Dream as if Youll Live Forever... James Jirayu

ย้อนกลับไปวันที่เราเพิ่งรู้จักกับหนุ่มหน้าหวานคนนี้ครั้งแรก คงเป็นตอนที่เขาโด่งดังเป็นพลุแตกจากซีรีส์สุภาพบุรุษจุฑาเทพ มาจนถึง ณ วันนี้ที่หนุ่ม "เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข" โกอินเตอร์ มีผลงานมากมายให้เราๆ ได้ชมแล้วเขาเปลี่ยนไปจากเด็กหนุ่มหน้าใสคนเดิมไหม เราคิดว่าไม่นะ 

ถามจริงๆ วันหนึ่งได้นอนกี่ชั่วโมงเนี่ย
เจมส์ : ประมาณ 4 ชั่วโมงครับ 

ช่วงนี้ถ่ายละครอยู่ หรือทำอะไรอย่างอื่นอยู่บ้าง
เจมส์ : ช่วงนี้ไม่มีงานละครครับ ทำงานอย่างอื่น แล้วก็เดินทางมากกว่า 

อย่างรายการที่ไปญี่ปุ่นยังทำอยู่หรือเปล่า 
เจมส์ : อัดเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ไปญี่ปุ่น เพราะไปทำเพลง นอกเหนือจากนั้นก็เป็นงานประปราย เป็นงานอีเว้นต์บ้างอะไรบ้าง ยังไม่มีงานโปรเจ็กต์ใหญ่ๆ ส่วนใหญ่ชีวิตผมจะเป็นพาร์ทระหว่างไทยกับญี่ปุ่น 

แสดงว่า ต้องพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องพอสมควรแล้วสิ
เจมส์ : ฝึกอยู่ครับ แต่ยอมรับว่า ผมไม่ใช่คนสมองดีขนาดนั้น 

ประโยคไหนใช้บ่อยที่สุด
เจมส์ : มีเยอะครับ อย่าง "อาริกาโตะโกไซมัส" นี่ขั้นเบสิกเลย

มีศิลปินชาวญี่ปุ่นที่เป็นไอดอลไหม
เจมส์ : อืม...ไม่มีนะครับ


ได้ยินว่าเจมส์เจอกับ Yohji Yamamoto ตอนที่ไปซื้อสูทกับสไตลิสต์คนหนึ่งที่ทำสไตลิ่งให้กับ David Bowie ไปรู้จักกับเขาได้ยังไง
เจมส์ : ได้ร่วมงานกันครับ แล้วเขาก็พาผมไปที่ช็อปฯ ก็เลยได้เจอ

ได้ร่วมรันเวย์ของโชว์ Yohji Yamamoto ในปารีสแฟชั่นวีค ช่วยเล่าบรรยากาศแบ็คสเตจให้ฟังหน่อย 
เจมส์ : เป็นอารมณ์แบบแฟชั่นวีคจริงๆ แต่ผมไม่ตื่นเต้นนะ ผมไปยืนงงๆ อยู่ท่ามกลางนายแบบที่เขาทำงานกันไปตามปกติ ก่อนหน้านั้นก็ได้มาฟิตติ้ง วันจริงก็มานั่งแต่งหน้าทำผม เตรียมงาน ทุกอย่างรันไปตามปกติครับ แต่ที่ผมชอบเป็นเพราะผมได้เจอกับบรรยากาศใหม่ๆ สนุกดี ได้เห็นอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ได้เห็นวิธีการทำงานของการเดินแบบระดับอินเตอร์ ซึ่งผมมองว่าระบบการทำงานของคนไทยกับของปารีสแฟชั่นวีคก็ไม่ได้ต่างกันมากนะ โอเค อาจจะต่างกันนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับต่างกันมากมายอะไรนัก 

