The Magic of MOR-LAM Music

หนึ่งในสาขาดนตรีที่หลายคนอาจไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัส ด้วยฟังแล้วไม่เข้าใจในเนื้อหา ด้วยกลัวจะถูกมองว่าเป็นคนเฉิ่มเชย ด้วยเป็นแนวเพลงที่ห่างไกลจากแวดวงที่ข้องแวะ และด้วยอีกหลากเหตุผลที่ทำให้โลกของคนเมืองกับดนตรีหมอลำดูจะโคจรมาบรรจบกันได้ยาก จนวันหนึ่งเมื่อเรามีโอกาสได้สัมผัส ประกอบกับการได้รับรู้ข่าวคราวการเป็นที่ยอมรับในเวทีสากลของศิลปินหมอลำ การรับรู้แบบเดิมๆ ที่เคยมีต่อดนตรีพื้นบ้านแขนงนี้ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง


Paradise Bangkok



วงดนตรีสำเนียงอีสานที่ผสานท่วงทำนองใหม่ๆ จนเกิดเป็นงานเพลงรสจัดจ้านที่พาหมอลำไปโด่งดังไกลยังอีกซีกโลก ประกอบด้วยสมาชิก 6 คน ได้แก่ ไสว แก้มสมบัติ หมอแคนรุ่นลายคราม, คำเม้า เปิดถนน มือพิณลูกอีสานชั้นครู, ปิย์นาท โชติกเสถียร มือเบสวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า, ภูษณะ ตรีบุรุษ มือกลองประจำวง, ดีเจคริส เมนิสต์ มือเพอร์คัสชั่นจากอังกฤษ และ ณัฐพล เสียงสุคนธ์ ผู้ริเริ่มโปรเจ็กต์ โปรดิวเซอร์และมือฉิ่ง

ทำไมต้องเพลงหมอลำ
ณัฐพล : ผมสะสมเพลงยุค 70 จากหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแอฟริกาตะวันออก แอฟริกาตะวันตก เอธิโอเปีย มาลี กานา เคนยา โมร็อกโก ตะวันออกกลาง อิหร่าน จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พอมาเจอเพลงไทยยุค 70 ก็รู้สึกว่าหมอลำมีความคล้ายคลึงกับเพลงแถบมาลี เพลงลูกทุ่งคล้ายกับเพลงจากเอธิโอเปีย ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้วอาจจะไม่มีอะไรเชื่อมต่อกัน แต่ถ้าเปิดดนตรีพวกนี้โดยไม่มีเสียงร้อง ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นเพลงของประเทศไหน พอสนใจก็เริ่มศึกษา ด้วยความที่หมอลำมีความเป็น honest music ที่ซื่อตรง ฟังแล้วสัมผัสได้ว่ากำลังสะท้อนวัฒนธรรมที่สนุกสนาน ยิ่งศึกษาลึกลงไปเรื่อยๆ ตั้งแต่จังหวะ ไลน์ เครื่องดนตรี ที่ในแต่ละจังหวัดก็จะมีซาวด์ไม่เหมือนกัน เลยทำให้ผมสนใจหมอลำมากขึ้นจนเกิดเป็นโปรเจกต์ Paradise Bangkok ขึ้น

อัลบั้มที่สองที่เพิ่งวางแผง ต่างจากอัลบัมแรกอย่างไร
ณัฐพล : อัลบัมแรก (21st Century Molam) ต่อยอดมาจากการทดลองดนตรีในยุค 70 ที่มีการผสมดนตรีหมอลำเข้ากับเครื่องดนตรีตะวันตก ส่วนในชุดที่สอง (Planet Lam) มีนักดนตรี ดีเจ โปรดิวเซอร์ ทั้งในไทยและต่างประเทศมาร่วมทดลองสร้างซาวด์ใหม่ๆ มีการพัฒนาไลน์อีสานแบบใหม่ ต่อยอดจากไลน์ดั้งเดิมที่สะท้อนชีวิตและเลียนเสียงธรรมชาติ ปัจจุบันเราทุกคนอยู่กรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ เราเลยมองว่าทำไมเราต้องยึดติดอยู่กับการอนุรักษ์เฉพาะไลน์พวกนั้น ทำไมเราไม่ reflect ไลน์ใหม่ๆ ที่เจอกันอยู่ทุกวัน เช่น สภาพรถติดของคนเมือง ที่สะท้อนออกมากับไลน์พิณและไลน์แคน

