It Takes Two to Tango : Sunny & Ter

สาระมี (มาก) หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่เราเชื่ออย่างหนึ่งว่าเมื่อไหร่ที่สองคนนี้ได้มานั่งคุยกัน สิ่งหนึ่งที่เรามักจะได้รับนั่นก็คือ เสียงหัวเราะ... ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และฉันทวิชช์ ธนะเสวี

ยังจำได้มั้ย เจอกันครั้งแรกเมื่อไร
ซันนี่ : ที่ออฟฟิศ GDH นี่แหละ แต่จำเหตุการณ์ไม่ค่อยได้นะ 
เต๋อ : ผมจำได้แล้ว ซันนี่มาแคสติ้งครับ ตอนนั้นเขาเล่นเรื่องเพื่อนสนิท ส่วนผมทำงานเบื้องหลังทั้งงานเขียนบท และงานแอ๊กติ้งโค้ช อยู่ที่นี่อยู่แล้ว ตอนนี้เขามาเล่นหนังให้กับพี่เอส-คมกฤษ ตรีวิมล ผู้กำกับฯ ซึ่งผมค่อนข้างสนิทกับพี่เอสอยู่แล้ว ก็เลยเหมือนเป็นกลุ่มเดียวกันไปเลย 

ครั้งแรกที่เจอหน้ากันรู้สึกยังไงกับคนคนนี้
ซันนี่ : เจอกันครั้งแรกก็ยิงมุกใส่กันเลยเนอะ เต๋อเขาจะมีทีมของเขาแล้วจะมายิงมุกอัดใส่ผม 

แสดงว่าเก็ทมุกกันตั้งแต่แรก ยิงไปแล้วไม่แป้กใช่ไหม
เต๋อ : คงเป็นเพราะเป็นคนปัญญาอ่อน ติงต๊องๆ ด้วยกันทั้งคู่ เวลาเจอกันไม่ค่อยได้คุยอะไรที่มีสาระเลยนะ เหมือนมาเล่นตลก ยิงมุกใส่กันมากกว่า ไม่ได้รับรู้เรื่องราวส่วนตัวของกันและกันสักเท่าไรหรอก ทุกวันนี้เวลาผมไลน์คุยกันกับซันนี่ มันไม่มีเคยมีสาระอยู่ในนั้นเลย 
ซันนี่ : ส่วนใหญ่เวลาเราคุยกันจะเป็นแบบ ขึ้นต้นประโยคว่า "รู้ยัง..." "ล่าสุด..." หรือเวลาโทรหากันก็จะเล่าแต่เรื่องปัญญาอ่อนที่ไปเจอมา เรื่องจริงจังที่สุดเท่าที่เคยคุยกันคือถามว่า "พรุ่งนี้ไปงานกี่โมงวะ"

มีเรื่องที่สนใจเหมือนๆ กันไหม นอกจากยิงมุก
เต๋อ : นั่นแหละ เรื่องที่เราสนใจเหมือนกัน มีแค่เรื่องเม้าธ์คนอื่น กับยิงมุกตลก เพราะถ้าพูดถึงกิจกรรมที่ชอบทำ เราสองคนจะชอบไม่เหมือนกันนะ อย่างผมชอบเล่นบาสฯ ซันนี่จะชอบเตะบอล เพราะฉะนั้นเวลาดูกีฬาก็จะดูกันคนละประเภท แต่ถ้าเป็นหนังตลกปัญญาอ่อนนี่ชอบเหมือนกันเลย ล่าสุดต้องเรื่องนี้เลย The Brothers Grimsby  
ซันนี่ : (หัวเราะเสียงดัง) หนังของ Sacha Baron Cohen ผมเป็นคนแนะนำให้เขาดูเรื่องนี้เองแหละ ซึ่งคำนิยามของหนังเรื่องนี้มีอยู่ว่า "พวก-ึงจะเอากี่ฮา" 
เต๋อ : หรือไม่ก็ The Interview ที่ James Franco เล่น หนังติงต๊อง ปัญญาอ่อนแบบนี้จะชอบดูเหมือนๆ กันครับ เราไม่ค่อยรับรู้เรื่องราวส่วนตัวซึ่งกันและกันมากเท่าไร 


