Everything is illuminated

รวิศ หาญอุตสาหะ       
MANAGING DIRECTOR SRICHAND UNITED DISPENSARY CO.,LTD


ปฏิเสธไม่ได้ว่า รวิศ​ หาญอุตสาหะ ใช้ทุกกึ๋นที่มีในตัว ทั้งความขยัน ความฉลาดเฉลียว ความดี และความกล้าหาญ​ ในการปฏิวัติทั้งวัฒนธรรมการทำงานในแบบองค์กรเก่าแก่และรูปลักษณ์ของ ผงหอมศรีจันทร์ ให้คงคุณค่าไว้เพิ่มเติมคือความร่วมสมัยและ ทันยุคมากยิ่งขึ้น เพราะแม้ผงหอมศรีจันทร์จะตั้งอยู่คู่โต๊ะเครื่องแป้งของสาวไทยมานานกว่า 7 ทศวรรษ​ แต่สถานะของการเป็นเครื่องสำอางสำหรับประทินโฉมที่ตกยุคไปนานแล้ว กำลังจะทำให้ธุรกิจของตระกูลล่มสลาย อัศวินรุ่นที่สามที่ชื่อรวิศ จึงเป็นผู้ก้าวเข้ามากอบกู้วิกฤติ ได้ทันเวลา และแน่นอนว่า นักธุรกิจผู้ไม่เคยหยุดนิ่งคนนี้พร้อมที่จะ เดินหน้าลุยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เขาเพิ่งสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ศรีจันทร์​ด้วยการออก ซีรีส์ Srichand Luminescence ขึ้น เพื่อท้าพิสูจน์ว่าสินค้าคุณภาพแบรนด์ไทยนั้นก้าวไกลไปได้มากกว่าที่คิด
อยากทราบถึงไอเดียเริ่มต้นในการเกิด Srichand Luminescence Series 
เมื่อปีที่แล้ว ผมเข้าไปเดินในร้านขายเครื่อง- สำอาง แล้วเกิดความรู้สึกว่าอยากทำโปรดักส์ให้หลากหลายขึ้น โดยต้องมีคุณภาพเทียบเท่า กับเคาน์เตอร์แบรนด์ แต่ว่าซื้อได้ในราคาสินค้า กลุ่มดรักสโตร์ เพื่อให้คนทุกกลุ่มได้มีโอกาสใช้ เครื่องสำอางคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ จากนั้นก็เริ่มคิดคอนเซปต์ของโปรดักส์ออกมา ว่าอยากจะทำโปรดักส์อะไรบ้าง แล้วลงมือทำวิจัยและทดลองผลิตในโรงงานหลายแห่ง จนมา ลงตัวที่โรงงานเก่าแก่แห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ที่ผลิตสินค้าออกมาได้ตรงตามคุณภาพที่เราต้องการ แต่ด้วยภาระต้นทุนที่สูงมาก ซีรีส์นี้ของ ศรีจันทร์จึงจำเป็นต้องลดค่าการตลาดลง แล้วหวังให้ลูกค้าใช้แล้วชอบจนเกิดกลไกการบอกต่อไปเอง

ทุกครั้งที่ริเริ่มให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้น คุณนึกถึงความคุ้มค่าในแง่ใดบ้าง 
ผมคิดว่ามีหลายแง่มุม ในแง่ที่คนไทยจะได้ ใช้ของดีในราคาที่จับต้องได้ก็ประการหนึ่ง อีกประการคือ ผมคิดว่านี่เป็นการตอกย้ำสิ่งที่เราเชื่อและปรัชญาของแบรนด์เราว่า จะต้องทำสิ่ง ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าให้ได้ ไม่ว่าจะสรรหาวัตถุดิบ จากแหล่งหายาก หรือต้องไปผลิตที่ประเทศใดก็ตาม เราจะทำให้ได้ และเราก็พยายามพิสูจน์ให้เห็นว่าเราทำอย่างนั้นจริง ด้วยการออกซีรีส์นี้ มา นอกจากนี้ในกระบวนการทำงานครั้งนี้ก็ทำ ให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างด้วยว่า ญี่ปุ่นมี เทคโนโลยีในการผลิตยังไง เจ๋งยังไง ดียังไง ทำให้เรายิ่งมีโอกาสเรียนรู้ และเชื่อว่าวันนึงเราสามารถที่จะเติบโตร่วมกันกับเขาได้ อาจจะมีการร่วมมืออะไรกันบางอย่าง เพื่อถ่ายทอดสิ่งที่ ได้เรียนรู้ แล้วนำกลับมาใช้ในเมืองไทยต่อไป

