Grab Taxi TAKE IT EASY

แม้ทั่วกรุงเทพฯจะมีรถแท็กซี่นับแสนคันวิ่งกันขวักไขว่ แต่บ่อยครั้งผู้โดยสารหลายคนคงรู้สึกว่าการเรียกแท็กซี่เพื่อเดินทางไปยังที่หมายช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน จนเมื่อมี Booking Application อย่าง Grab Taxi ที่ช่วยให้การจองแท็กซี่กลายเป็นเรื่องง่าย จึงกลายมาเป็นเพื่อนคู่ใจในสมาร์ทโฟนของคนเมืองได้ไม่ยากและเติบโตในระบบคมนาคมไทยอย่างน่าจับตา

ด้วยระยะเวลาเพียง 3 ปีที่แอพพลิเคชั่นสัญชาติมาเลเซียอย่างแกร็บแท็กซี่ เปิดตัวขึ้นในเมืองไทย ภายใต้การนำของหัวเรือใหญ่ แพร-บุรณิศ มอสควา ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจแกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) ก็สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างกว้างขวาง ส่วนหนึ่งอาจเพราะมองเห็นปัญหาที่แท้จริงและแก้ไขได้ตรงจุด แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือการเข้าถึงความต้องการเฉพาะแบบไทยแท้ และตอบโจทย์ผู้ใช้บริการแท็กซี่ได้อย่างตรงใจ

"แอพพลิเคชั่นแกร็บเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศมาเลเซียเมื่อปี 2012 ก่อนที่จะขยายสู่ประเทศต่างๆ รวมทั้งหมดตอนนี้ 6 ประเทศคือ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ถือเป็นแอพพลิเคชั่นเพื่อประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริหารโดยคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นเราจึงมีความเข้าใจคนในภูมิภาคของเราอย่างถ่องแท้ 

...สำหรับประเทศไทยเราเล็งเห็นว่า มีความเจริญเติบโตทางด้านธุรกิจและเศรษฐกิจสูงแต่มีปัญหาด้านการคมนาคมค่อนข้างเยอะ ทั้งที่มีแท็กซี่อยู่ทั่วไป แต่กลับไม่สามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย ขาดความรวดเร็ว และบางครั้งก็ไม่ปลอดภัย ดังนั้นเราจึงมองว่าแกร็บเหมาะกับประเทศของเรามาก แต่พอนำเข้ามาใช้ก็มีการปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและสังคมไทยบ้าง อย่างประเทศอื่นคนขับแท็กซี่จะไม่มีการโทรเข้าไปคอนเฟิร์มเวลาที่กดรับงานแล้ว แต่บ้านเราต้องขอให้ช่วยโทรคอนเฟิร์มผู้โดยสารด้วย เพราะผู้โดยสารเองก็ไม่มั่นใจว่าคนขับจะไปรับจริงหรือเปล่า หรือบางทีพิกัดของผู้โดยสารในแผนที่อาจไม่ถูกต้องตรงเป๊ะ เขาอยากจะบอกรายละเอียดคนขับเพิ่มเติมก็ต้องมีการโทรคุยกันก่อน คือปรับให้กลมกลืนกับสังคมบ้านเราด้วย"

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2013 ครั้งแรกที่แกร็บเริ่มเข้ามาสู่กรุงเทพฯ ในวันนั้นหลายคนตั้งแง่ โดยเฉพาะคนขับแท็กซี่ที่ยังนึกภาพกันไม่ออกว่า แอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์จะช่วยชีวิตพวกเขาได้อย่างไร แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทีมงานที่ไม่ลดละในการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ทุกฝ่าย ประกอบกับแผนการตลาดที่แยบยลและเฉียบคม ในวันนี้แกร็บแท็กซี่จึงกลายเป็นแอพพลิเคชั่นอันดับ 1 ในใจของทั้งคนขับและผู้โดยสารไปแล้ว