 
ปกติไปแฮ้งก์เอาท์ที่ไหนกัน 
ซันนี่ : โอ๊ย...รายนั้นเขาอยู่บ้านกับสาวครับ
เต๋อ : เฮ้ยๆๆ ซันนี่เขาก็ไปแฮ้งก์เอาท์แต่กับสาวๆ เหมือนกัน 
ซันนี่ : เดี๋ยวๆๆ ใจเย็นๆ 
เต๋อ : เมื่อก่อนนี้จะไปซื้อเสื้อผ้าด้วยกันบ้างครับ แต่พอไปด้วยกันสักพักเราก็เริ่มรับรู้ว่า เราชอบคนละสไตล์กันอยู่ดี อย่างตัวผมเองยอมรับนะว่า ช่วงที่เข้าวงการแรกๆ ผมค่อนข้างมีปัญหาเรื่องการแต่งตัว
ซันนี่ : ตอนนี้ก็ยังมีอยู่
เต๋อ : เออๆ นั่นแหละ ผมยอมรับนะว่า ผมเป็นคนแต่งตัวไม่ค่อยดี เพราะผมไม่รู้ว่า สิ่งที่ดีคืออะไร 
ซันนี่ : ผมเคยนิยามการแต่งตัวของเขาว่า ก่อนออกจากบ้านเต๋อแค่หยิบเสื้อผ้ามาใส่ให้มันครบๆ ไปอย่างนั้นแหละ เสื้อตัวหนึ่ง กางเกงตัวหนึ่ง รองเท้าอีกสักคู่ เอาแค่พอให้ไม่โป๊ก็ออกจากบ้านได้แล้ว นี่แหละเต๋อ เขาไม่เคยคิดหรอกว่า ต้องแต่งแบบนี้นะแล้วจะดูเท่ ไม่มีทาง
เต๋อ : เคยมีคนในค่ายนี่แหละบอกให้ซันนี่ช่วยมาทำสไตลิ่งให้ผมหน่อย เพราะเมื่อก่อนนี้ผมเป็นคนทำงานเบื้องหลังผมเลยไม่ต้องซีเรียสเรื่องการแต่งตัวไง แต่พอเริ่มมาเล่นหนังมันก็ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นบ้าง ซึ่งผมไม่รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ช่วงนั้นเลยไปเดินหาซื้อเสื้อผ้ากับซันนี่อยู่บ่อยๆ ส่วนใหญ่จะไปซื้อที่ตึกใบหยก 2 แล้วเวลาซันนี่เจอของสวยๆ เขาชอบหยิบมาทาบๆ สุดท้ายเอาเองครับ เขาไปทีได้เสื้อผ้ากลับมา 7-8 ตัว ส่วนผมน่ะเหรอได้แค่ตัวเดียว 
ซันนี่ : เราคนละสไตล์กันอยู่แล้วไง อย่างผมเองจะมองว่า เต๋อดูดีเวลาใส่เสื้อเชิ้ต เขาต้องดูภูมิฐานหน่อย ใส่เสื้อยืดเดี๋ยวจะดูไม่จริงจัง 
เต๋อ : สุดท้ายผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่าอะไรดีหรือไม่ดี จะใส่ตัวที่ไปซื้อกับซันนี่วนๆ ซ้ำไปซ้ำมา คนก็จำได้อีก เลยหาซื้ออะไรที่เราใส่แล้วสบายใจดีกว่า เลือกใส่เสื้อเชิ้ตเพราะมันเข้ากับอะไรได้ง่าย หรือไม่ก็ใส่เสื้อยืดอะไรก็ได้ แล้วหา แจ๊กเก็ตมาทับอีกสักตัวก็จบแล้ว นี่ผมตอบอะไรที่ฟังดูห่วยหรือเปล่าเนี่ย (หัวเราะ)  
 
ดูผลงานของกันและกันบ้างไหม
ซันนี่ : ดูอยู่ตลอดครับ  ผมชอบเต๋อตอนเล่นเรื่องกวน มึน โฮ นะ ดูมีความเป็นธรรมชาติมากๆ สนุกดีด้วย
เต๋อ : ผมชอบทุกบทบาทของซันนี่นะครับ ดูเพลินทุกเรื่องเลย เวลาเขารับบทเป็นใครเขาก็จะเป็นตัวละครนั้นจริงๆ เขาเล่นได้ดีทุกเรื่องทุกแนว แต่ที่ชอบที่สุดคือ รัก 7 ปี ที่เขาเล่นเป็นคนอ้วนแล้วก็ต่อมาก็ผอม ผมชอบตอนเขาอ้วนนะ ตอนนั้นดูไม่เป็นซันนี่ที่สุด ดูแล้วน่าสงสาร ดูเป็นคนที่ชีวิตพังจริงๆ น่ะ 

