1 / 5

Shoulders To Cry On


บทสัมภาษณ์เต็ม
สำหรับเรา สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และ นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล เป็นศิราณีแก้ปัญหาความรักมาตั้งแต่ยุค 2G จนถึง ยุคประเทศไทย 4.0
เรียกได้ว่าทำให้สาวไทยมากมายหันมามองความรักกันใหม่จากคำปรึกษที่ตรงไปตรงมาและกำลังใจอันมีค่า แต่อย่างไรก็ดี พิษรักเป็นเชื้อโรคที่ไม่เคยสูญพันธุ์ เป็นเรื่องที่พูดซ้ำเท่าไหร่ก็ไม่เคยทำให้คนตาบอดเพราะรักตาสว่างได้เลย  "ปัญหาความรักเป็นเรื่องพูดง่ายแต่ทำยาก และคนมีความรัก น่ารำคาญทุกคน" สองพีน้องผู้รับฟังปัญหาความรักมา 13 ปี บอกอย่างยิ้มแย้มกับ  เมตต์ สุภศิระ ถ่ายภาพโดย สมเกียรติ กังสดาลวิรุฬห์

ทำไมคนมีปัญหาความรักเลือกปรึกษาดีเจ แทนที่จะเป็นคนใกล้ตัวหรือจิตแพทย์?
พี่ฉอด: "เราคงมีความเป็นพี่น้องให้คนฟังมาตั้งแต่วันแรก จาก day 1 ที่พี่เริ่มจัดรายการวิทยุเมื่อนานมาแล้ว มันเป็นปัญหาเล็กๆ แต่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับพี่มากคือพี่ไม่รู้จะเรียกตัวเองว่าอะไร ในชีวิตนี้ไม่เคยเรียกตัวเองว่าดิฉัน เลยเรียกแทนตัวว่าพี่ฉอด นอกจากเปิดเพลงก็พูดคุยเป็นพี่เป็นน้องกัน มีเด็กๆ โทรเข้ามาปรึกษาหารือเรื่องต่างๆ ไม่นับจดหมายอีกเป็นกระสอบ พี่ก็เขียนตอบไป พอถึงยุคที่เริ่มรายการวิทยุเพลงสากล ซึ่งมีแนวคิดว่ารายการวิทยุคือการเปิดเพลง ดีเจไม่ต้องพูดอะไร และเป็นฟอร์แมตที่ประสบความสำเร็จในช่วงนั้น คนเลยพากันบอกว่าดีเจไม่สำคัญหรอก ซึ่งพี่ไม่เชื่อ (เน้นเสียงเลยคุยกันกับทีมงานว่าเราจะจัดรายการวิทยุที่ไม่เปิดเพลงและเราจะพูดอย่างเดียวเลย ทีนี้เราจะพูดอะไรล่ะ กรีนเวฟเป็นคลื่นวิทยุที่ดูแลในเรื่องความสัมพันธ์มาตลอดเวลา งั้นเรามาลองคุยเรื่องนี้กันดูไหม แต่ไม่ได้ตั้งโจทย์แรกว่าต้องเป็นความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาวอย่างเดียว ทีมงานบอกว่าถ้ารายการแบบนี้ก็ต้องพี่นี่แหละ งั้นหาคนมาจัดคู่กับพี่แล้วกัน เลยลงตัวที่พี่อ้อยซึ่งสนิทกันอยู่แล้ว แรกๆ กลัวมาก ถ้าคนไม่โทรเข้ามานี่จบเลยนะ แต่มีคนโทรเข้ามาเยอะมากๆ ตลอดเวลาจนถึงวันนี้"  

พี่อ้อย"ต่อให้เราเมมเบอร์โทรศัพท์ไว้เป็นพันๆ เบอร์ แต่เวลาเกิดปัญหา เราไม่รู้จะโทรหาใคร บอกพ่อแม่ก็ไม่อยากให้เขาเจ็บปวด โทรหาเพื่อนคนนั้นไม่ได้ เขาเพิ่งแต่งงานกำลังมีความสุข เพื่อนคนนี้เพิ่งตกงาน เดี๋ยวจะเครียดกว่าเดิม แต่ดีเจมีระยะห่างกำลังดี ระยะใกล้กำลังเหมาะ เลยเป็นทางเลือกที่ดี ระยะห่างกำลังดี เพราะเจ้าของเรื่อง แฟนและคนแวดล้อม พี่อ้อยพี่ฉอดไม่รู้จักหรอก ไม่มีทางที่พี่จะไปบอกเจ้าตัวได้ ระยะใกล้กำลังเหมาะคือเราได้ฟังพี่เขาจัดรายการทุกวันศุกร์ อยู่ๆ ก็เหมือนสนิทกัน งั้นคุยให้พี่อ้อยพี่ฉอดฟังดีกว่า ปลอดภัยกับความสัมพันธ์ที่สุด  