ได้ซ้อมก่อนขึ้นเดินบนรันเวย์ไหม
เจมส์ : ได้ซ้อมนะครับ แต่ไม่ได้ซ้อมเดิน มีแค่ไปฟิตติ้งแล้วเขาก็บอกว่าชุดนี้เข้ากับเราไหม เดินแล้วเป็นยังไง เวลาเสื้อจะพลิ้วไปในทิศทางไหน เขาเก็บรายละเอียดทุกดีเทล เพราะต้องการให้งานที่เขาออกแบบมาดีที่สุด พอวันต่อมาเขาก็ไม่ได้ให้ผมทำอะไรมากนะ พอแต่งหน้าทำผมเสร็จเขาก็เรียกมาบอกว่า "อยากให้เดินมู้ดแบบไม่ต้องโกรธ ไม่ต้องหน้าบึ้งมากนะ อยากให้ดูมีความสุข แต่ห้ามยิ้มเห็นฟัน แล้วเขาก็เดินให้ดูรอบหนึ่ง ให้เราดูแพตเทิร์นการเดินว่า เดินออกมาหมุนตัวจรงจุดนี้นะ แล้วเดินกลับเข้าไป แค่นี้เอง เขาไม่ได้ให้ซ้อมเดินก่อนเลยครับ พอเสร็จปุ๊บก็ไปสแตนด์บายด้านหลังเวที 

งานนี้ได้เจอใครที่ทำให้เรารู้สึกว่า ตื่นเต้นมากๆ  บ้างไหม
เจมส์ : นอกจาก Yohji เหรอครับ อืม...ผมไม่ค่อยได้เจอใครหรอกนะ เจอแต่นายแบบ นายแบบดังๆ ก็มีครับ ผมชอบนิสัยของฝรั่งตรงที่ว่า เขาสามารถคุยเรื่องอะไรก็ได้ ง่ายๆ สบายๆ Hello, How are you? What's your name? ผมก็คุยกับเขาไปเรื่อยๆ สนุกดีครับ 

พอได้เริ่มเข้ามาสัมผัสกับแวดวงแฟชั่นมากขึ้น มีอะไรที่อยากทำในแวดวงแฟชั่นอีกไหม
เจมส์ : อืม...จริงๆ ผมก็เคยทำแทบจะหมดทุกอย่างแล้วนะ ทั้งเดินแบบ ถ่ายแบบ คงเริ่มอยากทำเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเองแล้วล่ะ 

ถ้ามีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองหน้าตาจะออกมาเป็นยังไงนะ
เจมส์ : (หัวเราะ) ยังนึกไม่ออกเหมือนกันครับ จริงๆ อาจจะไม่ถึงกับเป็นแบรนด์ของตัวเองหรอกนะ แต่อยากตัดเสื้อผ้าใส่เอง ในสไตล์ที่ผมชอบมากกว่า เรียบๆ ง่ายๆ ไม่ฉูดฉาด ไม่แฟชั่นมาก แต่มีลูกเล่นเก๋ๆ ผมชอบเสื้อผ้าคัตติ้งดีๆ นะ 

ทุกวันนี้สนใจเรื่องแฟชั่นมากขึ้นไหม ใส่ใจเรื่องการแต่งตัวมากขึ้นหรือเปล่า
เจมส์ :  ผมสนุกกับแฟชั่นมากขึ้นนะครับ แต่ก็ไม่ได้ตามแฟชั่นขนาดนั้น เพราะมันไม่ใช่แนว ไม่ใช่สไตล์ของผม แต่ก็ชอบบางชิ้นที่เราเห็นว่า เท่ดีนะ 


ได้ยินว่าช่วงนี้อินกับการถ่ายรูปมาก
เจมส์ : เริ่มมานานแล้วครับ เริ่มจากช่างภาพคนหนึ่งชื่อพี่ไมค์ เขามาถ่ายรูปให้ผม ผมก็เลยเริ่มชอบการถ่ายรูปมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่เอาจริงๆ ผมก็ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็กแล้วนะ เคยเห็นคุณพ่อถ่ายรูปเราก็อยากถ่ายเป็นบ้าง แต่เพิ่งมาจริงจังด้านนี้ก็ตอนเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงนี่แหละ 