พวกคุณแตกต่างทั้งวัยและรสนิยม อะไรคือจุดกึ่งกลางในการทำดนตรีร่วมกัน
ปิย์นาท : ปกติการทำเพลงของเราเริ่มต้นจากเสียงพิณและแคนเป็นตัวตั้ง แล้วจินตนาการออกมาเป็นเพลงร่วมกัน เช่น ไลน์น้ำตก เราก็คุยกันว่าแต่ละคนมองน้ำตกยังไง เพลงนี้กลางวันหรือกลางคืน มีตัวละครอะไรบ้าง แล้วก็เอาหัวข้อนี้มาสร้างบทสนทนาด้วยเครื่องดนตรี สร้างบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม ส่วนวัตถุดิบในการทำเพลงเราสามารถหยิบมาจากสิ่งแวดล้อมได้ทั้งหมด อาหารที่เราอยากให้รสชาติเปรี้ยวกว่านี้ ผมก็จะขอให้พี่คำเม้าจินตนาการให้มันเปรี้ยว สมมติเขาบ่นว่าแถวเมืองทองธานีหาที่จอดรถยากมาก ผมก็จะบอกให้เขาลองแต่งไลน์พิณที่แสดงความรู้สึกของการขับรถหาที่จอดรถเป็นชั่วโมง แต่คนฟังอาจจะไม่รู้สึกถึงก็ได้ เพราะมันแอ็บสแตร็กต์ เป็นภาพที่เขาจินตนาการขึ้นมา ซึ่งข้อดีคือ แต่ละคนสามารถเอาไปตีความในรูปแบบของตัวเองได้

พวกคุณคิดว่าสามารถเข้าถึงคนที่เสพเพลงหมอลำรูปแบบเดิมๆ ได้อย่างไร
ไสว : อันที่จริงดนตรีไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร เป็นของกลางๆ เป็นของมีคุณค่าในตัวเอง ขึ้นอยู่ว่าคนแต่ละคนจะชอบแบบไหน จิตใจเขาเปิดตรงไหน เรามีหน้าที่กระจายเพลงออกไปให้เขาเลือกเสพ
ณัฐพล : ท้ายที่สุดแล้ว เพลงของวงเราเป็นส่วนผสมพวกเราทุกคนมากกว่าที่จะเป็นแนวดนตรี ถ้าเราเปิดหมอลำจาก recording ตั้งแต่สมัยก่อนมา กับสิ่งที่เราเล่นแค่ใช้เครื่องดนตรีคล้ายกัน แต่เราพัฒนาจนเป็นแนวทางของตัวเอง เราไม่ได้มีอีโก้ว่าสร้างแนวดนตรีใหม่ แต่สิ่งที่เราเล่นด้วยกันเป็นการคัดสรรรสนิยมที่เราชอบมากกว่า ดังนั้น ผมมองว่าจำเป็นหรือเปล่าที่วงหมอลำในประเทศไทยต้องเล่นเหมือนกัน ถ้าเกิดจะมีสัก 1-2 วง หรือยิ่งมีหลายวงมากขึ้นที่เล่นตามคาแร็กเตอร์ของตัวเอง ก็ยิ่งเป็นตัวเลือกที่หลากหลายให้กับผู้เสพ 



รัสมี อีสานโซล



จากสถานะของทายาทครูสอนเจรียง (การละเล่นเขมร) ต่อยอดสู่ความชอบในการร้องเพลงอีสานทำให้ "แป้ง-รัสมี เวระนะ" ค่อยๆ หล่อหลอมประสบการณ์ทางดนตรีตั้งแต่ยังเด็ก เกิดเป็นที่มาของอัลบัม Isan Soul EP. ที่ผสานเส้นเสียงแบบหมอลำเข้ากับเมโลดี้แบบตะวันตกได้อย่างลงตัว จนสามารถคว้า 3 รางวัลจากเวทีคมชัดลึก อวอร์ด พร้อมๆ กับสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการเพลง 
 