แล้วรู้สึกยังไงที่ทุกหัวมุมถนน มีคนเลือกจะเล่าเรื่องส่วนตัวที่สุดในชีวิตของเขาให้คนแปลกหน้าอย่างเราฟัง ?
พี่ฉอด: "ตอนนี้ชีวิตประจำวันของพวกเรามีคนเดินมาคุยด้วยตลอด พี่ไปกินข้าวร้านข้างทางที่เชียงใหม่ก็มีน้องผู้ชายโต๊ะข้างๆ ยกเก้าอี้มานั่งคุยด้วย \'พี่ฉอดครับ ผมควรเลิกกับเขาดีไหม\' พี่ขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศตอนกลางคืน แอร์โฮสเตสมาเกาะเก้าอี้ร้องไห้ พี่ขึ้นลิฟต์ลงลิฟต์ก็มีน้องเข้ามาหา \'พี่คะ หนูคุยกับพี่ได้ไหม\'ไม่ว่าจะไปไหนก็มีคนอยากเล่าเรื่องของเขาให้เราฟัง พี่พูดเสมอว่าการได้จัดรายการวิทยุเป็นดีเจ โดยเฉพาะคลับฟรายเดย์เป็นมิราเคิลของชีวิตพวกเรา เพราะเราก็ไม่เคยคิดว่าเราจะได้รับความไว้วางใจจากคนเยอะมาก บางเรื่องไม่มีใครรู้ แม้แต่พ่อแม่พี่น้องคนในบ้าน แต่เขาไว้ใจเล่าให้เราฟัง ถามว่ามีด้านลบอะไรไหม มีบ้าง พี่เป็นคนงานเยอะ นอนวันละ 3 ชั่วโมง เลยกังวลว่าเราไม่มีเวลาช่วยทุกคนได้เต็มที่ เพราะบางทีเรื่องแบบนี้ต้องคุยกันยาว เวลาเจอน้องที่มีเคสหนักๆ เราจะเป็นห่วง"  

13 ปีที่รับฟังปัญหาของคนมาเยอะมาก เราเผลอทำตัวเป็นฟองน้ำดูดซับปัญหาคนอื่นมาบ้างไหม?
พี่ฉอด: "ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ การตอบปัญหาความรัก บางทีไม่ได้ตอบและมันไม่ต้องการคำตอบ อย่างมีคนบอกว่า \'พี่คะ เขาไม่รักหนู เขาไปรักคนอื่น\' พี่จะตอบว่าอะไรล่ะ รู้อยู่แล้วนี่ว่าต้องทำยังไง ปัญหาความรักบางเรื่องเป็นเรื่องของการทำใจกับการมีใครคนหนึ่งที่รับฟัง หลายๆ ครั้งเจ้าของเรื่องรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำว่าเรื่องนี้
ต้องจบยังไง เขาแค่อยากได้ใครสักคนที่ฟังหรือพูดอะไรสักอย่างที่ยืนยันสิ่งที่คิดอยู่ว่ามันใช่หรือไม่ใช่ ในที่สุดแล้วปัญหาความรักของใครก็ของใครนะ ช่วยกันไม่ได้ 
คิดแทนไม่ได้ เจ้าตัวต้องตัดสินใจเอง เพราะเขาเป็นคนที่รู้ดีกว่าพวกเรา ซึ่งถ้าเราอยู่กับสิ่งเหล่านี้ด้วยความเข้าใจ เราจะไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องหนักหนา ยิ่งทุกวันนี้มีไลฟ์สด บางทีมีคอมเมนต์ว่ารำคาญสายนี้ พูดเยอะ พี่จะบอกว่า น้องคะใจเย็นๆ คนมีความรักน่ารำคาญทุกคน เราไม่เจอแบบเขา เรายังไม่รู้ แต่วันหนึ่งเราก็จะเป็นแบบนี้แหละ ฉะนั้นเข้าใจเขาหน่อย"
 
เราจำเป็นต้องผ่านประสบการณ์ความรักมากมาย ถึงจะตอบได้ดีหรือเปล่า?
พี่อ้อย: "พี่มีจำนวนแฟนน้อยกว่าคนฟังแน่นอน ขอยืนยัน และพอทำคลับฟรายเดย์มา 13 ปี พี่ค้นพบว่าปัญหาความรัก 80 เปอร์เซ็นต์ไม่ต้องแก้แล้ว เราแค่หาวิธีคิดให้มีชีวิตรอดตอนที่เขาไปกอดคนอื่นแล้ว และทุกคนตอบปัญหาความรักได้หมดถ้าไม่ใช่เรื่องตัวเอง เพราะปัญหาคนอื่นเราใช้หัว ปัญหาตัวเองเราใช้ใจ ต่อให้เป็นคนโสดแล้วให้คนมีความรักไปปรึกษา เขาจะให้คำปรึกษาได้ดีมากด้วย เพราะว่ากันด้วยเรื่องเหตุผล แต่เราพูดกับคนอื่นง่าย พอเป็นเรื่องตัวเองบ้าง จะให้เลิกกับเขาได้ยังไง เขาไม่ได้รักเธอไง ถ้ารักเธอต้องไม่นอกใจสิ คนเรามันอาจพลาดกันได้ เราจะเริ่มหาเหตุผลดีๆ ให้กับเรื่องแย่ๆ ของคนที่เรารัก และการให้ความหวังตัวเองอยู่เรื่อยๆ คือเรื่องปกติค่ะ

