Love Me Like You Do : Ticha & Andreas

วินาทีนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก "ติช่า-กันติชา ชุมมะ" สาวเจ้าของตำแหน่ง The Face Thailand ปีล่าสุด ที่ทั้งสวย เก่ง แถมยังมาวินทุกเรื่องไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องรัก นิตยสาร Lips Garçon ไม่รอช้า รีบติดต่อสาวฮ็อตคนนี้มาขึ้นปกประกบคู่หวานใจ "แอนเดรียส วิก" พร้อมพูดคุยถึงเรื่องราวระหว่างเขาและเธอ ใครอยากดูแฟชั่นหวานเต็มๆ ตาคงต้องหา Lips Garçon มาเก็บไว้ แต่สำหรับใครที่อยากอ่านเรื่องหวานรับวาเลนไทน์ เราแนะนำให้อ่านบทสัมภาษณ์นี้

เจอผู้ชายคนนี้ครั้งแรกคิดว่าเขาเป็นยังไง
Ticha: ช่าคิดว่า เขาดูเหมือนนายแบบนะ ตอนนั้นช่าไปถ่ายแบบ ก็มัว แต่โฟกัสกับงาน ไม่ได้ใส่ใจเขาเท่าไร รู้สึกว่าเขาขี้เกียจด้วยนะ เพราะวันนั้นเขามาเป็นผู้ช่วยช่างภาพให้เพื่อนเขา แต่ไม่เห็นทำอะไรเลย มัวแต่นั่งเล่นโทรศัพท์ แต่ไม่ได้คุยกันเลยค่ะ 

แอนเดรียสเล่าให้ฟังว่าหลังจากเจอติช่าครั้งแรก ผ่านไปหกเดือนเขาถึงได้คิดจะจีบ ตอนเขาทักมาทางเฟซบุ๊กติช่าจำเขาได้ไหม
Ticha: จำได้ค่ะ เพราะที่สวีเดนช่า ไม่ได้มีเพื่อนมากมายเป็นพันคนอะไรแบบนั้น พอเขาทักมาเราจำได้ แล้วช่าก็ไปแอบส่องโปรไฟล์เขาใน เฟซบุ๊กต่อ 

อะไรบ่งบอกว่า เขามาจีบ เราแน่ๆ
Ticha: ช่ามีเซนส์ในเรื่องทำนองนี้ค่ะ ช่ากล้าบอกเลยว่า I'm really good at flirting ช่าเป็นคนเฟรนด์ลี่ ชอบคุยกับคนนู้นคนนี้อยู่แล้ว เป็น Social Butterfly อู๊ย...ก่อนหน้าเขาก็มีคนมาจีบช่าตั้งเยอะแยะ เรื่องแบบนี้ดูออกอยู่แล้วค่ะ แต่ที่เริ่มรู้สึกได้เป็นเพราะช่าสัมผัสได้ถึงความพยายามของเขาเวลาคุยกับเรา พยายามหาเรื่องมาคุย พยายามทำให้บทสนทนาไม่น่าเบื่อ 

 
เขาต้องพยายามอยู่นานแค่ไหนถึงจะจีบติช่าติด
Ticha: ช่าเป็นฝ่ายเลือกว่า จะคบกับ ใคร จะคุยกับใครค่ะ ผู้ชายบางคนอาจ จะตามจีบช่าเป็นปีแต่ไม่เวิร์กก็ได้ แต่สำหรับแอนเดรียส ช่าเริ่มสนใจในตัวเขาเร็วเลยนะ ครึ่งปีแรกคุยกันก็ รู้สึกดี เริ่มชอบเขาแล้วล่ะ แต่ต่อมา มันเหมือนเริ่มจืด เหมือนเขาคุยไม่เก่ง น่ะ ช่าเริ่มรู้สึกว่าเขาพยายามเกิน ไป แล้วมันดูไม่เป็นธรรมชาติ ก็เลย เหมือนหายๆ ไปพักนึง แล้วช่า นึกว่าเขาเป็นเกย์ด้วยนะเพราะเขา มีความเป็นผู้หญิงในตัวเยอะมาก ท่าทางเวลาพูด เวลากินมันดูนุ่มนิ่ม ไปหมด ซึ่งไม่ใช่สเปกช่าเลย ปกติแล้วช่าชอบผู้ชายอีกแบบ เลยไม่แน่ใจว่าจะคบกันรอดไหม

