Follow the Footsteps

แม้จะไม่สบาย "พันตรี นายแพทย์สรวิชญ์ สุบุญ" ก็ยังคงฝืนลุกจากเตียงเพื่อปฏิบัติหน้าที่แพทย์ทหารตามกิจวัตรที่พึงกระทำ เช่นเดียวกับอีกหลายกิจกรรมในชีวิตที่หมอก้องมุ่งมั่นทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในฐานะแพทย์ หรือนักแสดง รวมถึงการฝักใฝ่ด้านธรรมะ ที่ด้วยแรงมุเฉพาะตัว เสริมส่งให้เขามีบางเป้าหมายให้เกาะเกี่ยวเพื่อก้าวเดิน

"ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคำว่าปีใหม่มากมายนัก แต่หากใครจะใช้วาระนี้เป็นไทมิ่งในการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ผมว่าก็ดีเหมือนกัน ที่จริงการจะเปลี่ยนอะไร ไม่จำเป็นต้องรอ คิดได้ก็เปลี่ยนเลย ทำทันที

…ถ้าถามว่าปี 2560 ผมตั้งใจจะทำอะไรมากขึ้น คิดว่าจะตั้งใจใช้เงินให้น้อยลง ผมเป็นคนใช้เงินเยอะไปกับเรื่องเที่ยว เรื่องกิน ชอบเลี้ยงเขาไปทั่ว เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ตั้งใจว่าปีหน้าจะเก็บเงินให้อยู่ ทำให้เป็นบัญชีที่เห็นชัดเจน ผมเคยทำได้ แล้วก็หายไป คราวนี้ต้องตั้งใจทำใหม่ เพราะเวลามาสรุปรายได้ต่อปีตอนจะเสียภาษี รู้สึกว่าทำไมตัวเองเสียภาษีเยอะจัง แสดงว่าก็พอจะมีรายได้อยู่ แล้วเงินอยู่ไหนล่ะ หาไม่เจอ ก็เลยต้องทำอะไรให้ชัดเจนขึ้น

…ตอนนี้ผมทำบุญเยอะ ด้วยการสร้างพระพุทธรูป จึงยิ่งต้องมีเงินสำรองใช้ในส่วนที่เราตั้งใจสร้างพระ ปีหน้าตั้งใจจะสร้างพระให้เสร็จอีกอย่างน้อย 2 องค์ โปรเจกต์หลักคือ สร้างพระพุทธเจ้า 5 องค์ รวมสมเด็จองค์ปฐมอีกองค์ เป็น 6 ตอนนี้เสร็จไปแล้ว 3 เหลืออีก 3 นอกจากนี้ ผมจะสร้างรูปปั้นรูปเหมือนครูบาอาจารย์อีกหลายองค์

…ผมเริ่มต้นสร้างพระเมื่อสองปีก่อน เพราะรู้สึกว่าอยากสร้าง ผมเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ไพบูลย์ สุมังคโล ที่วัดอนาลโยทิพยาราม จังหวัดพะเยา รู้สึกศรัทธาท่านมาก เห็นในการปฏิบัติดีของท่าน ที่ทำให้เราเย็นลงได้ นี่คือพระสงฆ์ที่ปฏิบัติตามแล้วทำให้เราเย็นลง ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากที่จะเป็นคนไม่โกรธ อยากยิ้มและมีเมตตาเหมือนหลวงปู่จังเลย อยู่ๆ ก็เลยอยากสร้างพระถวายที่วัดนี้แหละ 

…การสร้างพระพุทธรูปเป็นพุทธานุสติ ทำให้เราระลึกถึงพระพุทธเจ้า เมื่อเห็นพระพุทธเจ้าแล้วก็จะเห็นในความดีของพระองค์ท่าน เหมือนกับเวลาที่เราเห็นในหลวง เราก็จะรักพระองค์ท่าน และรู้สึกถึงความดีของพระองค์ท่าน อย่างน้อยที่สุด เห็นแวบแรกใจเรานิ่งแล้ว จากที่มีความรู้สึกยังไงก็ตาม ก็จะมีแต่ความรู้สึกแห่งความรักและระลึกถึง


…เมื่อก่อนผมเป็นคนใจร้อนมาก เป็นคนโกรธแล้วอาฆาต เกลียด แล้วมันลงลึกมาก พอเรารู้ตัวแล้วว่ามันไม่ดี ก็เป็นเราเองแหละที่แย่ ไม่ต้องไปถึงคนอื่นหรอก ความร้อนมันเผาตัวเองก่อน คราวนี้จะทำไงให้เย็นลงได้ ก็ต้องพึ่งธรรมะ ที่ต้องลงมือปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่ฟัง คือผมเป็นคนฟังเยอะมาแต่ไหนแต่ไร ถามว่ารู้เยอะไหม ก็รู้เยอะนะ แต่เป็นการรู้ตำรา แต่ปฏิบัติไม่ถึงหรอก เลยเริ่มคิดว่าถ้ารู้ต้องรู้จริง ไม่ใช่เก่งแต่ตำราแล้วเอามาใช้อะไรไม่ได้เลย ซึ่งไม่มีประโยชน์ ก็เลยลองทำดู

…แค่ตัวเรายอมสำนึกผิดได้ ยอมรับตัวเอง ยอมแก้ไข มันก็ทำได้นะ แล้วมันสนุกดีเวลาที่ทำแล้วได้ผล ตอนนี้ก็เย็นลงบ้างแล้ว หรือรู้ตัวเร็วขึ้น อย่างน้อยที่สุดถ้าความโกรธเกิดขึ้นแล้วก็ให้มีแค่ในใจ อย่าให้ออกพฤติกรรม อย่าให้ออกคำพูด เพราะมันจะต่อยอดไปเรื่อย ตอนนี้คำพูดก็ยังมี พฤติกรรมก็ยังมี แต่ว่าน้อยลง

…เป้าหมายตอนนี้ในฐานะเป็นนักแสดงก็คือ เล่นละครทีละเรื่องให้มันดี หมายความว่า เล่นเรื่องนี้อยู่ก็เอาเรื่องนี้ให้มันดี ยังไม่คิดถึงเรื่องอื่น

…ถ้ามีคิวละครกับเข้าเวร ต้องเลือกเป็นหมอเข้าเวรก่อน ถ้าเกิดคิวได้ค่อยไปถ่ายละคร ผมเข้าเวรอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ นอกนั้นก็ไปถ่ายละคร ผมทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์มานานแล้วครับ จะได้หยุดพักบ้างก็เป็นช่วงเทศกาล อย่างตอนนี้ผมกับเพื่อนๆ ทำทัวร์ด้วย เลยเหมือนได้เที่ยวไปในตัว ส่วนใหญ่ไปแต่พม่า เพราะชอบไปไหว้พระ ทริปถัดไปวางแผนว่าอยากไปสักการะสี่สังเวชนียสถานที่ประเทศอินเดีย ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงศึกษาหาข้อมูล แต่ปีหน้าต้องไปให้ได้แน่ๆ"



เรียบเรียงจากคอลัมน์ Feature : Same Old or Brand New You ในนิตยสาร LIPS มกราคม 2560


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :