THE UNIQUE IDOLS

ปูเป้-จิรดาภา อินทจักร - เปี่ยม-รินรดา อินทร์ไธสง
สมาชิกวงไอดอล BNK48

BNK48 ที่เดินตามแนวทางของวงพี่สาวกลุ่ม 48G ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ภายในความเป็นเพื่อนร่วมวง ทุกคนต่างแข่งขันกันเพื่อยืนอยู่ในระดับท็อป โดยมีตำแหน่งเซ็นเตอร์เป็นที่หมายปองของทุกคน มากกว่า "ความพยายาม" และคอนเซ็ปต์ "น้องสาวข้างบ้าน" การเป็นไอดอลต้องอาศัยต้นทุนด้านรูปลักษณ์ภายนอกที่ทุกคนต่างมีไม่เท่ากันมาวัด ความนิยมหรือไม่ ลองมาฟังความเห็นจากปูเป้ ไอดอลสาว คาแร็กเตอร์เฮฮา ไม่ห่วงสวย และเปี่ยม Under Girl ผู้รักการเต้นที่รอวัน "อีโว" (ย่อมาจาก evolution) เป็นกัปตันทีม
 
ลิปส์: ทำไมถึงอยากเป็นไอดอล

ปูเป้: เพราะว่า ปูเป้ชอบไอดอลก็เลยอยากเป็นแบบเขาบ้าง ปูเป้โอชิ (ชอบ) พารูรุ (ชิมาซากิ ฮารุกะ) รุ่นพี่ AKB48 ที่เขาจบการศึกษาไปแล้ว เห็นเขาร้องเขาเต้นบนเวทีก็อยากลองทำแบบเขาดูบ้าง อยากรู้ว่ามันจะมีความสุขไหมนะ

เปี่ยม: เปี่ยมอยากมาเป็นไอดอลเพราะชอบเต้นค่ะ ไม่ได้จำกัดว่าต้องอยู่ใน 48G นะ แต่ว่าแม่เปี่ยมเชียร์ให้ไปออดิชั่นของทุกค่ายเลย สุดท้ายก็ติดค่ายนี้ สุดท้ายก็เลยได้เป็นไอดอลใน BNK48 แต่จริงๆ แล้วเปี่ยมอยากเดบิวต์เป็นศิลปิน หรือไม่ก็แร็พเปอร์มากกว่า
 
ลิปส์: ก่อนจะเข้ามาเป็นไอดอลมองว่า คุณสมบัติของคนที่เป็นไอดอลต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

ปูเป้: มองว่า เป็นอาชีพอาชีพหนึ่งที่ได้ร้องเพลง ได้เต้น ให้ความบันเทิง ได้แสดงวาไรตี้ต่างๆ ไม่ได้มองว่า ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศเลออะไรขนาดนั้น

เปี่ยม: ได้แจกจ่ายความน่ารักสดใส เป็นกำลังใจให้แก่คนในการใช้ชีวิตต่อไป
 
ลิปส์: มีเพื่อนสมัยเด็กเห็นเราเป็นไอดอลแล้วแปลกใจไหม

เปี่ยม: ของเปี่ยมมีเพื่อนมาทักว่า "อย่างแกเนี่ยนะจะเป็นไอดอล" หนูก็แบบ "ทำไมเหรอ"

ปูเป้: ส่วนของหนู เพื่อนจะสงสัยมากกว่าว่า เต้นได้ด้วยเหรอ เต้นเป็นด้วยเหรอ เพราะเมื่อก่อนใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่ได้สนใจในสายนี้เลย เพื่อนจะแปลกใจตรงนี้มากกว่า
 
ลิปส์: ในการเป็นไอดอลรูปลักษณ์ภายนอกสำคัญขนาดไหน

เปี่ยม: โดยปกติคนเราก็มองกันที่ภายนอกก่อนอยู่แล้วนะ แต่หนูว่า ก็แล้วแต่สไตล์คนชอบด้วยแหละ แต่ตัวเปี่ยมเองเวลาจะเลือกชอบไอดอลคนไหน เปี่ยมไม่ได้ดูที่หน้าตาก่อนนะ จะดูที่ความสามารถของเขาก่อนมากกว่า แต่เอาจริงๆ ลำดับแรกจะดูหุ่นก่อน ชอบมองคนขาสวย ผอม อัน ที่จริงหน้าตาก็มีส่วนที่ทำให้เราชอบแหละ แต่เปี่ยมชอบคนเต้นเก่งมากกว่า อย่าง มัตสึอิ จูรินะ SKE48 ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งของ 48G ตอนนี้เปี่ยมกำลังหลงคนนี้มาก