แอนเดรียสว่าไง ติช่าเล่นตัวไหม จีบยากไหม
Andreas: ผมว่าไม่นะ แต่เธอเป็นฝ่ายเลือกมากกว่า แล้วถ้าเธอไม่เลือกผม ผมก็คงทำอะไรไม่ได้
Ticha: เล่นตัวหมายความว่าเขาต้อง พยายามมากๆ ถึงจะจีบเราติด แต่กับ ช่าไม่ใช่แบบนี้ ถ้าชอบก็คือชอบ ช่าอาจจะไปจีบผู้ชายก่อนเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ชอบก็ไม่มีวันชอบ เพราะฉะนั้นช่าไม่ใช่คนเล่นตัวแน่นอนค่ะ 

 
แล้วมาต่อกันติดได้ยังไง
Ticha: ตอนนั้นเขาอยู่ที่อินเดียค่ะ แล้วเขาก็ทักมา ส่วนช่าเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น จากนั้นเราก็คุยกันมากขึ้น ช่าก็เริ่มสนใจในตัวเขาแล้ว ก็เลยคุยกันว่า ถ้าเขากลับมาสวีเดนเมื่อไรเรามาแฮ้งก์เอาท์กันนะ 
 
 
เดทครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง
Ticha: ตอนนั้นเราลังเลอยู่ระหว่างสองชอยซ์ค่ะ ชอยซ์แรกคือไปทานข้าวที่ร้านอาหารไทย ชอยซ์ที่สองคือไปทำซูชิทานกันที่บ้าน สรุปว่าเราเลือกชอยซ์ที่สอง เพราะคิดว่าน่าสนุกดี แต่กลายเป็นว่าเราทำซูชิกันได้ห่วยแตกมาก (หัวเราะ)  

หลังจากเดทกันแล้ว ใช้เวลา นานไหมกว่าจะตกลงขอติช่าเป็นแฟน
Ticha: ต้องถามว่า เขาขอช่าเป็นแฟน กี่ครั้งมากกว่าค่ะ (หัวเราะ) 
Andreas: น่าจะ 47 ครั้งเห็นจะได้

โอ้โห...คุณนับด้วยเหรอเนี่ย
Andreas: (หัวเราะ หน้าแดง) 
Ticha: เรื่องระหว่างเรามันซับซ้อนเหมือนกันนะ คือเรารู้ว่าเราต้องอยู่ ห่างกัน ตอนแรกเราเลยไม่ใช้สถานะ ว่า In Relationship
Andreas: ตอนนั้นสเตตัสในเฟซบุ๊กเราสองคนคือ Single
Ticha: ไม่ได้คบกัน เป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกัน แล้วถ้าเราได้กลับมาเจอกันอีกเราอาจจะลองคบกันดูก็ได้ แบบนั้นมันน่าจะดีกว่า ถ้าเราต้องจากกัน เราอาจจะคิดถึงกัน แต่เราจะไม่ผูก มัดกัน ตอนแรกมันเป็นเรื่องยากสำหรับช่าเหมือนกันนะ เพราะช่าเป็นผู้หญิง ก็มีอ่อนไหว เป็นธรรมดา แต่พอมานั่งคิดดูแล้วเป็นแบบนี้มันอาจจะดีกว่าก็ได้ หลังจากนั้น 2-3 วันที่เราตัดสินใจจะห่างกัน เขาก็มาขอช่าเป็นแฟน ช่าก็แบบ You can't do this! ก็เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่เป็นแฟนกันนี่ เขาก็เศร้าไปเลยค่ะ ดราม่ามาก แต่ช่ายืนยันว่า No เพราะเขาเป็นคนบอกเองว่าเราจะไม่เป็นแฟนกันตั้งแต่แรก หลังจากนั้นเขาก็ขอช่าเป็นแฟนทุกวันเลยค่ะ วันละสิบๆ รอบ ตอนนั้นช่าก็สงสารเขาเหมือนกันนะ พอเขาเริ่มถามคำนี้ช่าก็จะขอให้เขาเปลี่ยนเรื่องคุยตลอด ไม่ใช่ว่าไม่ชอบเขานะ แต่ที่เราตกลง กันไว้เขาก็ใช้เหตุผลในการตัดสินใจแล้ว เพราะเราก็ยังเด็ก ยังรักอิสระกัน ทั้งคู่ เราไม่ควรผูกมัดตัวเองหรือเปล่า แต่พอเวลาผ่านไปช่ารู้ว่าลึกๆ แล้วช่าก็รักเขานั่นแหละ เพราะเขาก็คอยอยู่เคียงข้างช่าเสมอ คอยสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง มันทำให้ช่ารู้สึกว่า เราไม่ได้ต้องการใครอื่นอีก เพราะฉะนั้นทำไมเราสองคนถึงจะไม่คบกันดูล่ะ

