In Remembrance

เมื่อภาพแต่ละภาพสามารถบอกเล่าเรื่องราวแทนคำพูดได้นับร้อยนับพัน เรื่องราวที่ "คุณเต้ย-ณรัฐ นภาวรรณ" นักสะสมหนังสือเก่าและเจ้าของร้านหนังสือออนไลน์ 'ร้านหนังสือลุงโจ' ได้รับผ่านการเก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มากว่า 20 ปีนั้น คงมากล้นเกินจะพรรณนาได้

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวบนเส้นทางของนักสะสมคนนี้ อาจดูเรียบง่าย ด้วยความรักและชื่นชมในงานศิลปะเป็นทุนเดิม จนเริ่มเก็บสะสมหนังสือเก่าที่เกี่ยวกับงานศิลปะมาตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจากหนังสือเก่านี่เองที่ทำให้ต่อยอดไปสู่การเริ่มเก็บสะสมภาพถ่ายที่ล้วนแล้วแต่เป็นพระบรมฉายาลักษณ์อันงดงาม

"ผมเริ่มเก็บสะสมหนังสือเก่าเกี่ยวกับงานศิลปะในช่วงที่ใกล้เรียนจบมหาวิทยาลัย ซึ่งในสมัยนั้นร้านหนังสือเก่าส่วนใหญ่ย้ายมาอยู่ที่ตลาดนัดสวนจตุจักรกันหมดแล้ว หนังสือที่ผมสะสมช่วงแรกๆ นอกจากหนังสือศิลปะผลงานของศิลปินท่านต่างๆ ที่ชื่นชอบ เช่น อาจารย์จักรพันธ์ โปษยกฤต ก็จะมีหนังสือที่เกี่ยวกับราชวงศ์ไทย และหนังสือที่มีเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมอยู่ด้วย พอเราเริ่มสะสมมากขึ้น ได้เห็นและได้ศึกษามากขึ้น ประกอบกับโดยส่วนตัวชื่นชอบเรื่องงานสิ่งพิมพ์ กระดาษ และรูปภาพต่างๆ มาอยู่แล้ว เวลาไปที่ร้านไปเดินหาของจึงทำให้ได้เห็นภาพถ่ายโบราณ ที่มาคู่กับงานสิ่งพิมพ์ แต่มีคุณภาพที่ดีและชัดเจนกว่า โดยเฉพาะความใสและความชัดของภาพต้นฉบับ ที่มีความสวยงามกว่าภาพที่เห็นในสิ่งพิมพ์สมัยก่อนมาก ทำให้เริ่มหันมาให้ความสนใจในภาพถ่าย โดยเฉพาะพระบรมฉายาลักษณ์และเริ่มเก็บสะสมมานับตั้งแต่วันนั้น"



ภาพถ่ายอันทรงคุณค่าชุดแรกที่คุณเต้ยเก็บสะสมเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถขนาดโปสการ์ด เขาได้มาจากร้านขายหนังสือเก่าร้านหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นมีภาพให้เลือกเป็นจำนวนมาก เขาต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงกว่าจะคัดภาพที่ประทับใจได้มากว่า 20 ภาพ 

"ช่วงแรกของการสะสม ผมคิดว่าเป็นความชื่นชอบ ความชื่นชม และเป็นความประทับใจในพระสิริโฉมในเบื้องต้น แต่พอได้เก็บสะสมไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าสิ่งนี้พ่วงความสุขมาให้เราอย่างมาก ด้วย ณ ทุกวันนี้ก็ยังไม่หยุดเก็บสะสม ทั้งๆ ที่บอกกับตนเองว่าควรจะพอได้แล้ว บรรยากาศการหาของเก่าในสมัยก่อนนั้นเรียกได้ว่าหาง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเก่าหรือภาพถ่าย เรียกได้ว่าเราเห็นจนเบื่อ ในส่วนของราคาเองก็เรียกว่ายังพอซื้อหามาเก็บไว้ชื่นชมได้ ไม่ได้ถึงกับสูง แต่ก็นับว่ามีราคา แต่ถ้ามาเทียบกับ ณ เวลานี้ ถือเป็นของที่หายากมาก โดยเฉพาะหนังสือเก่าและพระบรมฉายาลักษณ์ ราคาตอนนี้ขยับขึ้นไปสูงมาก ประกอบกับของมีน้อยลงและหายากขึ้น"