ปูเป้: ปูเป้ก็ชอบคนเต้นเก่ง รู้สึกว่า เขาดูมีเสน่ห์ ดูเก่ง ดูไฮ (หัวเราะ) มันเป็นสิ่งที่เลียนแบบได้ยาก แต่บางคนเต้นเก่งแต่ไม่มีเสน่ห์ก็มีนะ
 
ลิปส์: เสน่ห์ที่ทำให้โอตะ (แฟนคลับ) หลงจนเลือกเราเป็นโอชิอยู่ที่ตรงไหน

ปูเป้: ส่วนใหญ่ที่เห็นเขาพูดกัน เขาก็บอกว่า ชอบที่เราเป็นตัวของตัวเองนะ ซึ่งทุกคนก็เป็นตัวของตัวเองกันทั้งนั้นแหละ แต่ความเป็นตัวของตัวเองของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันไงคะ แต่สิ่งที่ทำให้แฟนคลับเลือกโอชิเราส่วนใหญ่เขาจะบอกว่า ปูเป้กับเขามีนิสัยที่คล้ายกัน

เปี่ยม: ใช่ค่ะ คนเราถ้ามีอะไรคล้ายๆ กัน เราจะรู้สึกชอบและอยากอยู่กับคนคนนั้น สำหรับตัวเปี่ยมเองแฟนคลับจะชอบเข้ามาบอกว่า "น้องดูสดใสมากๆ เลย ชอบที่น้องเป็นตัวของตัวเอง ขอให้เป็นตัวของตัวเองตลอดไปนะ" (ยิ้มกว้าง) แล้วอีกอย่างหนึ่งเขาจะบอกว่า เปี่ยมเป็นคนคิดบวกมากๆ มองโลกตามความเป็นจริง ไม่โลกสวยจนเกินไป
 
ลิปส์: พอวงมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้นต้องทำอย่างไรให้ ตัวเองโดดเด่น มีคนมาเป็นแฟนคลับเรามากขึ้น

ปูเป้: ถึงแม้แฟนคลับจะบอกให้เป็นตัวของตัวเองต่อไป แต่สมมุติว่า ถ้าเป็นตัวของตัวเอง 100 เปอร์เซ็นต์ ปูเป้ว่า มันทำ ไม่ได้อยู่แล้ว ต้องมีบางอย่างที่หนูต้องยอมเปลี่ยนตัวเองบ้างเพื่อที่จะดึงความสนใจ หรือหาเรื่องราวใหม่ๆ ให้กับตัวเองให้เราดูไม่น่าเบื่อ เพราะถ้าเป็นตัวปูเป้จริงๆ จะเป็นคนไม่ค่อยพูดนะ แต่เราต้องหาแอร์ไทม์ให้ตัวเองเพื่อให้คนสังเกตเห็นเราบ้าง เลยต้องพูดจนคนอื่นเห็นว่า ปูเป้เป็นคนพูดเก่งไปแล้ว เป็นสาย MC สายชงมุกไป แต่ก็ไม่ได้ฝืนนะ

เปี่ยม: คนเราถ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้ เปี่ยมว่าก็เป็น สิ่งที่ดีนะ อย่างตัวเปี่ยมเองเคยเกลียดการแต่งหน้ามาก แต่งตัวก็ไม่เป็น แต่พอเข้าวงมาก็ยอมเปลี่ยนตัวเอง ใส่ใจตัวเองมากขึ้น ปกติไม่ทาครีม ไม่ทาลิปมันเลย พอเข้าวงมาเราอยากเปลี่ยน ตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น
 
ลิปส์: มองวิวัฒนาการด้านรูปลักษณ์ของตัวเองนับตั้งแต่ วันเดบิวต์มาจนถึงวันนี้อย่างไรบ้าง