พี่ฉอด: "พี่คิดว่า หนึ่ง การเรียนรู้เรื่องของความรักที่ดีที่สุดคือเรียนรู้จากชีวิตคนอื่น เราไม่ต้องเจอทุกเรื่อง แต่เมื่อไหร่ที่เจอเราจะรู้ว่าเราไม่ใช่คนแรกบนโลกใบนี้ที่เจอปัญหาความรัก คนอื่นเคยเจอมาเหมือนกัน และสอง เมื่อเราได้ฟังเรื่องของคนอื่น เวลาเจอปัญหากับตัว เราเคยได้ยินมาแล้วนี่ว่าคนอื่นผ่านปัญหาไปได้อย่างไร หลายอย่างที่เราคุยในรายการ เรื่องความมีสติ เรื่องการทำใจ เป็นเบสิกมากเรื่องปัญหาความรัก แต่พูดเท่าไหร่ไม่รู้จักจบเพราะว่าพูดง่ายทำยาก" "วิธีคิดคนสมัยนี้คือวิเคราะห์วิจารณ์เก่ง และการเป็นคนดีคือได้ด่าคนอื่น แต่น่าเสียดายโอกาสที่คุณจะได้เรียนรู้เรื่องจริงเรื่องหนึ่งไป แค่เปิดใจเราจะได้รับรู้เรื่องราวเยอะมากและการฟังมีประโยชน์กับชีวิตผู้คนจริงๆ แต่ก็มีคนพูดว่ารู้ได้ไงว่าจริง คนเมคเรื่องขึ้นมาหรือเขาพูดมุมเดียวหรือเปล่า เวลาคนโทรเข้ามาร้องไห้เล่าเรื่องราวจะให้พี่บอกว่า \'เดี๋ยวก่อนค่ะ เรื่องที่คุณเล่าจริงหรือว่าไม่จริงคะ\' มันไม่ใช่เรื่อง พี่ไม่ใช่นักสืบความรัก ซึ่งบางทีความเดือดร้อนเกิดจากการที่มีคนไปขุดคุ้ยต่อ ถ้าเราคิดว่านี่คือเคสนึงที่เกิดขึ้น ไม่เกิดขึ้นจริงก็ไม่เป็นไร ถ้าจริงก็คือการเรียนรู้ มันก็แค่นี้เอง  

แต่ส่วนใหญ่เราจะได้ฟังแต่คนที่ถูกกระทำ?
พี่อ้อย: "ส่วนใหญ่นะคะ แต่เราพูดเสมอว่า ขอเสียงทั้งสามข้าง ทั้งคนมากรัก คนที่ไปรักเขามาก หรือคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองคนนี้ ที่ผ่านมาเคยมีคนมากรักโทรมาพูดในมุมของเขาว่าการที่เขามากรัก เพราะเคยถูกทำร้ายโดยการนอกใจ กว่าจะหลุดจากบ่วงนั้นได้มันเจ็บปวด หลังจากนั้นเลยคุยพร้อมกัน 5 คน ซึ่งพี่ก็พูดว่าการที่เราถูกกระทำไม่ได้แปลว่าเราจะไปกระทำต่อกับคนอื่นได้ มีคนพูดเหมือนกันว่าถ้าโทรมาแล้วต้องถูกตำหนิ จะโทรมาทำไม แต่เมื่อเขาอุตส่าห์สละเวลาเพื่อจะเล่าเรื่องนี้เป็นวิทยาทานให้คนอื่น พี่ต้องขอบคุณเขาค่ะ"    

ปัญหาของความรักเหมือนเพลงร้อยเนื้อทำนองเดียวเหมือนจะหลากหลาย แต่วนเวียนอยู่แค่ไม่กี่ประเด็นหลัก?
พี่ฉอด: "หลักใหญ่ๆ ใจความสำคัญจะอยู่ในหมวด รักคนที่เขาไม่รักเรารักสามเส้า รักคนมีเจ้าของ วนๆ ประมาณนี้แต่ดีเทลแต่ละคู่ต่างกัน หลายคนมีปัญหากับความรัก เพราะคิดว่าทำไมเขาไม่เหมือนเดิม ความเหมือนเดิมไม่มีหรอกค่ะ หินยังกร่อนทุกวัน แต่เรามองไม่เห็นต่างหากว่ามันเปลี่ยนไป บางคนฟูมฟายว่าทำไมเขาทำแบบนั้นตอนนั้น แปลว่าไม่ได้รักกันหรือ พี่จะบอกว่า
ตอนเขารัก เขาก็รักจริงๆ และเวลาทิ้ง เขาก็ไม่ได้หลอก เขาไปแล้วจริงๆ เราต่างหากที่จะทำยังไงกับตัวเราเอง

พี่อ้อย: "ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเราคุยกันเรื่อง มากรักกับรักมาก น้องคนนี้เจอผู้ชายในโปรแกรมแชท คุยกันสองเดือนเขาพาไปหาพ่อแม่ ซึ่งเรามักคิดว่าการพาไปหาพ่อแม่คือการการันตีความสัมพันธ์ที่มั่นคงแน่นอน พอรู้สึกแบบนั้นน้องเลยทุ่มเททั้งตัวและหัวใจ แต่พอบอกรัก เขากลับบอกไม่ได้รัก เราเป็นเพื่อนกันเฉยๆ แต่น้องยืนยันว่าเขาไม่ได้มีอะไรแค่เพื่อนแน่ๆ ฟังแค่นี้พี่ก็พอจะเดาได้ว่า \'ไม่ได้มีอะไรแค่เพื่อนแน่ๆ\' มันคือเรื่องอะไร พอเขาบอกว่าไม่ได้มีเราคนเดียวน้องตอบว่ารับได้ จนในที่สุดน้องติดเชื้อ HPV คือเซลล์ที่เติบโตไปเป็นเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ พี่เลยถามตรงๆ ว่าน้องต้องการให้เขาหยุดผู้หญิงทุกคนเพื่อรับผิดชอบที่พาโรคมาติดน้องใช่ไหม น้องตอบใช่ ถ้าเขาไม่รักหนู เขาไล่หนูไปแล้ว "เมื่อสายนี้ออกอากาศ พี่กำลังตอบคนอื่นๆ ที่กำลังฟังเคสนี้อยู่ซึ่งแน่นอนอาจจะมีคนที่หนักกว่านี้ก็ได้ แต่การอยู่แต่ไม่ดูแลมันเกินกว่าคำว่าไล่ตั้งเยอะ น้องต้องรักตัวเองและพาตัวเองไปหาหมอเถอะค่ะ อย่ามัวแต่รอเขาเลย แต่การพูดของเราต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขหนึ่งคือ ถ้าคนเราเดินจากกันได้ง่ายๆ น้องคนนี้ไม่ต้องโทรมาหาเราก็ได้เราต้องให้โอกาสนะคะ เลยบอกน้องไปดีๆ ว่า พี่ยังไม่เห็นมุมไหนที่เขาจะรักเราถึงขั้นจะดูแลเรานะ หลักๆ ปัญหาเป็นลักษณะนี้ ตัวแกนอาจไม่ได้ซับซ้อน รักเขาแต่เขาไม่รัก เขานอกใจ เขามีคนอื่น แต่ในรายละเอียดคนเรามีวิธีการใช้ชีวิตอีกหลายอย่างมาก
 