สะสมกล้องถ่ายรูปด้วยใช่ไหม
เจมส์ : อาจจะไม่เรียกว่าสะสมหรอกครับ แต่บังเอิญมามีเยอะเท่านั้นเอง ผมมีกล้องถ่ายรูปอยู่ 16 ตัว 

ตัวที่รักที่สุดคือตัวไหน
เจมส์ : ผมชอบพกกล้องติดตัวตลอดเวลา ผมมี Leica อยู่ 4 ตัว ตัวที่พกมาวันนี้เป็นรุ่น M4-P มีกล้องธรรมดาอยู่ 7 ตัว จริงๆ ผมชอบพอๆ กันทุกตัวนะ แล้วแต่อารมณ์ ไม่ชัดเจนครับ เรื่องความรักในกล้องแต่ละตัวของผมนี่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาครับ บางวันถือกล้องตัวนี้ทั้งวัน วันต่อมาก็เบื่อแล้ว วันต่อไปมาก็หันไปหยิบตัวอื่นมาใช้ เรื่องกล้องนี่ต้องแบ่งปันความรักให้เท่าๆ กันครับ เลยพยายามหมุนเวียน สลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ 

แพงที่สุดที่เคยทุ่มเงินกับการซื้อกล้อง
เจมส์ : รวมเลนส์ด้วยใช่ไหมครับ ส่วนใหญ่เป็นค่ายิบย่อย แต่โดยรวมแพงที่สุดน่าจะอยู่ที่ 500,000 บาทครับ 

ชอบถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนมั้ย
เจมส์ : ไม่ค่อยนะครับ เพราะผมพกกล้องติดตัวอยู่แล้ว 

ชอบถ่ายภาพอะไร
เจมส์ : ถ่ายไปเรื่อยครับ ถ่ายคน ถ่ายวิว ถ่ายบรรยากาศรอบๆ ตัวเรา ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า 

ได้เรียนถ่ายรูปอย่างจริงจังไหม
เจมส์ : ไม่เคยเรียนเลยครับ อยากเรียนเหมือนกันครับ 

เคยนึกอยากถ่ายแฟชั่นเซ็ตเองบ้างไหม
เจมส์ : คิดๆ อยู่เหมือนกันนะครับ แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้คงต้องสั่งสมประสบการณ์มีความรู้เยอะมากๆ ตอนนี้ผมมีประสบการณ์แค่หยิบกล้องมาถ่ายรูป แต่งรูปเองบ้าง มีความรู้แค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง ต้องฝึกอีกเยอะครับ

มีช่างภาพที่ชอบไหม
เจมส์ : น่าจะเป็นพี่ไมค์นี่แหละ เป็นช่างภาพคนเดียวที่ผมรู้จักเป็นการส่วนตัว ผมไม่ค่อยได้ติดตามผลงานช่างภาพต่างประเทศสักเท่าไร ไม่ได้อินกับงานของใครเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่จะดูเพื่อนำมาเป็นแรงบันดาลใจมากกว่า ดูว่าเขาจัดองค์ประกอบภาพยังไง 


ณ จุดที่ยืนอยู่ตอนนี้ พอมองย้อนกลับไปตอนที่เพิ่งเข้าวงการบันเทิงใหม่ๆ เราดูโตขึ้นในแง่ไหนบ้าง 
เจมส์ : น่าจะเป็นในเรื่องความอดทนนะครับ จะทำอะไรเราต้องอดทนมากขึ้นเพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

มีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป หรือมีอะไรที่ต้องเลิกทำไปโดยสิ้นเชิงเลยไหม
เจมส์ : จริงๆ ไลฟ์สไตล์ของผมก็เปลี่ยนไปเยอะนะครับ เมื่อก่อนผมเป็นเด็กชอบเล่นเกม ชอบเที่ยวเล่น เป็นเด็กชิลล์ๆ ครับ พอโตมาก็ไม่มีเวลาทำกิจกรรมแบบนั้น เพราะในแต่ละวันเราต้องคิดและทำในสิ่งที่เราวางแผนไว้ 

