Haute Couture เทคนิคชั้นสูงที่ยังสำคัญต่ออุตสาหกรรมแฟชั่น

ไฮไลต์โอตกูตูร์จากแบรนด์ชั้นนำ

ปิดฉากอย่างสวยงามกับโชว์โอต์ กูตูร์แรกของปีประจำคอลเลคชั่น Spring/Summer 2022 เสื้อผ้าชั้นสูง หรือ ศิลปะการตัดเย็บชั้นสูง (Haute Couture) ถูกหลายคนตั้งคำถามว่า ‘มันยังจำเป็นอยู่ไหม?’ หลังจากสถานการณ์โรคระบาดได้ทรงผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้คนให้คำนึงถึงความจำเป็นมากกว่าความฟุ่มเฟือย แล้วโอต์ กูตูร์จำเป็นอย่างไร? 

อย่างแรกที่ต้องอธิบายก่อนจุดประสงค์ของโอต์ กูตูร์คือการแสดงผลงานผสมผสานระหว่างเทคนิคชั้นสูงและความคิดสร้างสรรค์ การร่วมงานระหว่างดีไซเนอร์และช่างฝีมือ (Artisans) ชิ้นงานของโอต์ กูตูร์มีลักษณะแบบ Made to Order หรือการสั่งตัดพิเศษเฉพาะเท่านั้น นี่คือจุดแข็งของโอต์ กูตูร์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้และไม่ใช่ใครก็สามารถทำได้ งานคราฟต์ที่ต่างจากสินค้า Ready-to-Wear ด้วยเทคนิคการตัดเย็บที่ต้องผ่านมือเท่านั้น 

ในยุคที่เราเสพข้อมูลหรือแม้แต่การใช้จ่ายที่ง่ายแค่มือคลิ๊ก ในทางตรงกันข้ามโอต์ กูตูร์ไม่ใช่ใครก็สามารถมีได้ความพิเศษสุดเอ็กคลูซีฟยังคงเป็นที่หมายตาของลูกค้ากระเป๋าหนักที่สามารถจ่ายค่าชุดเริ่มต้นที่ 7 หลักได้ ดังนั้นถ้าตอบคำถามข้างต้นว่าโฮต์ กูตูร์ยังจำเป็นอยู่ไหมนั้น คำตอบคือ ‘จำเป็นมาก’ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของเม็ดเงินเท่านั้น แต่โอต์ กูตูร์ยังเปรียบเสมือนจิตวิญญาณของความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่รู้จบ การที่เราจะเห็นชุดเวอร์ๆ สุดอลังการจะปรากฎที่โอต์ กูตูร์เท่านั้น ดังนั้นความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้กรอบมาครอบยังคงเป็นส่วนสำคัญของงานดีไซน์และต่อดีไซเนอร์ที่มีโอกาสได้ผลิตชิ้นงานนั้นๆ ออกมา

สิ่งที่ต่างคือยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โอต์ กูตูร์ซีซั่นนี้ได้ปรับตามการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก มุมมองของดีไซเนอร์ชุดใหม่ที่มีต่อโอต์ กูตูร์ทันสมัยและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น และจำนวนแฟนๆ ของโอต์ กูตูร์ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน วันนี้ LIPS ได้รวบรวมโชว์โอต์ กูตูร์ที่ดีที่สุดมาให้ทุกคนได้ชมกัน

Chanel

การมาขอ Virginie Viard อาจไม่โดนใจใครหลายคนที่เสพติดความหวือหวาครั้งที่ Karl Lagerfeld เคยประจำการ แม้ว่า Virginie จะเป็นผู้ช่วย Karl มาหลายสิบปีแต่มุมมองของเธอที่มีต่อ Chanel นั้นซอฟกว่า ละมุนละไมมากกว่า เธอต้องการออกแบบเสื้อที่ผู้หญิงทุกคนอยากใส่เช่นเดียวกับโอต์ กูตูร์คอลเลคชั่นนี้เน้นความหรูหราที่เรียบง่าย ซิลูเอ็ตต์แบบที่ผู้หญิงทุกคนเข้าใจและสามารถสวมใส่ได้ไม่ว่าคุณจะมีลักษณะแบบไหนก็ตาม งานดีไซน์สุดเฟรนด์ลี่ที่ไปเน้นหนักในดีเทลของแต่ละชุดมากกว่า คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นตัวอย่างของโอต์ กูตูร์ในยุคโมเดิร์นที่ไม่จำเป็นต้องพยายามหวือหวาเน้นความปัง แม้ว่าทุกชุดจะเหยียบล้านแต่ทำไมไม่ทำออกมาให้สามารถใส่ได้ทุกวันได้ละ ลุคขี่ม้าสุดท้ายที่สวมใส่โดย Charlotte Casiraghi บอกเป็นนัยๆ ว่าชุดของ Chanel ไม่ได้ออกแบบมาแค่ไปดินเนอร์เท่านั้น ใส่ไปขี่ม้าสิ เก๋จะตาย 

Dior

อีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้มุมมองการออกแบบโดยผู้หญิง Christian Dior โดย Maria Grazia Chiuri เช่นเดียวกับ Chanel งานดีไซน์ของ Maria ต้องการให้ผู้หญิงสามารถสวมใส่ชุดของเธอได้ในหลากหลายโอกาส เธอชูความเรียบง่ายมาแต่ไหนแต่ไรแม้จะแอบแทรกชิ้นปังเพื่อเรียกแขกอย่างเซเลบริตี้ไว้เลือกไปใส่งานพรมแดงบ้างก็ตาม มุมมองของผู้หญิงที่ออกแบบเพื่อผู้หญิงมักอยู่บนพื้นฐานความจริงมากกว่าแฟนตาซี คอลเลคชั่นนี้เราขอใช้คำว่า ‘สวย’ ตามมาตรฐานของ Maria ถ้าคุณเป็นแฟนของแบรนด์นี้คุณจะรักในดีเทลต่างๆ ที่หรูหรา แกลมและเฟมินีน แต่ถ้าคุณไม่ใช่แฟนคุณอาจจะมองว่าธรรมดาไป อย่างไรก็ตามมุมมองที่เปลี่ยนไปแสดงให้เห็นว่าโอต์ กูตูร์ไม่จำเป็นต้องเวอร์อีกต่อไป

Fendi

Fendi คราวนี้กลับมาโชว์ที่ปารีสและเป็นโชว์ Physical ครั้งแรก Kim Jones ถูกเลือกให้มารับไม้ต่อจากตำนานอันยิ่งใหญ่อย่าง Karl Lagerfeld ที่จากไป ถ้าย้อนไปที่ Dior Homme ก่อนหน้าที่เขาโชว์ไปนั้น เขาได้หยิบเอาโค้ดของเสื้อผ้าผู้หญิงมาปรับใช้ในงานดีไซน์ เช่นเดียวกันเขาหยิบสถาปัตกรรมของกรุงโรมมาเป็นแรงบันดาลใจและต่อยอดในคอลเลคชั่นโอต์ กูตูร์ของ Fendi ต่างจากสองดีไซเนอร์หญิงข้างต้นเขาเลือกส่งผลงานที่เน้นงานดีไซน์จัดๆ ดีเทลอัดเน้นบนซิลูเอ็ตต์ที่เรียบง่าย ความกล้าของเขาดีแล้วแต่ผลงานที่ออกอาจยังไม่ถูกใจหลายคน (เราด้วย)  ความครึ่งๆ กลางๆ ที่จะเรียบหรูหรือจะเวอร์วังไม่ตกตะกอนดีพอจนสุดท้ายไม่สุดสักทาง คงไม่มีใครปฏิเสธงานดีไซน์ฝั่งผู้ชายของเขาได้เพราะตอนนี้เขายืนหนึ่ง แต่สำหรับผู้หญิงคงต้องให้เวลาเขาได้ศึกษาและค่อยๆ แสดงตัวตนในเวอร์ชั่นของเขาเอง เราอยากเห็น Fendi คูลๆ แบบที่เขาทำให้ Dior Homme บ้างจัง 

Valentino

‘ความหลากหลาย’ คงเป็นคีย์แมสเสจที่ได้หลายคนได้หลังจากดูโชว์นี้จบ อีกหนึ่งมุมมองโมเดิร์นของโอต์ กูตูร์ปัจจุบันที่ไม่ใช่แค่เพื่อใส่ทุกวันแต่เพื่อทุกคนด้วย งานดีไซน์ของ Pierpaolo Piccioli สวยและมีเสน่ห์เสมอสิ่งที่เพิ่มเติมคือเขาเพิ่มความเป็น ‘มนุษย์’  ให้กับคอลเลคชั่นนี้ของเขา การที่เราได้เห็นเสื้อผ้าสวยๆ ดีเทลจุกๆ บนเรือนร่างของคนหลากมิติ พลัสไซส์ ผิวดำ มีอายุ หรือแม้แต่ผู้ชายมันทำให้เราจินตนาการว่าตัวเองก็ใส่เสื้อผ้าเหล่านี้ได้เหมือนกัน เขาไม่ได้ทำแค่เพราะกระแสแต่เขาทำเพราะมันสำคัญจริงๆ ต่างหาก เสื้อผ้าทุกชุดออกแบบมาเพื่อรับกับรูปร่างที่หลากหลายจริงๆ ความสวยหมดจดมันแฝงไปด้วยความคิดที่แหกขนบให้บริบทที่ถูกต้อง ถ้าเรามีเงินมากพอเราก็อยากจะซื้อ Valentino เพราะเขาทำชุดเพื่อเรานั่นเอง 

Schiaparelli

กำลังฮ๊อตติดลมบนสำหรับ Daniel Roseberry ดีไซเนอร์คนใหม่ผู้เข้ามาดูแลแบรนด์โอต์ กูตูร์ระดับตำนาน Schiaparelli ถ้าใครไม่คุ้นให้นึกถึงชุดปอดสีทองที่ Bella Hadid ใส่เดินพรมแดงงานคานส์เมื่อปีที่แล้ว สำหรับจุดแข็งของ Schiaparelli คือความเซอร์เรียลงานดีไซน์ที่หลุดโลกแทรกด้วยอารมณ์ขันในบริบทกึ่งงานอาร์ต และนั่นคือสิ่งที่ Daniel เข้ามาชู ถ้าแบรนด์โอต์ กูตูร์อื่นๆ จะเริ่มทำเสื้อผ้าที่ใส่ได้จริงมากขึ้น Schiaparelli เลือกที่จะเป็นงานศิลปะที่คนอยากสวมใส่มากกว่า ดังนั้นลูกค้าของแบรนด์นี้เฉพาะมากแน่นอนพวกเธออาจจะชอบชุดของ Dior หรือ Chanel แต่ชุดของ Schiaparelli ได้ให้ชีวิตแก่พวกเธอ มุมมองสุดโต่งกลายเป็นของหายากในโอต์ กูตูร์ เมื่อทุกคนอยากที่จะโมเดิร์นและเข้าถึงได้มากกว่า แต่สำหรับ Schiaparelli นี่เหละคือคำว่าโมเดิร์นในแบบฉบับของตัวเอง

SHARED :

Recommend