ทำความรู้จักและเช็ค ‘ประเภทของผิว’ ตัวเองเพื่อการดูแลผิวที่ถูกต้อง

รู้จักประเภทของผิวของคุณอย่างแท้จริงจุดเริ่มต้นของผิวที่สุขภาพดีในทุกมิติ

หลายๆ ครั้งที่เรามักจะได้ยินคำว่า ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม รวมถึงผิวบอบบางและผิวแพ้ง่ายกันตามสื่อความงามและแบรนด์เครื่องสำอางต่างๆ ที่ออกผลิตภัณฑ์มาเพื่อโอบรับกับผิวหลายๆ ประเภทนี้กันจนคุ้นหูและกลายเป็นคำสามัญที่สายบิวตี้ต้องรู้จักเอาไว้ ซึ่งคำเหล่านี้ก็คือ ‘ประเภทของผิว’ นั่นเอง

โดยปกติแล้วผิวนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทประกอบไปด้วย ผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวมัน และผิวผสม ซึ่งประเภทของผิวนั้นถูกกำหนดด้วยพันธุกรรม แต่ถึงอย่างไรสภาพผิวของคนเรานั้นยังสามารถแบ่งออกไปได้อีก เช่น ผิวบอบบางแพ้ง่าย และผิวขาดน้ำโดยสภาพผิวเหล่านี้มักเกิดขึ้นจากปัจจัยภายในอื่นๆ ที่ไม่ใช่พันธุกรรม เช่น ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาการป่วยต่างๆ และบางครั้งอาจเกิดจากปัจจัยภายนอกที่แวดล้อมอยู่กับตัวของเราก็สามารถส่งผลให้สภาพของผิวเราเปลี่ยนไปได้นั่นเอง 

แต่ถึงไม่ว่าคุณจะมีผิวประเภทไหนก็สามารถมีผิวที่สุขภาพดีได้จากการบำรุงและดูแลผิวที่ถูกวิธี วันนี้ LIPS เลยพาทุกคนมาทำความรู้จักประเภทของผิวชนิดต่างๆ ว่าสายบิวตี้ทั้งหลายนั้นมีสภาพผิวแบบไหน ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคิดว่าตัวเองนั้นรู้จักสภาพผิวของตัวเองดีแล้ว แต่อย่างที่บอกไปว่าสภาพผิวนั้นสามารถเปลี่ยนไปได้จากปัจจัยภายนอกและภายในวันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะมาเช็คสภาพผิวของตัวเองอีกครั้งว่ายังเป็นผิวประเภทเดิมอยู่หรือไม่!

  • ผิวธรรมดา 
    เป็นสภาพผิวในฝันของใครหลายๆ คนเพราะผิวชนิดนี้มีความสมดุลเป็นอย่างมากเพราะไม่แห้งและไม่มันจนเกินไป เกิดจากความสมดุลของน้ำกับน้ำมันในผิวที่มีความสมดุลกันอย่างดี ผิวชนิดนี้มักจะไม่มีข้อบกพร่องของผิวถึงมีก็มีเล็กน้อย รวมถึงไม่ค่อยระคายเคืองกับปัจจัยต่างๆ มีรูขุมขนขนาดเล็ก และมีผิวที่กระจ่างใส 

    การบำรุงผิวชนิดนี้เรียกว่าไม่ต้องบำรุงอะไรมากเน้นทำความสะอาดดีๆ รักษาความชุ่มชื้น และทาครีมกันแดดทุกวันก็เพียงพอแล้ว แต่ก็มีคำเตือนนะเพราะถึงแม้ว่าจะดูไร้ปัญหาผิวแต่เราขอเตือนไว้ก่อนว่าคนที่มีผิวธรรมดาเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นอาจจะเปลี่ยนเป็นสภาพผิวแห้งได้เช่นกัน! 
  • ผิวแห้ง 
    ผิวแห้งคือสภาพผิวที่มีน้ำมันใต้ผิวน้อยกว่าผิวธรรมดาซึ่งผิวประเภทนี้จำเป็นที่จะต้องรักษาและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวมากกว่าผิวชนิดอื่นๆ เพื่อป้องกันผิวจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอกและภายใน ซึ่งผิวแห้งหากไม่บำรุงดีๆ ก็จะทำให้เกาะป้องกันของผิวหรือ ‘Skine Barrier’ นั้นลดลงได้ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวต่างๆ ที่จะตามมา