ฟังเรื่องคนอื่นแล้วของขึ้นบ้างไหมคะ?
พี่อ้อย: "เราต้องเข้าใจก่อนค่ะว่าเราอยู่ข้างๆ แต่ไม่ได้เข้าข้าง และคนอ่อนแอทุกคนไม่ได้มีสติพร้อมตลอดเวลา วันหนึ่งข้างหน้าน้องอาจมีสติว่าเราไม่น่าทนเลย แต่วันที่เขาโทรมา เราจะโมโหกับชีวิตเขาทำไม ในเมื่อเรารู้จักกัน 5-10 นาทีที่เขาเล่าเรื่อง เราไม่รู้หรอกว่าตอนที่เขาอยู่ด้วยกัน ผู้ชายพะเน้าพะนอมากจนถ้าเป็นเรา เราก็รัก ทุกคนคอมเมนต์เรื่องคนอื่นได้ง่าย แต่พี่คิดว่าในความรัก ไม่มีใครโง่ฉลาด ถูกผิด ดีเลวมีแค่ยอมหรือไม่ยอม ถ้าเราตั้งหลักที่ความเข้าใจก่อน เราจะไม่ของขึ้นง่ายๆ ถ้าฟังอย่างเข้าใจ เราจะรำคาญเขายากขึ้น เหมือนเพื่อนอกหัก มันก็หงอยๆ มา พอนั่งคุยกันหลายชั่วโมง ดีขึ้นแล้วแยกย้ายกันไปนอนเช้ามามันก็ร้องไห้อีกแล้ว นี่คือลูปปกติของคนกำลังอ่อนแอ พี่ไม่เคยรำคาญใครนะคะ ต้องขอบคุณที่เขาไว้ใจและต้องกราบเท้าด้วยซ้ำเขารู้อยู่แล้วว่าโทรมาเล่าในรายการต้องถูกตำหนิอยู่แล้ว ก็ไปแย่งเขามาไปทำร้ายคนอื่น แต่ก็ยังโทรมาเล่าให้เราได้เอาเรื่องของเขาเป็นตัวอย่างให้คนอื่น  

ความรักเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติเลยที่เราจะผูกติดกับคนคนนึงไปได้ทั้งชีวิต คิดยังไงกับกติกานี้?
พี่อ้อย: "พี่เชื่อว่าคนตั้งกติกานี้คงเจอปัญหามาแล้ว แน่นอนว่าพอมีคนนั้นคนนี้ คุณต้องทำงานหาเงินเยอะขึ้นเพื่อจะรับผิดชอบชีวิตคนอื่น ถ้ามีลูกแล้วจะโยนลงตึกหรือเอาไปทิ้งกองขยะได้แบบที่เราดูข่าวหรือ และการที่ฉันมีคนนี้เป็นแฟนในบ้าน แต่พอก้าวเท้าออกจากบ้านกลายเป็นสามีคนอื่น ชีวิตจะไม่วุ่นวายหรือ เหมือนกติกาที่ว่าถ้าฉันชอบกระเป๋าใบนี้ หยิบเลยได้ไหม ถ้าหากทำได้ โลกจะวุ่นวายขนาดไหนอยู่ๆ กระเป๋าฉันหายไปไหน อ๋อ ทำตามกติกาธรรมชาติไง คนเราสามารถหยิบกระเป๋าคนอื่นได้ นั่นแค่กระเป๋านะ (เน้นเสียงแต่นี่คือคน สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเรื่องการชอบคนนั้น แต่มีอะไรกับคนนี้ มันไม่ต้องรับผิดชอบไงแต่นี่คือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ที่มีวัฒนธรรม มีความรับผิดชอบ มีกติกาสังคมเพื่อทำให้เราอยู่ร่วมกันได้โดยไม่วุ่นวาย"    