ถ้าวันไหนมีเวลาว่างเป็นของตัวเองจริงๆ อยากทำอะไรที่สุด 
เจมส์ : ก็ยังอยากทำงานอยู่ดีครับ เพราะมันเป็นช่วงชีวิตที่ผมตั้งใจว่าจะทำงานอยู่แล้ว พอทำสำเร็จอย่างที่เราคิดไว้เมื่อไร ถึงเวลานั้นค่อยเอาเวลาไปนอน ไปเที่ยวเล่นได้แล้วครับ 

นอกจากญี่ปุ่นที่ไปเที่ยวมาจนพรุนหมดแล้ว ฝันอยากไปไหนอีกบ้าง 
เจมส์ : โอ้โห...ผมไม่เคยฝันว่าอยากไปไหนเลยครับ แต่เอาจริงๆ ก็อยากไปทุกประเทศแหละถ้ามีโอกาส อยากแบ็คแพ็คไปเดินเที่ยวเล่น ที่นึกๆ เอาไว้ในใจก็อยากไปดูแสงเหนือ เห็นคนไทยไปดูกันแล้วถ่ายรูปมาสวยดี แต่เขาบอกว่า ต้องเป็นคนโชคดีจริงๆ ถึงจะได้เห็น บางคนไปตามดูเป็นสิบๆ วันก็ยังไม่ได้เห็นเลย 

ถ้าวันหนึ่งมีเวลาได้ทำอะไรที่อยากทำจริงๆ สิ่งนั้นน่าจะเป็นอะไร 
เจมส์ : ตอนเด็กๆ ผมมีความฝันอยู่หลายอย่างนะครับ อยากทำแบรนด์เสื้อผ้า อยากถ่ายรูป ร้านอาหารก็อยากทำนะ โอย เยอะแยะครับ ทำสวน ทำไร่ทำนา นี่ก็เป็นความฝันอย่างหนึ่งของผมนะ 

ทุกวันนี้ครอบครัวยังอยู่ที่พิจิตรอยู่หรือเปล่า
เจมส์ : ไม่ครับ ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯกันหมดแล้ว 
 
แล้วที่บอกว่า อยากทำสวนทำไร่นี่อยากทำเอง หรืออยากทำให้ที่บ้าน 
เจมส์ : อยากทำให้เป็นสวนของเรา เพราะเมื่อก่อนที่บ้านเคยทำสวนยางพารามาก่อน แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้วครับ 



เรียบเรียงจากคอลัมน์ My Garcon ในนิตยสาร Lips Garçon (May 2016)
เรียบเรียง : fiefiez S.


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Becoming a Father : M_Apinan
อาจพูดได้ว่าจะมีบทบาทใดในชีวิตที่ทำเอานักแสดงชายฝีมือดีคนนี้ตื่นเต้นและยินดีที่สุดได้เท่ากับบทบาทของความเป็นพ่อ เปล่าเลย เราไม่ได้กำลังพูดถึงละครเรื่องไหนของเขา แต่ที่กล่าวนั่นหมายถึงในชีวิตจริงวันนี้ เอ็ม-อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล คือคุณพ่อของสาวน้อยฝาแฝดวัย 8 เดือน ผู้ที่ทำให้เขาเข้าใจในคำว่าพ่อมากขึ้น ทั้งในฐานะที่เคยเป็นลูกมาก่อน หรือจะในการรับบทเป็นพ่อในโลกของการแสดงก็ตาม 
People
Everything is illuminated
ปฏิเสธไม่ได้ว่า รวิศ​ หาญอุตสาหะ ใช้ทุกกึ๋นที่มีในตัว ทั้งความขยัน ความฉลาดเฉลียว ความดี และความกล้าหาญ​ ในการปฏิวัติทั้งวัฒนธรรมการทำงานในแบบองค์กรเก่าแก่และรูปลักษณ์ของ ผงหอมศรีจันทร์ ให้คงคุณค่าไว้เพิ่มเติมคือความร่วมสมัยและ ทันยุคมากยิ่งขึ้น