    ผิวประเภทนี้มีรูขุมขนที่เล็กมากๆ มีความหมองคล้ำ ผิวแดง ผิวมีความยืดหยุ่นน้อยมากๆ และเกิดริ้วรอยเล็กๆ บนผิว หากผิวของคุณแห้งมากอาจจะเกิดผิวลอก ผิวแตก ผิวเป็นขุย และมีอาการคันและระคายเคืองได้นั่นหมายความว่าคุณต้องเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวด่วน!
  • ผิวมัน 
    ประเภทของผิวที่ผลิตน้ำมันมากเกินไปจนทำให้เกิดน้ำมันส่วนเกินบนผิวได้ ซึ่งเกิดจากพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลง ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ความเครียด รวมถึงเครื่องสำอางและครีมบำรุงต่างๆ ที่สามารถก่อให้เกิดอาการอุดตันและระคายเคืองได้ ซึ่งผิวชนิดนี้พบได้มากในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทยและพบได้มากในช่วงวัยรุ่นเพราะฮอร์โมนของพวกเขาไม่ปกติ

    ผิวชนิดนี้มักจะดูมันวาวและมีสัมผัสที่เหนอะหนะโดยเฉพาะบริเวณ T-Zone ซึ่งประกอบด้วยหน้าผาก จมูก และคาง รวมถึงรูขุมขนที่กว้างและผิวที่คล้ำ หากคุณมีผิวมันคุณมีแนวโน้มที่จะมีรูขุมขนกว้างและมีโอกาสเกิดสิวชนิดต่างๆ มากกว่าผิวชนิดอื่นๆ และมีแนวโน้มจะมันมากขึ้นเมื่อสภาพอากาศร้อนในช่วงหน้าร้อนของปี ดังนั้นคุณจึงต้องเลือกครีมบำรุงที่ปราศจากน้ำมันและสารที่ก่อให้เกิดการอุดตันต่างๆ พร้อมกับผลัดเซลล์ผิวด้วยส่วนผสมอย่าง ‘BHA’ และ ‘PHA’
  • ผิวผสม
    ผิวผสมเป็นผิวที่แพทย์ผิวหนังบอกว่าพบได้มากที่สุดเลยเพราะผิวชนิดนี้เป็นผิวที่อาจจะมีแห้งหรือปกติในบางพื้นที่และมีความมันเกินขึ้นในบางพื้นที่ เช่น บริเวณ T-Zone ทำให้ผิวชนิดนี้ต้องมีการดูแลผิวที่ต่างกันเล็กน้อยในพื้นที่ต่างๆ  

    ผิวชนิดนี้จะมีความมันเงาเกิดขึ้นในบริเวณ T-Zone ส่งผลให้รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้นในบริเวณนี้อาจจะทำให้เกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบง่ายในบริเวณนี้ ส่วนในบริเวณ U-Zone อย่างช่วงแก้มนั้นอาจจะเกิดอาการแห้งได้แต่สำหรับบางคนก็มีผิวที่ปกติในบริเวณนี้
  • ผิวบอบบางแพ้ง่าย 
    ผิวแพ้ง่ายมักถูกเรียกเป็นประเภทของผิวอีกชนิดหนึ่งแต่ความพิเศษของผิวชนิดนี้คือคุณสามารถมีผิวชนิดอื่นและมีผิวบอบบางแพ้ง่ายไปพร้อมๆ กัน เช่น ผิวแห้งและแพ้ง่าย ผิวมันและแพ้ง่ายเป็นต้น 