"หลักในการเลือกภาพของผม จะใช้เกณฑ์เลือกภาพที่ตนเองชอบและประทับใจก่อน เลือกใบที่สำคัญๆ และจะเลือกแต่พระบรมฉายาลักษณ์ในรูปแบบของภาพพอร์เทรตที่มีความคมชัด ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากที่ในสมัยก่อนจะมีจำหน่ายในงานกาชาดเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เลือกนำเก็บไว้เพื่อชื่นชมพระบารมี จริงๆ แล้วพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 จะมีในส่วนของพระราชกรณียกิจด้วยเช่นกัน เรียกว่ามีเป็นลัง แต่ผมไม่ได้เลือกเก็บเนื่องจากต้องดูกำลังทรัพย์ของเราด้วย จำได้ว่าตอนที่เริ่มสะสมใหม่ๆ ผมตื่นเต้นมาก เจอชิ้นไหนที่ชอบต้องเอาไว้ก่อน ไม่ต่างจากการเก็บสะสมหนังสือ แต่พอเราเริ่มเก็บไปเรื่อยๆ ก็จะเลือกเฉพาะที่คุณภาพดี คมชัดสูง ยิ่งถ้าอัดจากฟิล์มต้นฉบับจะยิ่งมีค่ามาก"



หนึ่งในจำนวนภาพที่เขาประทับใจและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้ครอบครองคือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในกรอบถมเงินประดับตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร อยู่ด้านบน ซึ่งมีความพิเศษคือ บนภาพมีลายพระปรมาภิไธยของทั้งสองพระองค์ประทับอยู่ นับเป็นพระบรมฉายาลักษณ์หายากภาพหนึ่งที่เหล่านักสะสมล้วนตามหา 

"พระบรมฉายาลักษณ์นั้นอยู่ในกรอบถมเงินและวางอยู่ในกล่องอย่างดี ผมได้มาด้วยความฟลุ้กมากๆ จากในอินเตอร์เน็ต มีคนโพสต์ขายเมื่อ 10 ปีที่แล้วในราคาที่ไม่สูงมาก ตัวคนขายเองก็ไม่คิดว่าลายพระปรมาภิไธยบนนั้นเป็นของจริง คิดว่าเป็นเพียงรอยปั๊ม แต่เมื่อได้มาผมลองตรวจสอบดูจึงเห็นว่าเป็นรอยหมึก และยังมีรอยเปื้อนของหมึกด้วย  ถือเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่ผมประทับใจที่สุด และเคยคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวาสนาที่จะมีแบบนี้ไว้ในครอบครอง แต่ก็ได้มา ตอนหลังมีคนมาขอซื้อต่อ ให้ราคาหลักแสน แต่ผมไม่ขายแน่ๆ"

อีกภาพหนึ่งที่นับเป็นความภูมิใจเช่นกันคือภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในขณะที่ยังทรงดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช บนฉลองพระองค์ติดเหรียญตราเดี่ยว ซึ่งอัดขยายจากฟิล์มต้นฉบับของกรมแผนที่ทหารจึงมีความคมชัดสูง

"ที่จริงแล้ว พระบรมฉายาลักษณ์ภาพนี้ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากเก่ามากและโดนคราบน้ำ แต่ถือเป็นภาพออริจินัลที่อัดจากฟิล์มแรก ความใสของภาพแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ถ้าดูด้วยตาเปล่าจะเห็นถึงความใสของภาพ มีมิติผิดกับการนำไปอัดหลายๆ ครั้ง ซึ่งกว่าผมจะได้มาก็ต้องใช้ความพยายามสุดชีวิตเหมือนกัน เพราะเจ้าของไม่ยอมขาย ผมไปเจอโดยบังเอิญที่ร้านขายข้าวแกงร้านหนึ่ง พยายามไปเจอเจ้าของภาพ แต่ก็ไม่เคยเจอเลย ต้องหมั่นไปเฝ้าเกือบครึ่งปีถึงจะได้เจอ ปรากฏว่าเขาเป็นคนสะสมของเหมือนกัน แต่ตอนแรกเขาไม่ได้คิดว่าจะขาย  จนวันหนึ่งพอได้เจอตัวเลยบอกเขาว่า ผมไม่ได้จะเอาไปขายต่อ ผมเป็นคนสะสมเหมือนกันและตั้งใจว่าต่อไปอยากเปิดพิพิธภัณฑ์ พอเราแสดงความจริงใจให้เขาเห็น เขาจึงเลยยอมขายให้ วันที่ได้มารู้สึกฟินมาก" 

นอกจากคุณภาพของรูปที่นับเป็นของหายากในวงการนักสะสมแล้ว พระบรมฉายาลักษณ์ดังกล่าวยังมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน 

