รู้หรือไม่? แบรนด์แฟชั่นระดับโลกมีนักปรุงน้ำหอมประจำแบรนด์

LIPS พาทำความรู้จัก 4 นักปรุงน้ำหอมชื่อดังประจำแบรนด์แฟชั่นระดับโลก

ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาวงการความงามนั้นสั่นสะเทือนเพราะแบรนด์ Dior ได้คว้าตัว ‘Francis Kurkdjian’ นักปรุงน้ำหอมหรือสุคนธกรระดับโลกเข้ามารับตำแหน่ง Perfume Creation Director ต่อจาก François Demachy นักปรุงน้ำหอมชั้นครูที่เกษียณออกจากตำแหน่งอันทรงคุณค่านี้ซึ่ง Francois ถือเป็น In-House Perfumer หรือนักปรุงน้ำหอมประจำแบรนด์คนแรกของ Dior อีกด้วย 

ตำแหน่ง In-Hosue Perfumer หรือ Perfume Creation Director นั้นสำคัญไม่แพ้ Creative Director ที่คอยออกแบบเครื่องแต่งกายเลย Creative Director อาจจะต้องครีเอตเสื้อผ้าให้สวยงามตรงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์และต้องขายดี! ซึ่ง In-House Perfumer ก็เช่นกันเพราะช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาในอุตสาหกรรมแฟชั่นนั้นน้ำหอมเป็นไอเท็มที่ทำเงินอย่างมากให้กับแบรนด์ บางทีสามารถพลิกชีวิตของแบรนด์ได้เลยเพียงแค่ออกน้ำหอมออกมาเพียงกลิ่นเดียว!

แม้ชื่อตำแหน่งจะแตกต่างกันไปแต่หลายๆ แบรนด์ดังระดับโลกก็มีนักปรุงน้ำหอมประจำแบรนด์หรือ In-House Perfumer อยู่หลายแบรนด์เลย วันนี้ LIPS เลยรวบรวม In-House Perfumer ของแต่ละแบรนด์ว่ามีใครบ้างและพวกเขาทำให้แบรนด์อะไร Let’s go!

Francis Kurkdjian For Christian Dior

เริ่มต้นด้วยนักปรุงน้ำหอมคนแรกอย่าง ‘Francis Kurkdjian’ ที่เรากล่าวไปข้างต้น Francis ได้เข้ามารับตำแหน่ง Perfume Ctration Director ทำให้อุตสาหกรรมความงามและแฟชั่นนั้นสั่นสะเทือนเป็นเพราะอะไรนะหรือ? เพราะเขาเป็นนักปรุงที่มาแรงสุดๆ ใน พ.ศ. นี้ไง เรากล้าพูดเลยนะว่าเขานักรุงน้ำหอมที่มีกระแสและคนที่รู้จักมากที่สุดทั้งในและนอกโลกของน้ำหอม นอกจากนั้นเขายังมีฝีมือขั้นเทพและสร้างน้ำหอมที่กลิ่นไอคอนิคมากหลายขวดไม่แปลกใจเลยทำไม Dior ถึงดึงตัวเขามาดำรงตำแหน่งนี้ 

ฝีมือการปรุงน้ำหอมของเขานั้นเก่งกาจและแก่กล้าเกินตัวมากเพราะในช่วงปี 1995 Francis ในวัยเพียง 25 ปีเขาได้ออกแบบกลิ่นหอมที่ชื่อว่า ‘Le Male’ ให้กับแบรนด์ Jean Paul Gaultier ซึ่งน้ำหอมกลิ่นนี้ติดอันดับน้ำหอมที่ขายดีที่สุดในโลกในช่วงนั้นและทำให้น้ำหอมกลิ่นนี้กลายเป็นกลิ่นไอคอนิคในฝั่งน้ำหอมของผู้ชายมาจนถึงปัจจุบัน

