You are My Sonshine

การกลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ของ พีท-พีราวัชร์ อัศรววชิรวิท ทำให้ชีวิตใหม่ของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมีแต่เรื่องราวดีๆ เข้ามาในชีวิต อีกทั้งได้เกิดปรากฏการณ์แห่งความสุขเรียกหาทุกวัน การเป็นพ่อคนนั้นยิ่งใหญ่เสมอ เพราะลูกชายตัวน้อยมาเติมเต็มชีวิตของเขาและภรรยาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 



ชีวิตทุกวันนี้ของ พีท-พีราวัชร์ หรือ พีท-พีระ นักร้องหนุ่มเสียงนุ่ม อดีตสมาชิกวง Peacema-ker เอ่อล้นไปด้วยความสุข อยากรีบกลับบ้านไวๆ เพื่อมาพบหน้าลูกชายตัวน้อย การใช้ชีวิตของพีทในตอนนี้คือพอหลังเลิกงานแล้ว ต้องรีบบึ่งตรงกลับมาบ้านทุกวัน เพื่อมาดูลูกน้อยซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของเขา ในเวลาเดียวกันหน้าที่การงานของเขาก็กำลังไปได้สวย เพราะพีทถือเป็นอีกหนึ่งนักร้องคุณภาพที่ใครๆ ต่างรู้จักเป็นอย่างดี ปัจจุบันพีทเป็นศิลปินสังกัดค่ายโมโนมิวสิค และช่วงนี้เขากำลังมีซิงเกิลเพลงใหม่ 'ความรัก
ไม่ใช่ทุกสิ่ง'   

"แต่ก่อนเพลงของผมนี่คือ อกหักมาเลย ปวดร้าวสุดๆ แต่เพลงนี้เป็นเพลงที่ชื่อเพลงก็บอกเลยว่าอยากให้ทุกคนที่ผิดหวังกับความรักและคิดว่าความรักคือทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ไม่ได้ถ้าขาดมันไป แต่ผมอยากให้คิดใหม่ว่าส่วนที่เหลือในชีวิตเรา ยังอีกหลายอย่างที่มีค่ามากสำหรับชีวิตของเราครับ จงอย่าละทิ้งความฝันของตัวเอง ผมยังรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินคนอื่นๆ และยังมีธุรกิจหุ้นส่วนร้านอาหารกับเพื่อนๆ ชื่อร้าน บุหลันดั้นเมฆ ย่านถนนพระราม 3 และก็มีทำเพลงโฆษณาบ้าง" 


พีทใช้ชีวิตคู่กับเลม่อน-ทัตธวลัญญ์ อัศรว-วชิรวิท มีลูกชายที่กำลังน่ารักน่าชังหนึ่งคนคือ น้องชติณ - ติณห์เทพทัต วัย 4 เดือน พีทกับภรรยาพบรักกันสมัยที่เขายังทำวง Peacemaker 

"มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกัน ตอนนั้นก็เริ่มชอบพอกันแล้วคบกันได้สักพักหนึ่ง ก็ห่างๆ กัน ไปหลายปีเหมือนกัน ด้วยเหตุผลส่วนตัวของเราทั้งคู่ จากนั้นโชคชะตาก็นำพาให้เราได้มาเจอกันอีก วันนั้นเขามาฟังผมร้องเพลง ตอนนั้นความรู้สึกดีๆ เริ่มกลับคืนมาเหมือนเดิม จากนั้นก็ได้ตัดสินใจคบหากันใหม่จนถึงวันที่ผมขอภรรยาแต่งงานที่ตัดสินใจแต่งงานเพราะตอนนั้นคิดว่าถ้าไม่เริ่มสร้างครอบครัววันนี้ แล้วเราจะเริ่มสร้างครอบครัววันไหน ในเมื่อเราเจอคนที่ใช่สำหรับเราแล้ว ช่วงนั้นเราทั้งสองฝ่ายก็พร้อมด้วยกันทั้งคู่ เลยตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตครอบครัว และตัวเองก็อยากมีลูกด้วย 