"เราทำการตลาดโดยมองที่ดีมานด์และซัพพลาย ดูว่าตอนนี้มีความต้องการตรงไหนมากกว่าก็ทำโปรโมชั่นเสริมเข้าไปตรงนั้น เช่น วันศุกร์สิ้นเดือนรถติดมาก คนต้องการแท็กซี่เยอะแน่นอน แต่คนขับอาจจะขับไปไม่ถึงลูกค้าสักที เราก็เตรียมแผนรับมือ ดังนั้นลูกค้าจึงให้การตอบรับที่ค่อนข้างดี เพราะเราช่วยให้เขามีความสะดวกสบายและปลอดภัยขึ้น ฝนตกรถติดก็ไม่ต้องออกมายืนเรียกรถหน้าปากซอยแล้ว แค่กดโทรศัพท์ แท็กซี่ก็มารับที่หน้าบ้านเลย ในส่วนของบริการก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น วันนี้รีบไปธุระก็เรียกแท็กซี่ พรุ่งนี้อยากจะไปออกงานแบบสวยๆ เราก็มีแกร็บคาร์ลีมูซีนให้บริการ ตอบสนองทุกความต้องการจริงๆ

...ส่วนคนขับแท็กซี่เองถ้าใช้แกร็บมาแล้ว 1-2 ปี เขาจะเชื่อมั่นในแอพฯ ของเรามาก และจะรับเฉพาะงานแกร็บ เพราะเขารู้แล้วว่าแกร็บช่วยให้ชีวิตสบายกว่า จากที่เคยขับรถออกมาจากบ้านหรืออู่ไม่รู้เลยว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาดีตรงไหนมีผู้โดยสารบ้าง แต่พอมีแกร็บจะรู้ว่าผู้โดยสารอยู่ตรงไหน ขับรถไปรับตรงนี้ไปส่งตรงนั้นแล้วดูแอพฯ ว่าต้องไปไหนต่อ ไม่ต้องขับรถเปล่าให้เสี่ยเที่ยว เสียเวลา และเสียค่าแก๊สไปฟรีๆ ชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้แกร็บยังมีโครงการสนับสนุนคนขับ VIP ที่ภูมิใจกับการเป็นแกร็บแท็กซี่ โดยมีสวัสดิการต่างๆ ทั้งคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ การอบรมเรื่องการใช้รถใช้ถนน และการใช้สมาร์ทโฟนให้ถูกต้อง ซึ่งช่วยให้คนขับแท็กซี่ทำงานได้ดีและมีมาตรฐานยิ่งขึ้น

...หากถามถึงเป้าหมายสูงสุดของแกร็บแท็กซี่ในประเทศไทย แน่นอนว่าแพรอยากจะให้แท็กซี่ทุกคันเข้ามาสู่ระบบแกร็บแท็กซี่ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่เพราะวัตถุประสงค์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้การบริหารจัดการระบบคมนาคมของประเทศดีขึ้นทั้งระบบ โดยตอนนี้แกร็บแท็กซี่ให้บริการครอบคลุม 5 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ เชียงราย และภูเก็ต ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่คนท้องถิ่น ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถใช้แกร็บแท็กซี่เรียกรถได้ในทุกจังหวัด รวมไปถึงทุกประเทศที่มีแกร็บให้บริการ ซึ่งในอนาคตแพรหวังว่าจะครอบคลุมครบทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเสรีภาพในการเดินทางได้ไกลมากขึ้น

...แกร็บเป็นโซลูชั่นในการคมนาคมแบบใหม่ที่ทุกคนน่าจะทำความเข้าใจและศึกษา เพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างแพรเป็นแม่ถ้าไม่ได้ขับรถไปรับ-ส่งลูก ก็ต้องการจะรู้อยู่ตลอดเวลาว่าลูกเราอยู่ไหน ซึ่งแกร็บแท็กซี่นั้นช่วยได้ ทุกครั้งที่ลูกขึ้นรถกลับจากโรงเรียนมาบ้าน เราก็จะเห็นได้เลยว่าเขาอยู่ตรงไหน อีกกี่นาทีจะถึงบ้าน ทำให้ชีวิตแพรไร้กังวล จึงอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจตรงนี้ เพราะนี่เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากในชีวิตของเรา"
SHARE THIS :