งั้นถ้าเรารักคนนี้แต่มีเซ็กซ์กับอีกคน โดยทุกฝ่ายยินยอม ไม่ก่อปัญหาได้ไหม 
พี่อ้อย: "พี่ว่าความรักกับเซ็กซ์เป็นสับเซตซึ่งกันและกัน เซ็กซ์คือการแสดงออกอย่างหนึ่งซึ่งความรัก การที่คนเราไปซื้อบริการทางเพศ แปลว่าเรารักคนนั้นหรือเปล่าล่ะ ต้องแยกให้ออกระหว่างคนรักกับตุ๊กตายางนะคะ บางคู่ภรรยาไม่สบาย สามีดูแลตลอดชีวิตทั้งๆ ที่ไม่สามารถมีเรื่องแบบนั้นได้อีก แบบนี้แหละที่ทำให้ใจคนเราสูงขึ้นกว่าการสนองตอบตามสัญชาตญาณ ถ้าเรารักผู้หญิงคนหนึ่งเพราะตอบสนองสัญชาตญาณของเราได้เพียงอย่างเดียว ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบสนองสัญชาตญาณคนอื่นได้หมดล่ะค่ะ แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เป็นคนรักกันต้องบวกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่จะดูแลคนคนนี้ด้วย พอเรารักก็ไม่อยากให้เขาเจ็บ "เราอย่าไปซับซ้อนกับความรักมาก ไม่งั้นเราจะอนุโลมให้คนทำผิดได้เรื่อยๆ อยู่กับใคร รักใครก็ซื่อสัตย์ เป็นคุณสมบัติง่ายที่สุดของคนรักกัน ถ้าใครที่รักเราแต่ไม่รักมากพอที่จะซื่อสัตย์หรือมีเราคนเดียวก็จบเลยค่ะ อย่าซับซ้อน ไม่งั้นน้องจะอนุโลมให้อีกหลายข้อมาก พี่เคยคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง ตัวเองมีลูกไม่ได้ ต้องยอมให้เขามีผู้หญิงคนอื่น จนตัวเองมีลูกได้แล้ว สามีก็ไม่เลิกกับใครสักคนไงคะ มีใครเห็นใจเขาบ้างไหมว่าวันนี้สามีต้องนอนกอดใคร
 
ความรักมักพ่วงมากับการดูดวงและขอพลังบันดาลจากฟ้า?
พี่อ้อย: "พี่อ้อยอยากมีลูกมาก ไปขอลูกยังไม่เห็นได้เลย หลายคนขอแฟนก็ยังไม่เห็นมี แต่บางคนขออยู่เป็นโสด แต่แต่งงานก่อนใครเลยการเฝ้ารอสิ่งที่เราขอก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง เพราะอยู่ๆ ก็เหมือนมีพลังดึงดูด เป็นที่พึ่งทางใจมากกว่า แต่ความรักไม่ใช่การนั่งรอให้มีอะไรหล่นใส่ตัก เมื่อไหร่จะมีรักแท้สักที หรือมีแล้วไม่ดูแลก็เฉาตายคามือได้เหมือนกัน"    

วิวัฒนาการของความรักจากปีที่ 1 จนถึงปีที่ 13 เปลี่ยนไปยังไงบ้าง?
พี่ฉอด: "เมื่อกอนมีแค่ความรักหญิงชาย ใครโทรเข้ามาบอกว่ารักเพศเดียวกันต้องกระมิดกระเมี้ยนแทบตายทุกวันนี้คนกล้าพูดมากยิ่งขึ้น \'พี่ครับ ผมเป็นชายรักชาย\'\'หนูเป็นหญิงรักหญิง\' ยิ่งคนสมัยนี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องเจอกัน แชทผ่านโซเชียลแล้วรักกันได้เป็นปีๆ โดยไม่เคยเจอตัวจริงกันเลย ถามว่าเป็นไปได้ไหม พี่มองว่าเรารักกับคนไม่ได้รักกับอุปกรณ์สื่อสาร จะเอาอะไรกับตัวหนังสือ รูปยังแต่งได้เลย เราจะรู้ได้ไงคะว่าคนคนนี้เมื่อเดินออกมาจากอุปกรณ์สื่อสารแล้ว เขาเจอหมาแล้วจะเตะหมากระเด็นหรือเปล่า เขาจะลุกให้คนแก่นั่งหรือเปล่า พี่เคยถามว่าไม่คิดจะเจอกันเหรอ \'ไม่ค่ะ หนูไม่อยากยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเขาแต่บางทีหนูก็แอบไปส่องเขาในเฟซบุ๊กบ้างค่ะ\' ต้องถามต่อว่าจริงๆ แล้วตัวน้องเองก็รู้ไหมว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันผิดปกติ แต่กลัวเผชิญหน้ากับความเป็นจริงใช่ไหม พี่คิดว่าความรักเกิดขึ้นโดยเจอกันวิธีไหนก็ได้ แต่ถ้าใช้ชีวิตร่วมกันต้องมีตัวตนจริงๆ

