Best Sport Moments of 2021

5 ที่สุดแห่งโมเม้นต์กีฬาโลกปีค.ศ. 2021

ปีค.ศ. 2021 มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายในวงการกีฬาโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่โรคโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดไปทั่วโลก จนส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน แต่บรรดาคนกีฬาก็ต่างร่วมมือร่วมใจกัน จนทำให้การแข่งขันประสบความสำเร็จ จนมีโมเม้นต์แห่งความทรงจำให้โลกได้บันทึกไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว

โอลิมปิกที่ฝ่าฟันจนสำเร็จ

โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เจอผลกระทบจากโควิด-19 จนเลื่อนการแข่งขันออกมา 1 ปี ซึ่งในระหว่าง 1 ปีที่เป็นช่องว่างอยู่นั้น มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นหลายต่อหลายอย่าง ทั้งการเรียกร้องให้ยกเลิกจัด การห้ามแฟนกีฬาจากต่างประเทศเข้าชมการแข่งขัน การต่อต้านจากประชาชนในประเทศ เพราะกลัวว่านักกีฬาและเจ้าหน้าที่จะทำให้สถานการณ์โควิดฯ ที่แย่แล้ว พังพินาศไปกว่าเดิม หรือแม้กระทั่งการถอนตัวของนักกีฬา เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย

ท้ายที่สุดเจ้าภาพ รวมทั้งคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันแก้ปัญหา สร้างความเชื่อมั่น ทำให้โตเกียว 2020 จบไปได้ด้วยดี แม้ว่าจะเงียบเหงากว่าที่ผ่านมา

แชมป์ยูโร 2020 ของอัซซูรี่

ยูโร 2020 ก็เจอชะตากรรมเดียวกับโอลิมปิก คือ เลื่อนออกมา 1 ปี ทั้งๆ ที่เป็นการฉลองครบครอบ 60 ปีของทัวร์นาเม้นต์ลูกหนังชิงแชมป์ยุโรป

ยูโรหนนี้จัดให้มีเจ้าภาพ 11 ชาติ 11 สนามทั่วยุโรป ต่างจากเดิมที่มี 1 หรือ 2 ชาติเท่านั้น ทำให้ช่วงนั้นยุโรปคึกคักมาก ท่ามกลางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด 

อัซซูรี่ อิตาลี กรุยทางคว้าแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ไปได้ ด้วยการชนะจุดโทษอังกฤษ ที่หมายมั่นปั้นมือจะคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ให้ได้อีกครั้ง แต่ก็ยังต้องรอต่อไป

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าโปรตุเกส คว้าตำแหน่งดาวซัลโวของทัวร์นาเม้นต์ ด้วยผลงาน 5 ประตู 1 แอสซิสต์ ถึงแม้พาทริค ชิก ของเช็กจะยิงได้เท่ากัน แต่ไม่มีแอสซิสต์ ทำให้ยังเป็นรองโรนัลโด้

อีกเหตุการณ์หนึ่งในยูโร 2020 ที่ช็อกโลกมาก เมื่อคริสเตียน อีริกเซ่น เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเดนมาร์ก หมดสติล้มลงไปกองกับพื้น ในเกมที่เจอกับฟินแลนด์ เพราะมีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

ทั่วโลกต่างร้องไห้ให้กับเหตุการณ์นั้น และให้กำลังใจอีริกเซ่นกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง แล้วเขาก็กลับมาหายดี แต่ต้องใส่เครื่องกระตุกหัวใจในร่างกาย และสามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกครั้ง ในลีกที่อนุญาตให้นักใส่เครื่องช่วยเหลือทางการแพทย์ลงเล่นได้

ปาเกียวลามวยสู่การเมืองเต็มตัว

ในวงการหมัดมวยไม่มีใครไม่รู้จักแมนนี่ ปาเกียว ยอดนักชกชาวฟิลิปปินส์ ที่ประสบความสำเร็จจนเป็นตำนานมีชีวิตของวงการมวยโลก

ปาเกียวในวัย 42 ปี แพ้ต่อยอร์เดนิส อูกัส จากคิวบา ในการชกชิงแชมป์รุ่นเวลเตอร์เวตของสมาคมมวยโลก ในวันที่ 21 สิงหาคม หลังจากนั้นเขาก็แย้มออกมาว่าได้เวลาที่จะแขวนนวมแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการประกาศอะไรออกมา

