The King Photos Collector

ท่ามกลางเฟอร์นิเจอร์คลาสสิกจากหลากยุคสมัยที่จัดวางอยู่ตามมุมต่างๆ ภายในร้านแอนทีกส์แห่งหนึ่งย่านนวมินทร์ เพียงแหงนหน้าขึ้นมองไปยังโถงสูงตรงกลางร้าน เราก็ได้พบกับ 'รูปที่มีทุกบ้าน' ปรากฏเด่นชัดและสะกดสายตาให้ตรึงอยู่นานหลายชั่วอึดใจ เพราะมนต์ขลังบางอย่างบ่งบอกกับเรา ว่าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สถิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ซ่อนความพิเศษไว้มากกว่าในบ้านหลังใดๆ 

หลังจากที่ "คุณเค - ฐานธิษณ์ ชินกฤตกุล" เจ้าของอาณาจักรวัตถุแอนทีกส์แห่งนี้มาต้อนรับพวกเรา และพาขึ้นไปยังชั้นสองของอาคาร ภายในพื้นที่ห้องขนาดไม่กี่ตารางเมตร เรียงรายด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ครบทุกรัชกาล ประดับอยู่ในกรอบภาพงามวิจิตรไม่ซ้ำกันเลยแม้แต่กรอบเดียว ซ้ำยังเต็มไปด้วยตู้โชว์ที่อัดแน่นด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ในกรอบเล็กกรอบน้อย ของทั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งส่วนมากล้วนอยู่ในอิริยาบถที่เราไม่เคยพบเห็นมาก่อน และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ในอัลบั้มเก็บภาพที่กรุด้วยปกหนังอย่างดีจำนวนหลายสิบเล่มที่เรียงเป็นตั้งอยู่ในบริเวณนั้น รวมถึงในลังกระดาษอีกหลายใบ ก็เต็มไปด้วยพระบรมฉายาลักษณ์อีกเป็นจำนวนมากเกินจะนับเช่นกัน

ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น ก่อนที่พระบรมฉายาลักษณ์ทั้งหมดจะถูกรวบรวมมาไว้ที่นี่ ฐานธิษณ์เริ่มต้นสะสม 'ภาพถ่ายในหลวง รัชกาลที่ 9' ใบแรกจากการนั่งยองลงหยิบรูปใบนั้นจากแผงค้าบนพื้นถนนริมทาง

"เมื่อ 20 ปีก่อน สมัยที่ผมยังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเซนต์จอห์น ผมชอบไปเดินดูของเก่าที่สวนจตุจักร และมักเห็นพ่อค้านำรูปในหลวงมาวางขายอยู่กับพื้นริมถนน ใจผมก็นึกเสียดายว่าทำไมถึงเอารูปท่านมาวางบนพื้น รู้สึกว่าไม่ใช่ที่ทางที่เหมาะสม จึงซื้อภาพของท่านมาเก็บไว้ ทำให้หลังจากนั้น ไม่ว่าผมจะเห็นรูปในหลวงที่ไหนก็ตาม ผมจะซื้อเก็บไว้ทุกรูป ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลก เพราะในสมัยนั้นไม่มีใครเขาซื้อรูปในหลวงกัน เพราะมีแจกฟรีเยอะแยะไป แต่สำหรับผม ทุกครั้งที่มาเดินหาซื้อของเก่าจะต้องได้ภาพในหลวงติดมือกลับบ้านเสมอ"



การสะสมภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของฐานธิษณ์ดำเนินควบคู่ไปพร้อมๆ กับการสะสมของเก่าแก่โบราณหลากหลายชนิด โดยมีจุดเริ่มต้นจากการสะสมกระป๋องนม ขวดน้ำและผลิตภัณฑ์ของน้ำอัดลมยี่ห้อดัง เรื่อยไปสู่การมองหาของเก่าชิ้นอื่นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เด็กหนุ่มลูกหลานชาวจีนที่ทางบ้านทำธุรกิจค้าขายเสื้อผ้าคนนี้ เริ่มเอาใจออกห่างการช่วยทางบ้านค้าขายเสื้อผ้า แล้วหันมาก่อร่างสร้างธุรกิจค้าของเก่าด้วยตัวเอง 

เริ่มต้นจากศูนย์ ต่อยอดด้วยใจรักและมุ่งมั่น ส่งผลให้ธุรกิจของคุณเคเติบโตขึ้นเป็นลำดับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเฟ้นหาสินค้าของแท้คุณภาพดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาขาย และอีกส่วนเป็นเพราะความเลอค่าของพระบรมฉายาลักษณ์ที่มากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละขวบปี ทั้งยังมีความพิเศษเหนือกว่าที่อื่น จนทำให้นักสะสมของเก่าจากทั่วทุกสารทิศพากันหลั่งใหลมาที่นี่ ทั้งเพื่อเทียวไล้เทียวขื่อขอซื้อพระบรมฉายาลักษณ์ที่ตนหมายตา หรือแค่เพียงเพื่อขอมาชมโฉมความงามในกรอบภาพที่หาดูที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ ก็ตาม

