THE ATHENEE

THE LUXURIOUS LEISURE

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การทำงานรวมไปถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปหลังจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ทำให้ผู้คนมากมายเลือกที่จะค้นหาหนทางการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ตัวเองมากขึ้น เช่นเดียวกันกับกระแสของการทำงานแบบ WFH ไม่ว่าจะเป็นการ Work from home, Work from hip place หรือแม้แต่ Work from hotel ก็กลายเป็นหนึ่งกระแสสังคมที่หลายคนเลือกใช้มากขึ้น เช่นเดียวกันกับการท่องเที่ยว ด้วยสถานการณ์ชีวิตที่วุ่นวายและในบางครั้งอาจต้องใช้เวลามากมายเพื่อเดินทาง การ Staycation จึงกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผู้คนในยุคนี้เลือกใช้  

วันนี้เราเลยจะพาเหล่าลิปสเตอร์ที่อาจมีความรู้สึกแบบนั้นอยู่ในใจ หลีกหนีความว้าวุ่นต่างๆ แล้วไปผ่อนคลายกันให้สบายใจกันที่ THE ATHENEE HOTEL BANGKOK, A LUXURY COLLECTION HOTEL โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมกับไปรู้จักอีกหลากหลายพื้นที่ของดิ แอทธินี โฮเทลกัน เผื่อจะเป็นตัวเลือกให้ใครที่มองหาที่พักผ่อนแสนสบาย แบบไม่ต้องเดินทางไกลกันบ้าง

โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล เป็นโรงแรมระดับห้าดาว ใจกลางกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในพื้นที่เก่าของวังคันธวาส บนถนนวิทยุ อันเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจหลักของการออกแบบ เพื่อสะท้อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถานที่ตั้งจนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากที่สุดในกรุงเทพฯ พ่วงมาด้วยรางวัลการตกแต่งภายในยอดเยี่ยม และเป็นโรงแรมแห่งแรกในโลกที่ได้รับรางวัลจากมาตรฐาน ISO 20121 เนื่องจากเป็นสุดยอดโรงแรมที่วางแผนและจัดงานต่าง ๆ โดยเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

และแน่นอนว่าการ Staycation ปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเข้าพักที่โรงแรมต่าง ๆ ก็คือห้องพักที่ต้องให้ความสะดวกสบาย ให้ความรู้สึกถึงการพักผ่อนได้อย่างดีเยี่ยม แต่ที่ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ได้มอบความหรูหราเหนือระดับให้แก่ผู้เข้าพัก เน้นความเป็นส่วนตัว โทนสีห้องพักอันอบอุ่น เฟอร์นิเจอร์สไตล์คลาสสิก นอกจากนี้ ยังมีเตียงนอนขนาดใหญ่และหนาเป็นพิเศษถึง 12.6 นิ้ว ที่จะเติมเต็มความสบายในการพักผ่อน หลีกหนีความวุ่นวายภายนอกเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นห้องพักขนาดเล็ก ห้องพักขนาดเพรสทีจ และห้องพักแบบสวีท 

แอบกระซิบนิดนึงว่าห้องที่เราประทับใจมาก ๆ คือ ห้องแอทธินี สวีท,  ห้องวิมานสยาม ธีม สวีท และ ห้องรัตนโกสินทร์ ธีม สวีท ซึ่งห้องพักเหล่านี้จะสามารถใช้บริการที่ รอยัล คลับ เล้าจน์ บนชั้น 26 รวมถึงได้รับสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกด้วยไม่ว่าจะเป็น Afternoon Tea, Co-working Sapce หรือแม้แต่บริการส่งผ้าซักได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 2 ชิ้น

รองลงมาจากห้องพักคงไม่พ้นสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในโรงแรม หลาย ๆ กิจกรรมที่ทุกคนต่างมองหาเมื่อได้เข้าพักที่โรงแรมต่าง ๆ นั่นก็คือสระว่ายน้ำ และสปา โดยสระว่ายน้ำที่เปรียบเสมือนเป็นโอเอซิสที่เงียบสงบ และห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ จะผ่อนคลายริมสระว่ายน้ำกลางแจ้งสไตล์ลากูน หรือพักผ่อนบนเก้าอี้อาบแดด เพื่อคลายความตึงเครียดก็ย่อมได้

