RISES

เหตุผลที่เราได้มาเยี่ยมเยือนแชมป์เค-วันหลายสมัยถึงในค่ายบัญชาเมฆยิม บนถนนนวมินทร์ ก็เพราะ “สิบตรี สมบัติ บัญชาเมฆ” หรือ บัวขาว กำลังสวมบทบาทพระเอกเต็มตัวในภาพยนตร์เรื่อง ทองดีฟันขาว ของผู้กำกับฝีมือดีอย่างบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ที่ตั้งใจหยิบเอาประวัติในช่วงต้นชีวิตของพระยาพิชัยดาบหัก เมื่อครั้งเป็นนักมวยเลื่องชื่อเจ้าของสมญา ทองดีฟันขาว มาบอกเล่าผ่านการนำแสดงที่บิณฑ์ระบุว่าต้องเป็นบัวขาวเท่านั้น

เล่าถึงชีวิตวัยเด็กในบ้านเกิดที่อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ให้เราฟังหน่อย
“ตอนเด็กๆ ผมก็ช่วยพ่อแม่ทำนา แบกกล้าบ้าง เข็นรถเข็นไปนา เอาข้าวไปส่งบ้าง ช่วยมาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยม ก็ตามปกติของลูกชาวนาอยู่แล้ว เป็นวิถีชีวิตท้องถิ่นที่ทุกคนต้องทำ ซึ่งก็มีทั้งอารมณ์อยากทำและสนุก บางวันก็เบื่อ อยากไปเล่นโน่นเล่นนี่ก็มี แต่พอถึงฤดูที่ต้องเกี่ยวต้องดำ อย่างไรก็ต้องทำ”

คุณมีพี่น้องกี่คน
“5 คน ผมเป็นคนที่ 4 เป็นลูกที่โดนพ่อแม่ตีเยอะที่สุดในบรรดาพี่น้อง เพราะผมเป็นคนชอบแสวงหา ชอบเล่นกีฬา บู๊ผาดโผน ทำอะไรที่ได้เหงื่อ ได้เจ็บตัว ปืนผาหน้าไม้ก็จะไปขอเขาดูอยู่ตลอด พอเจอเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นนักมวยอยู่แล้ว ก็ขอไปซ้อมกับเขา ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยากโดนเตะโดนต่อย ก็ไปขอเขาซ้อมไปดูในแคมป์ของเขา”

พ่อแม่ว่าอะไรไหมที่เริ่มชกมวย
“ก็ไม่ว่า เพราะผมเป็นคนซน ชอบลองอยู่แล้ว มีตีบ้าง อย่างตอนนั้นผมน่าจะอยู่ชั้น ป.5-6 ยังว่ายน้ำไม่เป็น แต่เห็นเพื่อนๆ ว่ายน้ำเล่นไป-กลับในคลองยาวสิบกว่าเมตร เห็นแล้วคิดว่าเราน่าจะทำได้ เราต้องเก่งกว่าเขาสิ ปรากฏว่าขาไปว่ายไหว แต่พอขากลับทำท่าจะจมน้ำ อีท่าไหนไม่รู้ สายตาเหลียวไปมองเห็นพ่อกำลังพายเรือออกหาปูหาปลามาทางนี้ ได้ยินเสียงพ่อตะโกนโหวกเหวกแถมชี้มาทางเรา ด้วยความที่ผมเป็นคนกลัวพ่อมาก โอ้โห เท่านั้นแหละ มีแรงฮึดว่ายน้ำได้ทันที จำจนตาย เป็นอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจมาก ถ้าไม่มีพ่อวันนั้น ผมจมน้ำตายแน่นอน แล้วพอขึ้นฝั่งได้ก็วิ่งไม่คิดชีวิต พ่อจอดเรือได้ก็วิ่งไล่ตีผมจนได้ โอ๊ย โดนตีเละเทะหมด ตั้งแต่วันนั้นผมก็เลยว่ายน้ำเป็น เพราะเราไม่ยอมแพ้ แอบไปว่ายอีก ว่ายไปว่ายมาจนว่ายน้ำแข็งในที่สุด”

เส้นทางชีวิตคุณก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ อยากรู้อะไรก็ลองทำ
“ไปดู ไปรู้ ไปเห็นก่อน เราเป็นคนแสวงอยู่แล้ว ไม่เคยมีใครมาสอนมาบอกว่าต้องทำแบบนี้ แต่เรื่องเรียนหนังสือต่อให้มีคนสอนเท่าไรก็ไม่เอา ไม่สนใจ ไม่ชอบนั่งในห้องเรียน จนถึงปัจจุบัน ให้นั่งประชุมเกินครึ่งชั่วโมง ผมเดินออกเลย อย่าคุย มันคุยไม่รู้เรื่อง คุยกับผมต้องคุยให้จบภายในครึ่งชั่วโมงให้รู้เรื่องรู้ราว ผมเป็นคนไม่ชอบอยู่กับที่ เป็นคนไปเรื่อยๆ ต้องกระดุกกระดิกตลอดเวลา”