เป็นนายแบบนางแบบกันทั้งคู่ ต้องเจอคนหน้าตาดีอยู่แทบวัน ประคับประคองความรักให้รอดได้ยังไง 
Andreas: ผมว่าเราต้องเชื่อใจกันนะ อย่างตัวผมเองต้องย้ายไปอยู่ที่ ออสเตรเลีย พอเราทั้งคู่ย้ายไปใช้ชีวิต ในที่ใหม่ๆ เราก็ไม่มีใครที่เรารู้จักที่นั่นเลย การที่เรามีคนที่เราสามารถเชื่อใจได้มันช่วยให้ความสัมพันธ์ของเราแข็งแกร่ง    
Ticha: ช่าว่าเราสื่อสารกันตลอด มัน ช่วยได้เยอะ ถ้าเราอยู่ใกล้กัน บางทีแค่นั่งข้างๆ กันโดยไม่ต้องพูดเราก็รู้สึกดีได้ แต่เราไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กันนี่ แน่นอนว่าเราสองคนเจอคนหน้าดี เยอะแยะ แต่เราแคร์กันและกัน แค่นั้นเราก็ไม่ต้องการคนอื่นอีกแล้ว 
Andreas: ผมก็ไม่ค่อยได้สนใจมองสาวอื่นนะ
Ticha: แต่ช่ามองนะ เช็คดูว่าคนนี้ฮ็อตหรือเปล่าอะไรแบบนี้ แต่ก็ต้องคิดว่าไอ้ความฮ็อตนั้นน่ะมันจะให้ช่าแฮปปี้มากกว่า ความสุขที่เรามีเวลาอยู่กับเขาหรือเปล่า แค่มองแล้วก็จบ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น 



เคยเลิกกันไหม
Ticha: ไม่ค่ะ แต่คู่เราจะคบกันแบบ Long-Distance Relationship เราสองคนไม่เคยทะเลาะกันแล้วก็บอกเลิกกัน ไม่งี่เง่า ไม่งอนแบบปัญญาอ่อนค่ะ เราพยายามหาทางแก้ปัญหามากกว่า ช่าว่าการที่บอกเลิกกันวันนี้วันต่อมาดีกันซะแล้ว มันทำให้คำว่า "เราเลิก กัน" มัน Powerless นะ กลายเป็นคำที่ไม่สตรอง คำนี้มันควรจะมีอิทธิพลต่อคู่ที่ยังรักกัน 

ติช่าเป็นคนขี้งอนไหม
Ticha: ไม่นะ ถ้าเขาอยากไปเที่ยวก็ไปเลย ไม่งอแงค่ะ ไม่มานั่งกังวลว่าถ้าไปเที่ยวคลับแล้วเขาจะเจอใครบ้าง การจะมี Long-Distance Relationship เราต้องเชื่อใจกัน ถ้าไม่เชื่อใจกันแล้วจะคบกันทำไมล่ะคะ

เราขอเดาว่า แอนเดรียสเป็นคนโรแมนติกกว่าติช่าใช่ไหม
Ticha: อาจจะใช่นะคะ แต่ช่าก็มีมุมโรแมนติกมากๆ เหมือนกันนะ ถึงจะดูเป็นคนโผงผาง ตรงไปตรงมาแบบนี้ก็ เหอะ แต่ก็มีมุมซอฟต์เหมือนกัน ถ้ารัก ใครก็จะบอกไปตามตรง ไม่เก็บเอาไว้ แล้วจะแคร์คนที่เราชอบ 

เรื่องหวานที่สุดที่แอนเดรียส เคยทำให้ติช่าล่ะ
Ticha: บางทีเขาคิดถึงเรามาก เขาก็จะเอารูปมาตัดต่อเป็นวิดีโอ ใส่เพลง มีคำโปรยว่า คิดถึงเธอนะ อยากเจอจังเลย แล้วเราอยู่คนละประเทศเวลา ไม่ตรงกัน แต่เขาจะตื่นมาบอกช่าว่า "สวัสดีตอนเช้า ขอให้วันนี้ เป็นวันที่ดีนะ" ทำแบบนี้ทุกวันค่ะ เสร็จแล้วเขาก็จะกลับไปนอน บางทีเราออนไลน์ไม่ตรงกันเขาก็จะรอ เพราะช่าเป็นคนตื่นสาย บางวันรอเป็นชั่วโมง ไม่ยอมไปนอนจนกว่าจะได้ Say Hi เขามีความอดทนสูงมาก แล้วเขาจะชอบซื้อของขวัญมาเซอร์ไพรส์ แล้วยังเขียนจดหมายมาให้ช่าเป็นสิบฉบับ แต่ละฉบับจะเขียนว่า อ่านตอนที่เธอเศร้า อ่านตอนที่เธอมีความสุข อ่านตอนที่เธอคิดถึงฉัน อ่านตอนเธอเบื่อ 

แล้วติช่าล่ะเคยทำอะไรหวานๆ ให้คุณบ้างไหม
Andreas: (หน้าแดง) ติช่าไม่ค่อยทำ เรื่องแบบนี้ครับ แต่ก่อนที่ผมจะย้ายไปเรียนที่ออสเตรเลีย และก่อนที่เธอจะมาเมืองไทย เธอให้ไดอารี่ผมมาเล่มนึง เธอเขียนเรื่องราวในแต่ละวันว่าเธอจะไปทำอะไรบ้าง ดังนั้น ช่วงเวลาหกเดือนที่เราอยู่ห่างกันผมจะมีอะไรอ่านทุกวัน จะรู้ว่าวันนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับติช่า จะได้รู้สึกเหมือนเราอยู่ด้วยกันตลอด ซึ่งโดยปกติแล้วติช่าไม่ค่อยทำอะไร โรแมนติกแบบนี้ 



แอนเดรียสคิดว่า ติช่าจะได้เป็น The Face Thailand ไหม
Andreas: ผมให้กำลังใจเธอมาตั้งแต่ตอนที่เธอตัดสินใจจะบินมาสมัครแล้ว ตอนนั้นผมก็หวังว่าเธอจะได้เข้ารอบนะ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะอยู่ถึง Final Walk หรือเปล่า แต่พอดูไปถึง Episode ที่พี่บี (น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) ส่งติช่าไปห้องดำ ถึงผมจะไม่เข้าใจภาษาไทยแต่ก็เห็นว่าทุกคนในรายการชอบเธอ อย่างตอนที่พี่คริส (คริส หอวัง) จะ Steal เธอมาอยู่ในทีม ถึงแม้จะเป็นแผนต่อชีวิตให้ลูกทีมหรืออะไรก็ตาม แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาต้องเห็นอะไรในตัวเธอ Mentor ทุกคน ชอบเธอ หลังจากนั้นผมคิดว่าเธอมีโอกาสชนะสูงมาก 
Ticha: จริงเหรอ? นี่เขายังไม่เคยบอก ช่าเลยนะคะ
Andreas: ผมให้กำลังใจเธอเสมอ แต่ก็นั่นแหละ ไม่มีอะไรแน่นอน จะมั่นใจเกินไปคงไม่ได้ แต่พอถึงตอน Final Walk ที่เธอได้รับคำชมว่า เธอทำให้พี่ฟอร์ด (กุลวิทย์ เลาสุขศรี) นึกถึงพี่ลูกเกด (เมทินี กิ่งโพยม) นั่นแหละ ผมมั่นใจแล้วว่าเธอชนะแน่ๆ ที่สำคัญเธอมีลุคที่ดูอินเตอร์ เคยทำงานเป็นนางแบบในต่างประเทศมาแล้วด้วย ภาษาอังกฤษก็ดี 

แอนเดรียสได้ดูทุกตอนของ The Face Thailand Season 2 ใช่ไหม
Andreas: ใช่ครับ เอ๊ะ! ไม่สิ ผมว่าผมพลาดไปสองตอนนะ อย่างตอนที่ไปโรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม ผมก็ยังไม่ได้ดูเลยนะ 
Ticha: เชื่อไหมว่าช่ายังไม่เคยดูครบทุกตอนเลยค่ะ ตอน Final Walk ก็ยังไม่ได้ดูเลยนะ  

ถ้ามีการประกวดนายแบบผู้ชายที่คล้ายๆ กับ The Face คุณจะไปสมัครไหม
Andreas: ที่สวีเดนไม่มีการประกวดแบบนี้ แต่ถ้าเป็นที่อังกฤษพอมีอยู่บ้าง ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากลองสมัครดูนะ ผมว่าการออกรายการโทรทัศน์มันเหมือนเป็นการเสี่ยงโชคอย่างหนึ่ง ถ้าโชคดีก็ดีกับตัวเอง ซึ่งผมว่ามันก็น่าตื่นเต้นดีนะ น่าลอง