จากลูกอีสานแท้ กลายมาเป็น Isan Soul ได้อย่างไร
"ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่ มีโอกาสได้ร้องเพลงในบาร์ฝรั่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้รู้จักเพลงสากล และนักดนตรีแซกโซโฟนชาวชิคาโก ที่กำลังมองหานักร้องหมอลำ จนได้ร่วมทำโปรเจกต์ทดลองเพลงหมอลำแจ๊ซด้วยกัน หลังจากนั้นก็ได้ร่วมงานกับนักดนตรีวงแอฟโฟรหรือแอฟริกันเกือบ 6-7 ชีวิต ที่ใช้เครื่องดนตรีหลักเป็นเครื่องเคาะ รากจะคล้ายๆ กับกันตรึมบ้านเรา ทำอยู่สองปี จนทำให้มีโอกาสได้ไปร่วมงานกับนักดนตรีที่ฝรั่งเศสเมื่อสองปีก่อน เลยรู้สึกว่าทำไมเราไม่ทำดนตรีของตัวเองเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะจริงๆ มีคนที่เห็นคุณค่าหมอลำเยอะ ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อน จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการทำอัลบัมอีสานโซล"

เล่าถึงขั้นตอนการทำอัลบั้มของคุณให้ฟังหน่อย
"หลังกลับจากฝรั่งเศส เราก็เริ่มมองหานักดนตรี ด้วยความที่อยู่เชียงใหม่ จึงหานักดนตรีเครื่องอีสานยากพอสมควร โชคดีไปเจอก้อง (สาธุการ ทิยาธิรา) ซึ่งเป็นมือกีตาร์ที่ร้านขายเครื่องดนตรีของน้องสาว เลยชวนมาลองทำโปรเจกต์สนุกๆ กันไหม ก้องบอกว่าเอาสิพี่ ด้วยความที่เขาไม่มีข้อจำกัด เพราะเขาไม่ได้ฟังเพลงหมอลำ ไม่รู้ว่าหมอลำคืออะไร เขาจึงเล่นกีตาร์อย่างอิสระ แล้วเราก็ใส่เนื้อร้องแบบหมอลำเข้าไป"

ตั้งใจจะให้กลิ่นอายออกมาเป็นโซลตั้งแต่แรกไหม
"ไม่ได้วางแผน แต่เกิดจากข้อจำกัดเรื่องเครื่องดนตรี เพราะเราไม่มีพิณหรือแคน เรามีแค่กีตาร์ ดนตรีเลยออกมาเป็นอีกกลิ่นหนึ่ง ซึ่งตอนหลังพอได้เล่นไลฟ์ค่อยมีพิณและแคนตามมาทีหลัง"

กระบวนการแต่งเพลงของคุณเป็นอย่างไร
"เพลงหมอลำมีจังหวะเฉพาะ เช่น รำเต้ย รำเพลิน รำภูไท ฯลฯ เวลาแต่งเพลงเราก็เลือกว่าจะแต่งจังหวะไหน จากนั้นก็หาไอเดียว่าจะแต่งเรื่องอะไร อย่างเพลงมายา เขียนเสร็จเร็วมาก ใช้เวลา 15 นาทีระหว่างรอขึ้นเครื่องบิน เวลาเราโดนอะไรมากระทบจะสามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้ดี อย่างเพลงนี้เราไปเจอคนที่เขาเห็นคุณค่าของวัตถุ เลยรู้สึกว่ามันมีจริงๆ นะคนที่ทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองอยู่สูง เลยอยากแต่งเพลงนี้ขึ้นมา"