พี่อ้อย: "แต่ก่อนเวลารักคนมีเจ้าของ เราจะใช้คำว่า\'แอบรัก\' เราจะอาย มองเป็นเรื่องผิดมาก แต่ปัจจุบันนี้ \'พี่คะเขามีแฟนของเขา หนูก็มีแฟนของหนูเหมือนกัน\' อ้าว แล้วทำไมไม่เลิกกับคนเก่าแล้วมาคบกันล่ะ \'ก็แฟนหนูไม่ผิดอะไร\' แล้วที่ทำอยู่ หนูทำผิดกับแฟนหนูไหมล่ะลูก มีความซับซ้อนมากขึ้น เราจะต้องเข้าใจและละเอียดลออมากขึ้นวิจารณญาณแข็งแรงมากขึ้น อย่าลืมว่าการมีคนโทรเข้ามาคือการที่เราฟังความข้างเดียวอยู่ ถึงได้มีประโยคนี้ไงคะว่า \'ไม่มีใครผูกขาดความผิดแต่เพียงผู้เดียว\' การที่เขาไปมีคนอื่น เพราะน้องดูแลเขาน้อยลงหรือเปล่า เช่น บางคนมีลูก ทุกอย่างคือลูกลืมหน้าที่ภรรยา เขาเลยเหงาในบางที "เราจะต้องดูบริบทชีวิตคนคนนั้นอย่างหนัก แต่ต้องอยู่ภายใต้ความผิดชอบชั่วดี เพราะพี่เชื่ออย่างหนักเช่นกันว่า รักของเราต้องไม่ทำร้ายใครแม้แต่ใจเราเอง ถ้าน้องรักเขาแล้วน้องปักธงอดทนก็ได้ แต่ไม่ใช่เสมอไป อดทนเป็นเรื่องดีแต่ต้องใช้ถูกคน และรู้ว่ากำลังอดทนจนบางคนเคยตัวหรือเปล่ามันทำให้พี่เรียนรู้อย่างหนึ่งว่าไม่มีสูตรตายตัวกับเรื่องความรัก ความรักไม่มีคำว่าเสมอไป ตลอดกาล และไม่ได้แปลว่าใช้สูตรนี้จะสำเร็จ แต่ถ้าไม่มีสูตรเลยมันจะกว้างเกิน พี่เลยใช้สูตรง่ายๆ ว่า รักของเราต้องไม่ทำร้ายใคร น้องแย่งใครมาหรือเปล่า น้องดึงใครเข้ามาเป็นดาราสมทบทั้งๆ ที่น้องจับมืออีกคนหรือเปล่า  

พี่อ้อยพี่ฉอดคุยแต่กับคนมีคู่เท่านั้นหรือ พี่คุยกับคนโสดเรื่องอะไรได้บ้าง?
พี่อ้อย: "ถ้าย้อนกลับไป 10 ปีก่อน พี่ว่าคนโสดจะดูเศร้ากว่านี้ เพราะเรามีความรู้สึกว่า \'โสดไม่มีใครเอา\' แต่พี่รู้สึกว่าวันนี้ \'โสดไม่เอาใคร\' เต็มไปหมด ฉันฟังแล้วหลอน ขออยู่แบบนี้ดีกว่า พี่ว่าความโสดไม่ใช่บทลงโทษของฟ้า ถ้าเมื่อก่อนเราอาจคิดว่าไม่มีใครเป็นคู่เลยมาวันนี้เราอาจคิดว่าการมีคู่ของบางคนทำไมทรมานขนาดนั้น วันนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีอะไร แต่อยู่ที่ว่าเรารู้สึกอะไรกับสิ่งที่เราเป็นและมีอยู่ พี่เชื่อว่าความสุขของคนโสดอาจจะสุขมากกว่าคนที่มีคู่ แต่คู่ไม่น่ารักขนาดผลวิจัยในอเมริกาเคยบอกว่าคนโสดสุขภาพแย่กว่าคนมีแฟน เพราะคนมีแฟนจะดูแลกัน แต่มาถึงวันนี้เขาแก้ผลวิจัยเป็นว่า ไม่ว่าจะโสดหรือมีแฟน ไม่มีผลอะไรต่อสุขภาพ ถ้าเขาโสดและมีความสุข เขาก็สุขภาพแข็งแรง การมีแฟนไม่ใช่จุดหมายใหญ่ในชีวิต ถ้าคุณเจอคนที่ดี รักกัน ดูแลกัน มีเลยค่ะแต่ถ้าหากความรักโชว์ความไม่แน่นอนให้เห็น หรือถ้าใครสักคนทำให้เราทุกข์มากกว่าสุข ก็จงเลือกสุขกับความโสดของตัวเอง"
 
คติประจำใจเยอะเหลือเกินค่ะ พี่ Nike บอกให้เรา Just Do It พี่อ้อยพี่ฉอดบอกว่าเราต้องมีสติ หนูควรเชื่อใครดี?
พี่ฉอด"ถูกหมดทุกข้อค่ะ อยู่ที่ว่าเราจะหยิบข้อไหนมาใช้ให้เหมาะกับเราในเวลานี้ บางเวลาอาจต้อง Just Do It แต่บางเรื่องพี่บอกขอสติมาหยุดไว้ก่อน หลายคนยอมที่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อน ซึ่งคนไข้ประเภทนี้เขายอมได้ทุกอย่างเพราะรัก เราถามกลับว่าช่วยบอกพี่หน่อยว่าคนคนนี้มีอะไรที่น่ารักบ้าง เขาจะเงียบไป เห็นไหมคิดตั้งนาน แสดงว่าเขาไม่ได้มีอะไรควรค่าแก่การรักเลย แต่บางทีห้ามไม่ได้ต้องยุ ยอมไปเลยลูก เจ็บให้สุดหยุดได้เอง ต้องมีสักวันที่หนูจะรู้ได้เองว่าทำแล้วไม่มีประโยชน์ "ไม่มีใครตายเพราะความรักหรอก เสียใจตายไม่มี ร้องไห้ตายก็ไม่มี ในที่สุดทุกคนผ่านไปได้ ถ้าไม่ไปทำให้ตัวเองตายด้วยวิธีอื่นและไม่ต้องแก้ไขด้วย อยู่เฉยๆ และมีสติ เดี๋ยวเราจะรู้เองว่ามันจะเป็นอีกเรื่องที่ผ่านไป ปัญหาความรักเหมือนแผล แผลสดเจ็บมาก แต่บางคนไปทำให้เหวอะกว่าเดิม ตามส่องดูเขาอยู่นั่นแล้วกลับมาเสียใจเอง แต่พอเวลาผ่านไปเราก็มีแผลเป็นกันทุกคนแต่ไม่เจ็บแล้ว ทุกคนเคยมีความรักที่มีปัญา แล้วเราก็จำไม่ได้หรอกว่าวันไหนที่ตื่นขึ้นมาแล้วจู่ๆ ก็ดีขึ้น คนที่ทำให้ร้องไห้เจียนตายเมื่อวาน วันนี้ไม่มีความหมายอะไรในชีวิตเราเลย แค่โมเมนต์นี้ที่คนรู้สึกว่าแย่ที่สุด แล้วเราแค่คุยกับเขา เหมือนเวลาเพื่อนเราอกหัก เราจะทำอะไรได้ อย่างมากก็อยู่ตรงนี้ สแตนด์บาย อยากได้อะไรบอกแล้วกัน มนุษย์แค่ต้องการใครสักคน แต่ที่มีปัญหาคือจำเพาะต้องไปอยากได้ความรักจากคนที่เขาไม่อยากจะให้เราแล้ว  