สัดส่วนของการผสมผสานแนวคิดดั้งเดิมกับการต่อยอดสิ่งใหม่มีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร
สิ่งที่เราเหลือไว้เยอะมาก หรือแทบจะเก็บไว้ 100% คือ วิธีคิดของคุณปู่ ต้องเล่าย้อนกลับไป ว่าวัตถุดิบที่ใช้ทำผงหอมศรีจันทร์ตั้งแต่ 70 ปีที่แล้ว เป็นวัตถุดิบที่มีรากดั้งเดิมมาจากยุโรป เพราะเมื่อก่อนบริษัทที่ผลิตสารสำคัญในเครื่องสำอางอย่างซิงค์ออกไซด์ มีบริษัทผลิตอยู่ไม่กี่ที่ ซึ่งส่วนมากอยู่ที่ยุโรปหมด คุณปู่เองก็นำเข้ามาจากประเทศแถบนั้น แต่เมื่อกาลเวลาผ่านมาจนถึงวันนี้ วัตถุดิบเหล่านี้สามารถผลิตขึ้นได้ในประเทศที่มีต้นทุนถูกกว่ามาก เช่น จีน อินเดีย แต่คุณปู่ได้สั่งไว้ก่อนท่านเสียว่า อย่าเปลี่ยนสถานที่นำเข้าวัตถุดิบ ทั้งๆ ที่ถ้าเราเปลี่ยนมานำเข้าจากประเทศอื่น ต้นทุนจะถูกลงไปเยอะมาก ด้วยเหตุผลนี้ทำให้เรายังคงใช้ของเดิมอยู่ ซึ่งผมว่านี่คือปรัชญาที่ทำให้เราตั้งใจผลิตของที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งวิธีคิดนี้ ถ่ายทอดมายังการทำสินค้าใหม่ๆ ทั้งหมดของศรีจันทร์ด้วย

คุณเชื่อคุณปู่แบบไร้ข้อกังขา หรือย้อนกลับไปศึกษาเพิ่มเติมว่าวัตถุดิบเหล่านั้นดีจริงๆ
ของพวกนี้อาจจะพิสูจน์ไม่ได้เสียทีเดียว สารเคมีหรือสาร อะไรก็แล้วแต่ที่มีโครงสร้างเหมือนกัน เราก็อาจจะบอกว่ามัน เป็นตัวเดียวกัน อย่างตัวยาพาราเซตามอล ก็เป็นโครงสร้างเดียว กันหมด ไม่ว่าจะผลิตจากที่ไหนก็ตาม แต่ยาพาราเซตามอลที่ผลิตจากแหล่งดั้งเดิมอย่างอเมริกาก็ยังได้รับความนิยมสูงสุด และมีราคาพรีเมียมอยู่เสมอ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะลูกค้าเชื่อว่า มันไม่เหมือนกัน ด้วยวิธีคิดนี้ ผมว่ามันก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกันที่ว่ามาตรฐานการผลิตแต่ละที่คงไม่เท่ากันจริงๆ ด้วยความที่คุณปู่ เป็นคนที่ใครๆ ก็บอกว่ามีความซื่อสัตย์และกตัญญูมาก ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งเราอยากจะเก็บไว้ เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเมื่อเราสานต่อจะทำให้เราเจริญต่อไปเรื่อยๆ อาจจะไม่เห็นผลเร็วนักในวันนี้ ทำแล้วต้นทุนสูงบ้างนิดหน่อย แต่ผมเชื่อว่าลูกค้าสัมผัสได้ 

คุณหยิบคุณสมบัติอะไรในตัวคุณปู่มาเป็นแบบอย่างในการทำงานบ้าง
คุณปู่เป็นคนจีนรุ่นที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากในเมืองไทย จึงให้คุณค่ากับคุณธรรมข้อหลักของคนในยุคนั้นคือ ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน และกตัญญู ซึ่งผมยังทำไม่ได้สักเสี้ยวของคุณปู่ โดยเฉพาะเรื่องความขยัน คุณปู่ทำงานหนักมาก เวลาผมรู้สึกเหนื่อยจากการทำงานมักจะคิดถึงสมัยที่คุณปู่ยังอยู่ แล้วจะรู้สึกตัวขึ้นมาได้ทันทีว่า สิ่งที่เราเจอแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก คุณปู่ทำงานหนักกว่านี้เยอะมาก ท่านทำงานหนักเพื่อให้ลูกหลานอยู่สบาย และประหยัดมากถึงขนาดว่าเตียงนอนก็ไม่มี ต้องนอนอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ตอนผมมาทำงานที่ศรีจันทร์ช่วงแรกๆ คุณปู่ก็ยังมาทำงานตลอด ซึ่งตอนนั้นท่านก็อายุ 80 กว่าปีแล้ว อีกข้อนึงซึ่งสะท้อนถึงความกตัญญูมากๆ คือ คุณปู่รู้บุญคุณของทุกคนที่อยู่รอบข้าง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ คุณปู่ไม่มีนโยบายเกษียณอายุการทำงาน ตอนนี้พนักงานอายุมากที่สุดที่อยู่กับเรา อายุ 76 ปีแล้ว และยังอยู่ด้วยกัน เพราะคุณปู่สั่งไว้ให้เลี้ยงดูกันไป ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นการสะท้อนแง่มุมของความกตัญญู เราต้องดูแลคนของเราให้ดีก่อน จากนั้นก็ต้องมีความกตัญญูต่อลูกค้าคือ การผลิตของที่ดี ไม่ทำสินค้าที่หลอกลวงลูกค้า

