Just Another Story from Writer

สำหรับนักเขียนผู้สวมวิญญาณขบถในตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร การเริ่มต้นในปีใหม่ๆ ก็ไม่ทำให้ปฏิทินชีวิตของเธอเปลี่ยนไปจากเดิมแต่อย่างใด 

คุณรู้สึกยังไงกับรางวัลซีไรต์ที่ได้รับ
ระดับภายนอกทำให้ชีวิตดูจะมีคอนเนกชั่นและความวุ่นวายเล็กน้อยของการต้องมานั่งให้สัมภาษณ์หรือไปพูดตามโรงเรียนต่างๆ ซึ่งดิฉันชอบนะกับการได้ไปเจอนักศึกษา แต่ในระดับภายใน แปลกมากเลยที่ดิฉันไม่ค่อยรู้สึกอะไร คงด้วยความคิดแบบพั้งก์ ถ้าเราไม่อยากให้คนตัดสินเราในด้านไม่ดี เราก็ต้องไม่ให้เขาตัดสินเราในด้านดีด้วยสิ แต่ก็ไม่ถึงกับไม่ให้เกียรติรางวัล เพียงแค่ตั้งแต่วันที่เขียนเสร็จแล้วกดปุ่มเอ็น-เตอร์ ก็รู้สึกว่า... จุดบุหรี่ตัวนึงกับกินกาแฟอีกแก้ว ฟินเฟร่อ (หัวเราะ) ดิฉันรู้สึกว่านี่คืออภิสิทธิ์ของคนทำงานศิลปะ เหมือนกับคนทำงานเพนต์ คนแต่งเพลง คนทำหนัง นี่คือรางวัลจริงๆ ที่มันน่าจะพอตั้งแต่ตรงนั้นแล้ว ส่วนหนังสือจะขายได้ไหม บรรณาธิการจะพิมพ์ให้รึเปล่า จะมีคนอ่านไหม อ่านแล้วชอบไหม จะได้รางวัลไหม ได้ตังค์ไหม ทุกอย่างเป็น Another Story หมด เพราะขณะที่เขียน คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบรรณาธิการหน้าตาเป็นยังไง คนอ่านเป็นคนแบบไหน ทำให้ดิฉันรู้สึกดีใจเวลามีคนอ่านเดินเข้ามาทักทาย อ๋อ คนอ่านหนังสือเราหน้าตาเป็นแบบนี้เอง จริงอยู่ที่เราฟินเว่อในโมเมนต์ที่เรากดเอ็นเตอร์ ​แต่หากไม่ถูกอ่าน มันก็เป็นแค่เศษกระดาษ หนังสือจะมีความสมบูรณ์ทันทีที่มีคนอ่าน ส่วนเขาจะชอบหรือไม่ชอบเป็นอีกเรื่อง เราไปคิดแทนไม่ได้ เหนื่อยเกินไป ถ้าไม่มีโมเมนต์ฟินเฟร่อที่ว่า และไม่เชื่อมั่นว่าฉันทำได้คงยากที่จะเขียนเสร็จ เขียนหนังสือเป็นงานที่ยากลำบากสุดแล้วในบรรดาหลายๆ อย่างที่เคยทำ
 
ถือว่าตอนนี้คุณเป็นนักเขียนเต็มตัวหรือยัง
ตอนนี้ทำงานนี้งานเดียว และจากการยอมรับของผู้คนก็คือ อาชีพนักเขียน 
 
อายุมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนให้ดีแค่ไหน
ดิฉันค่อนข้างคิดว่ามันขึ้นอยู่กับความลงตัว หมายความว่า อาจจะมีคนอายุ 20 ที่เขียนงานโคตรสดและลงตัว ไม่งั้นโลกนี้ก็จะเต็มไปด้วยนักเขียนแก่ๆ และถ้ามีนักเขียนแก่ๆ อายุเท่าดิฉัน แล้วเขียนงานที่สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ไม่ได้ ก็แย่เหมือนกัน ดิฉันจึงพยายามหาองค์ประกอบที่สามารถเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ๆ ได้ ซึ่งเผอิญเด็กรุ่นนี้เริ่มกลับไปฟังเพลงเรโทรพอดี หรืออย่างการเชื่อมโยงกับคนบางคนเรื่องดอกไม้ใบหญ้า เรื่องเพลงคลาสสิก เรื่องอาหาร ความเดียวดาย มันคือการเชื่อมโยงกับคนอ่านได้พอสมควร ดังนั้น ถ้าเขียนหนังสือตอนอายุ 48 ได้ มันเป็นข้อพิสูจน์ว่าคุณสามารถทำตอนอายุ  12 ได้เช่นกัน 
 
