CURVY & CAPTIVATED

ตั๊ก-บงกช คงมาลัย
นักแสดง/ผู้กำกับภาพยนตร์

หลังจากใบหน้าสวยคมขำตามแบบฉบับหญิงไทยโบราณ รวมถึงรูปร่างที่มีส่วนโค้งส่วนเว้าเย้ายวนใจราวกับสาว pin up girl ยุค 50s ของตั๊ก-บงกช ได้นำพาให้เธอแจ้งเกิดจากภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์เรื่องบางระจัน หลังจากนั้นความงามอย่างไทย เรือนร่างที่มีแรงดึงดูดใจสูง รวมถึงฝีมือทางการแสดงที่หาตัวจับยากและความกล้าที่จะรับบทบาทที่นางเอกส่วนใหญ่ปฏิเสธ ก็ผลักดันให้เธอประสบความสำเร็จในฐานะนักแสดงมืออาชีพ วันนี้ หลังจากชีวิตเหมือนฝันของเธอโลดแล่นขึ้นลงอยู่บนรางโรลเลอร์โคสเตอร์มาสักพักใหญ่ ในที่สุดเธอก็เลือกโฟกัสในงานกำกับภาพยนตร์ที่ ณ ขณะนี้ผลงานเรื่อง Sad Beauty ของเธอกำลังได้รับความสนใจจากเทศกาลภาพยนตร์ในหลายประเทศ ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีงานแสดงในซีรีส์ระดับ epic อย่างศรีอโยธยา
 
ลิปส์: ช่วงนี้ภาพยนตร์เรื่อง Sad Beauty ยังตระเวนฉายตามเทศกาลภาพยนตร์ในต่างประเทศอยู่ใช่ไหม ได้ไปที่ไหนมาแล้วบ้าง

ตั๊ก: งานแรก คือ เทศกาลภาพยนตร์ที่เมือง อูดิเน ประเทศอิตาลีค่ะ เป็นเมืองเล็กๆ ที่ผู้คนออกมาดูหนังทั้งเมือง หนังเราได้ไปฉาย และได้เข้าประกวดด้วย ต่อมาก็ได้ไปฉายโชว์ 2 ครั้งที่เซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นก็ไปฉายโชว์ที่ New York Asian Film Festival ค่ะ แล้วก็กำลังจะไปที่เกาหลีต่อ เราได้เข้าชิง 4 รางวัลแล้วก็มีฉายโชว์ด้วย เสร็จจากที่เกาหลีก็จะไปที่ชิคาโก แล้วก็จะไปที่บาร์เซโลนาต่อ แล้วจะย้อนกลับมาตอนช่วงปีใหม่อีกครั้งหนึ่งที่โตเกียว การที่เราได้ไปเทศกาลต่างประเทศทำให้เราได้มุมมองที่กว้างขึ้นค่ะ ตั๊กได้คุยกับ ผู้กำกับฯ โปรดิวเซอร์ต่างประเทศ ทุกคนไม่มี เทรนด์ในใจเลยว่าตัวเองจะทำอะไร เพราะโลกของภาพยนตร์เทศกาลค่อนข้างที่จะหมุนเร็ว เทรนด์ต่างๆ เปลี่ยนเร็วมาก แต่เท่าที่ตอนนี้ กำลังฮิตๆ อยู่ คือ หนังมวยปล้ำผู้หญิง เห็นคนในเทศกาลเขาตื่นเต้นกับเรื่องนี้กันค่ะ
 
ลิปส์: คุณคิดว่า ณ ตอนนี้ผู้กำกับฯ ผู้หญิง ในเมืองไทยยังมีน้อยไปไหม

ตั๊ก: จริงๆ แล้ว ถ้านับดูจำนวนผู้กำกับฯ หญิงทั่วโลกก็นับว่าน้อยนะคะ ซึ่งตั๊กคิดว่า อาจจะเป็นเรื่องของการยอมรับและมุมมองการเล่าเรื่อง ที่บางครั้งผู้หญิงเรามีเรื่องที่อยากเล่าแต่เราพูดเยอะไม่ได้เพราะอาจจะถูกต่อต้าน เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องอยู่ร่วมกับเด็ก และมนุษย์ผู้ชาย ทำให้มีเรื่องราวที่เลือกมาทำได้น้อยขึ้น เมื่อก่อนนี้ตั๊กเคยคิดว่า ถ้าเกิดตั๊กทำหนังผู้หญิง ตั๊กอยากจะทำเรื่องความสวยงาม แต่ด้วยความที่วัยตั๊กเปลี่ยนไป ทุกวันนี้ตั๊กคิดว่า ตั๊กอยากทำเรื่องเกี่ยวกับความเสียสละของ ผู้หญิง ความเป็นแม่ ความอดทน เคยเขียนไปได้นิดหนึ่งก็รู้สึกว่า ทำไมเรื่องราวมันดูเศร้าจังเลย
 
