Paris Men’s Autumn/Winter 2022 สัปดาห์แฟชั่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ‘ความคิดสร้างสรรค์’

ปิดฉากแฟชั่นวีกคอลเลคชั่นผู้ชายประจำฤดูกาลที่สมการรอคอย

ขอใช้คำว่าปิดฉากได้อย่างสวยงามกับปารีสแฟชั่นวีกคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้ชายประจำฤดูกาล Autumn/Winter 2022 สมศักดิ์ศรีของเมืองแฟชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ความรู้สึกหลังจากจบทั้งสัปดาห์สิ่งที่เราสัมผัสได้คือความอัดอั้นของเหล่านักคิดทั้งหลายที่ถูกบีบจากสถานการณ์ระดับชาติอย่างโควิด-19 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ส่งผลต่อเป็นลูกโซ่ แฟชั่นที่เคยสนุกกลายเป็นของฟุ่มเฟือยงานดีไซน์ที่เกินจริงไม่ใช่สิงจำเป็นอีกต่อ แต่แล้วเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย (แม้จะมีโอไมครอน) เหล่าแบรนด์แฟชั่นก็พร้อมที่จะลืมตาอ้าปากอีกครั้ง พวกเขาถูกจำศีลให้ผลิตชิ้นงานเฉพาะ ‘จำเป็น’ และซีซั่นนี้เหมือนเป็นการแก้แค้นเราจึงได้เห็นงานดีไซน์ที่อัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ในที่สุด ‘แฟชั่น’ ที่หมายถึงแฟชั่นจริงๆ ได้หวนกลับมาแล้ว

ในซีซั่นนี้เรามีโอกาสเห็นดีไซเนอร์ทั้งรุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นใหญ่ต่างขนงานดีไซน์ที่อัดแน่นไปด้วยความครีเอทีฟ แม้จะมีเส้นเชื่อมอย่าง ‘เทรนด์’ หรือ ‘สไตล์’ ที่คล้องพวกเขาไปด้วยกันก็ตาม แต่วิธีการนำเสนอจนออกมาเป็นชิ้นงานต้องบอกเลยว่าซีซั่นนี้ถือว่าทำได้น่าสนใจและสนุกมากๆ ในรอบ 2 ปีที่ผ่าน วันนี้ LIPS ได้รวบรวมโมเมนต์และไฮไลต์สำคัญของปารีสแฟชั่นวีกมาให้ทุกคนได้อัพเดทกัน

Show to Remember : Louis Vuitton

โชว์ที่จะถูกจดจำไปตลอดกาลสำหรับซีซั่นก็คือโชว์ครั้งสุดท้ายของ Virgil Abloh หนึ่งในดีไซเนอร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก Louis Vuitton คอลเลคชั่น Autumn/Winter 2022 ถือเป็นคอลเลคชั่นสุดท้ายที่เขาได้ออกแบบให้กับแบรนด์ดังก่อนจะจากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็ง ถ้าใครได้มีโอกาสดูโชว์นี้นอกจากความยิ่งใหญ่อลังการแล้วจะเห็นได้ว่ามีเพื่อนร่วมและต่างวงการมากมายตบเท้ามาดูโชว์เพื่อไว้อาลัยให้แก่ดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ 

Louis Dream ชื่อคอลเลคชั่นสุดท้ายของเขาเป็นการส่งสาส์นแรงบันดาลใจจากเด็กผู้ชายผิวดำที่เติบโตขึ้นพร้อมกับความรักในงานดีไซน์ และวันหนึ่งเขาได้ขึ้นมายืนอยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น Virgil ทรงอิทธิพลไม่ใช่ในแง่แค่ดีไซน์แต่จริงๆ เขาทรงอิทธิพลในตัวตนของเขามากกว่า จากสตรีทดีไซเนอร์สู่ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์เสื้อผ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ความฝันที่ดูยากจะเป็นจริงเกิดขึ้นกับตัวเขามันคือการส่งต่อความเป็นไปได้ในเชิงบวกให้กับเจเนอเรชั่นต่อๆ ไป ถ้าเขาทำได้ ชั้นก็ต้องทำได้เช่นกัน ดังนั้นคอลเลคชั่นนี้เหมือนพาเราเดินทางย้อนกลับไปตั้งแต่คอลเลคชั่นแรกของ Virgil ที่เขาจารึกไว้ให้กับแบรนด์จวบจนปัจจุบัน 

หลังจากดูโชว์นี้จบมันคงไม่ใช่แค่การชื่นชมเสื้อผ้า กระเป๋าหรือรองเท้า ยังรวมถึงวิสัยทัศน์ที่ต่อยอดให้ Louis Vuitton กลายเป็นแบรนด์ระดับ Pop Culture ในปัจจุบัน ผู้ชายผิวดำทำเสื้อผ้าสตรีทคนหนึงจะมาได้ไกลและสร้างแรงบันดาลใจได้ขนาดนี้ ไม่ว่าใครจะมาแทนที่เขาในอนาคตก็ตามสิ่งที่เขาสร้างไว้ให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นนั้นยากที่ลืม ซึ่งนั่นก็คือ ‘ความหวังและความเป็นไปได้’