เช่นเดียวกันกับ Athenee Spa ที่พร้อมให้บริการทรีตเม้นต์นวดและสปาแบบครบวงจร กว่า 40 ทรีตเม้นต์ ที่เลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และปราศจากสารเคมี พร้อมเพิ่มความผ่อนคลายไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพรรณ อาทิ พิกุล มะลิ โบตั๋น กระดังงา และดอกบัวหลวง 

และสิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ และเพื่อยกระดับการ Staycation ให้สมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก นั่นก็คือมื้ออาหารดี ๆ และถ้าสามารถเป็นทุกมื้อได้คงดียิ่งขึ้นไปอีก เราเลยอยากพาทุกคนไปเริ่มต้นมื้อเช้ากันที่ Rain Tree Café ห้องอาหารที่เปิดให้บริการทั้งวัน นำเสนออาหารนานาชาติหลากหลาย ควบคู่ไปกับพ่อครัวมากฝีมือประจำอยู่ที่ซุ้มปรุงอาหารสดพร้อมเสิร์ฟให้อร่อยได้ทันที

หรือหากใครอยากนอนสบาย ๆ ให้เหมาะสมกับวันหยุดพักผ่อน แล้วเริ่มวันช่วงสาย(หรืออาจสายมาก) เรายากแนะนำ Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey ห้องอาหารญี่ปุ่นที่จะพาทุกคนไปสัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่ที่เราอาจเรียกได้ว่าเป็น Japanese Deconstruction เลยก็ว่าได้ เพราะเชฟหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกันคนนี้ได้นำเอาวัตถุดิบสำคัญ รวมถึงวัฒนธรรมการกินแบบแก่นแท้ดั้งเดิมมาผสมผสาน และสร้างภาพจำใหม่ ๆ ให้กับเราได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว

ต่อกันที่ The Silk Road นำทีมโดยเชฟเชง กัม ซิง กับสไตล์อาหารจีนกวางตุ้งแบบคลาสสิค แต่ผสมผสานความทันสมัยในขั้นตอนการปรุง รวมเข้ากับการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ทำให้เดอะ ซิลค์โร้ด กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารจีนที่หลายๆครอบครัวเลือกมาสังสรรค์กัน 

แอบกระซิบอีกเช่นกันว่า ซุปกระเพาะปลาสดของที่นี่ คือสิ่งที่พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด !

และร้านสุดท้ายที่เราอยากแนะนำ เพื่อปิดท้ายวันแห่งการพักผ่อนให้สวยงามคือ The Allium Bangkok กับอาหารฝรั่งชั้นสูงจากฝั่งตะวันตก ผสานเข้ากับกลิ่นอายของความร่วมสมัย ภายใต้การควบคุมของ จารุวัฒน์ อู๋ประเสริฐ หรือเชฟโจโจ้ ผู้คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากฝั่งยุโรป มาผสมผสานกับผลิตผลเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตในประเทศ และยังใช้พืชผลในสวนสมุนไพรซี่งปลูกเองภายในโรงแรมอีกด้วย

เรียกได้ว่า เป็นการพาทุกคนได้มารู้จักกับทุกมุม ทุกสถานที่ รวมไปถึงทุกแนวคิดของโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กว่าจะกลายมาเป็นโรมแรงระดับห้าดาว และเป็นสถานที่พักที่หลายคนมองหา เพื่อสร้างประสบการณ์ความหรูหราให้กับวันพักผ่อนของตนเองได้นั้น ไม่ง่ายเลย และนี่น่าจะเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ THE ATHENEE HOTEL BANGKOK กลายเป็น THE RETURN OF LUXURY ที่น่าค้นหา และเหมาะสมกับการ Staycation เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายอย่างแน่นอน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่ marriott.com 
หรือ Instagram : @marriottIntl 
และ Twitter : @MarriottIntl 

SHARED :

Recommend