Its Called Acting

นาทีนี้น้อยคนที่จะไม่รู้จัก "เต๋อ-รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์" ผู้รับบท คิม ในไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์เดอะซีรีส์ ชายแท้ที่ตีบทได้แตกกระจุย ทำเอาคนทั้งรัก และหมั่นไส้ไปทั่วเมือง

เต๋อเริ่มต้นงานหน้าจอทีวียาวนานกว่า 7 ปี จากการประกวดเฟ้นหาพิธีกรช่อง GSquare ก่อนจะลองงานหลายบทบาท ทั้งโฆษณา ล่าม พิธีกร ฯลฯ จนกระทั่งตัวละครของ 'คิม' ในซีรีส์ที่สร้างจากเพจดัง พาเต๋อก้าวขึ้นทำเนียบนักแสดงที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่ง ณ วันนี้หลายคนหลงเสน่ห์ความเป็น 'คิม' แต่ไม่เพียงเท่านั้น หากแต่ตัวตนจริงๆ ที่เรากำลังทำความรู้จักดังต่อไปนี้ คือเครื่องยืนยันว่า 'เต๋อ' เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความสามารถชนิดที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง

"การเข้ามาแคสต์ เกิดจากพี่ต่ายที่เป็นคนแคสติ้งโฆษณาชิ้นแรกในชีวิตแท็กมาใน facebook messenger ว่ามีงานให้แคสต์ เล่นเป็นตุ๊ด ตอนนั้นผมก็ไม่คิดอะไร โทรถามแม่ว่าเขาให้เล่นเป็นตุ๊ด แม่ก็บอกว่าบทอะไรก็แล้วแต่ ถ้าอยากเป็นนักแสดงก็ต้องเล่น ตอนนั้นผมมองว่าเป็นเรื่องท้าทาย เป็นช่วงเดียวกับที่เทรนด์ LGBTQ (Lesbian, Gay, Bisexual, Trans and Queer) กำลังเป็นที่พูดถึง เราก็รู้สึกว่าโอเค ไม่ได้คิดว่าจะต้องอยู่ในกรอบอีกต่อไป ซึ่งผมชอบอะไรที่ท้าทายอยู่แล้วด้วย"

รอบออดิชั่นคือบททดสอบแรกที่เต๋อต้องก้าวผ่าน และด้วยสถานภาพของ 'ชายแท้' ก็ทำให้เต๋อต้องทำการบ้านหนักกว่าคนอื่นๆ อยู่พอสมควร แต่ภาพจำแรกที่เขาเลือกแสดงความสามารถด้วยการพากย์เสียงภาพยนตร์จีน ก็ส่อแววให้เห็นถึงศักยภาพบางอย่างในตัว ก่อนที่ความแนบเนียนในบทของ 'คิม' จะทำให้เต๋อกลายเป็นกระแสที่ใครๆ ก็พูดถึง

"ตอนรับบทตัวละครนี้ ผมพยายามดูว่าเล่นอะไรยังไงถึงดูไม่น่ารำคาญ โดยการสังเกตจากรอบๆ ตัว ทั้งช่างแต่งหน้า ช่างทำผม สไตลิสต์ เพื่อนของเพื่อน เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย ทุกคนหล่อหลอมออกมาเป็นคาแร็กเตอร์คิม แต่ภาพจำตอนที่เล่นแคสติ้งกับภาพจำที่ถูกกะเทาะเปลือก แล้วก็ปรับทัศนคติด้านการแสดงกับครูเงาะมันก็คนละเรื่องนะครับ ซึ่งหลักๆ สิ่งหนึ่งที่สำคัญและมันเปลี่ยนมากๆ ก็คือครูเงาะบอกว่าอย่าพยายามเป็นใครสักคนหนึ่งที่มันไม่ใช่เรา แต่ต้องหาพฤติกรรมหรือบุคลิกบางอย่างที่ใกล้เคียงกับตัวตนของเรา แล้วก็ลองเล่นผ่านตรงนั้นออกมามันถึงจะเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีคิดง่ายๆ ที่ดีมากเลยนะ

...ผมลองสังเกตตัวเองก็พบว่าผมเป็นคนชอบสังเกตบุคลิกคนตลอดเวลา ถ้าใครมีบุคลิกภาพแปลกๆ นิสัยแปลกๆ วิธีการพูด วิธีการหัวเราะที่แปลก อย่างนี้จะชอบ ทุกวันนี้เวลาเจอก็จะแอบถ่ายเก็บไว้ เราไม่รู้หรอกว่าเราถ่ายเก็บไว้ทำไม มันไร้ประโยชน์มาก แต่เรารู้สึกว่ามันดีนะ... นี่อาจเป็นเหตุผลที่เราซึมซับบุคลิกคนได้เร็ว สังเกตแล้วหยิบออกมาเล่นผ่านตัวเอง อย่างช่วงเวิร์กช็อปก่อนโชว์เคส เราก็จะต้องอยู่คลุกคลีกับน้องๆ ที่เป็นตุ๊ด ทั้งปิงปอง ฟลุ๊ค อะไรก็ว่ากันไป เราก็ได้เรียนรู้เยอะนะครับ"

