเป็นคนที่ทำอะไรก็ค่อนข้างจะซีเรียสกับมันพอสมควรเลย แล้วเราก็ไม่ใช่ทำตัวตลกแบบห้าบาท สิบบาท แต่ตลกแบบ bad joke น่ะครับ เพราะแท้จริงแล้วตัวเราเป็นแบบนั้น ซึ่งในการทำงานที่ผ่านมาจากการเล่าเรื่องผ่านภาพที่เป็นโฟโต้อัลบั้มพอมาทำเป็นคลิปวิดีโอปุ๊บ มาทำเป็น bad joke  มันก็จะดูเรียลมากขึ้น เพราะมันเป็นภาพเคลื่อนไหว การที่เราจะทำอะไรที่ตลก แต่ว่าเป็นเรื่องที่สังคมมองในแง่ลบอย่างนี้ มันค่อนข้างยาก เราก็ต้องระมัดระวัง

…แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่เรานำเสนอจะเป็นมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มองสังคมในยุคนี้เป็นแบบนี้ เช่น รายการนั่งเล่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายการที่เราได้ทำ ก็เป็นรายการเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ในสังคมในแง่มุมที่หลากหลาย ที่มีแขกรับเชิญ 3 คนใน 3 เพศ อาจจะมีผู้หญิง มีผู้ชาย มี LGBTQ+ มานั่งพูดคุยถึงประเด็นต่างๆ ในมุมมองของตัวเอง ซึ่งเราไม่ได้บอกว่ามันถูกหรือผิด มันเป็นการแชร์ทัศนคติ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันต่างๆ นานา 

…ส่วนรายการ ‘ใส่เดี่ยว’ ก็จะเป็นการนั่งพูดถึงเรื่องที่ตัวเองเจอ หรือเป็นประสบการณ์ทางเพศที่เพื่อนๆ พบมาและสำหรับรายการ “เรื่องบนเตียง (ระเบียงก็นับ)” ก็จะเป็นการพูดเกี่ยวกับ sex education โดยที่ไม่ได้เป็นการสั่งสอนหรืออะไร แต่เป็นการให้คนในหลายๆ รูปแบบมาเรียนรู้กัน

…จุดเริ่มต้นของสองรายการนี้แรงบันดาลใจเกิดขึ้นจากจิตใต้สำนึกของคนเรา  เพราะชีวิตคนเราก็จะมีการกินข้าว นอนหลับ หรือแม้แต่เรื่องเซ็กซ์มันก็เป็นเรื่องพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ เหมือนอย่างตัวผมเองผมก็คิดถึงเรื่องเซ็กซ์ไม่ต่างจากคนอื่น ทุกคนก็มีความรู้สึก ผมก็เคยเป็นเด็กคนหนึ่งที่ชอบ และสนใจในเรื่องเซ็กส์ อยากรู้นั่นอยากรู้นี่ เราชอบมีเซ็กซ์ เราชอบเสพสื่อที่เกี่ยวกับเซ็กซ์ ดูคลิปนั่นคลิปนี่ รูปภาพ หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็เป็นเรื่องปกติ

…ผมก็มีเซ็กซ์ในรูปแบบที่ธรรมด๊าธรรมดาเลยนะ ก็มีเซ็กซ์กับแฟนตัวเองนี่แหละครับ แต่ก็พยายามหาอะไรใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ โลเกชั่น หรือว่าพวกเรื่องเครื่องแต่งกาย มาทำให้ชีวิตคู่มันสนุก ตื่นเต้นมากขึ้นในแบบนั้น และถ้าในเชิงครอบครัวถ้ามีเซ็กซ์ที่ดีมันก็มีโอกาสที่ความรักมันจะดีไปด้วย แต่ก็ไม่อยากให้มองว่า คู่รักมันต้องมีเซ็กซ์ที่ดีเสมอไป บางคู่เขาอาจจะไม่ได้มีเซ็กซ์กันเลยก็ได้ เขาใช้ความเข้าใจมากกว่า นั่นก็เป็นเรื่องของแต่ละคนครับ 

