Content is King or Anchor Driven?

กว่าสองปีมาแล้วที่รีโมตโทรทัศน์ถูกใช้งานจนพรุน เมื่อการมาถึงของทีวีดิจิทัลไทยส่งผลให้แต่ละช่องต้องแข่งกันผลิตรายการทั้งสาระและบันเทิงในปริมาณมากเกินจะบริโภคหมด เราขอมุ่งความสนใจไปที่รายการข่าวยามเช้า ซึ่งเป็นเวทีหลักที่ทุกช่องต่างก็พยายามเฟ้นหาเอกลักษณ์ที่แตกต่างเพื่อเรียกความสนใจจากคนดู และผู้ประกาศข่าว 4 ท่าน 4 คาแร็กเตอร์ที่เราคัดมานี้ คือทางเลือกใหม่ในการบริโภคข่าวเช้าต่างสไตล์ที่เราอยากแนะนำ




ดนัย เอกมหาสวัสดิ์
รายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand (สปริงนิวส์)

มือไม้ เสียงหัวเราะ และท่าทีการสัมภาษณ์ของเขาที่หลายๆ คนเรียกขานด้วยสมญา 'หมาแก่' ใช้ตลอดการดำเนินรายการ ดูจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนดูจำนวนมากหมั่นไส้ นั่นทำให้เรายิ่งสนใจว่าอะไรทำให้สื่อมวลชนผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงสื่อมาแล้วเกือบทุกแขนง ถึงยังยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง ทั้งๆ ที่เขาได้รับก้อนอิฐเป็นรางวัลมากกว่าดอกไม้เสียอีก

อะไรคือคอนเซปต์รายการของคุณ ที่ทำให้คนดูต้องเปลี่ยนช่องมาหยุดอยู่ที่เรา
"ปกติรายการข่าวเช้าจะเป็นการเล่าข่าวจากสารพัดสื่อ ซึ่งจะไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร ในขณะที่เจาะลึกทั่วไทยแตกต่างอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือเราเน้นเจาะลึกถามตรงบุคคลในข่าว ซึ่งเป็นบุคคลระดับนโยบาย เพื่อให้เห็นทิศทางของข่าวหรือสถานการณ์นั้นๆ ว่าจะเคลื่อนไปอย่างไรต่อ อีกประเด็นคือการช่วยคนดูคนฟังในการตั้งประเด็นข่าวที่ต้องติดตาม ว่าประเด็นอยู่ตรงไหนจึงจะเข้าถึงและเข้าใจจริงๆ ผมคิดว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่คนดูคนฟังต้องการ เราเสนอข่าวไม่เยอะหรอก วันหนึ่งไม่กี่ข่าว แต่เราจะเลือกข่าวที่มีนัยและน่าติดตาม"

คุณเป็นมาแล้วทั้งนักหนังสือพิมพ์ นักจัดรายการวิทยุ ผู้ประกาศข่าว เจ้าของบริษัทผลิตสื่อ จริงๆ แล้วคุณเรียนจบมาทางด้านไหน
"ผมเรียนจบนิติศาสตร์ จุฬาฯ ทำให้ได้ระบบคิดและบางกระบวนการ ได้บางมุมที่ทำให้เราเข้าใจคำว่าอัตวิสัย ชีววิสัย ซึ่งเป็นพื้นฐานในการมองเรื่องราวต่างๆ อย่างเข้าใจ ผมได้ใช้วิชาชีพตามสาขาที่เรียนมาแค่ 3 วัน ทำงานอยู่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทสินเชื่อแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นก็เลือกใช้ชีวิตในแบบที่เราอยากจะเป็น"