คิดว่าอะไรคือเหตุผลที่เพลงหมอลำได้รับความนิยมในต่างประเทศ
"เพราะบ้านเราหมอลำเป็นเพลงของคนอีกชนชั้นหนึ่ง ยังมีการแบ่งแยก แต่สำหรับต่างชาติ หมอลำได้ไปอยู่ใน Jazz Festival มีคนตั้งใจฟัง ชอบไม่ชอบเราไม่รู้ แต่เขาก็ให้เกียรติฟังจนจบ แต่ในเมืองไทยถ้าพูดถึงหมอลำ หลายคนคิดถึงเฉพาะในแง่มุมตลก แล้วเพลงหมอลำจะเป็นพิมพ์เดียวกันหมด ในขณะที่เราอยากให้ดนตรีมันเท่ เลยลองเอากันตรึมมาทำอย่างนี้ดูซิ อันที่จริงเพลงหมอลำดีอยู่แล้ว ถ้าเด็กวัยรุ่นสมัยใหม่เห็นคุณค่า มีการต่อยอด ก็จะไม่หายไป อันนี้สำคัญมาก"

เคยคิดอยากกลับมาทำเพลงหมอลำแบบดั้งเดิมไหม
"คิดค่ะ อยากจะร้องกับแคนแบบพื้นถิ่นอย่างเดียวเลย เพราะเราอยาก experiment ว่าถ้าลองเอื้อนแบบนี้กับแคน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร"



ไมค์ทองคำ หมอลำฝังเพชร



ทำไมคนไทยถึงควรดูรายการ 'ไมค์ทองคำ หมอลำฝังเพชร'
ด้วยตัวเลขของกลุ่มคนฟังเพลงหมอลำที่ครอบคลุมพื้นที่กว่าค่อนประเทศ ทำให้ช่องเวิร์คพอยท์ตัดสินใจหยิบเอาดนตรีเฉพาะทางอย่างหมอลำอีสาน มาต่อยอดเป็นรายการประกวดร้องเพลง 'ไมค์ทองคำ หมอลำฝังเพชร' ที่ภารกิจในครั้งนี้ไปไกลกว่าการเป็นเวทีประลองความสามารถ แต่หมายรวมไปถึงการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอีสาน โดย ชวิศฐานิต ชัยชาติ โปรดิวเซอร์ประจำรายการ รับหน้าที่บอกเล่าที่มาและความตั้งใจในครั้งนี้ให้เราเข้าใจ 
  
"รายการไมค์ทองคำ หมอลำฝังเพชร เกิดจากการโฟกัสไปยังกลุ่มคนต่างจังหวัด เพราะคนดูทีวีในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด ในขณะที่คนเมืองนิยมเสพสื่อผ่านทางยูทูบหรือโซเชียลมีเดียมากกว่า จากนั้นเมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบวัฒนธรรมการร้องเพลงลูกทุ่งของทั้งสี่ภาค จึงพบว่ากลุ่มคนดูที่เยอะและใหญ่มากคือภาคอีสาน เราจึงตัดสินใจทำรายการประกวดเพลงหมอลำอีสานโดยเฉพาะ

...เป้าหมายหลักของการทำรายการนี้คือ อนุรักษ์และสืบสานความเป็นอีสาน แต่ด้วยสไตล์ของเวิร์คพอยท์ที่ต้องการให้เข้าถึงคนกลุ่มใหญ่ด้วย เราจึงต้องทำให้คนที่ไม่รู้จักหรือไม่เข้าใจเพลงหมอลำได้ลองสัมผัสแล้วเกิดความรู้สึกประทับใจ เพราะธรรมชาติของมนุษย์จะชอบความแปลกใหม่ พอมีสิ่งใหม่คนก็จะรู้สึกทึ่ง ทั้งที่สิ่งนั้นมีมานานแล้ว เราเป็นสื่อมวลชน จึงมีหน้าที่หยิบสิ่งที่ดีในทุกพื้นที่ออกมานำเสนอ เราจึงมีนโยบายเปิดกว้างเพื่อความหลากหลาย คือต้อนรับหมอลำทุกชนิด ทั้งหมอลำโบราณ หมอลำประยุกต์ หรือลูกทุ่งหมอลำ โดยไม่จำกัดอยู่ที่เพลงหมอลำแบบดั้งเดิม ที่มีแค่หมอแคนกับนักร้อง ทั้งยังไม่จำกัดเพศและวัย จะเด็ก วัยรุ่น ผู้หญิง ผู้ชาย หรือคนสูงอายุก็มาประกวดได้หมด