การถ่ายแบบคู่กันบนปกแมกกาซีนครั้งแรก รู้สึกยังไงบ้าง
Ticha: เหมือนฝันที่เป็นจริงค่ะ 
Andreas: เชื่อไหมว่าผมรู้จัก Lips Garçon มาก่อนหน้าที่จะได้รับการติดต่อมาถ่ายแบบอีก เพราะผมเห็นภาพในอินสตาแกรมของ Lips Garçon ขึ้นมาบนหน้าฟีดของผมบ่อยๆ ผมเลยดีใจมากที่ได้มาขึ้นปกแมกกาซีนที่ผมชอบ ผมสนุกกับการถ่ายทำมากนะ อยากรู้เหมือนกันว่า ความรู้สึกเมื่อได้เห็นภาพตัวเองกับติช่าบนปกครั้งแรกจะเป็นยังไง ผมว่าผมคงไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริงแน่เลย ผมคงต้องหยิกแขนตัวเองให้รู้ว่า นี่ไม่ได้ฝันไปนะ 

ติช่าอยากให้เขาอยู่ในเมือง ไทยไปอีกนานๆ ไหม 
Ticha: ช่าว่าตอนนี้ยังไม่เหมาะค่ะ เพราะเขาต้องกลับไปเรียนให้จบก่อน แต่หลังเรียนจบแล้วช่าก็อยากให้เขาย้ายมาทำงานที่เมืองไทยเหมือนกันนะ เราจะได้อยู่ใกล้ๆ กัน ทำงานทำเงินด้วยกัน (หัวเราะ) การมีคนอยู่ข้างๆ มันเป็นเรื่องที่ดีนะคะ ถ้าเขาต้องกลับไปสวีเดนตอนนี้ช่าก็เหงาเหมือนกันนะ ช่ามีคนอยู่รอบข้างมากมายก็จริง แต่ก็เกี่ยวข้องกันด้วยเรื่องงานมากกว่า 

ตอนนี้ติช่ายังไม่มีกำหนดกลับใช่ไหม
Ticha: ไม่ค่ะ ทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีอะไรให้ทำ หรือหมดความสุขกับตรงนี้แล้ว จนกว่าหาสิ่งอื่นที่อยากทำในชีวิตได้ แต่ถ้าทุกอย่างไปได้สวยช่าก็คงอยู่ที่นี่ต่อไป 

เดี๋ยวแอนเดรียสก็จะไม่อยู่แล้ว ติช่าจะเหงาไหม
Ticha: เหงาสิคะ แต่ช่าคงงานยุ่งมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้ไม่ต้องคิดถึงเขามาก ถ้าไม่มีอะไรทำคงต้องนั่งฟูมฟายคิดถึงเขาแน่ๆ 
Andreas: หลังจากกลับไปคราวนี้ อีกสามเดือนผมจะกลับมาเมืองไทยอีก เธอก็น่าจะแฮปปี้กว่าเดิมนะ เพราะผมว่าการได้เจอกัน ได้อยู่ใกล้ๆ กันมันเป็นสิ่งสำคัญใน Relationship 



เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร Lips Garçon : issue 11 (Feb 2016)
เรียบเรียง : fiefiez S.


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
The BeatWithin
ชื่อของ กรณ์ ณรงค์เดช เป็นที่รู้จักผ่านรายการประกวดร้องเพลง จนมีนามสกุล ëเคพีเอ็นí ห้อยท้าย ซึ่งแม้กระแสของรายการประกวดร้องเพลง แบบเรียลลิตี้จะแผ่วลง แต่ทายาท เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ เคพีเอ็น กรุ๊ป คนนี้ก็ยังสนุกกับงานทุกชิ้นที่อยู่ ในมือ จึงไม่แปลกที่นอกจากงาน สื่อบันเทิงและอสังหาริมทรัพย์ที่ รับผิดชอบอยู่ เขายังเตรียมพื้นที่ เพื่อพร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามา   
People
INTO THE DARKNESS
ทุกการขยับตัวของ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ น่าสนใจเสมอ และเมื่อเขาเก็บเกี่ยวมุมมองชีวิตและประสบการณ์ทางงานเพลง จนตกผลึกเป็นผลงานอัลบั้มล่าสุด บทเพลงไทยทั้ง 10 เพลงนี้ จึงบอกกล่าวเรื่องราวในใจของพ่อลูกสองนายนี้ได้ดีที่สุด