One to Watch : Nigo for Kenzo

หากเอ่ยชื่อ Kenzo สิ่งที่แรกที่วิ่งเข้ามาในหัวเราคือ ‘สเวตเตอร์รูปเสือ’ ไอเท็มที่เคยไฮป์มากๆ ในยุคที่ดูโออย่าง Humberto Leon และ Carol Lim เข้ามาดูแลในปี 2011 แต่หลังจากนั้นเราแทบไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่พอจะเป็นกระแสให้เราเหลียวกลับมาที่ Kenzo ได้อีกเลย ถ้าย้อนไปจุดเริ่มต้น Kenzo Takada ผู้ก่อตั้งแบรนด์ถือเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ญี่ปุ่นแถวหน้าผู้มาต้านกระแสแฟชั่นจากฝั่งยุโรป เสื้อผ้าของเขาเน้นลายพิมพ์ฉูดฉาดท้าทายสายตาบนซิลูเอ็ตต์งานดีไซน์ที่อิงจากยุโรป ความต่างที่โมเดิร์นทำให้ชื่อของเขากลายเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุด 

แต่แล้วเพราะอะไรเสน่ห์ตรงนั้นถึงได้หายไป? แฟชั่นวีกครั้งนี้ Kenzo ได้เผยคอลเลคชั่นแรกภายใต้การดูแลของ Nigo เจ้าพ่อสตรีทชาวญี่ปุ่นดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์สตรีทสุดคัลต์อย่าง A Bathing Ape แน่นอนว่าการเป็นคนญี่ปุ่นไม่ได้การันตีตำแหน่งนี้ให้เขาที่ Kenzo แต่ฝีมือต่างหากที่ Kenzo หมายมั่นอยากให้เขามาช่วยพลิกชะตาของแบรนด์ที่ซบเซานี้ให้ตื่นเสียที โมเดลการทำงานแบบ Louis Vuitton ที่หันไปดึงดีไซเนอร์นอกจากสายตาอย่างสตรีทดีไซเนอร์มากกว่าดีไซเนอร์ที่คร่ำหวอดงานแฟชั่นจ๋าๆ ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่ามันสร้างความตื่นเต้นให้กับแบรนด์แค่ไหน กระแสของสตรีทที่ก้าวข้ามจากเทรนด์สู่สไตล์ที่จะอยู่คู่กับเราไปตลอดมันกลายเป็นรากฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่น การดึงดีไซเนอร์สตรีทแวร์จึงเป็นตัวเลือกที่ฉลาดตอนนี้ของ Kenzo 

เพียงแค่คอลเลคชั่นแรก Nigo ก็สามารถสร้างเซอร์ไพรส์แล้ว งานของเขานั้นโมเดิร์นและคลาสสิกด้วยกลิ่นอายแบบสตรีทสไตล์ที่เขาถนัดผสมผสานเข้ากับงานฝีมืออย่างลายพิมพ์ขึ้นชื่อของ Kenzo ได้อย่างฉลาด หลายคนรอการกลับมาของหัวเสือขึ้นชื่อ ซึ่งมีให้เห็นในคอลเลคชั่นนี้ในเวอร์ชั่นญี่ปุ๋นญี่ปุ่นกึ่งอนิเมะ แต่นั่นกลับไม่ใช่จุดหลักที่ Nigo อยากชู เขาเลือกหลายพิมพ์ดอกไม้หลากสีหลากเชปมาเป็นตัวชูให้วิ่งเล่นบนซิลูเอ็ตต์เท่ๆ เข้าใจง่ายขายคล่องแทน ลูกเล่นที่ช่วยปรุงรสให้แจ็คเก็ตยีนส์ เดนิม หรือสเวตเตอร์น่าสนใจมากขึ้น เป็นคอลเลคชั่นเดบิวต์ที่สตรองใช้ได้เลยทีเดียว เป็นไปได้นะเราอาจมีสิทธิเห็น Nigo มาดีไซน์ให้ Louis Vuitton ก็เป็นได้ เขาเคยทำมาแล้วในแคปซูลร่วมกับ Virgil Abloh ต้องมารอดูกันต่อไป

