Learn from the Man's Best Friend

แม้ทุกปี "เตย-ณัชชา เมฆรักษาวานิช" สาวร่างเล็กเจ้าของแบรนด์กระเป๋าภายใต้ชื่อ NASHA MEKRAKSAVANICH จะมีทั้งสิ่งที่อยากทำและสิ่งที่อยากเลิก แต่เธอก็ไม่บีบรัดตัวเองด้วยเงื่อนเวลา ในทางตรงกันข้าม เธอค่อยๆ เรียนรู้และกล่อมเกลาตัวเองด้วยประสบการณ์แบบวันต่อวัน จนสร้างตัวตนที่เปี่ยมเอกลักษณ์ไม่ต่างไปจากกระเป๋าที่เธอดีไซน์

ชีวิตปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
"มีหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งแยกออกมาเปิดร้านเอง หลังจากที่เคยขายอยู่ใน Club 21 มาตลอด แล้วก็เพิ่งแต่งงานเมื่อต้นปีก่อน แต่ที่เปลี่ยนชีวิตมากที่สุดคือ เลี้ยงหมา เพราะเกิดมาไม่เคยจับหมา ไม่เคยชอบหมาด้วย แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็กลายเป็น dog lover ไปซะอย่างนั้น"

ทำไมถึงเลี้ยงหมา
"เพราะสามีอยากเลี้ยง เขาเลี้ยงมาทั้งชีวิต ในขณะที่เราก็เป็นเด็กไทยก็ถูกสอนให้กลัวหมา ซึ่งปรากฏว่าพอเลี้ยง เราได้เรียนรู้หลายเรื่องมาก โดยเฉพาะการเข้าใจสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ซึ่งปกติเราไม่ค่อยจะไปนั่งทำความเข้าใจอะไรแบบนี้ ลำพังเข้าใจตัวเองก็ยากจะตายอยู่แล้ว ก็เลยเรียนรู้จากหมาค่อนข้างเยอะ ว่าการดีลกับคนอื่นเป็นอย่างไร"

บุคลิกหมาในสายตาคุณเป็นอย่างไร 
"หมาของเตยค่อนข้างประหลาด คือ emotional มากถึงมากที่สุด ด้วยความที่เป็นพันธุ์อิตาเลียนเกรย์ฮาวด์ ทุกอย่างจะเหมือนคนอิตาเลียน คือเล่นใหญ่ แล้วก็ขี้กลัวมาก บวกกับเตยเป็นคน nervous เหมือนอยู่ในฤทธิ์ยาตลอดเวลาอยู่แล้ว พออยู่ด้วยกัน energy เลยชนกันอย่างรุนแรง จนเรารู้สึกว่า ไม่เลี้ยงได้ไหม ดราม่ากับตัวเองอยู่พักหนึ่ง จนมีอยู่วันหนึ่งเราอารมณ์ดี ใจเย็น หมาก็คลานตาม เลยเริ่มเข้าใจว่า หมาดูดซับอารมณ์จากคน เลยกลายเป็นเรียนรู้ว่า ถ้าเราส่งออกพลังงานลักษณะนี้ออกไป คนอื่นก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน หลังๆ ก็เลยใช้จิตวิทยาหมาในการดีลกับคน เรื่องความเป็นจ่าฝูง ความเป็นผู้นำ เรื่องพวกนี้สอนเตยค่อนข้างเยอะ"


ปกติคุณเป็นคนมี New Year Resolution ไหม
"มี แต่ไม่เคยสำเร็จ เพราะไม่ได้เป็นคนมีอุดมการณ์ขนาดนั้น ส่วนใหญ่เตยจะคิดตอนวันเกิด ไม่ได้คิดตอนปลายปี เช่น ฉันจะออกกำลังกาย คิดทุกปีแล้วก็ไม่เคยเกิดขึ้น ที่จริงเคยเกิดขึ้นพักหนึ่ง เตยเรียกชีวิตช่วงนั้นว่า autumn 13 ก็ไปเล่นโยคะตอน 7 โมงเช้า แล้วว่ายน้ำต่อ ตอนหลังเลยสมัครเป็นสมาชิกยิม ซึ่งพอสมัครปุ๊บทุกอย่างจบลง ทั้งที่ตอนจ่ายเป็นครั้งๆ ไปตลอด ตอนนี้ก็เลยเริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้นว่า ห้ามสมัครสมาชิกอะไรทั้งนั้น จนตอนนี้ autumn 16 แล้ว ผ่านไป 3 ปี เพิ่งกลับมาออกกำลังกายอีกครั้งหนึ่ง รู้สึกภูมิใจมาก อวดคนไปทั่วเลย"

เป้าหมายปี 2560 มีอะไรที่อยากทำ หรือลด ละ เลิก
"สิ่งที่อยากจะเลิกมากคือบุหรี่ แต่ยากมาก เคยพยายามเลิกครั้งหนึ่งตอน autumn 13 เหมือนกัน คือ autumn 13 เป็นสิ่งที่บอกว่าเราคือไอ้ขี้แพ้ เราก็เลยมั่นใจว่าเลิกไม่ได้หรอก ช่างเถอะ อะไรอย่างนี้ เลยไม่ได้กะจะทำอะไรมาก"

แล้วถ้าเป็นเรื่องงานล่ะ   
"อยากเพิ่มยอดขายแบบหนักข้อมาก เพราะปีที่ผ่านมาเป็นในลักษณะของการทดลองเสียเยอะว่าอะไรจะขายดีในเมืองไทย ตอนนี้พอมีช็อปของตัวเองเราก็เลยทำแล็บจริงจัง อยากเก็บข้อมูลว่าจริงๆ แล้วลูกค้าของเราเป็นใคร ทำความเข้าใจคนอื่นว่าเขาต้องการอะไรจากเรา"