…ความรู้สึกที่มีต่อภรรยาคือ ในใจบอกว่าผู้หญิงคนนี้มีความพิเศษมากกว่าคนอื่นๆ สำหรับผม ใจผมบอกเลยเธอคือคนที่ใช่ ผมไม่รีรอ ตั้งใจขอเธอแต่งงาน นิสัยส่วนตัวแล้วม่อนเป็นคนตลก น่ารัก อารมณ์ดี ร่าเริงครับ เขาเป็นคนที่ทำให้ผมยิ้มได้ตลอดเวลา หายากมากนะครับ คนเราก็ต้องมีความเครียดจากการทำงานอยู่แล้ว การที่เรามีแฟนที่แบบว่า เธอกำลังเครียดเหรอ จงหายเครียดซะดีๆ เธอสร้างบรรยากาศของความสดชื่น เป็นอะไรสักอย่างที่เธอตั้งใจทำ ผมหายเครียดเลย ผมว่าเป็นอะไรที่วิเศษมากครับ

...มุมมองความรักของเราสองคน ตามนิยามเดิมคือความรักของเรามีกันแค่สองคนแต่ต่อมากลายเป็นสามคนเมื่อเรามีลูก เราทั้งคู่จะคอยเทคแคร์ ดูแลใส่ใจกันในทุกรายละเอียด และเขากับผมก็มีไลฟ์สไตล์คล้ายๆ กันอยู่แล้วเช่น เวลาผมไปทำงาน ภรรยาจะอยู่เลี้ยงลูกที่บ้านคนเดียว ผมก็ช่วยแบ่งเบาหน้าที่ของภรรยาด้วย บ่อยครั้งที่ผมจะเตรียมอาหารไว้ให้เขา ผมรับผิดชอบเรื่องอาบน้ำให้ลูกทุกวันก่อนออกจากบ้านไปทำงาน หรือตอนกลับบ้าน 

...หลักๆ แล้ว การเลี้ยงดูลูกและการให้นมลูกเป็นเรื่องของภรรยาครับ เขาก็จะอยู่กับลูกตลอดครับเพราะเราไม่ได้จ้างพี่เลี้ยง ตอนผมกลับจากทำงาน เวลาเจอเขาจะอยากอุ้มเขาทันที ครอบครัวของผมจะเน้นที่การช่วยเหลือกัน เมื่อรู้ว่ามีใครต้องลำบากตรงไหน อีกคนหนึ่งจะรีบยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทันที เราเทคแคร์กันที่ความรู้สึกเป็นหลัก มีความรู้สึกดีๆ ให้กันเสมอ เมื่อเราอยู่กันเป็นครอบครัวแล้ว สิ่งที่เราสองคนต้องปรับคือต้องมีความรับผิดชอบในเรื่องเวลาของแต่ละคนให้ดีครับ เวลาที่แบ่งเพื่อตัวเองและครอบครัว ต้องเคารพซึ่งกันและกัน เรื่องนี้สำคัญมากครับ  และก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบในสิ่งที่พึงกระทำร่วมกัน"

ความรู้สึกตอนที่นักร้องหนุ่มรู้ว่าตัวเองจะกลายเป็นคุณพ่อ เป็นความรู้สึกที่พรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้ยากยิ่ง เป็นวินาทีแห่งความปลื้มปิติอย่างยากที่จะหาความรู้สึกใดๆ มาเปรียบเปรยได้ 

"วินาทีที่รู้ว่าเรากำลังจะเป็นพ่อคน รู้สึกว่าโลกนี้มันเปลี่ยนไป มันหมุนเร็วอย่างบอกไม่ถูกรู้สึกอยากจะหยุดหายใจอย่างไม่มีเหตุผล ดีใจในแบบที่ว่า ไม่รู้จะแสดงความดีใจที่อยู่ในใจถ่ายทอดออกได้อย่างไรดี รู้สึกเหมือนเห็นตัวเองแต่ไม่ใช่ตัวเอง มันบอกความรู้สึกยากมากจริงๆ ครับ พอมีลูกผมต้องปรับตัวเรื่องอารมณ์ เรื่องเวลา และลดความสุขส่วนตัวทั้งหมดลงครับ อย่างแต่ก่อนผมก็จะมีอารมณ์นิ่งๆ หรือหงุดหงิดง่ายบ้าง ต้องปรับตัวดึงสติกลับคืนมาให้ไว ยิ้มให้บ่อยขึ้น พูดคุยให้มากขึ้น รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ตามที่บอกไปว่าเรื่องของเวลาและความสุขส่วนตัว ผมละทิ้งไปเยอะมาก  ไม่มีคำว่าส่วนตัวอีกแล้ว

