No More Shy Girl

         หญิงสาวเชียงใหม่ ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส สามารถพูดได้ 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส ญาดาเคยเป็นเด็กขี้อาย และชอบร้องไห้ เธอนิยามตัวเองว่าเป็นคนประเภท 'awkward' ญาดาไม่เคยคิดว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เธอเข้าวงการนางแบบครั้งแรกตอนอายุ 14 ปี โดยคำชักชวนของเพื่อนแม่ ทำให้ระหว่างนั้นเธอต้องเทียวไปเทียวมา ระหว่าง เชียงใหม่-กรุงเทพ เกือบทุกอาทิตย์
ปัจจุบันเธอยึดงานในวงการนางแบบมา 5 ปีเต็ม โดยสื่อหลายฉบับนิยามให้ ญาดา วิลลาเรจ คือ เคต มอส เมืองไทย ปีที่แล้วเธอเพิ่งเซ็นสัญญาเป็นนางแบบในสังกัดเอเจนซี่ ที่นิวยอร์ก ปัจจุบันเธอจึงต้องเดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-นิวยอร์กทุก 2-3 เดือน เอเจนซี่ที่นิวยอร์กรู้จักเธอผ่านอินสตาแกรมที่นิวยอร์ก ญาดาแชร์อพาร์ตเมนต์ย่านแมนฮัตตันร่วมกับเพื่อนนางแบบอีก 3 คน สถานที่ในนิวยอร์กที่เธอโปรดปรานคือ เซ็นทรัลปาร์ค

 

 
ถึงจะเป็นนางแบบ แต่ญาดาไม่ชอบแต่งตัวแฟชั่นจ๋า ลุคประจำของเธอคือ เสื้อยืด กางเกงยีนส์ และรองเท้าคอนเวิร์ส เธอชอบรองเท้าคอนเวิร์สมาก ถึงขนาดใส่ไปเที่ยวทะเลแทนที่จะใส่รองเท้าแตะอย่างคนอื่น ตอนเด็กๆ เธอคิดว่านางแบบต้องทำตัวสวยตลอดเวลา แต่ ณ วันนี้ ในบางวันที่ไม่ต้องทำงาน เธออยากแต่งให้สวยน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ญาดาเป็นนางแบบที่กินข้าวทุกมื้อไม่เคยอด โดยมีจานโปรด คือ ส้มตำ

เรื่องที่เธอมักหงุดหงิดตัวเอง คือ หยุดกินไม่ได้ ถ้ามีอาหารอยู่ตรงหน้า ญาดาจะกินเกลี้ยงเสมอ คุณสมบัติในการเป็นนางแบบสำหรับเธอคือ ความอดทนและไม่ท้อ เพราะทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเรา แต่ขึ้นอยู่กับลูกค้า ปัจจุบันญาดาจบการศึกษาระดับมัธยม ศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนนานาชาติในจังหวัดเชียงใหม่ เธอเป็นเด็กเรียนเก่ง ทำคะแนนดี แต่ไม่ได้ชื่นชอบวิชาอะไรเป็นพิเศษและเพราะเหตุผลก่อนหน้า ทำให้ปัจจุบันเธออยู่ระหว่าง gap year เพื่อค้นหาความชอบ ของตัวเอง

วิธีการค้นหาความชอบของญาดาคือ การใช้ ชีวิตไปเรื่อยๆ เรื่องที่พ่อแม่เป็นห่วงเธอมากที่สุดคือ การดูแลตัวเองและการใช้จ่ายเงิน คนมักคิดว่าอาชีพนางแบบสบาย แถมได้เงินเยอะ แต่สำหรับเธอบางวันต้องทำงาน 12-15 ชั่วโมง ในขณะที่ต้องทำตัวให้ดูดี แม้จะเหนื่อยแทบขาดใจ แม้วงการนางแบบจะมีการแข่งขันสูง แต่เธอก็ไม่ซีเรียส เพราะเธอไม่ใช่คนคาดหวังจนเกินเหตุ

 

 
"เรื่องที่หนูซีเรียสคือผมเสีย หน้าไม่ใสเท่าแต่ก่อน" เธอตอบก่อนหัวเราะร่า นอกจากงานถ่ายแบบ เธอยังสนใจงานภาพยนตร์ ในขณะที่งานละครเป็นสิ่งที่เธอขอปฏิเสธ เหตุผลที่เธอไม่อยากรับงานละคร เพราะว่าต้องใช้เวลาถ่ายทำนาน ในขณะที่การรักษาภาพลักษณ์ในฐานะดาราละครก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอ

ผู้ชายในสเปคของญาดาคือ ต้องเป็นหนุ่มลูกครึ่งเอเชียเพราะหนุ่มลูกครึ่งเอเชีย น่าจะเข้าใจในวัฒนธรรมแบบเอเชียด้วยกันได้ เช่น ความเกรงใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีในตัวเธอ     
ความใฝ่ฝันของญาดาคือ อยากมีอพาร์ต-เมนต์ในกรุงเทพสักห้อง ไว้สำหรับเก็บเสื้อผ้า ญาดาเป็นคนไม่ติดโซเชียลเน็ตเวิร์ก เธอโพส อินสตาแกรมอย่างมากอาทิตย์ละ 2 ครั้ง 

5 ปีที่ผ่านมาในฐานะนางแบบมืออาชีพ ญาดาถือว่าเป็นวงโคจรของชีวิตที่เธอได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นมากที่สุด ที่สำคัญ เธอไม่ใช่เด็กสาวขี้อายคนเก่าอีกต่อไป

เรื่องและภาพ กอง บก.นิตยสารลิปส์

 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Dare to Dream
ในความรู้สึกของ ตั้ม-วราวุธ โพธิ์ยิ้ม รายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว อาจไม่ใช่เพียงการแข่งขันประกวดร้องเพลง แต่คือบ้านอีกหลังที่เขาผูกพันและเรียนรู้ความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง จากนักร้องรางวัลเยาวชนของโครงการทูบีนัมเบอร์วัน จนได้รับตำแหน่งผู้ชนะเลิศการแข่งขันเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปีที่ 9 เราเชื่อว่าถนนสายดวงดาวเส้นนี้ของตั้มจะยังคงทอดยาวไปอีกไกล
People
Big Match Ahead
หลังจากใช้ชีวิตในต่างแดนนานกว่า 10 ปี ได้เวลาที่ "แนน-ชิดชนก ชิดชอบ" จะหอบหิ้วความรู้ ด้านการดีไซน์ มารับผิดชอบงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าที่ระลึก ให้กับสโมสรฟุตบอลของครอบครัว ที่ถือเป็นอีกก้าวที่ท้าทายในฐานะทายาทของสโมสรฟุตบอล ลือชื่ออย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
People
Everything is illuminated
ปฏิเสธไม่ได้ว่า รวิศ​ หาญอุตสาหะ ใช้ทุกกึ๋นที่มีในตัว ทั้งความขยัน ความฉลาดเฉลียว ความดี และความกล้าหาญ​ ในการปฏิวัติทั้งวัฒนธรรมการทำงานในแบบองค์กรเก่าแก่และรูปลักษณ์ของ ผงหอมศรีจันทร์ ให้คงคุณค่าไว้เพิ่มเติมคือความร่วมสมัยและ ทันยุคมากยิ่งขึ้น