ด้วยประสบการณ์การเป็นนักข่าวนานนับสิบปีใช่ไหม ที่ทำให้คุณเป็นนักสัมภาษณ์ที่มีวิธีการตะล่อมแหล่งข่าวด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างทุกวันนี้
"นักข่าวสมัยก่อนไม่มีการแบ่งงานเป็นเซกชั่นอย่างสมัยนี้ แต่ช่วยกันทำข่าวทั้งเล่ม ตั้งแต่หน้าหนึ่งยันหน้าใน ทุกคนต้องเรียนรู้ตั้งแต่สายข่าวทำเนียบ กระโดดไปกระทรวงต่างๆ ทำข่าวสายทหาร ข่าวพรรคการเมือง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีที่ทำให้เราได้เห็นภาพรวมของข่าวทั้งหมด ผมถูกสอนมาตั้งแต่ตอนนั้นว่าเราสามารถหาข่าวการเมืองจากแหล่งข่าวทางเศรษฐกิจได้ หรือแม้แต่ในข่าวบันเทิงก็มีประเด็นข่าวเศรษฐกิจแฝงอยู่ ดังนั้น ผมไม่ได้เก่งโดยพรสวรรค์ แต่เกิดจากระบบคิดระบบข่าวที่ผมเติบโตขึ้นมา"

สไตล์การสัมภาษณ์ของคุณมีเสียงวิจารณ์ค่อนไปทางด้านลบมากกว่า อะไรทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในทุกวงการยังคงแวะเวียนมาให้คุณสัมภาษณ์อยู่เรื่อยๆ
"สิ่งที่ผมยึดก็คือบทบาทของสื่อต้องสุภาพอ่อนน้อม ผมไม่ใช้คำว่ารุนแรง แต่ผมถามแบบเข้มข้นในเกม ด้วยท่วงทำนองที่สุภาพ หลายครั้งที่ผมถามด้วยความเคารพ กราบขออภัย คำถามดังต่อไปนี้ถามได้ ไม่โกรธกันนะครับ แบบนี้ถือว่าผมมัดเขาได้แล้ว เขาไม่กล้าปฏิเสธแน่นอน ถือว่าขอแล้วใช่ไหม และผมจะไม่เคยใช้เสียงกระโชกโฮกฮาก วาจาสามหาวไม่ให้เกียรติคน แต่อาจจะมีคนติดที่เสียงหัวเราะของผม ที่เขาวิจารณ์กันว่าเสียงหัวเราะผมมันเหมือนหยิกแหล่งข่าวมากไปนิดหนึ่ง เอกลักษณ์ของผมอีกอย่างคือ การเลือกสรรถ้อยคำที่ประดิษฐ์มาอย่างดี หลายครั้งที่ผมนั่งประดิษฐ์ภาษาเฉพาะตัวเพื่อสร้างสีสันในรายการ ซึ่งคนก็ชอบ"





เขมสรณ์ หนูขาว
รายการ เช้าข่าวชัดโซเชียล (ไทยรัฐทีวี)

เธอลบภาพนักแสดงฝีมือดีที่อยู่คู่วงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 12 ปี ด้วยฐานะผู้ประกาศข่าวประจำสถานีต่างๆ ไล่มาตั้งแต่ช่อง TNN ช่อง 5 และล่าสุดกับบทบาทการเป็นผู้ประกาศข่าวประจำโต๊ะการเมืองแห่งไทยรัฐทีวี ขนาบข้างด้วยผู้ประกาศข่าวสาวสวยอีกสองท่าน ด้วยคอนเซปต์แข็งแรงที่ว่า 'คิดต่าง อย่างเข้าใจ'

คุณมีส่วนร่วมในการคิดคอนเซปต์รายการมากน้อยแค่ไหน
"เยอะเลยค่ะ เพราะรายการคุยข่าวเช้าเป็นพื้นที่การแข่งขันที่สูงมาก เราก็พยายามปรับโน่นเปลี่ยนนี่ จนสุดท้ายมาลงตัวที่การเน้นเรื่องโซเชียล เช่น เรามี Facebook Live เวลามีเหตุการณ์สำคัญที่ไม่สามารถออกอากาศได้ เราก็จะไลฟ์ผ่านช่องทางนี้ทุกครั้ง และเราจะเน้นข่าวที่ใกล้ตัวชาวบ้าน เน้นปริมาณข่าวให้มากขึ้น จากที่เมื่อก่อนเราเน้นการเจาะลึก แต่พอมีฟีดแบ็กกลับมาว่าตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่คนรีบไปทำงาน เขาไม่มีเวลามานั่งจมอยู่กับข่าวเดียวได้นานๆ ต้องแต่งตัวไปด้วยฟังข่าวไปด้วย จึงหันมาเน้นปริมาณ เพื่อให้คนดูเอาข่าวไปคุยต่อที่ทำงานได้ เราเน้นเรื่องที่คนอยากรู้ เน้นเรื่องในโลกโซเชียล ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีขึ้น และหันมาดูเรามากขึ้นด้วย"