"ผมเชื่อว่าการที่เรามีท่านทำให้เราค้าขายได้ ผมรู้เลยว่าคนที่เป็นลูกค้าผม 9 ใน 10 คนอยากได้รูปเหล่านี้ และในเมื่อผมไม่ได้มีความตั้งใจจะขาย เขาก็ต้องเทียวไปเทียวมาอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น ถ้าผมขายไปปุ๊บ เขาก็จะไม่กลับมาหาเราอีก" ฟังดูราวกับเป็นกลยุทธ์ทางการค้า หากแท้จริงคือศรัทธาอย่างเหลือล้นต่างหากที่น้อมนำให้คุณเคมีดวงใจที่รักมั่นต่อการเก็บรักษาพระบรมฉายาลักษณ์ทุกภาพเป็นอย่างดี

"ผมเริ่มต้นจากความศรัทธา ไม่ว่าคุณจะเปิดร้านขายอะไรก็ตาม ก็ต้องมีรูปในหลวงประดับบนผนัง เพื่อเป็นมงคลแก่สถานที่ ซึ่งร้านของผมเน้นขายของแอนทีกส์อายุเก่าแก่ 80 ปี รูปของท่านก็ควรจะอยู่ในยุคเดียวกัน"

หลังจากการสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ทุกภาพที่เจอตามรายทาง ล่วงเข้าสู่วันที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิมากขึ้น คุณเคเริ่มที่จะเฟ้นหาพระบรมฉายาลักษณ์ที่ต่างออกไป กฎเกณฑ์มีเพียงแค่ต้องเป็นภาพที่หายาก และยังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ซึ่งด้วยความที่เขาเป็นคนอ่านหนังสือเยอะ จึงทำให้ผ่านตาภาพพระบรมฉายาลักษณ์มามากพอสมควร จึงไม่แปลกเลยที่เราจะอดรู้สึกประหลาดใจจนต้องถามไถ่ออกไปอยู่บ่อยครั้งว่าภาพนี้เป็นเหตุการณ์ใด เกิดขึ้นเมื่อไร และได้มาได้อย่างไร

"หลายภาพมีคนให้มา เพราะรู้ว่าผมเก็บสะสมภาพในหลวง และบางส่วนก็ได้มาจากการประมูล ซึ่งแม้จะมีคนสู้ราคากันสูงมากในแต่ละครั้ง แต่ผมไม่เคยแพ้เลย ชนะทุกการประมูล อาจเพราะท่านอื่นมีกำลังซื้อมากก็จริง แต่เขาเก็บของหลากหลายชนิดเกินไป ในขณะที่ผมมุ่งเก็บเฉพาะพระบรมฉายาลักษณ์เท่านั้น ทำให้ผมสู้สุดตัว ราคาไม่เกี่ยง ยังไงก็ต้องสู้เพื่อให้ได้มา"



ตัวอย่างพระบรมฉายาลักษณ์หายากที่คุณเคได้มาจากการประมูล เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งยังไม่ขึ้นครองราชย์ และได้รับพระราชทานยศ 'ร้อยโท' จากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พร้อมกับทรงลงพระปรมาภิไธยว่า 'ภูมิพล' ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้พระปรมาภิไธย 'ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.' หลังเสด็จขึ้นครองราชย์

"ความหายากของภาพนี้ก็คือ ณ ​ตอนนั้นท่านยังไม่ได้เป็นกษัตริย์ จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องเซ็น การได้มาซึ่งลายเซ็นคำว่าภูมิพลบนภาพของท่านจึงนับเป็นสมบัติที่หาได้ยากยิ่ง" และมูลค่าที่เคาะเป็นครั้งสุดท้ายในการประมูลครั้งนั้น ปิดการขายที่ตัวเลข 7 หลัก ซึ่งเป็นราคาที่ฐานธิษฐ์ยินดีจ่าย เพื่อรวบรวมไว้ซึ่งคุณค่าที่เขาคู่ควร

อีกหนึ่งภาพหายากที่คุณเคยืนยันว่าแทบจะไม่พบในระบบแล้ว ก็คือ พระบรมฉายาลักษณ์วัยเยาว์ เมื่อครั้งทรงใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ "เพราะภาพเหล่านั้นน่าจะล้างอัดไว้เพียง 2-3 ก๊อปปี้ และมีเฉพาะในวัง โอกาสหลุดออกมายากมาก ซึ่งโชคดีที่ผมมีเก็บไว้ 2 ใบ เพราะราคาในตลาดตอนนี้อยู่ที่หลักหลายแสนบาทแล้ว" 

