Do for King... M.R.Srikhumrung Yukol

เสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2559 นับเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ ด้วยทั่วทุกพื้นที่ท้องสนามหลวงและบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวังเนืองแน่นด้วยเหล่าพสกนิกรที่พร้อมร่วมใจรวมตัวกันเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้อง เพื่อน้อมรำลึกและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

"ย้อนกลับไปในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ในวันที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต เป็นวันเกิดของแมงมุมด้วยค่ะ วันนั้นต้องถ่ายละครอยู่ในโรงหนังเก่า พอทราบข่าวน้ำตาก็ไหลไม่หยุด วินาทีนั้นเหมือนใจจะขาด ใจมันสั่นเต้นระรัวไปหมด แต่ต้องพยายามฝืนใจทำงานต่อให้ได้ แล้วพอแถลงข่าวประมาณ 1 ทุ่ม ตอนนั้นทำงานไม่ได้อีกต่อไป สมาธิทั้งของเรา ทีมงาน และนักแสดงไม่มีเหลือ ท่านพ่อ คุณแม่ น้องชาย พี่ดอลล่าร์ ทุกคนมารวมตัวที่กองถ่ายกันหมด มาให้กำลังใจซึ่งกันและกันว่าเราต้องผ่านไปให้ได้ โดยทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด"

หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล (คุณหญิงแมงมุม) ธิดาของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หนึ่งในทีมงานผู้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมการร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในครั้งนี้ เล่าย้อนถึงเรื่องราวในวันแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ด้วยน้ำเสียงอันสั่นพร่า

"หลายวันต่อมาท่านพ่อให้คุณแม่โทรศัพท์มาหาว่าให้มาประชุมที่บ้านหน่อย ท่านพ่อบอกว่าเราอยากทำกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันร้องเพลงถวาย เรามีเวลาในการเตรียมงานแค่ 4 วันเท่านั้น ประชุมเสร็จท่านพ่อก็ให้แมงมุมประสานงานกับ กทม. ทหาร ตำรวจ แพทย์ พยาบาล จะทำอย่างไรให้เรียบร้อย เพราะสเกลงานใหญ่มากๆ และเราไม่ทราบจริงๆ ว่าจะมีคนมาตรงนี้กี่คน แมงมุมใช้เวลาประสานงาน 2 วัน ส่วนเวลาในการเตรียมงานโปรดักชั่นจริงๆ มีแค่ 48 ชั่วโมง ถ้าถามว่ายากตรงไหน ยากทุกส่วน แต่ถึงแม้จะยากกลับไม่มีใครบอกว่ายากเลย เพราะเราไม่ได้มองที่ปัญหา เมื่อมีปัญหาเข้ามาก็มาดูว่าต้องแก้ไขอย่างไร

…แมงมุมเริ่มแจ้งข่าวทางอินสตาแกรม เพราะเราไม่ใช่คนทำพีอาร์ แมงมุมคิดว่าเป็นเรื่องของความสมัครใจ ความอยากจะมา พอใกล้วันเราจึงเริ่มจัดเตรียมพื้นที่ เริ่มเห็นคนทยอยมาปูเสื่อตอนตี 4 มาจับจองพื้นที่ คนก็เริ่มทราบเรื่องในวงกว้าง ตอนนั้นเริ่มรู้แล้วว่าช่องทางโซเชียลค่อนข้างเร็วมากในการช่วยเราประชาสัมพันธ์ออกไป


…ในวันนั้นทีมงานของท่านพ่อเกือบสองพันชีวิต รวมอาสาสมัครที่ขอมาเป็นทีมถ่ายรูปเบื้องหลังและทีมถ่ายรูปคน แต่เราไม่สามารถนับจำนวนประชาชนได้ถ้วนทั่ว ถ้ารวมกล้องของเรา และกล้องของอาสาสมัครแล้วก็น่าจะประมาณ 100 ตัว รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้โปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้งานนี้แล้วเสร็จคือประชาชนที่มาช่วยพวกเรา สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นคือที่สุดในชีวิตแล้ว เสียงดังกึกก้อง พร้อมเพรียง ทุกคนเปล่งเสียงออกมาสุดกำลัง และไม่ว่าแดดจะออกหรือฝนตก ทุกคนยังยืนอยู่ที่เดิมอย่างนั้น พร้อมความตั้งใจที่จะทำออกมาให้ดีที่สุด ทำให้เห็นเลยว่าเมื่อคนเรามีจุดประสงค์เดียวกัน อุปสรรคที่ว่าใหญ่ ก็เล็กเหลือเพียงแค่เศษเสี้ยวธุลีดิน