…สิ่งสำคัญในการเลี้ยงดูลูกคือความรักความเอาใจใส่อย่างเต็มที่ของทั้งคนเป็นพ่อและแม่ ผมเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ดีและเราควรทำอย่างยิ่ง เขาย่อมจะได้นิสัยของเราจากการเลี้ยงดูติดตัวเขาไป ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับการเลี้ยงลูก ใช้เวลาอยู่กับลูกตลอด ผมว่าเขาไม่เหมือนเด็กคนอื่น  ชอบฟังเสียงเพลง ชอบฟังเสียงร้องของผม เมื่อไหร่ที่ผมร้องเพลง หรือแม้กระทั่งตอนที่ผิวปากเขาจะหยุดฟัง ถ้าก่อนหน้านั้นเขาร้องไห้อยู่ เขาจะหยุดร้องทันที

...ปกติแล้วลูกชายผมจะไม่ค่อยงอแง หรือร้องไห้ง่ายๆ นอกจากตอนที่ง่วงนอนมากๆ เท่านั้นถามว่าลูกติดใครมากกว่ากันพ่อหรือแม่ จริงๆแล้วติดเราทั้งคู่ผมคิดว่าเราต่างเติมเต็มกันและกัน เพราะเราทั้งคู่ล้วนมีส่วนต่างๆ ที่ลูกชอบลูกเลี้ยงก็ไม่ยาก นอกจากช่วงที่ง่วงหรือหิว ก็จะงอแงเหมือนเด็กคนอื่นๆ ทั่วไป ถ้าตกกลางคืนเมื่อลูกตื่นขึ้นมาในยามดึกๆ หรือตื่นก่อนเราทั้งคู่ในตอนเช้าตรู่คนที่จะลุกขึ้นมาดูลูก ก็แล้วแต่ครับว่า ใครจะเป็นคนแรกที่สะดุ้งตื่นนอนขึ้นมาก่อน 

...ปกติแล้วถ้าหากเวลาที่ลูกร้องไห้และยังไม่ยอมหยุดง่ายๆ ผมจะเฉย แต่ภรรยาจะโอ๋และให้นม ผ่านไปสักพักเขาจะหยุดร้องแล้ว หรือไม่เราก็ใช้วิธีเปิดเสียงเพลง เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย"




พ่อแม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกเติบโตกลายเป็นเด็กดี มีความสามารถ อยู่ในสังคมได้ ตลอดจนอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี 

"ผมปลูกฝังให้เขาเป็นคนอารมณ์ดี จิตใจดีมองโลกสวยงาม รักในเสียงเพลง ดนตรี ศิลปะ ให้อยู่กับผู้คนได้มากมายและหลากหลาย ผมมีความเชื่อส่วนตัวในเรื่องของการเลี้ยงลูกว่าเราสามารถจะปลูกฝังและถ่ายทอดสิ่งดีๆ ให้เขาได้ ทุกวันนี้ผมศึกษาเรื่องของการเลี้ยงลูกผ่านทางอินเตอร์เน็ตบ้าง จากผู้ใหญ่ที่เราสองคนเคารพนับถือ และยังหาเวลาไปปรึกษาคุณหมอประจำตัวของลูก คุณหมอจะเข้าใจความรู้สึกและความต้องการของเด็กได้ดี ส่วนพี่ๆ ที่ผมรักและนับถือ ก็จะมีประสบการณ์การเลี้ยงลูกมาพอสมควร เขาสามารถให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกได้  

...ข้าวของที่ผมซื้อให้ลูกบ่อยๆ ก็จะเป็นของเล่น อย่างเสื้อผ้าก็ชอบซื้อให้เขา จำพวกชุดไดโนเสาร์นี้จะชอบซื้อให้บ่อยๆ ผมว่าเป็นชุดที่น่ารักมากถุงเท้าก็เป็นถุงเท้าสิงโตอะไรทำนองนี้ ส่วนการดูแลสุขภาพ และอาหารการกินของลูก เป็นสิ่งที่ผมไม่มองข้าม และพยายามดูแลอย่างดีที่สุด ทุกอย่างที่ให้เขากินหรือของใช้จะต้องสะอาดอยู่เสมอ คำนึงถึงความสุขและปลอดภัยของลูกให้มากที่สุด"