เท่านั้นยังไม่พอก่อนหน้าที่ Francis จะมาดำรงตำแหน่ง Perfume Creation Director เขาได้ก่อตั้งแบรนด์น้ำหอม Niche ภายใต้ชื่อของเขาเองอย่าง ‘Maison Francis KurkdJian’ หรือชื่อย่อ MFK ร่วมกับ Marc Chaya ซึ่งแบรนด์ MFK นี้ก็โด่งดังสุดๆ ในโลกของน้ำหอม Niche เพราะแบรนด์นี้ผลิตน้ำหอมกลิ่นดังๆ ออกมามากมายแถมเขายังดำรงตำแหน่ง Artistic Director ของแบรนด์ MFK ไปพร้อมกับดำรงตำแหน่ง Perfume Ctration Director ที่ Dior อีกด้วยเจ๋งไหมละ 

Recommend Scents: แม้ว่าตอนนี้เขายังไม่ได้ครีเอตน้ำหอมให้ Dior ในฐานะ Perfume Ctration Director แต่ก่อนหน้านี้เขาได้ครีเอตน้ำหอมกลิ่นดังๆ ไว้มากมาย เช่น ‘MFK baccarat rouge 540’ น้ำหอม Unisex กลิ่นมหาชนที่หลายๆ คนอยากครอบครองหรือจะ ‘Burberry Her’, ‘My Burberry’, ‘Dior Eau Noire’, ’Narciso Rodriguez For Her’ รวมไปถึง ‘Elizabeth Arden Green Tea’

Olivier Polge For Chanel

มาถึงอีกแบรนด์ระดับโลกอย่าง Chanel กันบ้างซึ่งแฟชั่นเฮ้าส์บ้านนี้ก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเกี่ยวข้องกับน้ำหอมตั้งแต่มาตั้งแต่แรกๆ อย่างการกำเนิดกลิ่นไอคอนิคระดับโลกอย่าง ‘Chanel No.5’ จวบจนถึงปัจจุบันน้ำหอมของชาแนลหลายๆ กลิ่นกลายเป็นกลิ่นไอคอนิคที่ใครก็ล้วนนึกถึง ปัจจุบันกลิ่นหอมทั้งหลายของ Chanel อยู่ภายใต้การปรุงแต่งของ Olivier Polge นักปรุงน้ำหอมประจำบ้าน Chanel มาตั้งแต่ 2013 และปรุงกลิ่นชื่อดังให้กับ Chanel มาแล้วหลายตัวไม่ว่าจะเป็น ‘Chanel No.5 L’eau’ ‘Bleu de Chanel Parfume’ รวมไปถึงไลน์ ‘Les Eaux de Chanel’ ที่รวมบรรยากาศของเมืองต่างๆ ภายใต้มุมมองของแบรนด์

สำหรับ Oliver เรียกได้ว่าความสามารถของเขานั้นสืบทอดกันมาทางสายเลือดเพราะเขาเป็นลูกของ Jacques Polge นักปรุงน้ำหอมชั้นครูและเป็นนักปรุงน้ำหอมประจำบ้านของ Chanel คนก่อนที่อยู่กับแบรนด์มานานถึง 37 ปี การที่ Oliver ใกล้ชิดกับ DNA ของแบรนด์มาตั้งแต่เด็กๆ อาจจะทำให้ได้ดำรงตำแหน่งนี้ต่อจากพ่อของเขา ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ Chanel No.5 L’eau คือการที่ Oliver นำน้ำหอมกลิ่นไอคอนิคของแบรนด์มาปรับใหม่ในมุมมองแบบร่วมสมัยมากขึ้น

ถ้าหากใครมองว่านี้คือเส้นสายเราพูดเลยว่าคุณคิดผิดเพราะ Oliver นั้นเป็นนักปรุงน้ำหอมที่มีฝีมือและโลดแล่นอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มาอย่างยาวนานเพราะก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามารับตำแหน่งที่ Chanel เขาเคยเป็นนักปรุงน้ำหอมชื่อดังของ IFF บริษัทเกี่ยวกับกลิ่นหอมและเขาได้สร้างน้ำหอมกลิ่นดังๆ มากมายระหว่างทำงานอยู่ที่ IFF เช่น ‘Lancome La Vie est Belle’ ‘Dior Homme’ รวมไปถึง ‘Victor&Rolf SpiceBomb’

