WONDER WOMAN 1984 : ความหวัง ที่น่าแลก

กัล กาโดต์ กลับมาสวมยูนิฟอร์ม Wonder Woman สู้วิกฤตโควิด

กัล กาโดต์ เเปิดประตูสู่ฮอลลีวู้ดครั้งแรกใน Batman v Superman: Dawn of Justice ว่า มิส อิสราเอล ปี 2004 คนนี้แหละ ที่จะมารับบท Wonder Woman  ก่อนจะแวะเวียนมาให้เห็นหน้าค่าตากันใน The Fast and The Furious ภาค 4-5-6 ก่อนที่จะโดดขึ้นแท่นนางเอกเต็มตัวใน Wonder Woman ภาคแรกเมื่อปี 2017 เปิดโลกอเมซอนให้แฟนหนังทั่วโลกได้รู้จัก พร้อมกับภารกิจกอบกู้โลกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และพบรักกับ คริส ไพน์ นักบินหนุ่มหล่อ

     ความสำเร็จจากภาคแรกที่ทำลายสถิติรายได้ไป ด้วยการกวาดรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกไป 822 ล้านเหรียญ สร้างความหวังให้ ซูเปอร์ฮีโร่ จากจักรวาลดีซี คอมิคส์ดูสดใสขึ้นไม่น้อย การสร้างภาคต่อ ใช้ชื่อ Wonder Woman 1984 จึงเตรียมตอบสนองแฟนคลับกันในปี 2020 แม้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนต้องเลื่อนจากซัมเมอร์ มาขึ้นจอใหญ่ฉลองคริสต์มาสก่อนหมดปีก็ตาม

     เหตุการณ์ภาคนี้ข้ามจากภาคแรกมาเกือบ 80 ปี แน่ล่ะ 1984 เป็นปีที่สหรัฐอเมริกากำลังหมิ่นเหม่ว่าจะเข้าสู่สงครามนิวเคลียร์ ริเริ่มโครงการอวกาศใหญ่โตที่ขนานนามตามหนังดังแห่งยุคว่า Star Wars Program แต่ไดอาน่า ปรินซ์ซึ่งยังคงสาวและสวย รับหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีที่ พิพิธภัณฑ์ สมิธโซเนี่ยน ใน วอชิงตัน ดีซี ครองโสดมาตั้งแต่ความรักปิดฉากลงด้วยความสูญเสียภาคก่อน ยามว่างก็ช่วยเหลือผู้คนให้รอดจากเหตุร้ายบ้าง จับคนร้ายบ้าง

     นอกจากความเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ตัวหนังยังให้ “ความหวัง” เป็นประเด็นใหญ่ ไดอาน่าหวังจะได้พบกับคนรักผู้จากไป ฟากเหล่าร้าย บาร์บาร่า หวังจะเป็นที่ยอมรับของผู้คนรอบข้าง แม็กซ์เวล ลอร์ด หวังจะพลิกฟื้นกิจการให้รุ่งเรือง  ผู้คนทั้งโลกก็หวังแตกต่างกันไป แต่หนังขยี้ให้เห็นถึง หายนะ ที่จำเป็นต้องแลก หากความหวังนั้นจะเป็นจริงขึ้นมาโดยง่าย

     Wonder Woman 1984 หนังฟอร์มยักษ์ที่ไม่หลบให้โควิด-19 และตั้งใจจะจบสงคราม ‘โรค’ ด้วยความสุขและความหวัง คงต้องช่วยกันสนับสนุนกันหน่อยแล้ว 

SHARED :

Recommend