SAME SAME but DIFFERENT

เป็นอย่างไรบ้างกับผลงานละครเรื่องแรกในชีวิตอย่าง 'บ้านศิลาแดง'
นิกกี้ : เป็นประสบการณ์ที่ดีมากค่ะ ทุกคนช่วยเหลือกันและช่วยสอนเราด้วย นักแสดงก็เป็นรุ่นพี่ที่เก่งๆ ทั้งนั้น ซึ่งจริงๆ ก็ยากพอสมควรค่ะ เพราะเราไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่ก็สนุกดีที่ได้เล่นกับฝาแฝดตัวเองเลยไม่เกร็ง
มิลลี่ : ดีใจที่ได้เล่นคู่กันค่ะ ทำให้ตัวละครเรื่องนี้ไม่ต้องใช้ซีจี แล้วการที่มีเขาอยู่ในกองด้วย ก็ทำให้เรามีเพื่อนคุยในวันแรกๆ ที่อาจยังไม่รู้จักใคร 

เรียนรู้ประสบการณ์อะไรจากเรื่องแรก
มิลลี่ : เรียนรู้หลายๆ อย่างค่ะ เทคนิคในการแสดง มุมกล้อง การเข้าฉาก สมาธิ เหมือนมันสอนให้เราพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
นิกกี้ : ปกติพวกเราเป็นคนพูดเร็ว แต่เวลาแสดงต้องพูดช้าลง เราเลยต้องพยายามพูดให้ช้า นอกจากนี้ยังมีเรื่องสมาธิที่ต้องพยายามไม่ให้หลุด นอกเหนือจากนั้นก็เหมือนมิลลี่ค่ะ เทคนิค มุมกล้อง วิธีวางตัวกับผู้ใหญ่ การอยู่ร่วมกับผู้อื่นค่ะ

บุคลิกของทั้งคู่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
นิกกี้ : คล้ายกันหลายอย่าง แต่ก็ต่างกันบ้างนะคะ เมื่อก่อนคนจะเข้าใจว่ามิลลี่เป็นแนวเรียบร้อย หวานๆ นิกกี้จะแก่นๆ ห้าวๆ แต่พอรู้จักไปเรื่อยๆ จะรู้ว่าความจริงมิลลี่ซนกว่า แก่นกว่า
มิลลี่ : อาจเพราะมิลลิี่ทำงานเยอะ อย่างตอนนี้ทำงาน 7 วัน ถ้ามีเวลาว่างนิดหนึ่งก็จะออกไปหาเพื่อนแล้ว จะกลับบ้านดึก วันนั้นเลยจะถือว่าซน แม่โกรธ อะไรแบบนี้

มิลลี่ถือเป็นแฝดพี่ มีหน้าที่ต้องดูแลน้องไหม
มิลลี่ : เป็นลักษณะดูแลกันไปมาค่ะ เราไม่ได้รู้สึกว่าโตกว่า แต่รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกัน
นิกกี้ : รู้สึกเหมือนเท่าๆ กันค่ะ ถ้ามีปัญหาก็ปรึกษากัน บางทีรู้สึกเหมือนเป็นคนคนเดียวกันด้วยซ้ำ

มีอะไรที่รู้สึกเชื่อมโยงกันบ้าง
นิกกี้ : เรารู้สึกเหมือนเป็นคนคนเดียวกัน ก็จะเข้าใจความรู้สึกเขา ถ้าเห็นเขาร้องไห้ก็จะร้องไห้ตามเพราะรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร แต่ไม่ใช่ว่าเขาเจ็บเราเจ็บไปด้วย ไม่ใช่ในแง่นั้น
มิลลี่ : ด้วยความที่อยู่ด้วยกันตลอด เลยเข้าใจกันมาก แต่ไม่ได้ถึงขนาดคนนั้นเป็นแผล แล้วเราเจ็บไปด้วย
นิกกี้ : พอรู้สึกว่าเหมือนคนคนเดียวกัน เวลาไปเที่ยวจะไปแค่สองคนไม่ได้ เพราะรู้สึกเหมือนเป็นคนเดียว เลยต้องมีเพื่อนอีกอย่างน้อยหนึ่งคนค่ะ (หัวเราะ)

