Craft with คราม

จากมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า สู่งานศิลปะที่สัมผัสได้

     เนื้อความสั้นๆ เพียงประโยคเดียวจากหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เป็นเรื่องของกษัตริย์โปแลนด์ที่ทรงนำทหารม้า 600 นาย ไปแลกกับแจกันเซรามิกเพียง 151 ใบ เกิดเป็นคำถามเรื่องความคุ้มค่าในการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ขึ้นในใจของศิลปินเซรามิก วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ชื่อว่า “DRAGONERPANZER” เป็นรถถังที่ทำจากเซรามิก เพนท์ลายแบบเครื่องลายครามที่พวกเราคุ้นเคยกัน จัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ในงาน Bangkok Art Biennale 2020 กัน ซึ่งเป็นที่มาของกิจกรรมเวิร์คช็อป “Craft with คราม : จากความงามสู่การแลกเปลี่ยน” เพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาที่เรียกว่า “เครื่องลายคราม” ในครั้งนี้


คุณวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ทายาทกิจการโรงโอ่งชื่อดังในจังหวัดราชบุรีนามว่าเถ้าฮงไถ่สืบทอดกิจการและพัฒนาให้กลายเป็นโรงงานเซรามิกุร่นใหม่และกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องงานศิลปะด้านเครื่องปั้นดินเผา รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดแสดงงานอาร์ตประเภทต่างๆ และเป็นหนึ่งในผู้ที่สนับสนุนการจัดงานเกี่ยวกับศิลปะต่างๆ ในจังหวัดราชบุรี


 

     เราเริ่มต้นเวิร์คช็อปด้วยการพูดคุยกันถึงที่มาที่ไปของเครื่องลายคราม ทำให้ได้รู้ถึงความเป็นมาและความสำคัญของเครื่องลายครามที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13-18 ว่าเครื่องปั้นที่คุ้นตากันมานานนั้นไม่ใช่แค่เพียงสมบัติล้ำค่า หรือเป็นงานศิลปะที่ใครต่อใครก็อยากสะสมและครอบครอง แต่ยังหมายความถึงการมีรสนิยมที่ดี เป็นการสร้างและสั่งสมอำนาจของกษัตริย์และผู้ครองแคว้นต่างๆ ในยุคนั้นอีกด้วย

     ก่อนจะได้ทำความรู้จักกันใกล้ชิดขึ้น ถึงขั้นตอนของการผลิตงานเซรามิก และได้ลงมือทำกันเองในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เคลือบน้ำยา การเพนท์ลวดลายบนแจกัน และการเข้าเตาเผาจริง ที่คุณวศินบุรีหอบหิ้วมาจากราชบุรีเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทั้งหมดล้วนมีรายละเอียดในการสร้างงานหลายขั้นตอน ต้องอาศัยทั้งฝีมือ ความใส่ใจและความอดทนไม่น้อย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่งานเซรามิกและงานฝีมือทั้งหลายมีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อเห็นถึงขั้นตอนและความยากทั้งหมดนั้นแล้ว คงต้องยอมและเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อสนับสนุนงานฝีมือดีๆ แบบนี้

     ปิดท้ายด้วยความประทับใจเมื่อทุกคนได้ผลงานสดๆ ร้อนๆ (จริงๆ) จากเตาเผา ที่ล้วนแล้วแต่มีความสวยงามแตกต่างกันกลับบ้านไปชื่นชม สมดังที่คุณวศินบุรีว่าไว้ “บางทีความงามของงานเซรามิกก็เกิดจากความบังเอิญและสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ นั่นคือเสน่ห์ของงานเครื่องปั้นดินเผา” ดังนั้นมันจึงเป็นความตื่นเต้นทุกครั้งในการทำงานเซารามิกและเครื่องปันดินเผาประเภทต่างๆ เพราะงานศิลปะจึงเป็นเรื่องของจังหวะ เวลา ความพอดี และธรรมชาติ คงคล้ายๆ กับรูปร่างของก้อนเมฆ สีของท้องฟ้าเวลาพระอาทิตย์ตกดิน รูปร่างและสีสันของใบ้ไม้ จนถึงลวดลายบนปีกผีเสื้อ นั่นคือสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปตามที่ใจต้องการได้  แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นก็คือ ความงามมิใช่หรือ


 

แจกันลายครามที่สร้างสรรค์ในวันนี้ ใช้เทคนิคการเผาที่เรียกว่ารากุเป็นเทคนิคของประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้อุณหภูมิในการเผาต่ำ เมื่อนำออกจากเตาจะนำไปหมกในแกลบหรือทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดลวดลายและสีสันใหม่ๆ และอาจเกิดรอยแตกร้าวบนชิ้นงาน เป็นความงามจากความไม่สมบูรณ์แบบ ในแบบลัทธิเต๋า เซนและพุทธ


 

┃SOURCE : Krissana Kochathamarat, Pattaramon Putpetkaew, Bangkok Art Biennale, BACC

SHARED :

Recommend