    ลักษณะของผิวชนิดนี้ไม่ว่าคุณจะมีผิวชนิดได้คุณอาจจะมีผิวที่แดงราวกับว่าผิวของคุณกำลังไหม้ รวมถึงมีอาการคันหรือแห้งเกิดขึ้นได้ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับ Skin Barrier ของคุณอ่อนแอเนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น ส่วนผสมบางอย่างในครีมบำรุงผิว ฝุ่น อากาศ เป็นต้น ดังนั้นพยายามค้นหาว่าตัวกระตุ้นคืออะไรเพื่อหลีกเลี่ยงจะดีที่สุดและดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้นที่พอดีตลอดเวลา รวมถึงมองหาส่วนผสมที่ปกป้องปราการของผิวอย่าง ‘Ceramide’
  • ผิวขาดน้ำ
    ผิวขาดน้ำเป็นประเภทของผิวอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความสับสนกับสภาพผิวแห้งได้ ผิวชนิดนี้เกิดขึ้นโดยปัจจัยภายนอกไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม อาจจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิตของเราได้ เช่น แสงแดด อายุ การใช้สกินแคร์ผิดประเภท พักผ่อนน้อย เครียด และการสูบบุหรี่

    ลักษณะของผิวชนิดนี้ก็คือหลังล้างหน้าจะรู้สึกแห้งตึงเหมือนผิวแห้งแต่พอผ่านไปสักพักผิวก็จะมีน้ำมันออกมาเหมือนผิวมันแต่ในขณะเดียวกันผิวก็แห้งไม่ชุ่มชื้นเหมือนผิวมัน เกิดจากผิวของเราขาดน้ำทำให้ร่างกายของเรานั้นเร่งผลิตน้ำมันมาล๊อคความชุ่มชื้นเอาไว้เพื่อชดเชยความชุ่มชื้นที่หายไป ผิวประเภทนี้จึงต้องบำรุงผิวด้วยส่วนผสมอย่าง ‘Hyaluronic Acid’ ที่มีความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นได้ถึง 1,000 เท่า 

เช็คประเภทผิวของคุณง่ายๆ ได้ที่บ้าน!

เราสามารถค้นหาประเภทผิวของเราได้ด้วยการสังเกตง่ายๆ ด้วยการทดสอบสองขั้นตอนที่เราสามารถทำได้ที่บ้านจะช่วยทำให้เรารู้ว่าตัวเองมีผิวประเภทไหนภายในเวลา 30 นาทีเท่านั้น! ขั้นตอนแรกล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ที่มีความอ่อนโยนจากนั้นค่อยๆ ซับหน้าให้แห้งแล้วรอเป็นเวลา 30 นาที จากนั้นเริ่มขั้นตอนที่สองด้วยการนำเอากระดาษซับมันมากดให้ทั่วใบหน้า 

หากกระดาษซับมันมีรอยน้ำมันมากมายแสดงว่าคุณมีผิวมัน แต่ถ้าหากมีรอยน้ำมันเล็กน้อยหรือไม่มีเลยนั่นแสดงว่าคุณมีผิวแห้ง แต่ถ้าหากคุณซับน้ำมันได้จากเฉพาะช่วง T-Zone แสดงว่าคุณมีผิวผสม และถ้าคุณมีน้ำมันเล็กน้อยทั่วๆ ใบหน้าแสดงว่าคุณมีผิวธรรมดา ถ้าผิวคุณคันหรือมีอาการแดงนั่นแปลว่าคุณมีผิวบอบบางแพ้ง่าย และสุดท้ายถ้าคุณมีน้ำมันมากแต่ผิวของคุณนั้นแห้งตึงแสดงว่าคุณมีผิวขาดน้ำ!

SHARED :

Recommend

17 April 2566

THE BEAUTY INGREDIENT TREND

มารู้จักกับ Cannabidiol (CBD) ส่วนผสมความงามที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

READ MORE