"เนื่องจากเป็นพระบรมฉายาลักษณ์แรกที่ได้นำมาใช้เผยแพร่ในรัชกาลที่ 9 ตอนที่เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากรัชกาลที่ 8 จากการศึกษาทำให้ทราบว่า พระบรมฉายาลักษณ์ดังกล่าว เดิมจะมีปอยพระเกศาปรกลงมาบริเวณพระพักตร์ แต่ช่างภาพใช้วิธีแต่งภาพในฟิล์ม โดยสะกิดเอาปอยพระเกศาออก เพื่อให้ดูเรียบร้อยขึ้น ถือเป็นวิธีการรีทัชภาพสมัยก่อนอย่างหนึ่ง" 



ปัจจุบันพระบรมฉายาลักษณ์และพระฉายาลักษณ์ที่คุณเต้ยเก็บสะสมมีจำนวนหลายพันใบ ทั้งที่เป็นภาพเดี่ยวและใส่ในกรอบ โดยไม่ได้มุ่งสะสมเฉพาะพระบรมฉายาลักษณ์สำคัญๆ ที่มีขนาดใหญ่ แต่จะเน้นที่ความหลากหลายของภาพเพื่อชื่นชมในพระอิริยาบถที่แตกต่างกัน พระบรมฉายาลักษณ์ที่มีจึงมักมีขนาดเล็กเพียงโปสการ์ด แต่ถึงกระนั้นความสำคัญและความหมายที่แทรกอยู่ภายในกลับมิได้ลดทอนลงแต่อย่างใด    

"สิ่งที่ได้แน่ๆ จากการสะสมคือความสุขใจที่ได้ชื่นชม ได้มีความภูมิใจว่าเรามีพระมหากษัตริย์และพระราชินีที่ทรงพระสิริโฉมที่สุดในโลกพระองค์หนึ่ง ได้เห็นท่านทรงงานหลายๆ อย่าง ซึ่งนับเป็นบุญของพสกนิกรชาวไทยมาก พระองค์ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทยทุกคนจริงๆ และเมื่อวันนี้ผมมีพระบรมฉายาลักษณ์เก็บสะสมไว้มาก ผมก็อยากเผยแพร่ให้คนอื่นได้ชื่นชมด้วย ณ เวลานี้ การที่เราจะเก็บพระบรมฉายาลักษณ์ทั้งหมดไว้ดูคนเดียวก็คงไม่ถูก ฉะนั้นเวลาพี่ศักดิ์ชัย กาย หรือหนังสือเล่มอื่นๆ มาขอข้อมูล ขอรูปไปใช้ในงาน ผมก็ยินดีให้เสมอ เพราะผม รู้สึกว่าอยากประกาศให้คนอื่นได้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน อยากให้คนได้รับรู้มากขึ้น" 

"ผมเคยตั้งเป้าไว้ว่าวันหนึ่งอยากจะเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนหนังสือที่เกี่ยวกับพระองค์ท่าน แต่สิ่งนั้นคงเป็นหนทางอีกยาวไกล ทั้งในเรื่องทุนทรัพย์และเวลาที่มีอยู่ด้วย แต่ถ้าเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ วันหนึ่งในยามที่ผมอายุมากขึ้น ก็อาจจะทำในรูปแบบที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้เข้ามาชมในบ้านของผมเอง โดยมีผมนี่แหละที่คอยให้ความรู้ และพูดคุยกัน นี่คือสิ่งหนึ่งในชีวิตที่ผมจะสามารถทำได้ เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการเทิดพระเกียรติของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์"



เรียบเรียงจากคอลัมน์ Feature ในนิตยสาร LIPS เดือนธันวาคม 2559
เรียบเรียง : fiefiez S.
เรื่อง : อารยา
ภาพ : S.GUY


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Lips for King by RS Artists #1
เหล่าศิลปิน ดารา นักร้อง ผู้ประกาศข่าวและดีเจ จากค่ายอาร์เอส ร่วมแคมเปญแสดงความประทับใจที่มีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสิ่งพิมพ์ฉบับพิเศษ หน้าปกอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ประทับพระปรมาภิไธย "LIPS SPECIAL PUBLICATION A COLLECTIBLE ISSUE พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร In Remembrance of His Majesty King Bhumibol Adulyadej (1927-2016)"
People
50s Still Going Strong
ครั้งหนึ่งในอดีต ต่าย-เพ็ญพักตร์ ​ศิริกุล เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารฉบับหนึ่งไว้อย่างนั้น และจากบทสนทนากับลิปส์ ณ พ.ศ. นี้ คือเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า เธอดำรงชีวิตที่เรียบง่ายอย่างมั่นคงและยั่งยืน สมกับที่เคยลั่นวาจาไว้ได้จริง 
People
Do for King... M.R.Srikhumrung Yukol
หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล (คุณหญิงแมงมุม) ธิดาของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หนึ่งในทีมงานผู้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมการร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีครั้งประวัติศาสตร์