เมื่ออากาศเปลี่ยนเราควรปรับขั้นตอนการบำรุงอย่างไรให้ผิวปังทั้งปี?

รวมเทคนิคการดูแลผิวในฤดูกาลต่างๆ เพื่อรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป

ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการสังเกตได้จากช่วงเวลากลางวันที่สั้นลงและอากาศที่เย็นขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบอกให้เราปรับขั้นตอนการบำรุงผิวได้แล้ว เพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงนั้นส่งผลกระทบกับผิวของเราโดยตรง ไม่ใช่แค่ฤดูหนาวนเท่านั้น ช่วงฤดูฝนไปสู่ฤดูหนาวหรือฤดูหนาวไปสู่ฤดูร้อน อากาศที่เปลี่ยนไปก็สามารถส่งผลกระทบกับผิวของเราได้เหมือนกันทั้งหมด เช่น สิวเห่อ ผิวแห้ง ผิวแดง 

ดังนั้นเราควรใช้สกินแคร์ให้เข้าสภาพอากาศเพราะไม่อย่างนั้นอาจก่อให้เกิดผลเสียกับผิวของเราได้ซึ่งหลายๆ คนอาจไม่รู้ แต่วันนี้ LIPS มาบอกเคล็ดลับการดูแลผิวให้ดูสุขภาพดีตลอดทั้งปีถึงแม้ว่าเราจะเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและบอกถึงสาเหตุที่ทำให้ผิวแย่ลงเพราะสภาพอากาศต่างๆ

ทำไมสภาพผิวของเราถึงเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล?

ทำไมสภาพผิวของเราถึงเปลี่ยนไปตามฤดูกาลนะหรอ พูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยก็คือผิวของคนเรานั้นชอบ ‘ความสม่ำเสมอ’ ดังนั้นเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยมันก็เหมือนการไปกระทบกับระบบการทำงานของผิว แพทย์ผิวหนังหลายๆ คนได้อธิบายไว้ว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสามารถส่งผลกระทบต่อผิวของเราได้เพราะผิวของเราต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวอุณหภูมิและความชื้นจะลดลง ทำให้ผิวของเราต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อรักษาสมดุลและความชุ่มชื้นเอาไว้แถมยังต้องเจอกับอากาศเย็นและลมเย็นต่างๆ ดังนั้นอุณหภูมิที่ลดลงและสภาพอากาศหนาวสามารถนำไปสู่ผิวแห้งแตก ขาดน้ำ ระคายเคือง และอักเสบได้ นอกจากนั้นปัจจัยภายนอกก็สามารถทำให้ผิวของเราแย่ลงได้ เช่น การอาบน้ำร้อน ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ผิวแห้งกร้านและผิวอักเสบในช่วงฤดูหนาวเลย 

ในทางกลับกันเมื่อเข้าสู่หน้าร้อนสภาพอากาศจึงร้อนและชื้นมากขึ้นผิวจึงต้องปรับตัวอีกครั้งหนึ่ง เมื่อผิวปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนและชื้นมากขึ้นนั้นทำให้ผิวเกิดเหงื่อและน้ำมันขึ้นบนผิวหน้า ซึ่งผิวนั้นเกิดความรู้สึกเหนอะหนะและหนักผิวเมื่อมีสิ่งสกปรกต่างๆ กองอยู่บนหน้าและสิ่งเหล่านี้เองคือตัวการที่จะก่อให้เกิดปัญหาผิวอย่าง สิวอุดตัน สิวอักเสบ และรูขุมขนกว้าง ปัญหาหลักของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ๆ อย่างเราๆ

เราควรดูแลผิวของเราอย่างไรในเมื่อฤดูกาลนั้นเปลี่ยนไป?

ฤดูหนาว: สิ่งง่ายๆ ที่คุณสามารถทำเพื่อรักษาผิวของคุณในช่วงฤดูหนาวนั้นก็คือพยายามจำกัดการอาบน้ำให้ไม่เกิน 5 นาทีและหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นหรือร้อนในการอาบน้ำเพราะจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นเราควรใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยนและสามารถบำรุงผิวไปได้ในตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวเนื้อครีมหรือออยล์ พยายามบำรุงผิวหลังออกจากอาบน้ำไม่เกิน 3 นาทีเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวให้เร็วที่สุด และควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อสัมผัสที่สามารถให้ความชุ่มชื้นและกักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนานเพื่อป้องกันผิวแห้งกร้าน

Recommend Products: L’occitane Almond Shower Oil ผลิตภัณฑ์อาบน้ำเนื้อน้ำมันที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นขั้นสุดหรือเซรั่มอย่าง Clarins Double Serum เซรั่มเนื้อ Hybrid ที่ผสมเนื้อเซรั่มเข้ากับออยล์เพื่อมอบความชุ่มชื้นขั้นสุดให้กับผิวนอกจากนั้นยังมอบผิวที่เปล่งปลั่งด้วยส่วนผสมจากขมิ้นชัน ส่วนการผลัดเซลล์ผิวต้อง Pixi Glow Tonic เพราะสามารถผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยนในช่วงที่ผิวของเรานั้นแห้งและบอบบาง

ฤดูร้อน: กลับกันในช่วงที่อากาศร้อนและชื้นในช่วงมีนาคมถึงเมษายน เราควรมองหาผลิตภัณฑ์กำจัดน้ำมันเพื่อช่วยควบคุมความมันส่วนเกินที่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้และเป็นสาเหตุหลักของสิวชนิดต่างๆ นอกจากนั้นเราควรจะต้องผลัดเซลล์ผิวอย่างล้ำลึกเพราะอาจมีเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมจนกลายเป็นสิวอุดตันได้ด้วยการใช้ BHA ที่สามารถละลายในน้ำมันได้เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ รวมไปถึงการใช้มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาอย่าง เนื้อโลชั่น และเนื้อเจล ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในบ้านเรา

Recommend Products: Yves Rocher Energizing Bath & Shower Gel เจลอาบน้ำเนื้อบางเบาแถมให้กลิ่นหอมสไตล์ฟลอรัลและฟรุ๊ตตี้สร้างความสดชื่นในหน้าร้อน และในส่วนของเซรั่มเราขอเลือก Vichy Liftactiv Specialist Peptide-C Anti-Ageing แอมพูลวิตามินซีช่วยฟื้นฟูผิวจากแสงแดดพร้อมปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ในส่วนของการผลัดเซลล์ผิวต้อง Caudalie Vinopure Clear Skin Purifying Toner โทนเนอร์ที่สามารถผลัดเซลล์ผิวและควบคุมความมันได้ในขวดเดียว เหมาะกับหน้าร้อนมาก!

SHARED :

Recommend