คนทั่วไปจะแยกความแตกต่างระหว่างมิลลี่-นิกกี้อย่างไร
นิกกี้ : โครงหน้าของมิลลี่จะเล็กกว่าหน่อย แล้วก็หน้าจะออกหวานกว่า แต่ถ้าจับคาแร็กเตอร์จะแยกง่ายขึ้นนะคะ แต่ทุกวันนี้เพื่อนบางคนก็แยกไม่ออก เรียกผิดเรียกถูกก็หันไปหมดค่ะ

คุณแม่สอนอะไรในฐานะรุ่นพี่ในวงการบันเทิง
นิกกี้ : สอนทุกอย่างเลยค่ะ เรื่องบุคลิก การโพส ภาษากาย มารยาทเวลาอยู่กับผู้ใหญ่ ยิ่งถ้าเรื่องถ่ายแบบแม่จะเก่งมาก พวกเราสู้คุณแม่ไม่ได้เลย
มิลลี่ : คุณแม่จะเน้นเรื่องการวางตัวและบุคลิกค่ะ

คุณแม่หวงไหม
นิกกี้-มิลลี่ : ก็มีหวงบ้างนะคะ แต่ถ้าอะไรที่เหมาะสมคุณแม่ก็จะโอเคค่ะ มีห่วงเราเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างตามประสาคนเป็นแม่ค่ะ
 
อยากเป็นนางแบบเหมือนคุณแม่ไหม
นิกกี้ : นิกกี้สูงไม่พอจะเป็นนางแบบค่ะ (หัวเราะ)
มิลลี่ : ตอนเด็กๆ เคยไปเดินแบบ ซึ่งนางแบบทุกคนสูงหมดเลย แล้วพวกเราดันลืมรองเท้าส้นสูงอีก ในขณะที่ทุกคนซึ่งสูงอยู่แล้วใส่รองเท้าส้นสูงซ้อมอีก เสียความมั่นใจไปเลยค่ะ

ผู้ชายในสเปกเป็นอย่างไร
นิกกี้ : สเปกของนิกกี้ต้องเป็นผู้ใหญ่ มีความคิด ใช้ชีวิตเป็น ดูแลเราได้ และก็เป็นคนดีค่ะ 
มิลลี่ : ชอบผู้ชายตี๋ๆ นะคะ แต่ตอนนี้มิลลี่มองว่าคุยกับใครแล้วถูกใจก็คือคนนั้นมากกว่า แค่เขานิสัยดี ไม่ทำให้เราเสียใจก็พอค่ะ

ในฐานะที่เรามีคนติดตามในโซเชียลเน็ตเวิร์กเยอะ แล้วใครคือไอดอลของเรา
นิกกี้ : ถ้าในแง่การใช้ชีวิตก็คุณแม่ค่ะ คุณแม่เป็นผู้หญิงที่สตรองมากในความคิดของนิกกี้ เลี้ยงลูก 4 คนด้วยตัวคนเดียว เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ
มิลลี่ : เหมือนอย่างที่นิกกี้บอกค่ะ คุณแม่สตรองมาก จริงๆ คุณแม่อายุมากแล้ว แต่ก็ดูแลพวกเราตลอดค่ะ 

จากคอลัมน์ Cover Story นิตยสารลิปส์ ปักษ์แรก มิถุนายน 2559 
เรื่อง : กองบรรณาธิการ
ภาพ : S. Guy 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
In Bed with... Jazzy Chewter
เราติดใจในเสน่ห์ของสาวมั่นคนนี้มาตั้งแต่รายการ The Face #2 ตอนนี้เธอกำลังจะมีผลงานละครทางช่อง 7 โดยรับบทบาทสาวน้อยเอาแต่ใจตัวเองและ "ต้องเล่นไม่ให้คนดูเกลียดเรามาก" เธอบอกเราแบบนี้ แต่เชื่อเถอะว่าแค่ได้เห็นหน้าสวยเป๊ะกับหุ่นแซ่บๆ คงไม่มีใครเกลียด "เจสซี่-กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์" ได้ลงคอ
People
I Believe in Me
แม้แต่คนที่ไม่ได้ติดตาม \'ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์\' เราก็ยังเชื่อว่าต้องเคยผ่านตากับชายร่างใหญ่สายตาจิกกัดจากไวรัลวีรกรรมบนรถสุดเฮี้ยนของ \'อีแหนด\' ที่ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนโลกออนไลน์ เขาคือ "ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม" เจ้าของวลีอย่าง \'มีความ...\' ที่กำลังเป็นกระแสฮิต