ปูเป้: ตอนแรกไม่ได้คิดว่า ตัวเองหน้าเปลี่ยนไปมากนะ แต่พอกลับไปดูรูปเก่าๆ แล้วก็แบบ "เอ๊ะ! นี่ใครเหรอ" พอเอามาเทียบกับรูปปัจจุบันแล้วก็เปลี่ยนไปจริงๆ นั่นแหละ ไม่แน่ใจว่า เปลี่ยนไปเพราะการแต่งหน้าหรือเปล่า หรือสีผม แต่ก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะ หนูว่าจากวันแรกถึงวันนี้ทุกคนในวงดูสวยขึ้นหมด อย่างพี่เฌอ (เฌอปราง อารีย์กุล) หรือน้ำหนึ่ง (มิลิน ดอกเทียน) เขาก็สวยอยู่แล้ว ตอนนี้สวยยิ่งกว่าตอนแรกอีก

ลิปส์: ไอดอลในอุดมคติของทั้งสองคนเป็นใครกันบ้าง

เปี่ยม: วง Exile ทุกยูนิตเลย เพราะวงนี้เขาสามารถชูความสามารถของแต่ละคนได้เต็มที่โดยที่ไม่สนใจหน้าตา มองกันที่ความสามารถแบบเน้นๆ เลย มีเพลงหนึ่งของเขาเป็นเพลงที่ถึงเราจะไม่รู้ความหมาย แต่ฟัง กี่ครั้งก็ร้องไห้ และนำความรู้สึกนั้นไปเขียนนิยาย ได้ถึง 500 หน้า

ปูเป้: ปูเป้ชอบ Super Junior มีเมนอยู่ คนหนึ่งชื่อ อึนฮย็อก เป็นเมนสายเต้นแล้วก็แร็พด้วย ช่วงแรกๆ เขาทำสองอย่าง ช่วงนี้เขาเพิ่มสกิลขึ้นมา คือ สามารถร้องเพลงไฮโน้ตขึ้นเสียงสูงได้ด้วย เขาไม่ใช่คนหน้าตาดีที่สุดในวงนะ แต่ตอนนี้หนูว่า เขาก็จัดว่าหล่ออยู่นะ ถึงแม้จะอายุ 30 กว่าแล้ว เขาก็ยังเต้นได้แข็งแรงอยู่ และพัฒนาสกิลตัวเองเพิ่มขึ้น ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ปูเป้หัดเต้นเลยนะ
 
ลิปส์: ผู้หญิงสวยในอุดมคติของแต่ละคน เป็นอย่างไร

เปี่ยม: สำหรับหนู คือ พี่แก้ม The Star (วิชญาณี เปียกลิ่น) ในสายตาหนูพี่แก้มสวยที่สุดแล้ว บางคนก็บอกว่า หน้าคล้ายกับเปี่ยมนะ เป็นแม่ลูก

ปูเป้: คนสวยก็น่าจะเป็นแบบพิมพ์นิยมแหละค่ะ บางคนไม่ใช่พิมพ์นิยมก็สวยนะ อย่างนางแบบบางคนที่หน้าสวยแบบแปลกๆ เขาก็เป็นความสวยอีกแบบหนึ่ง
 
ลิปส์: พิมพ์นิยมของไอดอลต้องเป็นอย่างไร

ปูเป้: ถ้าอ้างอิงจากไอดอลญี่ปุ่น คงเป็นมิวสิค BNK48 (แพรวา สุธรรมพงษ์) นี่แหละ หน้าตาเข้าข่ายไอดอลญี่ปุ่นที่หน้าตาน่ารักเหมือนตัวการ์ตูน
 
ลิปส์: แล้วถ้าเราไม่ได้หน้าไทป์นั้น รู้สึกกดดัน หรือรู้สึกว่า ต้องพยายามมากกว่าเดิมไหม

เปี่ยม: ไม่หรอกค่ะ เราจะทำอย่างไรก็ไม่เหมือนเขาได้หรอก เพราะเราก็คือตัวเราไม่สามารถเปลี่ยนหน้าเป็นหน้าเขาได้ นอกจากจะไปทำศัลยกรรม เราขอสวยในแบบของเราดีกว่า
 
ลิปส์: คิดว่าในวงไอดอล BNK48 มีความหลากหลายของคาแร็กเตอร์ และรูปลักษณ์ต่างๆ เพียงพอหรือยัง

เปี่ยม: หลากหลายแล้วนะ แต่ละคนไม่เหมือนกันเลย ถึงแม้จะมีบางคนที่คนบอกว่า หน้าเหมือนกัน คาแร็กเตอร์คล้ายกัน แต่ก็จะมีจุดเล็กๆ ที่ไม่เหมือนกันอยู่ดี หน้าอาจจะคล้ายกัน แต่นิสัยต่างกันมากก็มี อย่างพี่เป้คนก็มักจะทักว่า หน้าเหมือนโมบายล์ (พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค)