ปีนี้คุณวางแผนจะทำอะไรบ้าง
ตั้งใจจะเขียนนิยายเล่มที่สองให้จบ เพราะใกล้จบแล้ว แต่ไม่ยอมจบเสียที 
 
นอกจากเขียนนิยายเล่มที่สองให้เสร็จ วางแผนชีวิตระยะไกลรึเปล่า
ไม่มี ดิฉันยังมีความเป็นพั้งก์ในตัวเองสูง เราคุยกันเสร็จวันนี้ ดิฉันอาจจะเดินออกไปแล้วตกท่อก็ได้ เราไม่มีทางรู้ เลย และไม่รู้จะคาดการณ์ไปเพื่ออะไร เพื่อผิดหวังเหรอ 
 
แต่ก่อนจะเป็นนักเขียน การคาดการณ์ของคุณคือ ต้องมีเงินเก็บจำนวนนึงก่อน ถึงจะเริ่มทำอาชีพนี้ได้
มันเผอิญมี โดยไม่ได้คาดการณ์ ทุกอย่างมันมาด้วยโชคช่วยส่วนหนึ่ง ถ้าเขียนหนังสือในสภาพที่ไม่มีเงินเก็บก็อาจเขียนไม่เสร็จ ก็จบตั้งแต่ตรงนั้น ดิฉันเกลียดการคาดการณ์อย่างที่บอกว่าคุยเสร็จวันนี้เดินออกไปตกท่อ ตู้ม ก่อนตายถ้าจะมานั่งคิดว่า โธ่ ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าจะออกหนังสือเล่มสองให้ได้ ทำไมเราต้องทรมานในโมเมนต์สุดท้ายแบบนั้นด้วย ทำไมไม่ลอดท่อลงไปแล้วสวัสดีบ๊ายบายเดอะเวิลด์​ 
 
ยังมีเรื่องอื่นเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากทำให้สำเร็จไหม เช่น เลิกสูบบุหรี่
(หัวเราะ) คำถามคือจะเลิกทำไม
 
เพื่อสุขภาพ?
มั้ง คนไม่สูบบุหรี่ตายเร็วก็ตั้งเยอะแยะ (หัวเราะ) แต่ก็ควรเลิกนะ เพราะมันเปลืองตังค์ นอกจากนั้นก็อยากหาอะไรใหม่ๆ ทำสักอย่าง ซึ่งยังไม่ได้คิดว่าอะไร เช่น จี้กง โยคะ เพราะรู้สึกว่ายิ่งอายุเยอะขึ้น เรายิ่งควรมีความสนใจใหม่ๆ ครั้งนึงเคยทำจี้กง ในช่วงสั้นๆ นั้นก็ได้เรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับการถ่วงสมดุลของสิ่งต่างๆ มันทำให้ในการเขียนไส้เดือนฯ เราก็เริ่มรู้ว่าการบาลานซ์เพาเวอร์ บาลานซ์ความสัมพันธ์คืออะไร เส้นแบ่งระหว่างความหลงใหลใฝ่ฝันกับความเป็นจริงอยู่ตรงไหน นี่คือการเรียนรู้อีกแบบ

จากบทสัมภาษณ์ในคอลัมน์ What We Love :  In Conversation with จาก LIPS Love Issue 32 
Photo : Kasem Janyaworawong 
 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
In the Real World of a DREAMMAKER
"แอน ทองประสม" นางเอกสาวที่ได้รับการยกย่องจากบรรดาสื่อมวลชนและแฟนละครให้เป็นเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง ด้วยการวางตัวที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย ในขณะที่ก็มีพัฒนาการทางการแสดงอย่างต่อเนื่อง จนทุกวันนี้กับการรับหน้าที่ผู้จัดละครซึ่งก้าวเข้าสู่เรื่องที่ 5 ไปแล้ว เรายิ่งรู้สึกว่าเธอคือ \'ตัวจริง\' ในงานที่รัก และไม่เคยคิดเปลี่ยนใจ
People
Time to Fly... Ploy Chariyaves
คุยกับ "พลอย จริยะเวช" นักเขียน ศิลปินและดีไซเนอร์ถึง "Envol" ผลงาน coffee table book เล่มแรกที่เจ้าตัวเอ่ยว่า... ไม่มีอารมณ์แบบนี้มานาน พลอยสนุกที่จะทำ มันต่างจากงานที่เคยทำ ความรู้สึกเหมือนกับตอนออกหนังสือเล่มแรกเมื่อหลายปีก่อน