จริงๆ แล้วการจะมาเป็นนักมวยนั้นง่ายหรือยาก
“ประเพณีชาวบ้านแถบอีสานมันง่ายนะ เวลามีงานวัด งานโรงเรียน งานประจำปี เขาจะมีเวทีให้ชก ก็จับไปประกบคู่ รุ่นเท่ากัน เอ้า ชกได้ ไม่ต้องมีพิธีการอะไรมาก คุณมีเงินมัดจำเงินเดิมพันหน่อย สู้ได้แล้ว แค่ได้ยินเสียงเชียร์รอบเวทีก็รู้สึกอยากขึ้นไปชกบนนั้นบ้าง แถมตอนได้ขึ้นชกครั้งแรกสมัยอายุ 7-8 ขวบ ก็ชนะอีก ชอบเลยทีนี้ ไปยาวเลย เรื่องเรียนไม่เอาเลยคราวนี้” 

แสดงว่าไม่เคยอยากเป็นอย่างอื่น นอกจากนักมวย
“ครับ แต่ว่าเรื่องกีฬาโรงเรียนก็ไม่ย่อย เอาทุกอย่างเหมือนกัน ทั้งบอล วิ่ง ตะกร้อ วอลเลย์บอล เอาหมดทุกอย่างทั้งงานกีฬาโรงเรียน กีฬาอำเภอ พอแข่งกีฬานี้เสร็จ ถอดรองเท้าปุ๊บ มาแข่งอีกกีฬาต่อ ถอดนวมมาเล่นตะกร้อต่อด้วยวอลเลย์บอล ครูก็ยกย่อง ถึงจะเรียนไม่รู้เรื่อง แต่เรื่องกีฬานี่ยอดเยี่ยม” 

แล้วคุณเริ่มมายึดมวยเป็นอาชีพตั้งแต่ตอนไหน
“ตอนจบ ม.3 ปรึกษาแม่ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี เพราะโรงเรียนที่เรียนอยู่มีถึงแค่ชั้น ม.3 จะย้ายโรงเรียนเพื่อเรียนต่อ หรือจะชกมวย ไปทำก่อสร้าง หรือไปตัดอ้อย หรือจะไปทำอะไรดี แม่ก็บอกมาคำหนึ่งว่า จะทำอะไรก็ได้ให้ปักหลักอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำเต็มที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งพอ ผมก็เก็บมาคิดได้ 2-3 วัน ก่อนตัดสินใจบอกแม่ว่า ขอชกมวยแล้วกัน แม่ก็เลยพาไปฝากกับค่ายมวย และสนับสนุนการชกมวยของผมเรื่อยมา”

ตอนนั้นรู้ไหมว่าอาชีพนี้ต่อไปจะทำให้เรารวยได้
“ไม่เคยรู้เลยครับ ครั้งแรกเป็นแค่การที่เราอยากขึ้นไปโชว์บนเวที อยากสนุก อยากหกคะเมนตีลังกาบนเวทีแค่นั้นแหละ เด็กๆ จะคิดอะไรเป็น พอชนะก็แค่อยากชกต่อ พอเราเริ่มไต่ระดับการชกสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มมีแมวมอง เริ่มมีคนเห็นแวว และผมเองก็เริ่มมีความคิดในการติดตามค้นหาในทีวีว่าเขาได้แชมป์ ได้เงินรางวัล ได้รถยนต์ เลยเกิดแรงบันดาลใจตรงนั้นขึ้นมา จึงมุ่งมั่นอยากออกทีวีให้พ่อแม่ชื่นใจ ให้ชาวบ้านได้เชียร์เรา แค่นั้นเอง เราอยากเด่น อยากหล่อ โชว์สาวตามสไตล์วัยรุ่น”


ยากไหมในการทำค่ายมวยเอง
“ทำค่ายมวยไม่ยากหรอก แต่การทำให้ค่ายมวยอยู่ได้ มีบริวาร มันยาก ผมอยากให้ทุกคนสนุก มาเรียนแล้วแฮปปี้ ตอนนี้ทำค่ายบัญชาเมฆมาได้ 4-5 ปีแล้ว ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี”