Recommend Scents: กลิ่นที่เราไม่พูดถึงไม่ได้เลยอย่าง ‘Chanel No.5 L’eau’ กลิ่นไอคอนิคในมุมมองใหม่ที่สามารถตัดคำว่าแก่ในภาพจำของกลิ่น No.5 ออกไปได้อย่างหมดจก หรือจะกลิ่น ‘Chanel Gabrielle’ กลิ่นหอมไอคอนิคกลิ่นใหม่ของแบรนด์ที่สร้างภาพแทนของผู้หญิง Chanel ได้อย่างดี รวมถึงน้ำหอมในไลน์ ‘Les Eaux de Chanel’ ก็เปรียบเสมือนโชว์ Chanel Cruise ที่ถูกอัดอยู่ในขวด

Christine Nagel For Hermes

บนโลกนี้มีการกดทับทางเพศอยู่มากมายรวมถึงในวงการน้ำหอมเองเช่นกัน นักปรุงน้ำหอมชื่อดังส่วนใหญ่มักเป็นผู้ชายโดยเฉพาะเมื่อมาดำรงตำแหน่ง In-House Perfumer ประจำแบรนด์พูดเลยว่าแทบจะไม่มีผู้หญิงเลยแต่ Christine Nagal สามารถทำลายกำแพงเหล่านั้นลงได้ ในปี 2016 เธอได้รับตำแหน่งเป็น In-House Perfumer ผู้หญิงคนแรกของแบรนด์ Hermes ซึ่งมีไลน์น้ำหอมที่โดดเด่นมากในโทนกลิ่นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ทำลายกำแพงทางเพศในสายอาชีพแล้วเธอยังทำลายกำแพงทางเพศในโลกของน้ำหอมเองเช่นกันกับ ‘น้ำหอมไร้เพศ’ เธอกล่าวว่า “ในความเป็นจริงนั้นทุกคนสามารถใส่น้ำหอมกลิ่นอะไรก็ได้แม้ว่าน้ำหอมนั้นจะเขียนไว้ว่า ‘For Him’ หรือ ‘For Her’ ก็ตามมันไม่มีอะไรถูกหรือผิด” 

ก่อนหน้าที่เธอจะมากุมบังเหียนที่ Hermes เธอเคยร่วมงานกับ Jo Malone อยู่สักพักหนึ่งโดยสร้างกลิ่นหอมไอคอนิคของ Jo Malone อยู่หลายกลิ่นเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น English Pear & Freesia, Peony & Blush Sued, Earl Grey & Cucumber รวมไปถึง Wood Sage & Sea Salt การสั่งสมประสบการณ์การปรุงน้ำหอมโทนธรรมชาติทำให้เธอมาต่อยอดที่ Hermes ได้เป็นอย่างดี

พอมาอยู่ที่ Hermes เธอใช้เวลาสักพักหนึ่งในการเรียนรู้ DNA ของแบรนด์ด้วยการพัฒนากลิ่นเก่าๆ ของแบรนด์ออกมาให้น่าสนใจมากขึ้น เช่น การพัฒนากลิ่น Terre D’Hermes Eau Intense Vetier ที่พัฒนามาจาก Terre D’Hermes น้ำหอมผู้ชายไอคอนิคของ Hermes พอเธอเข้าใจใน DNA ของแบรนด์ปัจจุบันเธอสามารถเอา DNA ของแบรนด์มาพัฒนาต่อจนเธอได้สร้างน้ำหอมกลิ่นใหม่ๆ ให้กับบ้าน Hermes มากมายไม่ว่า Twilly d’Hermes กลิ่นหอมสไตล์คุณหนูที่โด่งดังมากของแบรนด์หรือล่าสุดเมื่อกลางปีนี้เธอได้ครีเอต H24 กลิ่นหอมสำหรับหนุ่มยุคใหม่ที่อบอวลไปด้วยเอกลักษณ์ของ Hermes 