ส่วนการจะมีลูกเพิ่มอีกหนึ่งคนหรือเปล่านั้น พีทตั้งใจว่าจะให้ลูกคนแรกเจริญวัยมากกว่านี้ก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องการวางแผนมีบุตรคนที่สองอีกครั้ง       

"ตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนอะไร แต่ภรรยาผมเขาอยากมีลูกเพิ่มอีกคน เขาอยากได้ลูกผู้หญิง ผมคิดว่าน่าจะรออีกสัก 3 - 4 ปี ค่อยมาคิดอีกที รอให้ชติณโตกว่านี้หน่อย ตอนแรกผมอยากมีลูกคนเดียวก็พอ เพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะทำงานไม่ไหว แต่บางคนบอกว่ามีอีกสักคนสิ จะได้เป็นเพื่อนเล่นกัน แต่ผมกลับคิดว่าผมเป็นเพื่อนเขาได้ ยิ่งตอนนี้ผมไม่อยากมีลูกสาวสักเท่าไหร่แล้ว เพราะโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงมากและพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ผมเป็นห่วงเขา ไม่รู้ว่าโลกของเราจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหนกันในตอนนั้น  ผมเป็นห่วงลูกสาว แต่จริงๆ แล้วการมีลูกชายก็น่าเป็นห่วงเหมือนกัน แต่น่าจะเป็นห่วงน้อยกว่าลูกสาว 

...เรื่องอนาคตของลูกคนนี้ผมอยากให้เขาเป็นอะไรก็ได้ เป็นในแบบที่ดี ที่เขาชอบและมีความสุข และอยากให้เขาเติบโตเป็นคนอารมณ์ดี รักศิลปะ รักธรรมชาติ จิตใจดี แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับตัวผมและภรรยา"  

จากบทสัมภาษณ์คอลัมน์ แย้มปาก ใน LIPS Magazine ปักษ์แรก เมษายน 2559 

เรื่องและภาพ : กองบรรณาธิการ นิตยสารลิปส์ 
แต่งหน้า-ทำผม ธนาธิป ลินิฐฎา
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
The Art of Building
ผลลัพธ์ของการลองพิมพ์คำว่า "โจ้ ช. การช่าง" ลงไปบน search engine ทำให้เราได้ประจักษ์กับสายตาว่ากล้ามเนื้อมัดสวยของ ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์​ คือแม่เหล็กดึงดูดสำคัญที่บ่งบอกอะไร ได้หลายอย่าง เขาทำให้ชื่อของบริษัท รับเหมาก่อสร้างที่แข็งแกร่งระดับประเทศ จากการวางรากฐานของคุณพ่อและ คุณลุง ได้รับความสนใจมากขึ้น และ ยิ่งมองให้ทะลุลงไปถึงวินัยที่แฝงไว้ในเลือดเนื้อของทายาทหนุ่มมากความสามารถคนนี้ ยิ่งทำให้เรานิยมชมชอบในการรักษาสมดุลแห่งงานและการใช้ชีวิตของเขาในระดับที่ต้องยกนิ้วให้จริงๆ
People
30s Thirties Is An Attitude
บ่มเพาะตัวตนในวงการบันเทิงมานาน 14 ปี นอกจากชั่วโมงบินที่สูงขึ้น จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา ยังหยิบเอาประสบการณ์มาจัดวางชีวิตได้อย่างเข้าที่ ส่งผลให้ภารกิจในขวบวัยที่ 30 ของเธอ คือการสานต่อความสมดุลของชีวิต พร้อมๆ กับมุ่งสร้างความสุขในแบบของตัวเอง
People
Big Match Ahead
หลังจากใช้ชีวิตในต่างแดนนานกว่า 10 ปี ได้เวลาที่ "แนน-ชิดชนก ชิดชอบ" จะหอบหิ้วความรู้ ด้านการดีไซน์ มารับผิดชอบงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าที่ระลึก ให้กับสโมสรฟุตบอลของครอบครัว ที่ถือเป็นอีกก้าวที่ท้าทายในฐานะทายาทของสโมสรฟุตบอล ลือชื่ออย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด