THE BEAUTY with DETERMINATION

นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์
ผู้ครองตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2018


เรื่องความสวยความงามยากจะใช้มาตรวัดกันได้ง่ายๆ เพราะเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคลอย่างแท้จริง แต่สิ่งหนึ่งที่การันตี ความสวยของนิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ ได้อย่างหนักแน่นก็คือ มงกุฎการันตีตำแหน่งสาวงามที่สุดในประเทศไทยที่เธอเพิ่งคว้ามาครอง และนอกเหนือจากมงกุฎที่ส่งให้เธออยู่บนยอดพีระมิดของความงามในประเทศไทย หญิงสาววัย 23 ปี ได้พิสูจน์ตัวเองว่า มีดีมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกมาแล้วหลายด่าน ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งผู้จัดการวาณิชธนกิจ ธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ ที่เธอได้มาต่อท้ายชื่อตั้งแต่เพิ่งรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 2 ด้าน Business Administration สาขา Finance จาก University of Nevada ได้ไม่นาน รางวัลนักเรียนดีเด่นจากอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่เธอได้มาประดับฝาบ้านในสมัยเรียนไฮสคูล แม้กระทั่งการฝ่าฟันเอาชนะคำสบประมาทจนได้เป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ฉายให้เห็นความมุ่งมั่นที่ผลักดันให้เธอได้มายืนอยู่บนจุดที่ใครๆ แหงนมองด้วยความชื่นชม

ลิปส์: เคยได้ยินมาว่า ตอนเด็กๆ คุณไม่ใช่คนสวย เพอร์เฟ็กต์อย่างทุกวันนี้ แถมยังโดนเพื่อนล้อเรื่องหน้าตาอยู่บ่อยๆ ด้วย เล่าถึงช่วงเวลานั้นให้ฟังหน่อย

นิ้ง: ตอนเด็กๆ จะเป็นคนที่ลักษณะบุคลิกค่อนข้างที่จะเงียบแล้วก็ขี้อาย เพราะหลายคนบอกว่าเราไม่สวย เมื่อก่อนนี้นิ้งจะมีผิวคล้ำนิดหนึ่ง แถมยังเป็นคนที่น้ำหนักขึ้นง่ายมาก เลยโดนเพื่อนล้อประจำเลยค่ะ แต่เราก็เชื่อมั่นในตัวเองตลอดเลยว่า เราก็สวยในแบบของเรา แต่ยอมรับว่า เวลาโดนเพื่อนล้อบางครั้งก็รู้สึกเสียใจนะคะ แต่เราก็ต้องย้อนมาดูว่า เราสามารถที่จะพัฒนา ตัวเองได้หรือเปล่า นิ้งไม่คิดว่ามันเป็นปมด้อยด้วยซ้ำ แต่มันคือแรงผลักดันที่ว่า เราจะต้องเป็นผู้หญิงที่สวย แล้วก็เก่งให้ได้ค่ะ

ลิปส์: เมื่อไรที่เริ่มพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นคนสวย ในแบบที่คนอื่นยอมรับ

นิ้ง: น่าจะเป็นช่วงที่นิ้งเริ่มอยากเป็นดรัมเมเยอร์ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.1 ค่ะ รู้สึกว่า ดูเท่ดี แล้วก็ดูสวยสง่ามากด้วย เลยเริ่มเปลี่ยนตัวเองตั้งแต่นั้นมา จากเดิมใส่แว่น ผิวคล้ำ เราก็หันมาดูแลตัวเอง ทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ทานผลไม้มากขึ้น แล้วก็เราเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีอยู่แล้ว พอเราดูแลสุขภาพตัวเองจากข้างใน ข้างนอกมันก็จะออกมาดี แล้วนิ้งก็ฝึกหนักมากจนกระทั่งได้เป็นดรัมเมเยอร์ในที่สุด แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เกิดความมั่นใจเลย เพราะว่าเรากลัวเวที กลัวเวลาต้องอยู่ต่อหน้าคนเยอะขาจะสั่นมาก สมัยเป็น ดรัมเมเยอร์นี่ควงคทาไปขาสั่นไป แต่เราไม่เคยทำไม้ตก ต่อให้ขาเราสั่น แต่หน้าเราแฮปปี้ ไม้คทายังอยู่กับเรา มันก็ออกมาดีนะ นิ้งเพิ่งมาแข็งแกร่งก็ตอนอยู่อเมริกาค่ะ ที่ว่าสอบตกภาษาอังกฤษ ข้อสอบ 04.29 ตรงนั้นทำให้นิ้งต้องสู้ชีวิตมากขึ้น แล้วก็ต้องพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้านค่ะ

ลิปส์: เวทีประกวด Miss Universe Thailand เป็นความฝัน ตั้งแต่เด็กเลยไหม อะไรที่จุดประกายให้เข้ามาประกวดประชันความงาม

นิ้ง: ตั้งแต่เด็กนิ้งชอบดูนางงามมาตลอดเลย การประกวดนางงามถือเป็น top goal ของนิ้งเลยค่ะ แล้วด้วยความที่ว่า คุณพ่อคุณแม่ของนิ้งเป็นหมอเป็นพยาบาล พวกเขาจึงเป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้นิ้งอีกเหมือนกัน เพราะ พวกเขาได้ช่วยเหลือคนอื่น แล้วนิ้งก็มองว่า การเป็นนางงามไม่ใช่สวยอย่างเดียว เขาใช้ความรู้ของเขาที่มีช่วยเหลือคนอื่น ช่วยเหลือสังคม แล้วก็เป็นแบบอย่างที่ดีได้ ซึ่งตัวนิ้งเองก็อยากทำอย่างนั้นบ้าง

ลิปส์: คนสวยในอุดมคติของคุณเป็นอย่างไร

นิ้ง: ต้องเป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีก่อน แล้วต้องคิดในแง่บวก การที่เรามีทัศนคติที่ดี เราสามารถที่จะใช้พลังตรงนั้นช่วยเหลือคนอื่น แล้วก็คนอื่นก็สามารถรับพลังนั้นได้ พอเรามีพลังบวกข้างในมันก็จะออกมาข้างนอก เกิดเป็น passion ให้คนอื่น ได้รับรู้ด้วย มันยิ่งใหญ่กว่าสวยอย่างเดียวค่ะ

ลิปส์: ถ้าพูดถึงความสวยภายนอก ส่วนไหนที่คุณมั่นใจว่าสวยที่สุด

นิ้ง: นิ้งคิดว่า ปากของเรามีเสน่ห์มาก เพราะว่ามีทั้งรอยยิ้ม เป็นเหมือน first impression เวลาใครเจอครั้งแรก เราจะสร้างความประทับใจด้วยรอยยิ้มและคำพูด ถ้าเราพูดได้ดีเราก็สามารถสร้างมิตรได้

ลิปส์: มีมงกุฎการันตีความสวยแบบนี้ยังมีจุดที่ไม่มั่นใจไหม

นิ้ง: เป็นเรื่องประสบการณ์บนเวทีมากกว่าค่ะ เพราะเวทีนี้เป็นเวทีแรกของนิ้ง คนเราไม่ได้เก่งทุกด้านนะคะ แต่นิ้งเชื่อว่า คนเราสามารถพัฒนาได้ การฝึกฝนและพัฒนาอยู่เรื่อยๆ เรียนรู้อยู่เรื่อยๆ จะสามารถทำให้เราประสบความสำเร็จค่ะ

ลิปส์: ยังมีเรื่องไหนที่อยากพัฒนา ตัวเองอีกบ้าง

นิ้ง: อยากฟิตหุ่นให้มีความสมส่วนมากขึ้น การที่เราเป็นนางงาม เราก็จะต้องออกกำลังกายให้หุ่นเราดูเฟิร์ม เห็นลักษณะกล้ามเนื้อที่ชัดเจน มันแสดงให้เห็นถึงความอดทน แล้วก็ความมีวินัยของผู้หญิง การที่มีรูปร่างที่ดีกว่าจะได้มานี่ ต้องแลกด้วยความอดทนจริงๆ ทุกวันนี้นิ้ง ออกกำลังกาย 6 วันต่ออาทิตย์ วันละประมาณ 2-3 ชั่วโมง ไปออกกำลังกายตั้งแต่เช้า 6-7 โมง วันไหนตอนเย็นถ้าเกิดไม่ติดงาน นิ้งก็จะไปวิ่งบ้างหรือไม่ก็ไปเต้นบ้างค่ะ

ลิปส์: ถ้ามีเด็กผู้หญิงที่กำลังโต แล้วอยากเป็น Miss Universe Thailand อย่างคุณบ้าง อยากให้คำแนะนำเขาว่าอย่างไร

นิ้ง: ต้องรู้ตัวเองก่อนว่า เรามีดี เรามีความมั่นใจ ต้องสร้าง inner มาจากข้างในก่อน ดังนั้น หาไอดอลไว้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเราเลยค่ะ อย่างตัวนิ้งเองก็มีนางแบบ Victoria's Secret เป็นไอดอลเรื่องการมีรูปร่างที่ดี และมีแจ็ค หม่า เป็นไอดอลในด้านความเป็นผู้นำค่ะ

ลิปส์: มองว่า เวทีประกวดนางงามสมัยนี้มีค่านิยมเรื่องความสวยความงามที่เปลี่ยนไปไหมจากที่เราเคยดูเมื่อตอนเด็กๆ

นิ้ง: มันแตกต่างกันไปตามยุคสมัยค่ะ สมัยนี้ การประกวดนางงาม มันแสดงถึงความหลากหลายของผู้หญิง ผู้เข้าประกวดมีผิวสี มีลูกครึ่ง อย่างตอนนี้ก็มี transgender ด้วย ที่เข้ามาในเวที Miss Universe ซึ่งมันคือความหลากหลายที่เราจะได้เรียนรู้จากการประกวดครั้งนี้ค่ะ