หลายคนคงจำได้กับฉากอันเป็นที่มาของวลีเด็ด 'ขับวนไปค่ะ' ซึ่งนั้นเป็นหนึ่งในฉากที่เต๋อต้องพูดภาษาอิตาเลียน ด้วยความสามารถด้านภาษาอันหลากหลายของเต๋อ ทำให้ผู้กำกับอย่าง เติ้ล ปิยะชาติ เห็นแววจนต้องนำมาใส่เพิ่มเติมในบท

"ผมเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อิตาลี ผมชอบวัฒนธรรมอะไรอย่างนี้ครับ และอาจมีรสนิยมที่ไม่ค่อยเหมือนคนปกติเท่าไหร่ ผมชอบขยายความรู้ ความต้องการ ความชอบของเราออกไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยอยากหยุดอยู่แค่ในกรอบ อะไรที่มันเป็นเทรนด์ในป๊อปคัลเจอร์ เราอาจจะไม่ค่อยสำรวจเท่าไหร่ จะไปสำรวจตัวเองว่าชอบอะไรมากกว่า ผมชอบดูหนังฝรั่งเศส ชอบฟังเพลงฝรั่งเศส ชอบฟังเพลงลาติน ก็เลยกลายเป็นความคุ้นชินกับภาษาที่มันอยู่ในรากละติน ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ซึ่งพี่เติ้ลคงรู้จักคาแร็กเตอร์เราว่า ไอ้นี่มันเป็นคนที่ชอบพูดหลายๆ ภาษาก็เลยใส่เข้ามา ในเรื่องผมพูดทั้งฝรั่งเศส เยอรมัน แต่มาแบบเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งบางคนอาจจะไม่รู้"


 
แม้ว่าพรสวรรค์ด้านการแสดงจะทำให้ 'คิม' ขโมยความสนใจในหลายๆ ฉาก แต่เต๋อบอกกับเราว่า ฉากที่เขาชอบที่สุดคือตอนที่รู้ว่ากอล์ฟติดเชื้อ HIV อันเป็นส่วนผสมของความดราม่าแบบไม่ทิ้งมาดอารมณ์ดี 

"ด้วยความที่เราเป็นนักแสดงใหม่กันหมด เราก็อยากจะเล่นให้มันเต็ม ทั้งผม ปิงปอง เพชร ส่วนพีคเขาผ่านอยู่แล้ว แต่ประเด็นคือเราเล่นกันแบบดราม่าเบอร์ใหญ่มาก คือเล่นจริงเพื่อให้ดูดราม่าจริงๆ ซึ่งพี่เติ้ลจะบอกว่ามันคือซีนดราม่าในซีรีส์ที่เป็นคอเมดี้ ซึ่งก็จริงครับ ถ้าไปสังเกตดูจริงๆ บทมันจะมีสิ่งที่คอนทราสต์อยู่ตลอดในซีน ไม่ว่าจะเป็นร้องไห้อยู่ดีๆ อีกอล์ฟก็บอกว่า มึงอยู่กับกูก่อนนะ เพราะเดี๋ยวแม่กูมา อีคิมเลยตัดบทว่า งั้นกูไปก่อนแล้วกัน คือกลับมาเป็นคอเมดี้ใหม่ซึ่งก่อนหน้านั้นทุกคนต้องพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่น้ำตาไหลออกมา เลยเป็นเรื่องที่สนุกแล้วก็ยากด้วยครับ"

แน่นอนว่าชื่อเสียงที่ได้รับเปลี่ยนแปลงความรับรู้ที่ผู้คนมีต่อเต๋อ จากพิธีกรรายการ Entertainment Now ทางช่อง MONO29 ที่ทำมายาวนาน ไปสู่นักแสดงที่มีคนพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่งในขณะนี้