…ส่วนคำว่าสนใจ ผมสนใจในบริบทต่างๆ ว่าการมีเซ็กซ์มันไม่ใช่แค่ชาย-หญิง หรือมันไม่ใช่แค่หนึ่งคู่นอน หรือมันไม่ใช่แค่ที่บนเตียงเท่านั้น ถ้าจะมองว่า มันเป็นสิ่งที่เราคิดหมกมุ่นก็ไม่เชิงนะ แต่คิดว่า เป็นสิ่งที่หลายๆ คนสนใจและนึกถึง มันอยู่ในจิตใต้สำนึกลึกๆ นั่นแหละครับ แต่ทว่าบริบททางสังคมมันค่อนข้างจะปิดกั้น แล้วบอกว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ผิด แต่ในตอนนี้ด้วยความที่โลกเรามันเปิดกว้างขึ้นมากและผมได้มีโอกาสมาอยู่ในจุดที่สามารถทำคอนเทนต์ได้เอง เราก็เลยถือโอกาสตรงนี้ที่ว่า เราออกมาพูดครับ

…ผมมองว่า ไม่ว่าบริบททางสังคมมันจะมี culture อะไรก็แล้วแต่ ผมว่า มันไม่เกี่ยว มันเกี่ยวกับว่า คนเหล่านั้นเขา consent หรือยินยอมพร้อมใจกับการมีเซ็กซ์ของเขาหรือเปล่า ต่อให้จะมี 10 เมีย หรือ 10 ผัว ถ้าใน 10 คนนั้นเขายินยอมพร้อมใจ เขาตกลงกันว่า เราจะอยู่กันแบบนี้ มันก็ได้ ต่อให้เรามีคู่นอนที่เป็นสวิงกิ้ง 3 คน 4 คน มันก็ได้ ถ้าเขายินยอมพร้อมใจ มันไม่มีผิดทั้งนั้น ถ้าคนในกลุ่มนั้นเขายินยอมพร้อมใจโดยบริสุทธิ์ใจจริงๆ ไม่ได้เกิดมาจากการถูกขู่บังคับ ขู่เข็ญ ขืนใจ หรือเรากลัวจะไม่มีกิน เราเลยยอมมีผัว มีเมียเพิ่มอะไรในแบบนั้น อันนี้ไม่ใช่”

เพราะในความเป็นจริงแล้วเรื่องของเซ็กซ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจวัตรประจำวันหนึ่งในชีวิตของมนุษย์ และไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างความสุขสมหรรษา แต่ยังเป็นการเคารพสิทธิทางความคิด ในเนื้อตัวร่างกายของตัวเองและผู้อื่นด้วย

“คำว่า ‘เซ็กซ์’ สำหรับผม มันอาจจะมาพร้อมกับความรักก็ได้ หรือไม่ได้มีความรักมาเป็นตัวกำหนดก็ได้ มันเป็นเรื่อง intersect มากกว่า เพราะมันอาจจะมีในส่วนของกลุ่มคนที่มีเซ็กซ์เพื่อสร้างรายได้ อาจจะเป็น sex workers เป็น sex creator หรือในบางกลุ่มคนที่อยากมีเซ็กซ์แบบไม่ผูกมัด มันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่ทั้งหมดทั้งปวงมันก็เป็นเรื่องของการเคารพสิทธิทางความคิด เคารพในเนื้อตัว ในร่างกายของตัวเองและผู้อื่นเป็นสำคัญ