ลิปส์: เวลาที่มีคนบอกว่า หน้าของคุณไม่ได้ดู "สวยแบบไทย" ดูออกไปทางสาวจีนมากกว่า ส่วนตัวคุณเองมีความเห็นว่า อย่างไร

นิ้ง: เราก็ต้องรำลึกว่าเมืองไทยเราก็มีคนหลากหลายเชื้อชาติ คนจีนก็เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยเยอะมาก ดังนั้น เราเป็นคนไทย ไม่ว่าหน้าตาจะเป็นส่วนผสมของหลากหลายเชื้อชาติอย่างไร จุดแข็งของเราก็คือความมีน้ำใจ อยากจะให้โฟกัสในบุคลิกภาพ และจิตใจของเรามากกว่าความสวยภายนอก เพราะว่าลักษณะที่แท้จริงของคนไทยที่ต่างชาติมองเห็น คือความมีน้ำใจและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สองสิ่งนี้สำคัญมาก

ลิปส์: ถ้ามีโอกาสได้ช่วยเหลือหรือเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น อยากช่วยเหลือในแง่ไหน

นิ้ง: ต้องบอกก่อนว่า ลำพังนิ้งคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมโลกนี้ได้หมด แต่ นิ้งอยากให้เด็กไทยทุกคนมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น กล้าคิด กล้าทำ เพราะว่าเด็ก คือ อนาคตของชาติ แล้วก็ถ้าเกิดเขาเติบโตแล้วก็พัฒนาตนเอง อนาคตเขาก็สามารถช่วยเหลือสังคมได้ด้วยค่ะ ซึ่งในฐานะที่นิ้งเป็น Miss Universe Thailand นิ้งเป็น public speaker ของสังคม ดังนั้น เราก็อยากจะใช้เสียงแล้วก็การกระทำของเราในการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมแล้วก็เด็กๆ นิ้งอยากจะเป็นตัวแทนของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่สามารถใช้ประสบการณ์ของตัวเองบอกกับทุกคนได้ว่า ถ้าเรากล้าทำ เชื่อมั่นในตัวเอง เราสามารถประสบความสำเร็จได้

ลิปส์: ถ้าให้คุณเปรียบตัวเองเป็นลิปสติก สักหนึ่งเฉดสีจะเป็นสีอะไรดี

นิ้ง: สีแดงค่ะ นิ้งรู้สึกว่าสีแดงเป็นสีที่ ทรงพลัง เวลาที่นิ้งใส่สีแดง หรือทาลิปสติกสีแดง มันมอบพลังให้กับนิ้ง สีแดง เป็นสีที่ทุกคนอาจจะคิดว่ามันแรงมาก แต่นิ้งรู้สึกว่าสีแดงนี่แหละ คือ พลังของผู้หญิงโดยตรงเลย และไม่ได้สวยแล้วก็แรงอย่างที่หลายคนคิด แต่เขายังเป็น คนที่อ่อนโยนด้วย
 
 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Talk to her: Praya Lundberg
คำว่า Instagram มาจากคำว่า Instant คือนาทีนั้นเราเห็นอะไร เจออะไร ทำอะไร เราก็สามารถแชร์ออกไปได้ ปูโพสต์ภาพใน IG บ่อยอยู่นะคะ เพราะเรามีกิจกรรมในชีวิตที่เยอะขึ้น แต่ไม่เคยตั้งเป้าว่าวันนึงต้องลงกี่ภาพ แล้วแต่ว่าวันนั้นมีอะไรดีๆ ที่อยากแชร์หรือเปล่า และจะลงในสิ่งที่เราชอบจริงๆ ไม่ใช่ว่ามีอะไรก็ลงไปหมดทุกอย่าง ฉะนั้น ใน IG และชีวิตจริงของปู จึงเป็นเรื่องเดียวกันมากๆ ภาพที่เห็นก็คือไลฟ์สไตล์ของปูจริงๆ  
People
30s Thirties Is An Attitude
บ่มเพาะตัวตนในวงการบันเทิงมานาน 14 ปี นอกจากชั่วโมงบินที่สูงขึ้น จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา ยังหยิบเอาประสบการณ์มาจัดวางชีวิตได้อย่างเข้าที่ ส่งผลให้ภารกิจในขวบวัยที่ 30 ของเธอ คือการสานต่อความสมดุลของชีวิต พร้อมๆ กับมุ่งสร้างความสุขในแบบของตัวเอง
People
Lips for King by Rising Male Models
เหล่านายแบบรุ่นใหม่ ร่วมแคมเปญแสดงความประทับใจที่มีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสิ่งพิมพ์ฉบับพิเศษ หน้าปกอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ประทับพระปรมาภิไธย "LIPS SPECIAL PUBLICATION A COLLECTIBLE ISSUE พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร In Remembrance of His Majesty King Bhumibol Adulyadej (1927-2016)"