แล้วตอนที่ก่อตั้งแบรนด์ เรามองว่าลูกค้าคือใคร
"ไม่ได้มองลูกค้าเลย มองแต่ความชอบ มองว่าแบรนด์ต้องมีเอกลักษณ์ คือเป็นการสร้างทั้งหมด เหมือนโพสต์อะไรลงไปในเฟซบุ๊กแล้วก็จบไปแค่นั้น ไม่ได้มานั่งดูคอมเมนต์ อย่างห้างสรรพสินค้าก็เคยชวนเราไปเปิดตั้งแต่วันแรก แต่เราก็ไม่ทำ เคยให้สัมภาษณ์ LIPS ไว้ ก็โวยวายว่าเราไม่เปิดหรอกเมืองไทย ตอนนี้กลับไปลบได้เลยนะคะ เพราะเปิดแล้ว คือเตยไม่ได้เป็นคนมีสัจจะอะไรขนาดนั้น พอชั่งน้ำหนักดู คิดว่าเปิดก็เปิด กลืนน้ำลายตัวเองไปสวยๆ"

ทรงผมเป็นภาพจำของตัวคุณ คิดว่าถ้าไม่ได้ไว้ทรงนี้ จะไว้ผมทรงไหน
"กำลังคิดอยู่เลยว่าจะทำ wet look ดีไหม คือเตยเป็นคนสระผมเสร็จแล้วจะไม่ไดร์ ไม่เช็ด ไม่หวี แล้วพอผมยังไม่แห้งก็เลยเจอ wet look แต่ยังไม่คอนเฟิร์มนะ เคยลองตัดทรงอื่นอยู่เหมือนกัน แต่ออกมาแล้วเหมือนตุ๊ดเด็ก ไม่ค่อยเวิร์ก เคยลองกับช่างที่ตัดกันมา 15 ปี พี่เขาก็บอกว่าน้องเตยอย่าพยายามเลย หรือบางทีเขาลองตัดเฉียง เตยก็บอกพี่พอเถอะ ไม่ต้องพยายามแล้ว ทรงไหนก็ทรงนั้น"

ในหนึ่งปีคุณใช้กระเป๋ากี่ใบ 
"ถามแปลกๆ 365 ถึง 400 ใบ"

ต้องเป็นแบรนด์ NASHA ทุกใบ
"ใช่ จะไปเอาเงินที่ไหนซื้อของคนอื่น ของตัวเองเยอะแยะ เอาเงินไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า รองเท้า เสื้อผ้า ฯลฯ ส่วนกระเป๋าก็ใช้ๆ ไปเถอะ เต็มบ้านเลย"

คิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้าตัวเองจะเป็นอย่างไร
"ไม่เคยมองไกลขนาดนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่กับปัจจุบันเป็นหลัก แต่เตยจะมองเป็น 1-2 คอลเล็กชั่นข้างหน้า อย่างปีหน้ามั่นใจมากว่าจะทำกระเป๋าที่ใส่ของได้ คือจะเป็นไซส์ชะนี basic bitch ใช้ง่าย เอาใจคนอื่นบ้าง ซึ่งถ้าทำก็ต้องโวยวายจริงจังเลยว่า แบรนด์นี้มีของใช้งานได้แล้วนะ เพราะคนส่วนใหญ่จะบ่นว่ามันใบเล็กใส่ของไม่หมด ซึ่งเราก็คิดนะว่าใส่อะไรกันมากมาย นี่ก็ใส่ไอแพดยังเหลือที่อีกตั้งเยอะ แต่โอเคคนอื่นเขาต้องการมากกว่าเราไง ก็ต้องทำความเข้าใจ"



เรียบเรียงจากคอลัมน์ Feature : Same Old or Brand New You ในนิตยสาร LIPS มกราคม 2560


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Shoulders To Cry On
สำหรับเรา พี่อ้อยพี่ฉอด เป็นเหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ ที่ทำให้เราหันมามองความรักกันใหม่จากคำปรึกษาที่ตรงไปตรงมา แต่อย่างไรก็ดี พิษรักเป็นเชื้อโรคที่ไม่เคยสูญพันธุ์ เป็นเรื่องที่พูดซ้ำเท่าไหร่ก็ไม่เคยทำให้คนตาบอดเพราะรักตาสว่างได้เลย "ปัญหาความรักเป็นเรื่องพูดง่ายแต่ทำยาก และคนมีความรัก น่ารำคาญทุกคน" —ทั้งคู่ยืนยันจากประสบการณ์ตลอด 13 ปี
People
In Bed With Aom Sushar Manaying
ออม สุชาร์ นางเอกน่ารักผู้โด่งดัง มาจากภาพยนตร์เรื่อง Yes or No, ฮาชิมะ โปรเจ็กต์ ไม่เชื่อ ต้องลบหลู่ และซีรีส์รีเมกเรื่องดัง Full House วุ่นนักรักเต็มบ้าน ปัจจุบันเธอเป็นพิธีกรรายการ 2 Piece 2 Please ช่อง GMM และกำลังอยู่ในระหว่างถ่ายทำซีรีส์รีเมกสไตล์ญี่ปุ่น ของทรู เอเชี่ยน ซีรีส์ และละครเรื่องแรงตะวัน ทางช่อง 3