Recommend Scents: นอกจาก ‘Hermes Twilly d’Hermes’ และ ‘Hermes H24’ ที่เราพูดเลยว่าควรลอง ก็มี ‘Hermes Eau de Citron Nior’ ที่ยูทูปเบอร์หลายๆ คนยกให้เป็นสุดยอดน้ำหอม Unisex สำหรับหน้าร้อนหรือน้ำหอมจากไลน์สวนอันโด่งดังอย่าง ‘Hermes Un Jardin Sur La Lagune’ ก็สามารถถ่ายทอดภาพของสวนริมทะเลสาบได้อย่างยอดเยี่ยม

Jacques Cavallier Belletrud For Louis Vuitton

Jacques Cavallier Belletrud นักปรุงน้ำหอมคนสุดท้ายที่เราจะพูดถึง Jacques เป็นสุคนธกรชั้นครูที่เข้ามาดูแลไลน์ ‘Les Parfums’ ให้กับแบรนด์ Louis Vuitton ตั้งแต่แบรนด์เปิดไลน์น้ำหอมในปี 2016 โดยในตอนนั้นไลน์ Les Parfums มีน้ำหอมแค่ 7 กลิ่นเท่านั้นแต่ในปี 2021 นี้ไลน์นี้ได้ออกน้ำหอมมาแล้วกว่า 29 กลิ่นไม่รวมไลน์ Les Extraits อีก 5 กลิ่น จำนวนน้ำหอมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดการันตีถึงความสำเร็จในการรังสรรค์กลิ่นของเขาได้เป็นอย่างดี

ความหรูหราที่คุณได้สัมผัสผ่านน้ำหอมของแบรนด์ Louis Vuitton พูดเลยว่าหรูตั้งแต่ขวดไปจนถึงขั้นตอนการผลิตเลยเพราะว่า Jacques ใช้เวลาพัฒนาไลน์น้ำหอม Les Parfums นี้ตั้งแต่ 2012 ใช้เวลากว่า 4 ปีในการพัฒนาอย่างพิถีพิถันให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด นอกจากนั้นเขายังคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศเท่านั้นมาใช้ในการปรุงน้ำหอมในไลน์นี้ แถมลงพื้นที่หาวัตถุดิบด้วยตัวของเขาเอง เขาเดินทางไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อนำวัตถุดิบหายากมารังสรรค์น้ำหอม เช่น ขิงสดจากไนจีเรีย กระวานจากกัวเตมาลา ยาหม่องเปรูจากซัลวาดอร์ เป็นต้น ทำให้น้ำหอมในไลน์มีราคาสูงกว่าน้ำหอมดีไซเนอร์แบรนด์ทั่วไปแต่พูดเลยว่ามันคือ Masterpieces ของจริง

แถมฝีมือในการปรุงน้ำหอมของ Jacques คงไม่ต้องพูดถึงเพราะเขาได้รังสรรค์น้ำหอมชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็น Givenchy Hot Couture, Giorgio Armani Acqua di Gio และสุดท้าย Issey Miyake L’Eau d’Issey การันตีฝีมือของเขาได้เลยเพราะทุกกลิ่นที่เขารังสรรค์เป็นกลิ่นที่สามารถเข้าใจง่ายแต่ซับซ้อนในคราวเดียวกัน ล่าสุดปลายปีที่แล้ว Louis Vuitton เปิดบริการสั่งทำน้ำหอมเฉพาะบุคคลขึ้นมาสำหรับลูกค้าที่ต้องการกลิ่นเฉพาะตัว หรูหราหมาเห่ามาก!

Recommend Scents: กลิ่นหอมที่รวมมิตรดอกไม้ขาวอย่าง ‘Louis Vuitton Apogee’ เรียกว่าเหมาะมากสำหรับสาวๆ ที่ต้องการน้ำหอมสไตล์เฟมินีนแต่อัดแน่นไปด้วยความหรูหรา ส่วน ‘Louis Vuitton California Dream’ น้ำหอมโทนซิตรัสที่ผสมมากับกลิ่นแนวมัสก์ก็เหมาะมากสำหรับวันหยุดพักผ่อนริมทะเลตามชื่อของมัน

PHOTOS : Courtesy of Brands

SHARED :

Recommend