…อย่างในรายการใส่เดี่ยว Ep.แรก ผมพูดเรื่องกะเทยมีงู คือ ผมไปงานเลี้ยงรุ่นแล้วไปเจอเพื่อน แล้วเพื่อนที่เป็นผู้ชายไปมีเพศสัมพันธ์กับกะเทยที่เขายังไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศ ผมรู้สึกว่า เรื่องนี้น่าสนใจ น่าเอามาเล่า แต่ผมก็จะถามเพื่อนก่อนว่า เรื่องนี้เราเอาไปเล่าได้ใช่ไหม เขาโอเคหรือเปล่า เพื่อนบอกว่า เอาเลย แต่ว่าอาจจะมีบางอย่างที่ไม่อยากให้คนรู้ ผมก็ไม่เล่าในส่วนนั้น ผมก็ไม่ได้เล่า 100 เปอร์เซ็นต์ เอาตามที่เขาโอเคก่อน หรืออย่าง Ep.2 การที่ไปซื้อ sex toy ที่ญี่ปุ่นจนตกเครื่อง เรื่องนี้เล่าได้ ก็เลยเอามาเล่า 

…หรืออย่าง Ep.3 พูดถึงเรื่องของ  sexual harassment ในวัยเด็ก ที่เพื่อนในหมู่บ้านของผมถูกคุกคามทางเพศ โดยที่เขายังเด็กไร้เดียงสา เพื่อนก็โอเคให้เล่าได้ มันก็ต้องเกิดจากการ consent ทั้งหมด คือ ในรายการใส่เดี่ยว ผมจะเล่าในบริบทที่จะให้ไม่จริงจังซีเรียสมากนัก ไม่ให้รู้สึกว่าวันนี้เราจะมาพูดเรื่องของ sex education หรือจะมาพูดเรื่องของการโดน sexually harassment เชิงวิชาการหนักๆ ไม่ใช่เบอร์นั้น เราแค่เล่าให้ฟัง เราอาจจะติดตลกหน่อยๆ แล้วสุดท้ายเราขมวดปมสรุปให้ฟังว่า เฮ้ย…เรื่องนี้มันน่ากลัว มันไม่ถูกต้องนะ แล้วที่ดีงามมันควรจะเป็นอย่างไร ผมต้องการให้เรื่องเพศเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้ตามปกติในสังคม

…ส่วนรายการ เรื่องบนเตียง (ระเบียงก็นับ) ที่ถามว่าเอา case study มาจากไหน มันก็จะมีทั้ง 2 ส่วน ทั้งที่ว่ามาจากกระแสสังคม หรือจากคนใกล้ตัว เอามาหมด อย่างคนใกล้ตัว คือ เราก็จะคุยกับเพื่อนบ้างว่า บางคนเขาเจอแบบนั้นแบบนี้มานะ บางคนเขาอยู่โรงเรียนชายล้วนแล้วเขาโดนรุ่นพี่ลวนลาม ซึ่งมันเป็น sexually harassment หรือเขาไปบวชเณร แล้วเจอเหตุการณ์ภายในวัดที่มีการ sexually harassment เหมือนกันนะ หรือเรื่องการยินยอมพร้อมใจว่า คนนี้เขาไปเรียนต่อที่เมืองนอกแล้วเขามีประสบการณ์ friend with benefit หรือ one night stand อันนั้นเป็นในส่วนของคนใกล้ตัว หรืออย่างกระแสสังคม หรือคนที่มีชื่อเสียง ผมก็จะดูว่า เขามีแง่มุมอะไรบ้างที่เขาสามารถมาเป็นกระบอกเสียงได้ 

