Work Hard, Run Harder

เราต่างได้ยินเสียง เห็นหน้าค่าตา และเรียกขานเขาว่าดีเจจนติดปากแม้ "นุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร" จะเลิกเป็นดีเจมานานเกือบปี และผันตัวมาเป็นบุคคลบันเทิงอย่างแท้จริง เพราะงานหลักของเขาตอนนี้คือ การสร้างเสียงหัวเราะและความบันเทิงในรายการโทรทัศน์หลากหลายช่อง ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ชมได้รับความสำราญ เจ้าตัวเองก็เบิกบานกับงานในทุกๆ วัน
    
"ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ถือว่าเป็น New นุ้ยจริงๆ เพราะเป็นนุ้ย ฟรีแลนซ์ เปิดศักราชตั้งแต่ต้นปีเลย นุ้ยเริ่มหมดความรู้สึกในการจัดรายการ แฉแต่เช้า เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว แต่เราบอกใครไม่ได้ ตอนจัดรายการใหม่ๆ นุ้ยไม่กล้ารับงานอีเวนต์เลย เพราะเคยเจอดาราหันมาพูดกับเราแบบเคืองๆ ว่าเมื่อเช้าฟังรายการนะ คือเขาโกรธที่เราเอาเรื่องเขาไปเล่าออกอากาศ มันสร้างผลกระทบในวงกว้าง เลยรู้สึกว่ายิ่งจัดรายการยิ่งเหมือนเรากำลังทำร้ายคนอื่น การอยู่ตรงนั้นทำให้เราไม่มีเพื่อนในวงการ ไม่มีใครอยากจะคบเรา เพราะเขากลัวเราจะเอาเรื่องของเขามาเม้าท์

...วันที่เราตัดสินใจบอกผู้ใหญ่ว่าขออนุญาตหยุดจากการจัดรายการวิทยุ เราได้หันมามองว่าตัวเองคือใคร กำลังทำงานอะไร เราเป็นดีเจหรือเปล่า จนได้ค้นพบว่าอาชีพหลักของเราจริงๆ คือ อาชีพออกรายการโทรทัศน์ ก่อนหน้านี้แม้แต่งานพิธีกรก็ไม่รับ เพราะมีความรู้สึกว่าเราถ่ายทอดพลังในการให้ความสุขกับคนดูได้ไม่มาก ต่างจากการออกโทรทัศน์ ที่ทุกวันเราสามารถเปลี่ยนอารมณ์ ความรู้สึก ในแต่ละรูปแบบรายการได้ทุกวัน เราเลยเทความสนุกให้เต็มที่ไปเลยในแต่ละเทป

…ตัวตนเวลานุ้ยออกรายการโทรทัศน์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา มันเป็นอินเนอร์ของเราจริงๆ เวลานุ้ยอยู่กับเพื่อนหรือเจอใครก็ตาม จะชอบทำให้เขามีรอยยิ้ม สนุกสนาน เราชอบคบเพื่อนตลก เวลาอยู่กับเพื่อนนุ้ยจะไม่เป็นคนพูด แต่ฟังพวกมันเล่นมุกกัน เพราะเราพูดมาทั้งวันแล้ว ขอเงียบบ้าง

…2559 จึงถือเป็นปีที่ดีมากๆ ปีหนึ่งของชีวิต ที่รู้สึกว่ากราฟแตะจุดสูงสุด เพราะพอเราหยุดงานประจำไปกลายเป็นว่าบริษัทที่เคยกังวลเรื่องการติดสัญญาของเราก็ติดต่อเข้ามาเยอะมากขึ้น


…แพลนในปีนี้ของนุ้ยเริ่มต้นทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็คือ จะทำงานให้เต็มที่มากขึ้น ตั้งใจให้เป็นปีแห่งการทำงานและเก็บหอมรอมริบ เมื่อก่อนเคยแพลนไว้ว่าตอนอายุ 30 ปี จะต้องมีนั่นมีนี่ ซึ่งก็ทำได้ทุกอย่างที่ตั้งใจ ทั้งซื้อบ้าน ซื้อรถ พอมันจบปุ๊บก็ต้องหาอะไรต่อเนื่องให้กับชีวิตตัวเอง ตอนนี้อายุ 33 ปี อยากหาจุดมุ่งหมายใหม่ให้กับตัวเองด้วยการสร้างหนี้ต่างๆ เวลาสร้างหนี้เราจะมีแรงผลักดันในชีวิต ต้องเข้าใจก่อนว่านุ้ยเป็นคนสร้างหนี้แบบไม่ไปติดเงินคนอื่น สร้างหนี้ให้กับตัวเอง หมายถึง เราชอบซื้อของด้วยเงินสด ไม่ผ่อนสินค้า ซื้อรถก็ซื้อเลย ซื้อบ้านก็ปรึกษาธนาคารก่อนว่า ปีแรกดอกเบี้ยถูกก็ผ่อนไปก่อน พอหมดหนึ่งปีแรกก็หาเงินมาโปะเลย นั่นคือ เราต้องขยันเก็บเงินให้กับตัวเอง และมีจุดมุ่งหมายในการเก็บแบบนี้ไปเรื่อยๆ

…ในขณะเดียวกัน นิสัยที่อยากเปลี่ยนแปลงก็คือ เป็นคนใช้เงินเยอะ ฟุ่มเฟือย จากที่เคยถูกแซวช่วงเพิ่งเข้าวงการว่ามัธยัสถ์จนมีเกลือติดตัว กลายเป็นว่า ณ วันนี้เราตามใจตัวเองเยอะเกินไป ทั้งในเรื่องการรับงานที่เลือกเฉพาะงานที่ตัวเองอยากทำเท่านั้น หรือเรื่องการจับจ่ายใช้สอยที่ตามใจตัวเองมากเกินไป จึงอยากตามใจตัวเองให้น้อยลง และตั้งสติให้มากขึ้น

...เคยมีหมอดูบอกว่าถ้ามีความรัก ดวงเรื่องงานจะดาวน์ลงมา ประกอบกับฝังใจมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นยังไม่เข้าใจเลยว่าการแต่งงานคืออะไร รู้แต่ว่าการแต่งงานก็เหมือนที่พ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน ก็เลยเดินไปบอกแม่ว่าจะไม่แต่งงานนะ แม่ก็บอกว่า อืม ไม่ต้องแต่งหรอกลูก แม่คงไม่เข้าใจว่าลูกฉันเป็นอะไร (หัวเราะ)

…สัญญากับพี่หอย (เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) เอาไว้ว่าปีหน้านุ้ยจะออกกำลังกายแล้วนะ พี่หอยก็ด่าว่า ถ้ามึงจะออก มึงออกตั้งแต่วันนี้ได้ไหม (หัวเราะ) ดังนั้น จุดมุ่งหมายของนุ้ยคือ จะซื้อรองเท้าวิ่งเสียที"



เรียบเรียงจากคอลัมน์ Feature : Same Old or Brand New You ในนิตยสาร LIPS มกราคม 2560


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :