DIOR 30 Montaigne

พาไปชมอาณาจักรแห่งความฝันโฉมใหม่ของดิออร์

เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา อาณาจักรแห่งความฝันอันเป็นสัญลักษณ์ของดิออร์ และปิดปรับปรุงไปยาวนานกว่า 2 ปี ได้กลับมาเปิดให้ทำการอีกครั้ง ‘30 Montaigne’ คือสถานที่ที่ Chirstian Dior ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า 

“It had to be 30 Avenue Montaigne. I would set myself up and nowhere else!”

“My desire [was] to create a house in my name. A house where everything would be new.”

และด้วยความตั้งใจนี้เองทำให้สถานที่นี้ได้กลายเป็นดั่งพื้นที่อันเป็นสัญลักษณ์ที่มีชีวิต เปรียบได้ดั่ง DNA ของแบรนด์ เพราะเป็นสถานที่ที่ร่ายมนตร์ให้กับ Christian Dior ตั้งแต่ในปี 1946 นับว่าเป็นเวลากว่า 75 ปี จวบจนวันนี้ที่ดิออร์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามแบบปารีสและแฟชั่นชั้นสูงของฝรั่งเศส แหล่งกำเนิดประวัติศาสตร์ของ New Look ที่ปฏิวัติวงการ ได้รับการเปลี่ยนแปลงและขณะนี้ได้เปลี่ยนเป็นสถานที่ที่ไม่เหมือนใครในโลก

กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่ถูกสรรสร้างค์จนกลายเป็นจักรวาล นับตั้งแต่สินค้าเสื้อผ้า Ready-to-wear ไปจนถึงน้ำหอม จากเครื่องหนังไปจนถึงเครื่องประดับและ จากศิลปะสู่กูตูร์ ถูกออกแบบโดยสปานิกชื่อดังอย่าง Peter Marino ที่ผสมผสานสไตล์นิโอคลาสสิคเข้ากับความบริสุทธิ์แบบร่วมสมัย เพื่อเฉลิมฉลองให้กับความหลายหลากในสิ่งที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ การทำอาหาร และวัฒนธรรม ที่สะท้อนตัวตน ความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความกล้า ความเป็นเลิศ และความมีคุณธรรมในแบบฉบับของดิออร์ ไม่ว่าจะเป็น 

• บูติกสุดตระการตา ตั้งแต่ toile de Jouy ไปจนถึง cannage และคั่นด้วยงานศิลปะและความชิ้นตกแต่งที่เรียกได้ว่า Surpris pieces ที่จะทำให้ผู้คนสนุกสนานไปกับการชอปปิ้งในบูติก
• ซุ้มประตูที่อุทิศให้กับความงาม น้ำหอม 
• La Galerie Dior เป็นการยกย่องอาชีพแรกของ Christian Dior ในฐานะเจ้าของแกลเลอรี บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ตั้งแต่ชิ้นงานโอต์กูตูร์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์น้ำหอมผ่าน Scenography โดย Nathalie Crinière 
• ห้องทำงานโอต์กูตูร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ 30 Avenue Montaigne ได้ทำการสร้างห้องนี้ขึ้น เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศของดิออร์
• Le Restaurant Monsieur Dior และ La Pâtisserie Dior ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของเชฟชาวฝรั่งเศสอย่าง Jean Imbert
• Three Gardens สร้างสรรค์โดย Peter Wirtz นักออกแบบภูมิทัศน์ร่วมกับสถาปนิก Peter Marino

และสุดท้าย La Suite Dior ประสบการณ์อันเป็นแก่นสารของศิลปะการต้อนรับแบบ à la française โดยมอบกุญแจสู่ห้อง Montaigne ทั้ง 30 ห้องสำหรับค่ำคืนที่น่าจดจำที่สุด หากใครที่ในช่วงนี้ได้ไปท่องเที่ยวที่ปารีส อย่าลืมแวะเยี่ยมเยียน 30 Avenue Montaigne เพื่อสัมผัสประสบการณ์ขั้นสุดในแบบของดิออร์กันนะ !

SHARED :

Recommend