อีกประเด็นที่ท้าทาย คือการคัดเฉพาะผู้ประกาศข่าวหญิงมาเป็นผู้ดำเนินรายการหลัก ซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะดึงความสนใจคนดูให้หยุดอยู่กับผู้ดำเนินรายการหญิงได้นานๆ
"ใช่ค่ะ ถือเป็นการทดลองครั้งสำคัญ ตอนแรกมิ้ลค์ยังคัดค้านว่าจะเอาจริงเหรอ ผู้หญิงนั่งกัน 3 คนเนี่ยนะ เราไฟต์มาตั้งแต่แรกแล้วว่าขอผู้ชายสักคน จะได้ดูกลมกล่อม เพราะเวลาฟังเสียงผู้หญิงง้องแง้งๆ กัน 3-4 คนนานๆ จะน่ารำคาญ ที่ประชุมก็รับฟังและควานหาผู้ประกาศข่าวชายค่ะ ใช้คำว่าควานหาเลย แต่สุดท้ายก็ไม่ลงตัวเสียที เราเลยลองรูปแบบนี้ดู แต่อาจจะด้วยคาแร็กเตอร์และวัยที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เลยผสมกันได้ลงตัวในระดับหนึ่ง"

จากนักแสดง ทำไมถึงอยากเป็นผู้ประกาศข่าว
"มิ้ลค์อยากเป็นผู้ประกาศข่าวตั้งแต่ตอนเป็นนักแสดงแล้ว อาจจะด้วยความที่คุณพ่อเป็นทนายและเป็นคอการเมือง ทุกเช้าที่คุณพ่อขับรถส่งมิ้ลค์ไปโรงเรียนจะต้องให้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ให้ฟังทุกเช้า เราเลยคุ้นชินจนรู้สึกว่าการอ่านข่าวเป็นอาชีพที่น่าสนใจ มิ้ลค์เริ่มต้นงานประกาศข่าวที่ช่องทีเอ็นเอ็น ก็อ่านผิดอ่านถูก โดนหัวเราะโดนด่าเยอะมาก เลยเพิ่งรู้ว่าสิ่งสำคัญคือ เราต้องมีแบ็กกราวด์ข่าว เพราะต่อให้เราอ่านถูกเป๊ะไม่ผิดเลย แต่ถ้าเราอ่านข่าวแบบไม่มีความเข้าใจ ยังไงคนดูก็ไม่อิน เลยตัดสินใจย้ายไปอยู่ช่อง 5 ในตำแหน่งผู้สื่อข่าว ที่ได้อ่านข่าวไปด้วย"

ความยากของการเป็นผู้ประกาศข่าวคืออะไร
"การเล่าให้คนดูคนฟังเขาเชื่อในสิ่งที่เราเล่า โดยเฉพาะยุคนี้ที่ข่าวเข้าถึงตัวคนได้ง่ายมาก เดี๋ยวนี้คนไม่ดูทีวี เราจะทำอย่างไรให้คนหันมาดูเรา ในขณะที่ทุกช่องมีเนื้อข่าวเหมือนกันหมด กลายเป็นว่าคนดูติดใจน้ำเสียงของผู้ประกาศข่าวคนนี้ ชอบคาแร็กเตอร์คนนั้น เชื่อคนโน้น ดังนั้น มิ้ลค์จะพูดกับน้องๆ ทุกครั้งที่มีโอกาสว่าเราต้องได้ไปลงพื้นที่ ต้องไปอยู่ในสถานที่จริง ต้องเป็นคนข่าวจริงๆ ให้คนเชื่อเรา ไม่ใช่มานั่งเล่าข่าวตามสคริปต์ เพราะคนดูฉลาดกว่าเรา มีข้อมูลมากกว่าเราเสียอีก หมดยุคที่เราจะมานั่งอ่านข่าวกันสวยๆ หล่อๆ แล้ว"