ช่วงที่คุณต้องปรับเปลี่ยนองค์กรทั้งระบบมีความยากแค่ไหน
ผมโชคดีตรงที่คนเก่าๆ ค่อนข้างไว้ใจ เพราะช่วงแรกที่ผมเข้า มาทำ ผมทำงานเยอะมาก เขาคงรู้สึกว่าเราขยัน ทั้งๆ ที่ผมเองไม่ได้เป็นคนขยันโดย nature แต่ถ้างานเยอะผมก็จะทำ ซึ่งคงจะไปตรงกับสิ่งที่เขาเชื่อ คือ คุณต้องขยัน พอเราขยัน เขาคงเชื่อว่าเราเอาจริง เลยยินดีที่จะยอมรับกับการเปลี่ยนแปลง

 

ตอนรีแบรนด์ศรีจันทร์มีความกลัวบ้างรึเปล่า
กลัวตลอด แต่มันจะมีอีกฟากหนึ่งของความกลัวก็คือ เรารู้อยู่เสมอในหัวว่าถ้าไม่ทำอะไรกับศรีจันทร์ แบรนด์นี้จะค่อยๆ หายไป นี่เป็นสิ่งที่เราเห็นภาพชัดเจนว่าถ้าเราไม่ทำอะไรกับมัน แบรนด์นี้จะค่อยๆ หายไป เพราะฉะนั้น การรีแบรนด์อาจจะไม่ใช่ทางเลือกด้วยซ้ำ แต่เป็นทางเดียวที่ต้องทำ เหมือนบ้านกำลังไฟไหม้อยู่ ถึงกลัวแค่ไหนเราก็ต้องกระโดดออกมา ไม่อย่างนั้นก็ตาย
 
ถึงขั้นไฟไหม้เลยเหรอ
ก็ไม่ถึงกับไหม้ แต่อีกสักพักก็จะไหม้ ถ้าไม่ทำอะไร

กล่าวโดยสรุปแล้ว การทำงานที่ศรีจันทร์เครียดแค่ไหน
เครียดครับ เครียด ตัวงานเครียดสุดๆ ผมจึงต้องพยายามหาวิธีคลายเครียด การทำเพจ Mission to the Moon เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผมหายเครียดได้ พอโพสต์อะไรลงไปแล้วมีคนมากดไลค์ จะรู้สึกฟิน เป็นหนึ่งในสิ่งที่ชอบทำ ตอนนี้ผมพยายามจัดระบบงานให้ดีขึ้น เพื่อให้งานหลุดน้อยลง ผมพยายามทำความเข้าใจให้มากขึ้นว่าชีวิตต้องเจอเรื่องผิดพลาดตลอดเวลา วิธีการก็คือ ตื่นให้เช้าขึ้น เพื่อจะได้บอกตัวเองก่อนนอนทุกวันว่า วันนี้ทำเต็มที่แล้ว อย่าเครียดให้มากนัก เพราะเราทำเต็มที่สุดๆ แล้ว ก็ได้แค่นี้แหละ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ พอคิดแบบนี้ได้ทุกวันก็สบายใจขึ้น ผมเพิ่งค้นพบความจริงข้อนึงในช่วงหลังๆ มานี้ว่า เราไม่มีวันทำงานเสร็จ งานมันเยอะมาก ทำให้ตายก็ไม่เสร็จ และเราจะหมดแรงก่อนทุกวัน ผมจึงต้องบอกตัวเองก่อนนอนทุกวันว่า พอแล้วล่ะ นอนเถอะ พยายามดูแลสุขภาพ หาเวลาเล่นกับลูกในแบบที่ 'อยู่ตรงนั้น' เวลาเล่นกับลูก ต้องไม่เหม่อลอยหรือมัวแต่คิดเรื่องงาน ซึ่งมันไม่ดี เลย เดี๋ยวนี้พอถึงบ้านปุ๊บ ช่างหัวมัน เราไม่มีทางทำงานเสร็จ ต้องตัดใจ มันคือธรรมดาของชีวิต พรุ่งนี้ตื่นมาค่อยสู้กันใหม่

 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Lips for King by R-Siam Artists
เหล่าศิลปินจากค่ายอาร์สยาม ในเครืออาร์เอส ร่วมแคมเปญแสดงความประทับใจที่มีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสิ่งพิมพ์ฉบับพิเศษ หน้าปกอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ประทับพระปรมาภิไธย "LIPS SPECIAL PUBLICATION A COLLECTIBLE ISSUE พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร In Remembrance of His Majesty King Bhumibol Adulyadej (1927-2016)"
People
Every Dazzling Movement : Araya A. Hargate
18 ปีของการทำงานในวงการบันเทิงดูจะเป็นปริมาณของการสั่งสมประสบการณ์ที่ไม่มากไม่น้อยเกินไปของ "ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต" นางเอกแถวหน้า และปัจจุบันเธอยังคงส่องประกายในวงการ ควบคู่ไปกับการเป็นภรรยาที่น่ารักของนักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกล บริหาร Work-Life Balance ในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