‘Forever Valentino’

นิทรรศการที่จะเปิดเผยถึงเบื้องหลังและความเป็นเลิศทางด้านแฟชั่นของเมซง Valentino

หากพูดถึงเฮ้าส์แฟชั่นสัญชาติอิตาเลียน ‘Valentino’ ก็คงจะเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวของเรา เฮ้าส์แฟชั่นหลังนี้มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่นำเสนอผ่านวัฒนธรรมและงานฝีมือของอิตาลีจนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คำว่า “Made in Italy” นั้นโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนั้นเมซงแห่งนี้นั้นยังเป็นผู้นำด้านแฟชั่นระดับโลกทั้งในส่วนของเสื้อผ้า Ready-to-Wear และ Haute Couture คอยสร้างเทรนด์ใหม่ๆ และเสื้อผ้าอันแสนวิจิตรให้กับสายแฟได้ชื่นชมและสวมใส่ 

แต่นอกจากคอลเลคชั่นเสื้อผ้าแล้ว Valentino ยังขยายกรอบของแบรนด์ให้เป็นมากกว่าเป็นแบรนด์เสื้อผ้าโดยก่อตั้ง ‘Valentino Eyewear’ และ ‘Valentino Beauty’ เพื่อทำให้เมซงแห่งนี้เป็นลัทธิแฟชั่นขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มีดีแค่เสื้อผ้า ทำให้หลายปีมานี้เราได้เห็นความทรงพลังของเมซง Valentino ในหลายๆ สื่อรวมทั้งในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะคอลเลคชั่นที่ผ่านมาอย่าง ‘Pink PP’ คอลเลคชั่นประจำฤดูกาล Fall/Winter 2023 ที่ปลุกกระแสสีชมพูช็อคกิ้งพิ้งค์ให้กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์แฟชั่นยอดฮิตประจำฤดูกาล 

เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นเลิศทางแฟชั่นของเมซงแห่งนี้ทำให้ ‘Qatar Creates’ องค์กรด้านวัฒนธรรมของประเทศกาตาร์จับมือกับ ‘Qatar Museums’ และ ‘Valentino’ เพื่อจัดแสดงนิทรรศการครั้งสำคัญในชื่อ “Forever Valentino” เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง ‘Valentino Garavani’ และเปิดเผยมรดกแห่งความเป็นเลิศทางโอต์กูตูร์ ณ ‘M7’ ศูนย์ศิลปะนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตั้งอยู่ในเอ็มชีเร็บ ดาวน์ทาวน์ เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2565 ไปจนถึงวันที่ 1 เมษายน 2566 

หนึ่งในนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของแบรนด์ 

Forever Valentino ถือเป็นนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ Valentino เคยจัดมาและยังเป็นนิทรรศการครั้งแรกที่จัดในตะวันออกกลาง งานนิทรรศการนี้ถือเป็นการนำเสนอประวัติศาสตร์ของเมซงและกรุงโรม เมืองอันเป็นจุดเริ่มต้นนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1959 ด้วยมุมมองอันยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับนิทรรศการครบรอบ 90 ปีของ Valentino Garavani และการเปิดตัวคอลเล็กชันโอต์กูตูร์ประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปี 2022 ที่ผ่านมา ณ กรุงโรม เมืองอันเป็นนิรันดร์และเปรียบเสมือนบ้านเกิดของเมซง 

นิทรรศการ Forever Valentino ถูกออกแบบให้มีลักษณะราวกับกรุงโรม โดยจะนำผู้เข้าชมเดินทางผ่านอาคาร จัตุรัส และลานขนาดใหญ่ในกรุงโรมสู่พื้นที่อันเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของเมซงอย่าง Atelier และห้องลองชุดในสำนักงานใหญ่ของเมซงที่จัตุรัส ‘Piazza Mignanelli’

นิทรรศการนี้แสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมของกรุงโรมที่เต็มไปด้วยตำนานการสร้างสรรค์ของ Valentino รวมถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังผลงานอันตระการตาของ Valentino Garavani และ Pierpaolo Piccioli ครีเอทีฟไดเร็กเตรอ์คนปัจจุบัน 

‘ศิลปะ’ ศาสตร์ที่เปรียบเสมือนรากเหง้าของแบรนด์ 

ภายในนิทรรศการครั้งนี้จะมีการเปรียบเทียบกันระหว่างความแตกต่างของบรรยากาศและเรื่องเล่าต่างๆ นอกจากนั้นนิทรรศการในครั้งนี้ได้รวบรวมอารมณ์ความรู้สึกและเรื่องราวต่างๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะแบบ ‘คาปริชโช’ ในสมัยศตวรรษที่ 18 ที่ผสมผสานมุมมองที่แตกต่างกันของกรุงโรมและสถาปัตยกรรมโดยจินตนาการใหม่ๆ ให้กลายเป็นสถานที่อันน่าค้นหา 

โดยเหล่าอัจฉริยะแห่งยุคบาโรกอย่าง ‘Giovanni Antonio Canaletto’ และ ‘Giovanni Battista Piranesi’ ที่เชื่อว่าศิลปะแบบคาปริชโชได้เปลี่ยนทิวทัศน์อันน่าอัศจรรย์ของอิตาลีสู่ภาพฝันอันน่าหลงใหลที่สร้างสัญลักษณ์และตำนานมากมายให้มีอิทธิพลทั่วประเทศอิตาลีและประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงในโลกของแฟชั่นเองที่เต็มไปด้วยจินตนาการ, แรงบันดาลใจ, วัสดุ, ศิลปะ, ดนตรี และวัฒนธรรมที่แปรเปลี่ยนพัฒนามาเป็นเสื้อผ้าภายใต้ชื่อ Valentino 

เสื้อผ้าทั้งในส่วน Haute Couture และ Ready-to-Wear กว่า 200 ชุดจะถูกจัดแสดงบนหุ่นที่ออกแบบโดย La Rosa พร้อมด้วยเครื่องประดับทั้งหมดในบรรยากาศอันชวนหลงใหล นิทรรศการครั้งนี้ถูกถักทอด้วยลวดลายอันวิจิตรและภาพวาดอันงดงามของกรุงโรมที่ถูกจารึกไว้ซึ่งในความทรงจำ เมืองแห่งจุดเริ่มต้นอันล้ำค่ากว่าหกทศวรรษของเมซง พบกับชุดที่ถูกออกแบบให้เหล่าศิลปินอย่าง Elizabeth Taylor, Jacqueline Kennedy  และ Zendaya พร้อมด้วยผลงานอันน่าทึ่งอีกมากมายที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานของ Valentino นิทรรศการนี้ยังได้รวบรวมผลงานคอลเล็กชันส่วนตัวของ ‘ชีคเคาะห์ โมซา บินท์ นัสเซอร์แห่งกาตาร์’ ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของ Valentino อีกด้วย

‘กรุงโรม’ พื้นหลังของนิทรรศการและเมซง Valentino 

สัญลักษณ์ของ Valentino และหลักการของโอต์กูตูร์ได้แต่งเติมทุกพื้นที่ของการสร้างกรุงโรมในจินตนาการครั้งใหม่นี้ ผลงานการออกแบบเสื้อผ้าตลอดช่วงอายุของแบรนด์ Valentino นั้นทั้งสะท้อนและขัดแย้งกับสภาพแวดล้อม เสื้อผ้าเหล่านี้ทั้งน่าดึงดูดและโดดเด่นไปพร้อมๆ กันเช่นเดียวกันกับกรุงโรม แทนที่จะจัดแสดงภายในกำแพงของพิพิธภัณฑ์ Valentino กลับเลือกที่จะสร้างสรรค์เรื่องราวของตนเองขึ้นมาใหม่และทำให้เกิดบริบทของตนเอง โดยการนำร่องรอยของสถานที่อันเป็นจุดเริ่มต้นของจินตนาการร่วมเดินทางไปกับผลงานของเมซง 

เมืองแห่งจุดเริ่มต้นอันล้ำค่ากว่าหกทศวรรษของเมซงพบกับชุดที่ถูกออกแบบให้เหล่าศิลปินค้นพบภายในสถานที่ที่อันเป็นบ้านเกิดที่คุ้นเคย ชิ้นงานที่ถูกคัดสรรโดยสัญชาตญาณ อารมณ์ และความรู้สึกที่เพลิดเพลินไปกับสีสัน ความสง่างามของสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ความรักที่ถูกถักทออยู่ในทุกๆ รอยเย็บแว่วเสียงสะท้อนที่เป็น “Raison D’Etre” หรือ “จุดเริ่มต้น” ของโอต์กูตูร์ เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งแฟชั่น เป็นวัฒนธรรมและเป็นส่วนหนึ่งของกรุงโรม และการสร้างสรรค์ของ Valentino นั้นได้หยั่งรากและปรากฏอยู่บนมรดกที่สืบผ่านต่อกันมาของเมซงและสถานที่อันเป็นจุดเริ่มต้น

มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ได้สร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับสถานที่บ้านเกิดอย่างที่ Valentino สร้างขึ้นร่วมกับกรุงโรม การปลูกฝังความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุดกับเมืองอันเป็นนิรันดร์ที่ซึ่ง Valentino Garavani ได้ก่อตั้งเมซงขึ้นในปี 1959 และเปิดสำนักงานใหญ่ในใจกลางเมืองอันเป็นประวัติศาสตร์บน ‘Dolce Vita’ ในขณะที่ Pierpaolo Piccioli ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก Valentino Garavani ได้ลดบทบาทของกรุงโรมในฐานะเมืองแห่งสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง หากแต่นำเสนอด้วยความมีชีวิตชีวาและความหลากหลายทางวัฒนธรรมซึ่งหล่อหลอมความคิดและเสียงที่แตกต่างของชุมชนโดยแปรเปลี่ยนเป็นโครงสร้างอันซับซ้อนในมุมมองที่กว้างใหญ่ขึ้นและความผูกพันที่แน่นแฟ้นของผู้คน 

Valentino The Beginning

Forever Valentino จะนำเสนองาน Pop-Up ที่มีบรรยากาศเสมือนอยู่ในเมืองแห่งความฝันอย่างกรุงโรม ชวนให้น่าหลงใหลและน่าสนใจมากขึ้นเมื่อถูกจัดแสดงที่เมืองโดฮา เมืองที่อดีตและอนาคตมาบรรจบกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งนิทรรศการ Forever Valentino จะถูกดูแลและจัดการโดย ‘Massimiliano Gioni’ ผู้กำกับศิลป์ของพิพิธภัณฑ์ ‘New Museum New York’ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ด้านแฟชั่นอย่าง ‘Alexander Fury’ ซึ่งทั้งคู่จะทำงานใกล้ชิดกับผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Valentino อย่าง Pierpaolo Piccioli

SHARED :

Recommend