ศุภรัตน์ นาคบุญนำ
รายการ โต๊ะข่าวชาวบ้าน (ไบรท์ ทีวี)

หนึ่งในผู้ประกาศข่าวระดับโลโก้ประจำช่อง 7 สี ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงข่าวทั้งวิทยุและโทรทัศน์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเธอยังคงประจำการอยู่หน้าจอโทรทัศน์ เพียงแค่ปรับบทบาทจากการอ่านข่าวมาเป็นการเล่าข่าวตามแบบสมัยนิยม และเธอเองก็รู้สึกสนุกไปกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่น้อย

ปัจจุบันคุณทำรายการข่าวอะไรอยู่บ้าง คาแร็กเตอร์แต่ละรายการที่รับผิดชอบเป็นอย่างไร
"ตอนนี้ดิฉันเป็นผู้ประกาศข่าวอิสระ มีงานที่ช่องไบรท์ทีวี และช่อง Smart SME ซึ่งทำเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีอยู่สองล้านกว่ารายทั่วประเทศ ส่วนคาแร็กเตอร์แต่ละรายการ เรายึดหลักของการทำงานแบบมืออาชีพที่เป็นวิชาชีพนะคะ อยู่ตรงไหนเราก็ต้องเป็นตัวของเรา ที่เราคิดว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง"

ข่าวประเภทไหนที่คุณถนัดและสนใจที่สุด
"โดยส่วนตัวจะสนใจเรื่องสังคม เวลานี้สังคมเราเป็นสังคมที่คอยจับผิดมาก ระแวงคนอื่น เป็นสังคมของการนินทา อย่างในเรื่องของโซเชียล เราก็เห็นบางทีมีเรื่อง มีประเด็นอะไรขึ้นมา ก็คอมเมนต์กันโดยไม่คิด เลยว่าเรื่องนั้นจริงหรือไม่ ไม่ตรวจสอบก่อน โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้คนที่ทำข่าวหลายสำนัก หลายเว็บไซต์ บางทีพาดหัวข่าวแบบรุนแรง หวือหวา สร้างดราม่า แต่เนื้อข่าวจริงๆ กลับเป็นอีกอย่าง ฉะนั้น ทั้งตัวคนทำสื่อเองและตัวผู้บริโภคต้องรู้เท่าทันด้วย ไม่ใช่เชื่อไปทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาบอก ต้องคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเองด้วย"

คาแร็กเตอร์ของผู้ประกาศข่าวสำคัญแค่ไหน
"ข่าวเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง การที่เราจะนำเสนอข่าวก็ต้องนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริง หลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็น หรือการวิเคราะห์ในสิ่งที่เราอาจจะรู้จริงหรือรู้ไม่จริงก็ได้ เราควรนำเสนอความจริงในมุมมองต่างๆ ให้คนดูได้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินเอง แต่จะสังเกตได้ว่าข่าวระยะหลังๆ มีการนำเสนอในรูปแบบที่อาจจะใส่ความเห็นเข้าไปเยอะ โอเค ถ้าเป็นคนที่มีประสบการณ์มาพูดก็เกิดความน่าเชื่อถือ แต่บางคนรู้ไม่จริง ก็เป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของคนที่นำเสนอคนนั้นไปเอง ฉะนั้นดิฉันคิดว่าจริงๆ แล้วข่าวก็คือข่าว เราอาจจะลดโทนของความหนักมาเน้นการใช้คำพูดที่ฟังสบายๆ มากขึ้น แต่ต้องเน้นสาระมากกว่าการคุยเล่นสนุกสนาน"