นับเป็นโชคดีของทีมงานลิปส์ ที่ได้มีโอกาสได้ชื่นชมพระจริยวัตรอันงดงามของทั้งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ในอิริยาบถที่ยังไม่เคยผ่านตาที่ไหน ซึ่งกรุอยู่ในกรอบกระจกโค้งแสนวิจิตรงามตา


 
"หลายคนเคยพูดกับผมว่าถ้าผมขายรูปในหลวงทั้งหมดนี้ ผมรวยเลยนะ ผมตอบเขาไปว่า ใครบอก ผมอาจจะจนหรือหมดชื่อไปเลยก็ได้ สมมุติว่ามีคู่แข่งอยากทำแบบผม ลงทุน 100-200 ล้านบาท ไปเหมาซื้อของจากเมืองนอกมาเปิดร้านใหญ่เท่าผม เขาทำได้ แต่จะให้เขามีรูปในหลวงเยอะเท่าผม เขาทำไม่ได้ เพราะไม่มีแหล่งให้เขาซื้อ ใช่ว่าใช้เวลาปีเดียวแล้วจะหาซื้อรูปท่านได้มากขนาดนี้ ผมใช้เวลากว่า 20 ปี ดังนั้น มีเงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีเวลาและศรัทธาในการเก็บสะสมด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่หลายคนแวะเวียนมาที่ร้านของผม เพื่อชื่นชม พระบารมีของท่านผ่านพระบรมฉายาลักษณ์ที่ผมมี"

ด้วยปริมาณของพระบรมฉายาลักษณ์ที่เปี่ยมล้นทั้งคุณภาพและจำนวน เราจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าในวันหนึ่งข้างหน้า คุณเคอยากทำพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บรวบรวมภาพล้ำค่าเหล่านี้ให้อยู่ในที่ทางอันเป็นสัดเป็นส่วน และเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้ร่วมชื่นชมพระบารมีด้วยหรือไม่
"ผมเคยคิด แต่ด้วยธรรมชาติของคนไทยที่ทั้งไม่สนใจและไม่เข้าใจในพิพิธภัณฑ์มากพอ อีกทั้งรัฐบาลก็ไม่ได้ให้การสนับสนุนเท่าที่ควร จะสังเกตได้ว่าทุกคนที่เปิดพิพิธภัณฑ์มักไปได้ไม่รอด เพราะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินรายรับ วัฒนธรรมการเรียนรู้ของเราต่างจากอีกหลายประเทศ ที่คนชอบใช้เวลาว่างในการเดินพิพิธภัณฑ์เพื่อศึกษาหาความรู้ ดังนั้น ผมคงยังเก็บรักษาพระบรมฉายาลักษณ์เหล่านี้ด้วยตัวเองให้ดีที่สุดไปก่อน วันหนึ่งข้างหน้า หากลูกหลานของผมสนใจที่จะรับช่วงดูแลต่อ ผมก็ส่งมอบเป็นมรดกแก่เขา ซึ่งเท่าที่สังเกต ลูกชายคนโตมีแวว ที่จะสนใจ ตอนนี้เขาอายุ 14 ปี เริ่มมีการซึมซับความรักในของเก่า โดยเริ่มจากการสะสมธนบัตร เขาอยากเก็บอะไรก็ให้เขาเลือกด้วยตัวเอง เพื่อให้รู้สึกมีใจเป็นคอลเล็กเตอร์ตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นเขาจะหาทริกของเขาได้เอง"

"แต่ถ้าถามว่าวันหนึ่ง ผมจะขายพระบรมฉายาลักษณ์ไหม ผมคงขายในวันที่เราดูแลไม่ไหว หรือพบคนที่ดูแลได้ดีกว่าเรา เช่น หากมีพิพิธภัณฑ์บางแห่งที่มีความน่าเชื่อถือติดต่อมา ผมยินดีนำไปเผยแพร่ ณ​ วันนั้น ราคาอาจไม่ได้เป็นเป้าหมายหลักของเราก็ได้ วันที่ผมขายพระบรมฉายาลักษณ์ วันนั้นผมคงมีพร้อมทุกอย่าง เราต้องเปลี่ยนให้คนที่มีใจแน่วแน่กว่าเรา มีความพร้อมที่จะเผยแพร่มากกว่าเรา ผมเชื่อว่าวันหนึ่งมันจะเปลี่ยนมือไปโดยระบบของมันเอง เมื่อวันนั้นมาถึง กลไกบางอย่างจะนำพาให้พระบรมสาทิสลักษณ์เหล่านี้ไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน"