จนถึงวันที่ 29 กันยายน ยอดนักชกฟิลิปปินส์ ก็ปล่อยคลิปวิดีโอเพื่อยืนยันว่า เขาได้ยุติการเป็นนักมวยอาชีพอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งจะเดินหน้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในสมัยหน้าอย่างเต็มตัว

ปาเกียวทิ้งสถิติที่น่าสนใจไว้มากมาย ลงต่อย 71 ไฟต์ ชนะ 62 (น็อก 39) แพ้ 39 และแพ้ 2 เป็นนักชกคนแรกของโลกที่ได้แชมป์โลกทั้ง 8 รุ่น ใน 5 สถาบันใหญ่ ถึงขั้นถุกยกย่องให้เป็นนักกีฬาชาวฟิลิปปินส์ที่ชาวโลกรู้จักดีที่สุด และเป็นหนึ่งในชาวฟิลิปปินส์ที่ชาวโลกรู้จักดีที่สุดเทียบเท่าประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย เลยทีเดียว

นักชกชื่อดังเริ่มเข้าไปมีบทบาทวงการการเมืองมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2007 ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งแ รกในระดับเทศบาลของกรุงมะนิลา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่อีก 3 ปีต่อมา ได้รับเสียงสนับสนุนล้นหลาม ในการลงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดซารังกานี 

ในปีค.ศ. 2022 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญของปาเกียวอีกครั้ง คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่โอกาสจะชนะถือว่ายากมาก เพราะผลโพลในฟิลิปปินส์ระบุว่าเขายังรั้งอันดับ 4 ที่จะได้ตำแหน่งเท่านั้น 

เมสซี่ทิ้งบาร์ซ่า-โรนัลโด้กลับแมนฯยู

ลิโอเนล เมสซี่ เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของบาร์เซโลน่า เพราะเมื่อพูดถึงเมสซี่ก็ต้องนึกถึงบาร์ซ่า และเมื่อพูดถึงบาร์ซ่าก็ย่อมต้องมีเมสซี่มาเกี่ยวข้อง ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะต้องโบกมือลาสโมสรอันเป็นที่รักไปค้าแข้งกับทีมอื่น

แต่เรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อบาร์ซ่าประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ประจวบเหมาะกับการที่เมสซี่กำลังจะหมดสัญญาพอดิบพอดี การเงินของสโมสรที่เคยได้ฉายาว่าเจ้าบุญทุ่ม ไม่ดีพอจะต่อสัญญาใหม่กับเมสซี่ได้  ยอดดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์อำลาบาร์ซ่าทั้งน้ำตา แล้วเลือกไปอยู่กับปารีส แซงต์แชร์แมง ทีมมหาเศรษฐีที่ฝรั่งเศส

หลังจากนั้นไม่นาน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ย้ายจากยูเวนตุส กลับสู่อ้อมอกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรที่เขาเคยโด่งดังด้วยเมื่อ 13 ปีก่อน เรียกได้ว่า เป็นการย้ายทีมของนักเตะที่โด่งดังที่สุด 2 คนของยุค ในอารมณ์ที่ต่างกันมากจริงๆ

แรชฟอร์ดกับรางวัลเพื่อสังคม

ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดอย่างหนักในอังกฤษ ทำให้หลายครอบครัวต้องประสบปัญหาทางการเงิน และส่งผลต่ออาหารการกินของเด็กๆ ด้วย ทำให้มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวันแก่เด็กๆ รวมทั้งระดมทุนหาอาหารมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ยากไร้ ตลอดปีที่แล้วมาจนถึงปีนี้

การทำเพื่อสังคมครั้งนี้ ทำให้ชาวอังกฤษจำนวนมากชื่นชมแรชฟอร์ด ที่สำคัญนักเตะทีมชาติอังกฤษยังได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้น MBE จากเจ้าชายวิลเลียมส์ นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างทั้งรอยยิ้ม และให้เด็กๆ คนยากไร้ได้อิ่มท้องไปในเวลาเดียวกัน

Text : Real Magine 

SHARED :

Recommend

18 April 2565

Make a Splash!

‘เอส-รวิพล สง่าวรวงศ์’ หนุ่มลุคโอปป้าดีกรีนักว่ายน้ำทีมชาติ

READ MORE