…โดยที่เขาอาจจะยังไม่เคยพูดเรื่องนี้ แต่ว่ามีคนติดตามเขา คนรับฟังเขา อย่างมีพี่คนหนึ่งที่เขาเป็นพ่อคนแล้ว แล้วเขาสอนเรื่องเพศศึกษากับลูกชายเขาหรือเปล่า ก็อาจจะเป็นตัวแทนของพ่อคนหนึ่ง ที่อาจจะมีพ่อแม่คนอื่นๆ หรือคนที่กำลังจะเป็นพ่อแม่ ได้มาฟังเขาว่าเขามีมุมมองในการสอนลูกเรื่องเซ็กซ์อย่างไร หรืออย่างพี่ฟางโกะ ที่เป็น influencer แนววาบหวิวหน่อย แบบเซ็กซี่น่ารัก แต่สังคมมักจะมองว่าโชว์เซ็กซี่แบบนี้ เราจะไปทำอะไรกับเขาก็ได้ ผมเลยเอาเขามาพูดให้สังคมรับรู้ว่า เขาโชว์เซ็กซี่แล้วคุณจะล่วงเกิน หรือเราจะแตะตัวเขาอย่างไรก็ได้ มันได้เหรอ ซึ่งเขามาเปิดใจว่า ความจริงแล้วเขาไม่ได้สะดวกใจที่จะทำทุกอย่าง สโคปงานแค่ไหนก็คือแค่นั้น คือ ทำงานในส่วนของเขา”

จะเห็นได้ว่า ในรายการของนอท บ้านกูเอง จะไม่มีการพูดจาละลาบละล้วง หรือกระทำการล่วงเกินแขกรับเชิญเลยแม้แต่น้อย

“ผมไม่มีแม้แต่มองหน้าอกเขาเลย หรือเล่นมุกสองแง่สามง่าม แตะต้องเนื้อตัวอะไรแบบนั้น เพราะการกระทำอย่างนั้นมันเป็นการสร้างค่านิยมทางสังคมผิดๆ ที่คิดว่าทำได้ เพราะเขาเห็นว่าเราทำได้ไงครับ ซึ่งมันไม่ถูกต้องเลย แล้วแขกรับเชิญก็ใช่ว่าจะโอเค แต่อยู่หน้างานแล้วก็ต้อง improvise ให้มันดี เพราะฉะนั้น ผมจะเริ่มจากตัวเองก่อนว่า มันจะเป็นรายการที่เรามาพูดเรื่องเซ็กซ์ เรามาพูดเปิดใจเกี่ยวกับ sex education ของแขกรับเชิญจริงๆ โดยที่ไม่ได้มาพูดสองแง่สามง่ามให้ดูทะลึ่งตึงตัง หรือว่าล่วงเกินอะไร เราเริ่มที่ตัวเองทำให้ดีก่อน

…แล้วมันก็จะมีเรื่องราวของน้องไข่เน่า ที่ทำอาชีพเป็น sex creator ทำ OnlyFans ที่ผมได้เชิญมาออกรายการ เรื่องบนเตียง (ระเบียงก็นับ) แล้วมันเป็นกระแสทำให้น้องไข่เน่าโดนจับกุม เพราะอาชีพ sex creator เป็นอาชีพที่ผิดกฎหมายในบ้านเรา แต่อย่างที่บอกว่าการเอาแขกรับเชิญมาออกรายการ เรามีการถามหมดนะว่า คำถามแบบนี้โอเคไหม หรือแม้กระทั่งว่า น้องอยากจะนำเสนอเรื่องอะไรไหม เราคุยกันหมดแล้วว่าเราจะพูดเรื่องแบบนี้นะ โอเค…พอน้องพูดออกมาแล้วมันมีผลทางกฎหมาย มันเหมือนนักโทษการเมือง เพราะเขาเลือกที่จะพูด เขาเลือกที่จะทำ เขาเลือกที่จะเป็นกระบอกเสียง ที่กล้าจะออกมาเรียกร้อง 