คุณคิดว่าคุณสมบัติของผู้ประกาศข่าวที่ดีคืออะไร
"ดิฉันเลือกที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าว ผู้ประกาศข่าว เพราะรู้สึกว่ามันเป็นความจริง ข่าวสามารถเป็นได้ทั้งบวกและลบ อยู่ที่ข้อมูล ข้อเท็จจริงตรงนั้น ผู้ประกาศข่าวที่ดีต้องให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูลที่แท้จริงให้กับคนดู ต้องวางตัวให้ดีและรักษาความน่าเชื่อถือ คำพูดหรือสิ่งที่เราพูดออกไปต้องมีความจริงใจ มีความน่าเชื่อถือ"

อะไรทำให้คุณรักในอาชีพของตัวเอง
"มันเป็นอาชีพที่ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น เข้าใจชีวิตของผู้คนในสังคมนี้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และทำให้เราเป็นคนที่ไม่หยุดนิ่ง ต้องหาข้อมูลอยู่ตลอดเวลา และต้องรู้เท่าทันในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ"





ดนยกฤตย์ แดงหวานปีสีห์
รายการ คุยข่าวเช้าช่อง 8 (ช่อง 8)

4 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ คือระยะเวลาที่เขาประจำการอยู่บนเก้าอี้ และรับส่งการเล่าข่าวทุกประเภทที่มีทั้งสาระปนความสนุกสนานของลีลาที่แตกต่างอย่างเข้ากัน จึงไม่น่าแปลกใจที่เรตติ้งของรายการนี้จะกลายเป็น 'ม้ามืด' ที่มาแรงเทียบเท่าช่องข่าวในกระแสหลัก

'คุยข่าวเช้าช่อง 8' ต่างจากรายการข่าวช่องอื่นอย่างไร
"โจทย์ใหญ่ของเราก็คือ เล่าง่าย เข้าใจง่าย โดยทุกข่าวจะต้องผ่านการเล่าของผู้ประกาศออกมาให้เข้าใจง่ายที่สุด และไม่ต้องไปเหมือนใคร เป็นตัวเองให้สมบูรณ์แบบที่สุดในบริบทที่เข้าใจง่าย ถ่ายทอดให้กับผู้ชมที่เปรียบเสมือนคุณลุง คุณป้า และเพื่อนๆ ของเราให้ได้ฟังกันเท่านั้นเอง เราใช้เวลาเพียงแค่สองปีกว่า ดึงเรตติ้งขึ้นมาจากหลักหมื่นจนถึง 3-4 แสน ยิ่งวันเสาร์-อาทิตย์เรตติ้งขึ้นไปเป็นล้าน ซึ่งที่ผ่านมาเรตติ้งระดับล้านทำได้แค่ 2 ช่องคือ ช่อง 3 กับช่อง 7 ผมเลยมองว่าความเป็นธรรมชาตินี่เป็นปัจจัยสำคัญ ข่าวสารก็คือเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้น เพียงแค่เล่าให้ครบมิติอย่างเข้าถึง ตรงไหนไม่เข้าถึงก็ต้องสนทนากับนักข่าวในพื้นที่ เพราะเขาได้คุยกับแหล่งข่าวโดยตรง พอนำมาเล่าต่อก็ทำให้คนดูเกิดความรู้สึกร่วม โดยไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองมาก เล่าให้สนุกก็พอ"

มีเคล็ดลับอื่นอีกหรือเปล่า ในการเรียกเรตติ้งให้เพิ่มสูงได้ถึงขนาดนี้
"กุญแจสำคัญที่สุดน่าจะเป็น เฮียฮ้อ (สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร) เฮียเป็นคนเกลาทุกอย่าง รวมถึงคนที่อยู่เบื้องหน้าทั้งหมด เฮียเป็นผู้บริหารที่ใส่ใจในรายละเอียด ดูรายการทุกเช้า ด้วยความที่ผมเติบโตมาจากงานสายพูดจึงพูดได้ทุกแบบทุกเทคนิค แค่ยังไม่รู้เท่านั้นเองว่าจะพูดอย่างไรในรายการนี้ ผมก็ปรับตามเฮียมาเรื่อย มีอยู่ครั้งหนึ่งเฮียบอกให้ปรับโทนเสียง บางบริบทให้ดัง บางบริบทให้เบา พอปรับปุ๊บ วันรุ่งขึ้นเรตติ้งขึ้นเป็นแสน แล้วขึ้นคาด้วย ไม่ได้ขึ้นแล้วกระชาก ลงมา อาจจะหล่นลงมาสัก 3-4 หมื่น แต่ก็ถือเป็นเรนจ์ใหม่แล้ว"