Biggest Trends from Paris

Gender No More

มาถึงเทรนด์หลักสำหรับปารีสกันบ้าง สำหรับกระแสที่มาแรงอย่าง Gender Neutral ส่งอิทธิพลไม่ใช่แค่มิลานแต่ปารีสด้วยเช่นกัน กระแสหรือเทรนด์ที่นับวันกำลังก้าวเข้าสู่สถานะของ ‘สไตล์’ ไม่ต่างจากสตรีทสไตล์ สำหรับปารีสเราเห็นดีไซเนอร์ตัวหลักหลายคนโอบรับและปรับใช้ในแบบเฉพาะของตัวเอง อย่าง Dior Homme โดย Kim Jones ที่อาจไม่ได้เลือกแสดงออกแบบโต้งๆ จับผู้ชายใส่เสื้อครอปหรือส้นสูง เขาเลือกหยิบ DNA ของ Dior ผู้หญิงมาใส่ไว้ในคอลเลคชั่นผู้ได้อย่างแยบยล เช่น Bar Jacket แจ็คเก็ตไหล่กว้างเอวคอดขึ้นชื่อของแบรนด์ถูกปรับใช้ในไซส์ของผู้ชาย หรือจะเป็นลายปั๊มกระเป๋า Lady Dior นำมาใช้เป็นเท็กเจอร์ของชิ้นนอกแทน

และดีไซเนอร์บางกลุ่มก็ใช้ครีเอทีฟนำเพื่อเบลอเส้นแบ่งของเพศออกไปอย่าง Rick Owens ที่แฟนคลับเข้าใจในเรื่องความเบลอของเพศนี้แล้ว สิ่งที่นำเสนอมันคือครีเอทีฟที่อยู่ในทุกรูปแบบของเสื้อผ้า JW Anderson หยิบเอา Metaverse หรือโลกเสมือนจริงมาเสียดสีสร้างคอลเลคชั่นให้กับ Loewe น่าขบขันแต่แฝงไปด้วยไอเดียและงานฝีมือที่เก๋ไม่เบาและแอบแทรกซิลูเอ็ตต์แบบเฟมินีนลงไปด้วยเช่นกัน หรือ Y/Project ที่เปรี้ยวไปด้วยไอเดียการบิดเบือนเสื้อผ้าและการผสมผสานเอเลเมนต์หลายๆ อย่างลงไป ครีเอทีฟจัดๆ ที่ไม่มีคำว่าเพศมากวนใจเรารู้สึกว่าเสื้อผ้าของเขาผู้ชายและผู้หญิงสามารถสลับกันใส่ได้เลย

อีกหนึ่งกลุ่มจะนำเสนอออกมาให้โลกเห็นไปเลยถึงจุดยืน เช่น GMBH คอลเลคชั่นไร้เพศอย่างแท้จริง ถือเป็นการท้าทายซิลูเอ็ตต์และสไตล์ของเสื้อผ้าผู้หญิงในบริบทของ Menswear ได้อย่างน่าสนใจ Casablanca ก็เป็นอีกแบรนด์ที่หยิบซิลูเอ็ตต์ของสองเพศมาทดลองผ่านงานฝีมือสุดหรู

Creativity is Back!

ในช่วงสองปีที่ผ่านมากระแสของโรคระบาดก่อให้เกิด New Normal การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่ปรับตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่นเดียวกับแฟชั่นเมื่อการพบปะสังสรรงานสังคมต่างๆ ถูกบีบให้เหลือแค่หน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์ การแต่งตัวเวอร์วังไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ดังนั้น New Normal จึงรวมไปถึงการมาของเสื้อผ้าเน้นใส่สบายแบบ Leisurewear แต่แล้ววันนี้ Autumn/Winter 2022 ดีไซเนอร์แสดงจุดยืนพร้อมกันว่า ‘พอกันที’ จึงเป็นที่มาแฟชั่นวีกที่อัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่เรารอคอยมานาน 

จุกที่สุดเราขอยกให้ Louis Vuitton คอลเลคชั่นสุดท้ายจาก Virgil Abloh ที่ผสมผสานสตรีทแวร์และไอเดียจากที่ต่างๆ ลงบนเสื้อผ้าได้เยี่ยมยอดมากๆ ทุกลุคเหมือนมีเรื่องราวเป็นของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น Yohji Yamamoto ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นที่อุทิศให้กับความคิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา ต่อยอดคอลเลคชั่นงานเทเลอร์สีดำล้วนด้วยไอเดียแปลกใหม่ในการเล่นกับผ้า หรือแม้แต่ Dries Van Noten ที่เลือกโชว์ผ่านวิดีโอก็ทำเราขนลุกกับงานดีไซน์ที่สวยและแฟชั่นมากๆ 

Loewe หยิบไอเดียเสียดสีทำเราช็อคสักพักกว่าจะเข้าในแมสเสจ เช่นเดียวกับ Jil Sander ที่คอลเลคชั่นนี้ขอเน้นความมินิมอลผ่านความรู้สึกเพราะเสื้อผ้าขออัดแน่นด้วยงานฝีมือและดีเทลเจ๋งๆ แทน นี่เป็นแค่ส่วนหนึงเท่านั้นที่เราพูดถึง เราได้แต่บอกเลยว่า ‘แฟชั่น’ ได้หวนคืนสู่ถิ่นของมันเรียบร้อยแล้ว 

SHARED :

Recommend