คนไข้แบบไหนเยียวยายากที่สุด?
พี่ฉอด: "แบบไม่มีสตินั่นแหละ บางคนพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คำตอบที่ต้องการ \'เขามีเจ้าของแล้ว แต่เขายังมาหาหนู\' แล้วทำไมเขาไม่เลิกกันล่ะคะ
หนู \'แต่เขาบอกว่าเขารักหนูนะพี่\' เขารักหนูยังไงคะถึงทำใจให้มีหนูคนเดียวไม่ได้ คนไม่มีสติจะดิ้นรนตะเกียกตะกายไปเรื่อยๆ เขาโทรหาพี่อ้อยพี่ฉอดก็เพื่อให้พี่ยืนยันในสิ่งที่ใจเขาอยากได้ยิน เราพูดอะไรไปเขาถึงไม่ฟัง ฟังแต่หัวใจตัวเอง เป็นรายการวิทยุที่จัดยากนะคะ เพราะหนึ่งคือรายการสด สองระหว่างที่คุย เราต้องยอมรับว่ามีคนฟังอีกมหาศาล ซึ่งเราต้องดูแลเขาเหล่านั้นไปด้วย เราต้องมีสติมากและคิดว่าจะพูดยังไงเพราะคนโทรหาเราตอนที่จิตใจอ่อนแอที่สุด คำตอบของเราอาจทำให้เขาทำอะไรสักอย่างที่น่ากลัวก็ได้ "พี่จะบอกเสมอว่าอย่าตัดสินใจอะไรในวันที่จิตใจกำลังเสียศูนย์ แต่การอยู่เฉยๆ ให้ได้นี่โคตรยาก คนที่เรารักกำลังไปรักคนอื่น แต่พี่อ้อยพี่ฉอดบอกให้อยู่เฉยๆ หรือวันนี้อยากเดินไปตบหน้าเขา หยุดก่อนค่ะ ตบวันนี้กับตบพรุ่งนี้เจ็บเท่ากัน บางทีพรุ่งนี้อาจขี้เกียจ ไม่อยากตบละ เสียมือ คนที่พลาดในเรื่องความรักจนชีวิตพัง บางทีเขาอยู่ในจุดนี้เองนะ แค่อารมณ์ชั่ววูบ

ความสัมพันธ์ที่มีสติ healthy เป็นยังไง?
พี่ฉอด: "คนสองคนรักกันต้องอยู่ภายใต้กฎของธรรมชาติ ธรรมชาติแปลว่าความเปลี่ยนแปลง รักแล้วรักเลยไม่มี เราต้องดูแลความรักของเราในแต่ละวัน สังเกตไหมคะว่าหลายๆ ความรักเคลื่อนตัวไป เริ่มจากความรักหนุ่มสาวที่ไม่เจอหน้ากันจะเป็นจะตาย แต่เมื่อพัฒนาความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ เริ่มมีความเป็นเพื่อนเข้ามามากขึ้น คู่ที่จะจับมือกันไปนานๆ คือคู่ที่มีความเข้าใจในธรรมชาติที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน บางคนพอรักใครก็ไม่เป็นตัวของตัวเองอีกเลย ตามใจเขาหมดทุกอย่าง นั่นคือผิดธรรมชาติแล้ว จะอยู่กับใครอีกคนต้องมีความพอดีในการให้และรับ บางคนคิดว่าความรักคือการให้ แต่ถ้ารักเกินรักมักทำลาย มีเท่าไหร่ให้ไปจนกลายเป็นส่งเสริมให้อีกฝ่ายเป็นผู้รับฝ่ายเดียว"   "ความรักที่เฮลตี้ในมุมมองของพี่คือความรักที่เป็นธรรมชาติที่สุด ยอมรับในสิ่งที่แตกต่าง เปลี่ยนแค่ไหนที่พอดีกับอีกฝ่าย คนที่จะอยู่ด้วยกันได้นาน ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องต้องกันทุกอย่าง การทะเลาะก็เป็นเรื่องดีที่เปิดโอกาสให้คนเราได้แสดงความรู้สึกหรือตัวตนออกมาให้อีกคนเห็น คู่ที่ไม่เคยทะเลาะกันเลยนั่นน่ะอันตรายที่สุด ใครจะรู้ว่าต่างฝ่ายต่างเก็บอะไรไว้บ้าง ไม่ใช่ว่าวันนึงระเบิดว่าฉันยอมทุกอย่างแล้วนะ อ้าว ใครให้คุณยอมล่ะ คนที่ทำผิดธรรมชาติเลยจะไปต่อไม่ได้หรือมีปัญหา บางคนบอกอยู่กันไม่ได้หรอก เพราะต่างกันมาก พี่เล่าเสมอเรื่องนิทานตากับยาย ตาชอบกินเค็ม ยายชอบกินจืด คนชอบกินเค็มก็มีน้ำปลาเอาไว้เติม คนชอบจืดก็มีน้ำเปล่าเอาไว้เจือน้ำปลาให้จืด อยู่ที่ศิลปะการใช้ชีวิตร่วมกันมากกว่า ความต่างไม่ใช่ปัญหา แต่อย่าให้เป็นเรื่องว่า วันที่รักกันบอกว่าฉันรักที่เธอเป็นเธอ แต่วันที่ไม่รักกลับบอกว่าทำไมเธอเป็นคนแบบนี้  