…ถ้าไม่มีคนออกมาพูด แล้ววันไหนมันถึงจะถูกกฎหมาย ผมพูดแบบนี้มันอาจจะดูเห็นแก่ตัวนะ ก็ผมไม่ได้เป็นคนโดนคดีนี่ แต่ผมมีพื้นที่ให้ไข่เน่าพูด แล้วไข่เน่าเลือกที่จะพูด ซึ่งในประเด็นไข่เน่ามันค่อนข้างทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้มาก แม้ในด้านกฎหมายมันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่ในด้านสังคมคนพูดถึงเรื่องนี้เยอะมาก OnlyFans คืออะไร sex creator คืออะไร sex workers คืออะไร  คือ กฎหมายห้าม ด้วยบริบททางสังคม ด้วยวัฒนธรรม ด้วยข้อกำหนดทางศีลธรรมต่างๆ แม้ว่าจะมีกลุ่มคนที่ต่างยินยอมพร้อมใจก็ตาม ก็คิดว่าข้อห้ามดังกล่าวก็จะทำให้เกิดเป็นการกระทำที่หลบๆ ซ่อนๆ ได้อยู่ดี เหมือนกับเด็กที่ไปซื้อบุหรี่จากเซเว่นไม่ได้ มันก็ต้องแอบ มันก็ต้องมีเด็กที่หลุดรอดไปซื้อบุหรี่ที่อื่นจนได้

…อย่างประเทศญี่ปุ่นก็เป็นประเทศๆ หนึ่งซึ่งเขาให้เสรีภาพในเรื่องเกี่ยวกับเซ็กซ์ในเรื่องเพศต่างๆ ทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมาย เราก็จะเห็นว่า ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศชั้นนำ แล้วก็ไม่ใช่ประเทศที่ไม่มีเกียรติเลย ญี่ปุ่นเป็นประเทศชาตินิยม ที่มีเกียรติ มีระเบียบวินัย มีศักดิ์ศรี มีค่านิยมสูง แต่ว่าเขายังสามารถทำเรื่องเซ็กซ์ให้มันถูกกฎหมายได้ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ประเทศไทยเราสามารถทำให้เรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องที่ถูกกหมายในแบบญี่ปุ่นได้เช่นกัน

…ผมอาจจะไม่ใช่นักกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าถามผมว่า ผมอยากให้กฎหมายมันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร แก้อะไร ผมไม่รู้ เอาเป็นว่า แก้อะไรก็ได้แก้ไขให้มันดีกว่านี้เถอะ เพราะผมมีหน้าที่แค่บอกว่า มันไม่โอเค แล้วมันก็ต้องมีคนที่มาเอาเรื่องนี้ไปสานต่อ อย่างในเรื่องของ sex education ก็เหมือนกัน บางเรื่องคนอาจจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ถ้าผมพูดเรื่องพวกนี้ในยุคก่อน ผมอาจจะโดนสับเละไปแล้วก็ได้ เพราะฉะนั้น ผมอยู่ในยุคที่ค่อนข้างจะเปลี่ยนผ่านที่ว่า คนรุ่นใหม่ค่อนข้างจะเห็นด้วย คนรุ่นเก่าบางคนก็เห็นด้วย หรือบางคนอาจจะไม่เห็นด้วย 

…แต่ถ้าคนในสังคมส่วนใหญ่เขาเริ่มมีมุมมองที่ว่า สิ่งเหล่านี้มันถูกต้องนะ เออมันน่าคิดนะ ก็อาจจะนำพาให้สังคมขับเคลื่อนได้ ส่วนตัวผมคงสร้างแรงสั่นสะเทือนได้แค่จุดเล็กๆ จุดหนึ่งเท่านั้นครับ” 

Text : RUETHAI S.
Photography : SOKIAT K.
Styling : ANANSIT K.
ขอบคุณเสื้อผ้า Shone Puipia, Maya Wong

SHARED :

Recommend

5 April 2565

MULTICOLOR, Various TEXTURES

มวลสีก้อนยักษ์ กับลวดลายผ่านงานศิลปะในแบบของ ซีเฟีย – ชญานิษฐ์ ม่วงไทย

READ MORE
4 April 2565

THE ART THERAPIST

พาไปรู้จัก ปัท-ปรัชญพร วรนันท์ นักศิลปะบำบัด กระบวนการปลอบประโลมใจคนในปัจจุบันที่มีสีสันมากที่สุดรูปแบบหนึ่ง

READ MORE