ปูเป้: ตอนแรกๆ จะมีคนบอกว่า หนูกับไข่มุก (วรัทยา ดีสมเลิศ) หน้าเหมือนกัน แต่หนูว่า ไม่เหมือนกันเลยนะ นิสัยก็ต่างกันมาก
 
ลิปส์: ถ้านั่งไทม์แมชชีนไปถึงวันที่ตัวเองอายุ 19 ปีได้ อยากจะบอกอะไรกับตัวเองในวัย 19 ปี อยากเห็นภาพตัวเองเป็นอย่างไร

เปี่ยม: อยากเห็นตัวเองเป็นไกด์ที่ดีนะคะ สามารถได้ทุนไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นหรือไม่ก็ไต้หวันได้ อยากให้ตัวเองประสบความสำเร็จด้านการเรียน ส่วนอนาคตในวง หนูอยากเห็นรุ่นน้อง สานฝันต่อไปเรื่อยๆ สำหรับตัวเองอยากจะเต้นได้ทุกตำแหน่ง หรือไม่ก็ได้เป็นกัปตันทีม ตอนนี้ ก็คิดเรื่องนี้อยู่นะ แต่ด้วยความที่อายุยังน้อย คงยังไม่ได้เป็นแน่ๆ

ปูเป้: ปีนี้ปูเป้อายุ 20 ปีแล้ว แต่ถ้าย้อนไป ปีที่แล้วได้คงจะบอกกับตัวเองว่า "อะไรที่มีความสุขก็ทำต่อไปนะ" สำหรับอนาคตในวงหนูมองไปที่รุ่นน้องมากกว่า เพราะคิดว่า ตัวเอง คงขึ้นไปเป็นระดับท็อปหรือแถวหน้าไม่ได้หรอก เพราะกำแพงตอนนี้ของรุ่นหนึ่งประมาณ 10 คนก็เป็นกำแพงที่ใหญ่แล้วนะ เดี๋ยวก็จะมีรุ่นน้องที่เข้ามาใหม่อีก เขาอาจจะแซงเราไปเลยก็ได้ จริงๆ แล้วถ้าขึ้นไปได้มันก็ดีแหละค่ะ แต่ก็ ไม่ได้หวังไว้มาก ขอให้อยู่ในจุดที่ตัวเองมีความสุขก็พอ เพราะเราไม่ได้อยากขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดของวง เพราะจุดนั้นมันกดดันมาก ยิ่งสูงยิ่งเหนื่อย และมีดราม่าเต็มไปหมด

เปี่ยม: พี่มิวสิคเคยพูดกับหนูไว้ว่า จากวันที่พี่เขาติดเซ็นเตอร์ซิงเกิ้ล Aitakatta แล้วพอมา ซิงเกิ้ลต่อไป คุกกี้เสี่ยงทาย เขาไม่ได้เป็นเซ็นเตอร์ เขาบอกว่า วันนั้นรู้สึกเหมือนกำลังบินอยู่แล้วมีคนหักปีก หนูฟังแล้วก็รู้สึกหดหู่ เลยทำให้รู้สึกว่า ถึงแม้เราจะอยากอยู่ในจุดที่สูง แต่ถ้าเราตกลงมาเมื่อไรมันก็เจ็บเหมือนกัน แต่ก็อยากเห็นวงไปไกลกว่านี้ ทุกวันนี้วงยังอยู่ได้ด้วยแค่เพลงคุกกี้เสี่ยงทายอยู่ ยังมองเห็นภาพเราใส่ชุดสีรุ้งอยู่

เปี่ยม: อยากเห็นรุ่นน้องประสบความสำเร็จ เพราะเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งที่เราได้ ปูทางให้กับรุ่นน้องแล้ว
 
ลิปส์: ถ้าเปรียบตัวเองเป็นลิปสติกเฉดสี อะไรดี

เปี่ยม: แดงนู้ดๆ ไม่แดงจ๋า มีสีน้ำตาลผสมอยู่ ดูเหมือนจะเข้มแข็ง แต่ข้างในยังดูอ่อนไหว

ปูเป้: สีพีช ดูหวานผสมความแสบๆ 
 
SHARE THIS :