…ส่วนตอนกลางคืนมหัศจรรย์มาก เราเป็นห่วงเรื่องเทียนว่าจะมีมากันครบได้อย่างไร เรามีแจกส่วนหนึ่ง ไม่ทั่วถึงหรอก แต่ที่นี่คือประเทศไทย คือคนไทย เขาไม่ได้นำมาเฉพาะแค่ของตัวเอง แต่เขาเอามาแจกเผื่อแผ่ให้คนอื่นด้วย ทุกคนมีเทียนจุดถวาย ไกลจนสุดสายตาก็ยังมีแสง ทั่วทุกพื้นที่สว่างไสวงดงามจับตา อย่างบางคนมาไม่ได้ แค่ส่งใจ ตั้งใจ สื่อถึงกัน แค่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันก็พอ นับเป็นบทเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ไพเราะและงดงามที่สุด เพราะเราเอาจิตไปจดจ่ออยู่ตรงนั้นและร้องออกมาจากข้างในจริงๆ"

เวลา 8.00 น. ของเช้าวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2559 รัฐบาลได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอ เพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ปวงพสกนิกรชาวไทย หลายแสนคนไปร่วมร้อง บริเวณท้องสนามหลวง และหน้าพระบรมมหาราชวัง ที่เพียงแค่เสี้ยววินาทีแรกที่ได้ชม น้ำตาก็หลั่งรินไหลออกมาเป็นสายโดยไม่รู้ตัว

"9 นาที กับ 10 วินาที ของภาพที่นำเสนอออกมา เราจับภาพได้แค่เสี้ยวหนึ่ง แค่เสี้ยวเล็กๆ ที่เป็นความรู้สึกของประชาชนเท่านั้น เพราะทุกความรู้สึกในวันนั้นยิ่งใหญ่มากเหลือเกิน สิ่งที่เราทำเป็นการประมวลภาพเบื้องต้นมากกว่า เพราะสิ่งที่เราอยากให้เห็นคือความแข็งแรงของคนไทย ความสามัคคีของเรา การตัดต่อมีเวลาไม่มากนัก หลายคนอาจคิดว่าก็แค่งานตัดต่อ แต่ไม่ใช่ มันคือการมิกซ์เสียง ที่ต้องทำออกมาหลายรูปแบบ เพราะเราต้องนำเสนอออกไปในหลายที่ทั่วโลก ต้องมิกซ์ซาวด์ให้กระหึ่มที่สุด กึกก้องที่สุด ไพเราะที่สุด เหมือนกับเรานั่งอยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ตรงนั้น วินาทีนั้น ที่มีคนล้อมรอบตัวเราอยู่

…แมงมุมในฐานะประชาชนคนไทย เราเห็นพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และได้ยินได้ฟังเรื่องเล่าจากท่านพ่อ คุณแม่ เราซึมซับ และรักพระองค์ท่านมากขึ้นๆ ทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัว สิ่งที่พระองค์ท่านทำให้เห็น คือความอดทน ความตั้งใจ ไม่ว่าจะทำงานใด ทำอย่างไรก็ได้ให้สำเร็จ ไม่ว่าจะลำบาก จะเหนื่อยแค่ไหนไม่ใช่ปัญหา ท่านทำมาตลอดโดยที่ไม่เคยหยุด แม้ในขณะที่ทรงพระประชวร เพราะท่านทรงสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งประชาชน ไม่มีข้อแม้หรือข้ออ้างที่จะมาทำให้พระราชดำรัสของพระองค์ท่านผิดเพี้ยนไปได้"



เรียบเรียงจากคอลัมน์ Feature ในนิตยสาร LIPS เดือนธันวาคม 2559


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
INTO THE DARKNESS
ทุกการขยับตัวของ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ น่าสนใจเสมอ และเมื่อเขาเก็บเกี่ยวมุมมองชีวิตและประสบการณ์ทางงานเพลง จนตกผลึกเป็นผลงานอัลบั้มล่าสุด บทเพลงไทยทั้ง 10 เพลงนี้ จึงบอกกล่าวเรื่องราวในใจของพ่อลูกสองนายนี้ได้ดีที่สุด
People
50s Still Going Strong
ครั้งหนึ่งในอดีต ต่าย-เพ็ญพักตร์ ​ศิริกุล เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารฉบับหนึ่งไว้อย่างนั้น และจากบทสนทนากับลิปส์ ณ พ.ศ. นี้ คือเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า เธอดำรงชีวิตที่เรียบง่ายอย่างมั่นคงและยั่งยืน สมกับที่เคยลั่นวาจาไว้ได้จริง