ลิปส์: มาคุยถึงเรื่องมุมมองความสวยความงามกันบ้าง ส่วนตัวเรามองคุณว่า เป็นผู้หญิงหน้าคมแบบไทยๆ แต่ตั๊กบอกว่า ตัวเอง "หน้าเชย" ทำไมถึงมองอย่างนั้น ไม่คิดว่า เป็นจุดเด่นของตัวเองหรือ

ตั๊ก: คำว่า "หน้าเชย" นี่ตั๊กเอามาจากตอนที่ตั๊กไปแคสต์งานโฆษณา ตอนนั้นอายุแค่ 13 ปี แล้วเขาบอกว่า ตั๊กต้องไปโหมดทางอินเดีย กัมพูชา หรืออินโดนีเซีย แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย พอตั๊กไปแคสต์งานทางนั้น ตั๊กก็ได้งานโฆษณายาสีฟัน ได้เป็นตัวเด่นเลย ตั๊กอยู่กับงานโฆษณามานานมาก ได้เป็นตัว extra มาตลอด ซึ่งคนคงจำไม่ได้หรอก ตอนนั้นยังเด็กมากๆ ผิวคล้ำกว่านี้เยอะเลย จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่ง มีคนบอกให้ตั๊กไปแคสต์หนังเรื่องบางระจัน เพราะหลังจากที่เรื่องนางนาก ของพี่อุ๋ย-นนทรีย์ ประสบความสำเร็จ วงการภาพยนตร์ไทยก็เฟื่องฟูขึ้นมา ผู้กำกับฯ เริ่มมองหาผู้หญิงหน้าไทยมากขึ้น พี่คนที่มาชวนเขาก็บอก เออ...เป็นโอกาสดีของตั๊กที่จะเข้าไปแคสต์หนังเรื่องนี้ เพราะเขาอยากได้ "ผู้หญิงหน้าเชยๆ" ซึ่งตั๊กว่า มันก็โดดเด่นในแบบของเราค่ะ ตั๊กว่าผู้หญิงทุกคนสวยแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็แบบเขา ไม่จำเป็นที่จะต้อง เพอร์เฟ็กต์ในแบบที่โลกต้องการ
 
ลิปส์: ตั้งแต่เข้ามาในวงการบันเทิง เคยเจอกับคำวิจารณ์เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกที่ทำให้คุณเสียความมั่นใจไหม เวลาเจอแล้วรับมืออย่างไร

ตั๊ก: มีมาเรื่อยๆ เจอหนักอยู่ค่ะ เพราะยุคนั้นเป็นยุคที่ห้ามนางเอกมีหน้าอก ถ้าเกิดใครมีหน้าอกใหญ่ก็จะโดนวิจารณ์เยอะ ตั๊กเคยสัมภาษณ์ลงนิตยสารแล้วเจอกับคำถามที่ว่า "คุณรู้สึกไหมว่า มีหลายคนมองว่า ผู้หญิงหน้าอกใหญ่ เป็นผู้หญิงที่ไม่ฉลาด" ซึ่งตั๊กก็เข้าใจว่า จริงๆ เขาไม่ได้ ว่าเราหรอก แต่เขาถามเรา เพราะเราถูกโจมตีเรื่องทำหน้าอก ซึ่งเราก็บอกว่า "ไม่ได้ทำ" เราเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว ตอนนั้นตั๊กตอบไปว่า "คนที่คิดว่าผู้หญิงที่มีหน้าอกแล้วโง่ คนนั้นโง่กว่า" เพราะเป็นทัศนคติที่แย่มาก เป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก แล้วก็มีดราม่ามาเรื่อยๆ ด้วยบทบาทที่เราได้รับด้วย
ลิปส์: ส่วนตัวมองว่า การเป็นผู้หญิงหน้าอกใหญ่เป็น จุดเด่น หรือเป็นจุดด้อยของคุณ