ทำไมคุณถึงรักอาชีพนักมวยขนาดนี้ ไม่อยากทำอาชีพอื่นบ้างเหรอ
“ด้วยสายเลือดเราเดินทางมาทางนี้ เราได้เรียนรู้มาทางการชกมวยแล้ว แล้วทำไมเราจะไม่สู้ต่อ ผมคิดแค่นี้”

การเป็นนักมวยสอนอะไรคุณบ้าง
“สอนให้ผมมีความอดทน มีวินัย รู้หลักเกณฑ์ว่าเราสมควรทำอะไรมากน้อยแค่ไหน อยู่ที่ใจตัวเองว่าการที่เราจะทำอะไรต่างๆ เราต้องสู้มากน้อยเพียงไหนถึงจะสำเร็จได้”

เวลาคุณชกมวยแล้วแพ้ รู้สึกอย่างไร
“หลายคนแพ้แล้วอาจจะรู้สึกแย่ รู้สึกว่าชีวิตล้มเหลว ทำไมเราตั้งใจซ้อมมาอย่างดีถึงแพ้ แต่สำหรับผม การแพ้เป็นครูให้เรา การซ้อมมาดีหรือเตรียมตัวพร้อมแล้ว แต่เรากลับแพ้ ยิ่งเป็นด่านให้เราทดสอบอีกด่านข้างหน้า ว่าเหตุผลที่เราแพ้ครั้งนี้เพราะอะไร เราสู้อะไรเขาไม่ได้ เราทนอาวุธอะไรไม่ได้ เราต้องเรียนรู้ตรงนี้ ครั้งหน้าเมื่อเราเจออาวุธที่เราเคยแพ้ เราจะแก้ได้หรือเปล่า เราจะทานมันได้ไหม และหากชนะ เราชนะเพราะอะไร”

ทำไมคุณถึงตั้งชื่อให้ตัวเองว่าบัวขาว
“อยากมีอะไรที่ขาวบ้าง ตัดกับสีผิวตัวเอง และดอกบัวเป็นดอกไม้มงคล ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมต่อสู้ ก้าวจากบัวในตม กลายเป็นบัวบนตม จนกลายเป็นบัวเหนือน้ำในที่สุด”



เรียบเรียงส่วนหนึ่งจากคอลัมน์ In Conversation ในนิตยสาร LIPS เดือนมกราคม 2560
เรียบเรียง : fiefiez S.
เรื่องและภาพ : ทีมลิปส์


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
20s Tiny Shiny Girl
สาวน้อยที่เพิ่งใช้ชีวิตบนโลกมาเพียง 20 ปี แต่กลับบุกตะลุยคว้าทุกโอกาสมาลงมือทำแบบไม่เคยปฏิเสธ นั่นทำให้ความเข้มข้นในเรื่องเล่าของ วี-วิโอเลต วอเทียร์ มากด้วยเรื่องราวสนุกครบรส ชนิดที่เราเสียดายแทนคุณเหลือเกินที่มีโอกาสได้รู้จักเธอเพียงไม่กี่หน้ากระดาษ
People
In Bed with Kaliya Neihuns
สาวหน้าคมเข้มผู้มากับลุคเซ็กซี่นิดๆ คนนี้เธอมากับดวงตาเศร้าหน่อยๆ และ ใบหน้าเรียบเฉยที่ชวนให้ค้นหาว่า เธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ แต่พอได้เห็นรอยยิ้มที่มาพร้อมเขี้ยวเสน่ห์ของเธอเท่านั้นแหละ หนุ่มๆ คงอยากเข้าไปทำความรู้จักกันเป็นแถวแล้วใช่ไหมล่ะ ว่าแล้วก็มาขอเคาะประตูห้องนอนเข้าไปนั่งคุยกับลิตาผู้มากับรอยยิ้มน่าอันค้นหากันเลยดีกว่า 
People
Learn from the Man's Best Friend
แม้ทุกปี "เตย-ณัชชา เมฆรักษาวานิช" สาวร่างเล็กเจ้าของแบรนด์กระเป๋าภายใต้ชื่อ NASHA MEKRAKSAVANICH จะมีทั้งสิ่งที่อยากทำและสิ่งที่อยากเลิก แต่เธอก็ไม่บีบรัดตัวเองด้วยเงื่อนเวลา ในทางตรงกันข้าม เธอค่อยๆ เรียนรู้และกล่อมเกลาตัวเองด้วยประสบการณ์แบบวันต่อวัน จนสร้างตัวตนที่เปี่ยมเอกลักษณ์ไม่ต่างไปจากกระเป๋าที่เธอดีไซน์