เริ่มต้นด้วยแรงศรัทธา ต่อยอดด้วยความมานะในการพยายามเสาะแสวงหา เพื่อให้ได้มาซึ่งพระบรมฉายาลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร จึงไม่แปลกที่คุณเคใช้เวลาอยู่ในห้องศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่เพียงเพื่อชื่นชมพระบารมีแต่ในภาพถ่าย หากยังน้อมนำคำสอนและตัวอย่างจากพระองค์ท่านมาปฏิบัติในการใช้ชีวิตอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

"ผมชื่นชมพระองค์ท่านในด้านการทรงงานที่สุด ท่านทรงงานได้ทุกอย่าง หลายครั้งที่ผมเกิดความท้อแท้ หรือลังเลว่าจะทำเรื่องนี้ต่อหรือไม่ทำต่อดี เพียงหันไปมองภาพของท่าน ก็ระลึกได้ทันทีว่าท่านไม่เคยเอาอะไรมาเป็นปัญหาสำหรับชีวิตเลย สิ่งใดที่ไม่รู้ ท่านก็ทรงศึกษาเพิ่มเติม เดี๋ยวพอรู้ก็แก้ปัญหาได้ ผมจึงนำแนวทางนี้มาใช้ในการค้าขายของโบราณเช่นกัน เพราะไม่มีโรงเรียนไหนเปิดสอนวิชาค้าขายของเก่า เราก็เรียนรู้จากการอ่านหนังสือ เปิดตำรา ค้นคว้าด้วยตัวเองเหมือนที่ท่านทรงปฏิบัติ ซึ่งท่านไม่จำเป็นต้องทำเองก็ได้ สั่งให้คนอื่นไปทำก็ได้ ทำไมถึงต้องลุยด้วยพระองค์เอง เพราะท่านต้องการลุยเพื่อให้รู้ รู้เสร็จแล้วจะได้มาสอนข้าราชบริพารได้ถูกต้อง ผมเองจึงต้องยอมลองผิดลองถูกเพื่อให้รู้ลึกรู้จริงเช่นกัน"

"ยามที่ผมเหนื่อย ผมจะมองดูพระองค์ท่านว่าใครเหนื่อยกว่า เราฐานะแค่นี้เอง แล้วพระองค์ท่านทรงอยู่ในฐานะไหน ท่านยังไม่เหนื่อยเลย แล้วเราเป็นใคร เหนื่อยแค่นี้จะท้อแท้ไปทำไม"

และแม้แต่ในวันที่พระองค์ท่านเสด็จจากไปแล้ว คำว่า 'พอเพียง' ก็ยิ่งดังก้องขึ้นในใจพ่อค้าคนนี้ซ้ำไปซ้ำมา

"เราต่างรู้กันอยู่ในใจว่าไม่วันใดวันหนึ่ง เหตุการณ์นี้ก็ต้องเกิดขึ้น แต่พอเกิดขึ้นจริงผมก็รู้สึกปุบปับจนใจหาย ทำอะไรไม่ถูก เราเติบโตมาในรูปแบบนี้ เรามีท่านอยู่ตลอด วันหนึ่งพอไม่มีท่าน ผมถึงกับต้องถามตัวเองว่า แล้วเราจะดำเนินชีวิตต่อไปในแนวทางไหน จนระลึกได้ว่าแม้ท่านจะไม่อยู่แล้ว แต่คำสั่งสอนของท่านยังอยู่ พวกเราหยิบเอามาใช้ให้ได้เถอะ แค่คำว่าพอเพียงก็ดีต่อทุกคนแล้ว แต่เมื่อพอเพียงมาจนถึงจุดนึง คุณต้องเพียงพอ ผมใช้คำว่าเพียงพอ เยอะกว่าพอเพียง พอแล้ว เรามีเยอะแล้ว"

เจ้าของพระบรมฉายาลักษณ์ในปริมาณมากเกินจะนับจำนวน กล่าวสรุปปิดท้ายในใจความแห่งคำว่า 'พอ' 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Lips for King by RS Artists #2
เหล่าศิลปิน นักร้อง นักแสดง จากค่ายอาร์เอส ร่วมแคมเปญแสดงความประทับใจที่มีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสิ่งพิมพ์ฉบับพิเศษ หน้าปกอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ประทับพระปรมาภิไธย "LIPS SPECIAL PUBLICATION A COLLECTIBLE ISSUE พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร In Remembrance of His Majesty King Bhumibol Adulyadej (1927-2016)"
People
Do for King... Tasana Nagavajara
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี ทั้งยังเป็นการส่งต่อความรู้ด้านดนตรีให้เยาวชนทั่วประเทศ โครงการ Pro Musica Junior Camp จึงเกิดขึ้น ด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่าย และมี "อาจารย์ทัศนา นาควัชระ" นักดนตรีคลาสสิกมืออาชีพ อาจารย์ประจำคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้อำนวยการ