"ผมได้ทำงานหลากหลายมากขึ้น อย่างวันนี้วันเดียวผมทำงานพิธีกร แล้วก็มาถ่ายแบบ ตอนเย็นต้องไปลงเสียงต่อ ผมได้เดินแบบ ได้ทำอะไรที่เราไม่เคยทำมาก่อน แล้วพอมีคนรู้จักมากขึ้น ก็มีคนเข้ามาฟอลโล่วมากขึ้น ก็เลยคิดว่าควรจะต้องขายอะไรสักอย่างใน IG แล้ว สำหรับตัวเราเองมันเปลี่ยนไปเยอะครับ คือไปไหนก็มีคนจำได้มากขึ้น แต่ว่าลึกๆ แล้วเราก็ไม่อยากเปลี่ยนตัวเอง เพราะเรารู้สึกแฮปปี้กับทางที่เราเป็นมาตลอด เราไม่เคยต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเอาใจใคร ผมมองว่ามันเป็นสภาวการณ์หนึ่งที่ผ่านเข้ามา เดี๋ยววันหนึ่งมันก็จะผ่านไป เหมือนที่เขาพูดกันบ่อยๆ ในพระพุทธศาสนาว่า ดีใจก็รู้ว่าตัวเองดีใจ เสียใจก็รู้ว่าตัวเองเสียใจ

…อย่างตอนนี้อยากทำงานทุกอย่าง ทั้งที่ทำอยู่และยังไม่ได้ทำ อยากเป็นนักเขียน อยากเขียนเรื่องสั้นพล็อตประหลาดๆ มหัศจรรย์พันลึกหน่อย มีชื่อหนังสือแล้วด้วยนะคือ บันทึกเหตุและบุคคลประหลาดของถังชันเต๋อ แต่ยังไม่ได้เริ่มวาดเริ่มเขียนอะไรเลย แล้วก็จะให้หนังสือทำมาร์เก็ตติ้งโดยปราศจากเงาของตัวเรา ไม่ว่าจะเต๋อในฐานะพิธีกรหรือคิมจากไดอารี่ ถ้ามีเวลาก็อยากทำนะ เป็นคนชอบฟุ้งคิดอะไรอยู่ในหัวเรื่อยๆ"

เราปิดท้ายบทสนทนาด้วยคำถามสุดท้ายถึงตัวตนที่แท้จริงของเต๋อที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่คิมที่เรารู้จักผ่านซีรีส์ในจอทีวีหรือบนหน้าจอของสมาร์ทโฟน

"อยากดูเพลย์ลิสต์ในโทรศัพท์ผมไหม" เต๋อตอบคำแรก ก่อนจะยิ้มบาง "พอดีเมื่อเช้ามีคนโพสต์รูปตอนหนึ่งจากเรื่อง Begin Again ที่โปรดิวเซอร์ไปกล่อมนางเอกให้มาทำงานด้วย แล้วบอกว่า คุณรู้หรือเปล่าว่าเราสามารถบอกความเป็นตัวตนของใครบางคนได้จากเพลย์ลิสต์ที่เขามีในโทรศัพท์ ซึ่งจริงเลย ดังนั้นมาดูเพลย์ลิสต์ของผมไหม ว่าผมประหลาดขนาดไหน เมื่อวานนี้ผมอินกับ Carla Bruni วันจันทร์ที่ผ่านมาผมเพิ่งโพสต์เพลง Casta Diva ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นคนกรีกหรืออะไร แต่เขาเป็นนักร้องโอเปร่าที่เสียงดีมาก จะว่าผมมีโลกส่วนตัวก็ได้ ทุกวันนี้ผมก็ยังทำอะไรเดิมๆ ยังเป็นเราอยู่อย่างนี้ แม้งานในปัจจุบันอาจจะทำให้ผมได้อ่านได้ฟังสิ่งที่ชอบน้อยลงบ้างก็ตาม"



ส่วนหนึ่งจากคอลัมน์ เอ่ยปาก ในนิตยสาร Lips (ปักษ์แรก เดือนพฤษภาคม 2016)
เรียบเรียง : fiefiez S.


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Work Hard, Run Harder
เราต่างได้ยินเสียง เห็นหน้าค่าตา และเรียกขานเขาว่าดีเจจนติดปากแม้ "นุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร" จะเลิกเป็นดีเจมานานเกือบปี และผันตัวมาเป็นบุคคลบันเทิงอย่างแท้จริง เพราะงานหลักของเขาตอนนี้คือ การสร้างเสียงหัวเราะและความบันเทิงในรายการโทรทัศน์หลากหลายช่อง ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ชมได้รับความสำราญ เจ้าตัวเองก็เบิกบานกับงานในทุกๆ วัน
People
Vintage Hunter
ในโอกาสที่ดีไซน์เนอร์เจ้าของแบรนด์ Rubber Killer ซึ่งปกติพำนักอยู่ในเชียงใหม่ เดินทางมาทำงานที่กรุงเทพฯ "สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์" จึงถือโอกาสใช้เวลาว่างในบ่ายวันหนึ่ง ออกเดินทางตามหานักงมของเก่าใต้น้ำ เพียงเพื่อจะนั่งคุยกันเรื่องข้าวของโบราณ อีกหนึ่งชีวิตจิตใจที่เจ้าตัวโปรดปราน