บางคนบอกเจอคู่แท้ ไม่ต้องปรับอะไรเลย คลิกกันไปหมด?
พี่อ้อย: "นิยายแล้วค่ะน้อง เอาง่ายๆ เวลาอยู่ในลิฟต์คนเดียว เรายืนท่าไหนทำอะไรก็ได้ แต่แค่ใครสักคนเดินเข้าลิฟต์ น้องยังต้องปรับท่ายืนเลย นี่แค่คนไม่รู้จัก
กันเลยนะ แต่การมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ไม่มีทางที่เราไม่ต้องปรับอะไรเลย ไม่ใช่ว่าเป็นคู่แท้แล้วเราดูแลเขาเป็นของตาย บางคนตอนเริ่มรักไม่ได้แท้ด้วย แต่พอ
ต่างดูแลกันไปอาจแท้ขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้นะ ฉะนั้นรักแท้อยู่ที่มือทำ ไม่ใช่นั่งขอฟ้าช่วยส่งมาให้ที และรักกันในวันนี้ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้จะรักด้วย พี่เชื่อในเรื่อง
โซลเมทแต่ไม่ได้ให้ทุกอย่างเป็นกติกาของฟ้าที่จะจับฉันไปรักกับใครก็ได้ การอยู่ด้วยกันต้องช่วยกันลิขิต คนสองคนมีส่วนทำให้รักนั้นแท้หรือไม่แท้ "สิ่งหนึ่งที่พี่เชื่อที่สุดคือความรักนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนที่สุดในโลก เมื่อวานรัก วันนี้รัก พรุ่งนี้ไม่รู้แล้ว เพียงแต่วันนี้ที่ยังมีกันอยู่ ดูแลกันและกันอย่างเต็มที่ที่สุด เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะยังรักกันเท่าวันนี้ไหม ถ้ามีอะไรเปลี่ยนไป อย่างน้อยมองกลับมาเราน่าจะอยู่ในความทรงจำที่ดีของกันและกัน ชีวิตกับความรักเหมือนกันที่สุดคือเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้น ทำวันนี้ให้เต็มที่ที่สุด พี่หวังแค่นี้
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
The Art of Building
ผลลัพธ์ของการลองพิมพ์คำว่า "โจ้ ช. การช่าง" ลงไปบน search engine ทำให้เราได้ประจักษ์กับสายตาว่ากล้ามเนื้อมัดสวยของ ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์​ คือแม่เหล็กดึงดูดสำคัญที่บ่งบอกอะไร ได้หลายอย่าง เขาทำให้ชื่อของบริษัท รับเหมาก่อสร้างที่แข็งแกร่งระดับประเทศ จากการวางรากฐานของคุณพ่อและ คุณลุง ได้รับความสนใจมากขึ้น และ ยิ่งมองให้ทะลุลงไปถึงวินัยที่แฝงไว้ในเลือดเนื้อของทายาทหนุ่มมากความสามารถคนนี้ ยิ่งทำให้เรานิยมชมชอบในการรักษาสมดุลแห่งงานและการใช้ชีวิตของเขาในระดับที่ต้องยกนิ้วให้จริงๆ
People
Love Songs that Touch My Soul
เจ้าของประโยคฮิต "อ้าว...เฮ้ย!" คนนี้เขียนเพลงรักหลากรสชาติมามากมาย และส่วนใหญ่ก็ฮิตติดชาร์ตเสียด้วยสิ ถึงแม้เขาจะออกตัวว่า ถนัดเพลงรักขมๆ มากกว่าเพลงรักหวานๆ แต่ก็มีประสบการณ์เขียนเพลงเกี่ยวกับความรักอยู่ในคลังนับไม่ถ้วน
People
In Remembrance of our Beloved King
ก่อนหน้าจะมีชีวิตของตนเองเสียอีกที่ กนก รัตน์วงศ์สกุล ผูกพันหนักแน่นกับ "อ่วงแก" ผ่านดีเอ็นเอความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของบิดาและมารดา ประสาครอบครัวชาวจีนผู้หนีร้อนมาพึ่งเย็นใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารบนแผ่นดินไทย ทีละเล็กละน้อยที่เขาได้ซึมซับพระราชกรณียกิจ พระบรมราโชวาท ตลอดจนพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ซึ่งส่งให้ยามบ่ายคล้อยของวันที่ 13 ตุลาคม 2559 เขารู้สึกคล้ายว่าฟ้าพลันดับมืดลงในวินาทีที่ แจ้งใจว่า "อ่วงแก" ที่เขานับถือเมื่อวัยเยาว์ บุคคลผู้เป็น "ยิ่งกว่าพ่อ" ซึ่งเขาจะเคารพรักไปตราบจนชั่วชีวิต เสด็จสู่สวรรคาลัยแน่แล้ว