นอกจากเทคนิคเฉพาะตัวแล้ว อะไรคือหลักปฏิบัติที่คุณใช้ในการทำงาน
"ผมน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้อยู่เสมอ ด้วยหลัก 'เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา' ที่ถือเป็นปรัชญาการเรียนรู้ทุกเรื่องบนโลกใบนี้ ด้วยความที่ผมไม่ได้เติบโตมาในสายงานผู้ประกาศข่าว พอจำเป็นต้องมาเล่าข่าวก็ต้องเรียนรู้ พอเรียนรู้ก็ทำให้เกิดความเข้าใจถึงหลักการถ่ายทอดให้เข้าถึงมวลชน พอเข้าใจและเข้าถึงจากการได้เล่าข่าวทุกวัน ก็เกิดเป็นการพัฒนา และกลายเป็นความสนุกในเนื้องาน"

บ่อยครั้งที่ผู้ประกาศข่าวต้องแบกรับความกดดันจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์ คุณมีวิธีรับมืออย่างไร
"บางคนอาจจะเครียด เมื่อเจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากโซเชียล แต่ถ้าเราเข้าใจ อ่านให้ทะลุจากสิ่งที่เขาพูด ว่าเขาเป็นแบบนั้น เขาคิดแบบนั้น เขาไม่ผิด แต่ถามว่า เราพูดผิดไหม เราก็พูดไม่ผิด แค่พูดไม่ถูกใจเขาแค่นั้นเอง มันมีเหตุผลรองรับทั้งหมด"



เรียบเรียงจากคอลัมน์ Feature ในนิตยสาร LIPS เดือนพฤศจิกายน 2559
เรื่องและภาพ : ทีมลิปส์
เรียบเรียง : fiefiez S.


** สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพหรือเนื้อหาใดๆ ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการเผยแพร่กรุณากดปุ่มเพื่อแชร์บทความจากเว็บไซต์ lips-mag.com เท่านั้น **
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Be Your Own Kind of Beautiful
เอ่ยชื่อ แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ ภาพของสาวผิวเข้มหน้าคมกับรอยยิ้มที่เบิกกว้างภายใต้ชุด 'ตุ๊กตุ๊กไทยแลนด์' ที่สามารถคว้ารางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมบนเวที Miss Universe 2015 ได้เป็นที่สำเร็จคงจะลอยขึ้นมาในความคิดของหลายๆ คน นอกจากเป็นนางงามรักเด็ก เธอคนนี้ให้ความสนใจสังคมเป็นพิเศษเพราะอยากเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ลองมาดูแนวคิดและทัศนคติของเธอกัน 
People
Lips for King by GMM Grammy Artists
เหล่าศิลปินจาก GMM Grammy ร่วมแคมเปญแสดงความประทับใจที่มีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสิ่งพิมพ์ฉบับพิเศษ หน้าปกอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ประทับพระปรมาภิไธย "LIPS SPECIAL PUBLICATION A COLLECTIBLE ISSUE พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร In Remembrance of His Majesty King Bhumibol Adulyadej (1927-2016)"
People
Chase the Dream
นท พนายางกูร สาวน้อยจากเชียงใหม่ที่กล้าลุกขึ้นมาไล่ตามความฝันและคว้ารางวัลรองชนะเลิศจากเวทีเดอะสตาร์ ปีที่ 7 มาครองได้สำเร็จ สิ่งที่ทำให้เธอก้าวเดินไปถึงจุดหมายปลายทางอาจไม่ใช่ความเก่งเพียงอย่างเดียวแต่ต้องมีหัวใจที่ซื่อสัตย์ต่อความฝันด้วยนั่นเองและตอนนี้เธอกำลังสนุกในการทำวง XO809 กับดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์ที่เธอชื่นชอบ ลองมาดูก้าวย่างการเติบโตของเธอกัน