ตั๊ก: ตั๊กว่า ตั๊กไปมองเรื่องนี้ในแง่ลบเองแหละ ด้วยความที่ตั๊ก อยู่ในสังคมไทยมาตลอด อยู่โรงเรียนวัดเลยน่ะ เราก็มีสังคมไทยๆ แบบว่า ใครเป็นเหาก็จะถูกล้อ แล้วพอมีคนล้อเรื่องหน้าอกขึ้นมาปุ๊บ มันกลับกลายเป็นว่าเราก็เลยยิ่งรู้สึกแย่ รู้สึกไม่ดีไป แต่แม่ตั๊ก ก็พยายามบอกว่า มันเป็นเรื่องที่ดี เราก็เลย โอเค มันขึ้นอยู่กับการ พรีเซนต์ของเรามากกว่า อย่างตั๊กเคยอยู่ค่ายหนึ่งที่เขาพรีเซนต์เราไปในลุคแนวเซ็กซี่ ประกอบกับที่เราหน้าไทยอยู่แล้ว มันก็เลยอยู่ระหว่างรอยต่อว่า จะมาทางไหนกันแน่ระหว่าง นางเอก หรือจะไปทาง เซ็กซ์บอมบ์ ไปเลย มันก็เป็นสิ่งที่ตั๊กเลือกเองนั่นแหละ แต่ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ จริงๆ แล้วตั๊กคิดว่า ตั๊กโชคดีออก เพราะว่า ลูกตั๊กสมบูรณ์แบบมาก เพราะว่าตั๊กมีน้ำนมให้ลูก (หัวเราะ)
 
ลิปส์: ทุกวันนี้ ลดน้ำหนัก ผอมเพรียว สวยแล้ว ก่อนหน้านี้เรื่องน้ำหนักมันเป็นอะไรที่กดดันไหมในการอยู่ในวงการบันเทิง

ตั๊ก: เรื่องนี้กดดันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เวลาไปงานไหนก็ต้องกินอาหารหน้าตาเหมือนกินผักรองจาน ต้องคุมน้ำหนักตลอด เพราะสมัยนั้นจะไม่ฮิตผู้หญิงสปอร์ต ห้ามมีกล้ามเนื้อ ต้องผอมๆ แต่ตอนนี้ที่ตั๊กลดน้ำหนักลงมาเป็นเพราะตั๊กต้องการลดเองค่ะ เริ่มต้นจากตอนที่แม่เสียก่อนค่ะ แล้วก็น้ำหนักเริ่มลดลง เพราะช่วงนั้นตั๊กรู้สึกช็อก และมีเรื่องเครียดหลายเรื่อง ทำให้น้ำหนักลงไปเยอะมาก ตอนแม่เสียตั๊กน้ำหนัก 86 กก. ช่วงนั้นน้ำหนักลดทีอาทิตย์ละ 3-5 กก. เพราะเราทานไม่ลง ต่อมาเริ่มรู้สึกว่า เราต้องออกกำลังกายแล้วแหละ เพราะถ้าเราไม่ออกกำลังกาย ร่างกายเราจะดูไม่สวยเลย ก็เลยหันมาออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง ประกอบกับได้กำลังใจจากสามีด้วยค่ะ เขาบอกว่า "เธอต้องแข็งแรงทั้งกายและใจ เพราะว่าเธอมีลูกแล้ว แม่เขารักหลานนะ ถ้าเกิดเธอรักแม่ เธอก็ต้องดูแลลูกให้ดี"
 
ลิปส์: ทุกวันนี้อะไรที่คุณภูมิใจในตัวเองที่สุด

ตั๊ก: การเลิกคิดเรื่องแย่ๆ เลิกทำเรื่องแย่ๆ ทำให้ตั๊กภูมิใจในตัวเอง ตั๊กเคยมองโลกแง่ลบมากค่ะ เพราะเราเคยเจอเรื่องแย่ๆ มาเยอะ เจอข่าวโจมตีเราเยอะ หรือการพูดความจริงในสื่อ แล้วทำให้คนมองว่าเราแรง จนทำให้เราถูกโจมตีเข้าไปอีก มันยิ่งทำให้เราเป็นไปอย่างที่เขาต้องการให้เป็น ตั๊กเปลี่ยนตัวเองได้ เพราะตั๊กเลิกคิดมาก แล้วเอาเวลาไปดูแลลูก ดูแลตัวเองดีกว่า อย่าไปเสียอารมณ์เลย หรือบางทีเราก็มองเป็นเรื่องตลกไป อีกเรื่องหนึ่ง คือ ตั๊กเริ่มไม่ดื่มแอลกอ-ฮอล์ค่ะ ตั๊กอยากเลิกเองแหละ ไม่ยุ่งกับอบายมุขอะไรเลย เพราะตอนที่แม่ป่วย ตั๊กได้ไปเรียนรู้ธรรมะมาด้วยก็เลยเริ่มที่จะอยากถือศีลให้ครบ อย่างน้อยก็สักวันหนึ่งก็ขอให้ได้สัก 3 ข้อ ทุกวันนี้ตั๊กภูมิใจมากที่เลิกดื่มได้ ไม่กิน บางทีไปเมืองนอกยังถามเลยว่า แลมบ์จานนี้นี่มีส่วนผสมของไวน์ไหมคะ (หัวเราะ)
 