ถ้าให้เต๋อเขียนบทให้ซันนี่เล่น
เต๋อ : ผมเพิ่งไปดูหนังเรื่อง The Brothers Grimsby มา ตลกมาก ถ้าให้เขียนบทให้ซันนี่เล่นก็น่าจะออกมาแนวนี้เราน่าจะปล่อยมุกกันมันไปเลย น่าจะฮาดี
ซันนี่ : ผมว่า ถ้าเราสองคนจะเล่นหนังด้วยกันนะ ยังไงก็ต้องเป็นเรื่องสไตล์นี้ Dumb and Dumber  หรือเรื่อง Dude, Where's My Car? อะไรประมาณนี้ คงจะเป็นแนวเดียวที่เหมาะกับเราทั้งสองคน 
เต๋อ : ถ้าให้ผมกับซันนี่มาเล่นหนังดราม่า แค่ทะเลาะกันก็ดูตลกแล้วนะ (หัวเราะ)


 
ถ้าสลับร่างกันได้หนึ่งวันจะไปทำอะไร
เต๋อ : โอ้โห ถ้าผมเป็นซันนี่น่ะเหรอ สาวตรึมแน่นอนครับ นึกออกแล้ว ผมจะแก้ผ้าแล้วถ่ายรูปตัวเองเยอะๆ 
ซันนี่ : ยากนะเนี่ย แต่คงต้องทำอะไรให้อับอายแน่ๆ ต้องให้เจ้าของร่างตื่นขึ้นมาแล้วเจ็บใจ
เต๋อ : อ๋อๆ ผมจะโพสต์รูปเซลฟี่พร้อมแคปชั่นว่า ซื้อเสื้อตัวใหม่มา แต่ในรูปคือไม่ใส่อะไรเลยนะ (หัวเราะ) 
ถ้าสองคนได้เจอกับกระแสคู่จิ้นบ้างจะรับมือยังไง
เต๋อ : งั้นผมจองเป็นผัวแล้วกัน 
ซันนี่ : เออ..ก็ตลกดีนะ ผมคงทำต่อเนื่องให้เป็นกระแสจริงจังไปเลยน่ะ 
เต๋อ : โดยพื้นฐานเราไม่ได้เป็นคนซีเรียสกับอะไรพวกนี้อยู่แล้ว เราคงทำให้มันเป็นเรื่องสนุกไปเลยมากกว่า 
ซันนี่ : ผมว่าคนดูเขาอินจากบทบาทในเรื่องหรือเปล่า เลยอยากให้คู่กันในชีวิตจริง เหมือนเราดูหนังแล้วเห็นพระเอกนางเอกน่ารักเราก็ดูแล้วรู้สึกชอบจังเลยเวลาเห็นเขาอยู่ด้วยกัน 
เต๋อ : แต่ถ้าผมคิดในมุมของคนที่โดนกระแสคู่จิ้น ชาย-ชาย แล้วเขาไม่ได้ชอบเพศเดียวกัน เขาก็อาจจะอึดอัดเหมือนกันนะ เวลาออกงานด้วยกันแล้วถูกบังคับให้ต้องถ่ายรูปแนบชิดกันอะไรแบบนั้น แต่ผมก็ไปคิดแทนเขาไม่ได้หรอกนะ เพราะบางคนเขาอาจจะชอบก็ได้ อย่างมาร์ช-ตั้ว ไง เมื่อก่อนเขาก็มีกระแสคู่จิ้นชาย-ชายนะ เออ..แต่อย่างเจมส์-แบงค์ เขาไม่ได้เล่นคู่กันนี่เนอะ 
ซันนี่ : ใช่ๆ คู่นี้คนดูเอาไปจิ้นกันเอง 
เต๋อ : แต่เขาดูเหมาะกันดีเหมือนกันเนอะ 

ถ้าเป็นคู่จิ้นหญิง-หญิง ล่ะ ผู้ชายดูแล้วรู้สึกอย่างไร
เต๋อ : คู่ฝน-เบล ในฮอร์โมนไง แบบนี้ผมโอเคนะ ผมมองว่า น่ารักดี แต่ถ้าเป็นชาย-ชาย ผมมองให้น่ารักลำบากน่ะ 
ซันนี่ : อาจจะเป็นเพราะเรารู้จักทั้งคู่อยู่แล้วด้วยแหละ แต่ถ้าเป็นคู่หญิง-หญิง เราก็มองว่า กอดกันเหรอ เออ..น่ารักดีนะ แต่อย่างมาร์ช-ตั้ว งี้ เรารู้จักกันดีอยู่แล้วไง แล้วอยู่ๆ มาเห็นกอดกัน มันก็ดูแปลกๆ น่ะ 