...ความประทับใจหลังจากได้ทำรายการนี้คือ เราไม่นึกว่าจะได้รับความเมตตาจากหมอลำระดับบรมครูหลายๆ คนที่เข้าร่วมประกวด เช่น พ่อบุญหนา ฟ้าสะอื้น บรมครูเพลงหมอลำพื้นบ้าน ที่พอกรรมการเห็บปุ๊บก็ตกใจว่ามาได้ยังไง ครูสลายังพูดว่าเคยได้ยินชื่อเสียงตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีโอกาสได้เจอ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอในเวทีนี้ ซึ่งท่านก็สุดยอดจริงๆ ทั้งแต่งสดและร้องสด เนื่องจากถ้าเป็นหมอลำโบราณ เขาจะร้องสดขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตรงหน้า เช่น เห็นคนดู เห็นกรรมการปุ๊บ เขาก็จะร้องแซว คล้ายกับการฉ่อยสด นอกจากนี้ยังมีบรมครูอีกหลายท่าน เช่น หมอลำดวงดาว ซึ่งครูสลาบอกว่าถ้าเทียบแล้วก็คือ ศิริพร อำไพพงษ์ หรือจินตหรา พูนลาภในปัจจุบัน
 
...เพลงอีสานก็คือ Music World คนที่ชอบดนตรีในหัวใจเขาไม่ปิดกั้นอยู่แล้วว่าเป็นเพลงภาคไหน ดังนั้น ดนตรีหมอลำจึงเข้าถึงคนทุกภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสน่ห์ของเพลงหมอลำคือความสุดกู่ ดนตรีหมอลำเวลาสนุกคนจะลุกขึ้นมาเต้น โดยที่ไม่ฟังเนื้อเพลงด้วยซ้ำว่าร้องอะไร เซิ้งกันสนุกสนานเฮฮา แต่พอถึงอารมณ์เศร้า เสียงดนตรีจะลึกซึ้งลงไปถึงขั้วหัวใจ ถ่ายทอดอารมณ์ทุกๆ ด้านได้อย่างถึงแก่น"



เรียบเรียงจากคอลัมน์ Feature ในนิตยสาร LIPS เดือนพฤศติกายน 2559
เรียบเรียง : fiefiez S.
เรื่องและภาพ : กอง บก.ลิปส์


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
The Professional Boxer
นิก เฟรสเซอร์ นักชกทีมชาติไทยลูกครึ่งไทย-เนเธอร์แลนด์ วัย 22 ปีคนนี้ มากับบอดี้ฟิตเปรี๊ยะที่ได้จากการฝึกซ้อมปล่อยมัดอย่างต่อเนื่องตลอด 6 ปีที่เริ่มก้าวสู่สังเวียน ด้วยตารางการซ้อมที่เคร่งครัด และการมีวินัยในการชีวิตทุกแง่มุมทำให้ได้ชัยชนะเป็นรางวัล และได้หุ่นล่ำๆ พร้อมโชว์เป็นของแถม
People
Lips for King by GDH & Nadao Bangkok Artists
เหล่านักแสดงจากบริษัท GDH และนาดาว บางกอก ร่วมแคมเปญแสดงความประทับใจที่มีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสิ่งพิมพ์ฉบับพิเศษ หน้าปกอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ประทับพระปรมาภิไธย "LIPS SPECIAL PUBLICATION A COLLECTIBLE ISSUE พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร In Remembrance of His Majesty King Bhumibol Adulyadej (1927-2016)"
People
The Great Companion
ภาม - นภัสถ์ จิตตะเสนีย์ คอไวน์ Gen Y ที่บอกเราว่า "การดื่มไวน์ที่ดีไม่ได้เพื่อให้เมาแต่เพื่อให้เราได้ลิ้มรสและผ่อนคลาย" ยิ่งมีโอกาสได้ไปไวน์ทัวร์กับครอบครัวที่บอร์โด พักผ่อนในชาโตที่ปลูกและหมักไวน์ ยิ่งทำให้โลกของไวน์สำหรับเขาน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ครั้งนี้เขาแชร์ความรู้สึกเมื่อได้ลิ้มรส JACOB'S CREEK Cool Harvest Unoaked Chardonnay ให้เราฟัง