ลิปส์: เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว ถ้าเกิดเราคิดว่าอะไรที่เราอยากจะช่วยเหลือสังคม หรือเปลี่ยนแปลงสังคมได้ อยากช่วยในแง่ไหน

ตั๊ก: อยากช่วยเด็กๆ ที่เขาถูกพ่อแม่ทิ้งค่ะ และเด็กที่พ่อแม่ไม่พร้อม เริ่มจากตั๊กได้รู้จักกับสมาคมแม่ชีไทยตอนที่ไปบวช แล้วได้เห็นว่า มีเด็กที่เกิดมาแล้วพ่อแม่ไม่พร้อม หรือถูกทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล บางคนก็ถูกส่งเรียน บางคนก็ถูกจัดแยกให้มาบวช แล้วพอถึงจุดหนึ่งบางคนก็ไม่อยากบวชต่อ บางคนก็อยากจะสึกออกไปทำงานอะไรอย่างนี้ ซึ่งทางสำนักแม่ชีไทยก็ยังต้องการแรงสนับสนุนเพื่อจะดูแลเด็กๆ ตั๊ก ก็เลยอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุน

ลิปส์: ถ้าเกิดย้อนเวลาไปหา ตั๊ก-บงกช ตอนอายุ 19 ปีได้ อยากจะบอกตัวเองว่าอะไร

ตั๊ก: อย่าประมาท เพราะตอนอายุ 19 ปี ตั๊กเป็นคนที่ประมาทมากในทุกๆ เรื่องเลย เคยรถชนกันกลางสี่แยกเลย ด้วยความที่เรามัวแต่ดูหน้าตัวเองในกระจก เรื่องของความประมาทสำคัญมากค่ะ ไม่ว่าจะยุคไหนก็ตาม
 
ลิปส์: ถ้าให้เปรียบตัวเองเป็นลิปสติกสักสีหนึ่งจะเป็นสีอะไรดี

ตั๊ก: น่าจะเป็นสีม่วงไหม เป็นสีที่ก้ำกึ่งระหว่างแรงกับอยู่ตรงกลาง แต่ก็ดูเป็นสีสุดโต่งเหมือนกัน ต้องคนแน่จริงถึงจะกล้าทา (หัวเราะ)
 
 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
AIM HIGH Work Hard
ถ้าคุณมีความฝัน ขอให้คุณเดินสับขามุ่งหน้าไปตามความฝันจนสำเร็จ หญิงสาวสวย คมเข้มดีกรีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2558 คนนี้ทำให้เราเห็นว่าไม่มีอะไรมาหยุดเธอได้ 7 ปี ที่ผ่านมา แนท-อนิพรณ์ เริ่มต้นเข้าสู่วงการด้วยอาชีพนางแบบ ทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสทำอีกฝันให้เป็นจริงด้วยการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ก่อนกลับมาทำความฝันให้ถึงเป้าหมาย จนเวลานี้เธอเองเป็นที่ยอมรับและได้รับโอกาสมากมายบนรันเวย์
People
Do for King... M.R.Srikhumrung Yukol
หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล (คุณหญิงแมงมุม) ธิดาของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หนึ่งในทีมงานผู้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมการร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีครั้งประวัติศาสตร์
People
Charismatic FEMININITY
ตั้งแต่เด็กเนตรดาวหลงใหลเสน่ห์ของการเย็บปักถักร้อยและงานฝีมือ เมื่อรวมกับสายตาที่มีศิลปะและประสบการณ์ที่สั่งสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภาพสะท้อนความเป็นเธอก็ยิ่งเด่นชัดทั้งจากสิ่งที่ีสวมใส่ และผลงานที่ออกแบบให้กับแบรนด์ Landmee