Top 5 New Series in Netflix

เปิดลิสต์ 5 ซีรีส์ใหม่ในเน็ตฟลิกซ์ที่ไม่ดูไม่ได้แล้ว

ถึงหลายๆ สถานที่จะเปิดบริการตามมาตรการคลายล็อคดาวน์แล้ว แต่เราเชื่อว่าช่วงนี้ก็ยังไม่เหมาะที่จะออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านในช่วงวันหยุดอยู่ดี เลยได้จัดลิสต์ความบันเทิงมาให้หนุ่มๆ ได้ Enjoy From Home กันเหมือนเดิม กับ 5 ซีรีส์ใหม่ที่รับรองว่าคุ้มค่ากับเวลาว่างในช่วงสุดสัปดาห์นี้ของหนุ่มๆ แน่นอน ซึ่งเรื่องที่เราหยิบมาแนะนำก็มีทั้งแอ็คชั่น, ไซไฟ, คอมเมดี้ สามารถดูต่อกันยาวๆ ได้แบบไม่มีเบื่อ แถมทุกเรื่องก็เข้า Netflix ครบหมดแล้วทุกตอนด้วยนะ

Hollywood

     ทั้งบันเทิง กระชับ และเต็มไปด้วยสีสันชวนติดตาม ด้วยความหลากหลายของตัวละครในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น คนเอเชีย คนผิวสี และกลุ่ม LGBT ที่ล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มคนชั้นรองในวงการภาพยนตร์ Hollywood ที่ออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิของพวกเขาในวงการที่เป็นพื้นที่ของคนผิวขาว ซึ่งก็มีตัวละครบางตัวที่มาจากเรื่องจริงอยู่บ้างอย่าง Henry Willson และ Anna May Wong ที่เป็นบุคคลสำคัญของวงการในยุคนี้ แต่ถึงจะสนุกขนาดไหนแต่บอกไว้ก่อนว่า ถ้าจะดูให้ได้อรรถรสอาจจะต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของแวดวง Hollywood มาบ้าง ไม่งั้นอาจเกิดอาการงงได้

Into the Night

     ซีรีส์ไซไฟวันสิ้นโลกพล็อตแปลกประหลาด ฉีกแนว และแตกต่างจากซีรีส์ในแนวเดียวกัน ที่สำคัญทำออกมาได้ชวนติดตามมาก เพราะต้องมานั่งลุ้นว่า สุดท้ายแล้วกลุ่มคนที่บังเอิญต้องมาอยู่บนเครื่องบินลำเดียวกัน จะสามารถหนีรอดจากความตายที่เกิดจากแสงอาทิตย์ได้หรือเปล่า เรื่องนี้ถึงจะอ้างอิงทฤษฎีวิทยาศาสตร์อยู่เยอะ แต่ก็สามารถอธิบายด้วยภาษาที่ผู้ชมเข้าใจได้ง่าย อาจจะชวนหงุดหงิดอยู่บ้างที่การทะเลาะกันในหลายตอนของกลุ่มคนบนเครื่องบินที่เริ่มสติแตก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงสัญชาตญาณที่ฝังลึกภายในจิตใจของมนุษย์ได้อย่างดี

Extracurricular

     ซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้ดาร์กเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ ตั้งแต่ต้นเรื่องที่ค่อยๆ เล่าเรื่องผ่านธุรกิจการค้าบริการทางเพศที่มีเบื้องหลังเป็นเด็กวัยรุ่นคอยจัดการทั้งหมด และปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้นจากความไม่ใส่ใจของพ่อแม่ ไปจนถึงพาร์ทที่เริ่มเข้าโหมดดาร์กอย่างจริงจัง เมื่อทุกอย่างได้นำพาให้เกิดอาชญากรรมร้ายแรง เรียกว่า ชวนกดดัน บีบอารมณ์มากๆ แทบไม่ปล่อยให้เราได้พักหายใจกันเลย ประทับใจที่สุดท้ายเลือกสรุปจบด้วยความเรียลที่ผิดไปจากแนวซีรีส์เกาหลีเรื่องอื่นๆ และยังเป็นผลงานชั้นเยี่ยมอีกหนึ่งชิ้นของ Kim Dong Hee เลยก็ว่าได้ เพราะเราไม่คิดว่า เขาจะสามารถพลิกจากบทบาทเดิมๆ ที่เขาเคยเลือกไว้ได้มากขนาดนี้

The Victim Game

     คำแนะนำแรกที่อยากจะบอกคือตั้งสติไว้ให้ดี เพราะซีรีส์สืบสวนจากไต้หวันเรื่องนี้มีดีเทลที่เกี่ยวกับวงการนิติเวช และตำรวจอยู่มากสมควร เนื้อเรื่องเองก็ดำเนินค่อนข้างไวต่อเนื่อง แต่ถ้าเผลอคิดเรื่องอื่นอยู่แม้แต่วินาทีเดียวก็อาจจะทำให้ต้องกลับมาดูใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้คาแร็กเตอร์หลักที่เป็นโรค Asperger’s Disorder เองก็มีความน่าสนใจเหมือนกัน ถึงช่วงแรกจะรู้สึกหงุดหงิดกับการกระทำของตัวละครอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพราะการแสดงที่สะท้อนของผู้ป่วยโรคนีได้อย่างสมจริง อีกเรื่องที่ควรจะรู้ไว้ก่อนก็คือศพในเรื่องทำออกมาได้สมจริงมาก ใครที่ไม่กล้ามองศพหรือเครื่องในก็อาจจะต้องข้ามซีรีส์เรื่องนี้ไปก่อนนะ

Never Have I Ever

     ดูผิวเผินอาจจะเป็นซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้แบบฉบับซีรีส์วัยรุ่นที่นางเอกไปตกหลุมพระเอก จนเริ่มเปลี่ยนตัวเองให้อีกฝ่ายชอบ แต่ความจริงแล้วกลับซ่อนประเด็นหนักๆ ที่ทุกคนจะต้องพบเจอไว้ได้อย่างแนบเนียน อย่างบาดแผลจากการสูญเสียคนสำคัญ และปัญหาที่ต้องรับมือจากการที่เราไม่สามารถจัดการกับบาดแผลนั้นได้ แต่ถึงจะฟังดูหนักขนาดนี้ ซีรีส์ก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขั้นที่ทำให้เราหดหู่ใจ เพราะการเล่าเรื่องผ่านความตลกและความมีชีวิตชีวาของทุกตัวละคร อีกประเด็นที่เราคิดว่าน่าสนใจ คือ การพาผู้ชมไปเปิดโลกวัฒนธรรมของอินเดีย  นี่จึงเป็นซีรีส์อีกเรื่องที่ทั้งสนุกทั้งได้สาระไปพร้อมๆ กัน

Photos : Netflix

SHARED :

Recommend

22 May 2563

6 Fashion Designer Films

ย้อนดูประวัติและเบื้องหลังการทำงานของบรรดาดีไซเนอร์ชื่อดังผ่านภาพยนตร์/สารคดี 6 เรื่อง

READ MORE