เป็นคนนิสัยคล้ายกันไหม
เต๋อ : ผมว่า ซันนี่เป็นคนสันโดษกว่าผมนะ เขาอยู่คนเดียวได้ แต่ผมจะต้องมีเพื่อนอย่างน้อยคนหนึ่งอยู่ด้วย ผมอยู่คนเดียวไม่ค่อยได้ ยกเว้นดูหนังนะ แต่อย่างซันนี่เขาไปไหนคนเดียวได้ เดินกลับบ้านคนเดียวได้ เพราะที่บ้านเขามีคนรออยู่แล้วไง (หัวเราะ) 
ซันนี่ : แม่ไงครับ แม่ผมรออยู่
เต๋อ : ผมเคยไปกินบุฟเฟ่ต์ชาบูคนเดียว แปลกไหม 
ซันนี่ : ก็ไม่แปลกนะ แต่เหมือนกับว่า มันน่าจะกินไม่หมดหรือเปล่า ถ้าเราไปกินคนเดียว 
เต๋อ : อย่างการดูหนังคนเดียวผมว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเลยนะ แต่พอผมเล่าให้ใครฟังว่า ผมไปดูหนังคนเดียว คนมักจะตกใจว่า ทำไมผมต้องไปดูคนเดียวด้วย 
ซันนี่ : ผมว่า ผมทำทุกอย่างคนเดียวได้หมดนะ ผมไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้ จะไม่มีแบบเฮ้ย...ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ หรือถ้าเพื่อนคนนี้ไม่ไปผมไม่ออกไปเที่ยวนะ ถ้าผมอยากทำอะไรผมไปเลย
เต๋อ : เพราะเขากลับบ้านมาเขามีคนรออยู่แล้ว
ซันนี่ : โอ๊ย...ไม่เกี่ยวกัน ใส่ร้ายกันไม่เลิกเลย



เรียบเรียงจากคอลัมน์ Conversation ในนิตยสาร Lips Garçon : issue 20
เรียบเรียง : fiefiez S.
เรื่องและภาพ : ลิปส์ การ์ซง
เสื้อผ้า : Dior Homme, Louis Vuitton, Prada


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
The Professional Boxer
นิก เฟรสเซอร์ นักชกทีมชาติไทยลูกครึ่งไทย-เนเธอร์แลนด์ วัย 22 ปีคนนี้ มากับบอดี้ฟิตเปรี๊ยะที่ได้จากการฝึกซ้อมปล่อยมัดอย่างต่อเนื่องตลอด 6 ปีที่เริ่มก้าวสู่สังเวียน ด้วยตารางการซ้อมที่เคร่งครัด และการมีวินัยในการชีวิตทุกแง่มุมทำให้ได้ชัยชนะเป็นรางวัล และได้หุ่นล่ำๆ พร้อมโชว์เป็นของแถม
People
In Remembrance
เมื่อภาพแต่ละภาพสามารถบอกเล่าเรื่องราวแทนคำพูดได้นับร้อยนับพัน เรื่องราวที่ "คุณเต้ย-ณรัฐ นภาวรรณ" นักสะสมหนังสือเก่าและเจ้าของร้านหนังสือออนไลน์ 'ร้านหนังสือลุงโจ' ได้รับผ่านการเก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มากว่า 20 ปีนั้น คงมากล้นเกินจะพรรณนาได้
People
In Bed With "Inn Ronnakiat"
หนุ่มหล่อนักเดินทาง ผู้หลงใหลในการแสวงหาแรงบันดาลใจจากแดนไกล เพื่อนำมาใช้กับการเรียนและการงานในฐานะว่าที่สถาปนิกหนุ่ม ผู้ควบตำแหน่งเน็ตไอดอล เจ้าของแฮชแท็กอันฮือฮา และกลุ่มแฟนคลับอันเหนียวแน่นชนิดที่คุณคงไม่เชื่อว่าเขาคนนี้ยังไม่เคยมีการเดบิวต์ตามช่องหรือค่ายอย่างจริงจังมาก่อน