CROSS CULTURE CHARM

ปวีณา ซิงห์
รองอันดับ 2 Miss Universe Thailand 2018

ใบหน้าคมเข้มตามแบบฉบับบอลลีวูดของหนึ่งในสาวงาม ผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายในการประกวดประชันความงามเวที Miss Universe Thailand นับเป็นความงามที่แปลกตาไปจากปีก่อนๆ เพราะไม่บ่อยนักที่ใบหน้าสไตล์ภารตะจะเข้ามาสู่รอบชิงมงกุฎบนเวทีงามอย่างไทยที่ช่วงหลังๆ นิยมสาวลุคนางแบบหน้าไทยคมขำ ไปจนถึงสาวลูกครึ่งลุคอินเตอร์ แต่การก้าวเข้ามาเป็นตัวเต็ง ที่แฟนนางงามหลายคนเอาใจช่วยของวีณา ซิงห์ หญิงสาวสวยคม วัย 22 ปี ดีกรีบัณฑิตคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษารัสเซีย จากรั้วธรรมศาสตร์ น่าจะบ่งบอกได้ว่า คนไทยเปิดรับความสวยใน รูปแบบที่แตกต่างจากพิมพ์นิยมเดิมๆ

ลิปส์: ตั้งแต่เด็กๆ มองตัวเองว่าเป็นคนสวยไหม

วีณา: ตอนเด็กๆ เป็นคนที่มีน้ำหนักเยอะค่ะ เป็นคนแมนๆ หน่อย ชอบเล่นเกมกับเด็กผู้ชาย เพราะมีพี่ๆ เป็นผู้ชาย แต่ชอบดูแลตัวเอง ชอบทำเล็บมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว มีความแมนแต่ก็ยังมีความเป็นผู้หญิงอยู่บ้าง พอโตมาเราไม่เคยรู้ว่าตัวเองสวยหรือไม่สวย เราไม่รู้ว่าความสวยคืออะไร แล้วตอนเด็กๆ จะไม่มีใครเคยชมเลยว่า เราเป็นคนสวย มีแต่เคยโดนเพื่อนล้อว่าตัวสูง ตัวใหญ่ยักษ์ ด้วยความที่หน้าตาเราเป็นแบบนี้ก็จะโดนล้อว่า หน้าอินเดียบ้าง

ลิปส์: เมื่อไรที่เริ่มรู้สึกว่า ฉันสวยแล้วนะ

วีณา: ช่วง ม.6 กำลังจะขึ้นปี 1 ค่ะ ตอนแรกเริ่มจากมีคนมาชมก่อน "ทำไมสวยจัง" แต่เราก็ยังไม่รู้ตัวนะว่า เราสวยตรงไหน แล้วต่อมาก็เริ่มมีคนแนะนำให้เราไปประกวดนางงาม พอดีว่าช่วงนั้นเริ่มดูนางงามด้วยก็เลยรู้สึกว่า ฉันก็สวยในแบบของฉันนะ ไม่ได้จำเป็นว่าเราจะต้องสวยแบบไทยนิยม เพราะความสวยก็มีหลายแบบแตกต่างกันไป

ลิปส์: ถ้าเป็นเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกมั่นใจจุดไหนของตัวเองมากที่สุด

วีณา: จริงๆ ก็มั่นใจทุกส่วนนะ แต่เมื่อก่อนตอนเด็กๆ จะไม่ค่อยมั่นใจเรื่องปากของเราเอง เพราะเคยโดนล้อว่า "ปากห้อย" แต่พอโตมาเราเริ่มรู้สึกว่า ปากแบบนี้แหละมันคือความเป็นเรา มันคือความสวยแบบหนึ่ง จากที่เคยมองว่า เป็นจุดด้อย ไม่ชอบเลย ทำไมปากใหญ่ อยากมีปากเล็ก เดี๋ยวนี้มีแต่คนชม ทุกคนจำวีณาได้ เพราะวีณาปากเป็นแบบนี้

ลิปส์: เคยไม่มั่นใจในส่วนไหนอีกบ้างไหม

วีณา: เคยไม่มั่นใจในต้นขาตัวเอง เคยมองว่าตัวเองต้นขาใหญ่ แต่ที่เรามั่นใจมากขึ้น ไม่ใช่ว่าเพราะเราผอมลงนะ แต่เป็นเพราะแฟชั่นจากตะวันตกอย่าง คิม คาร์เดเชี่ยน เขาเป็นคนสะโพกใหญ่ ต้นขาใหญ่ แต่เขาก็เป็นคนสวยมาก มันต้องมีคนที่ make a different น่ะ สมมุติว่า ถ้าไม่มีคิม เค เราอาจจะยังมองว่าสะโพกเล็กๆ เท่านั้นถึงจะสวย แต่จริงๆ แล้ว มันอยู่ที่ว่า เรายอมรับในตัวเอง ได้ไหมมากกว่าค่ะ ตอนนี้เรารู้สึกว่า พอใจในรูปร่างตัวเองแล้ว อาจจะออกกำลังกายมากขึ้น เพื่อให้ดู healthy เท่านั้นก็พอแล้วค่ะ

ลิปส์: ภูมิใจกับตัวเองในเรื่องไหนมากที่สุด

วีณา: เรื่องความมุ่งมั่นพยายามค่ะ ถ้าตั้งใจจะทำอะไรแล้วเราจะไม่หยุดจนกว่าจะทำสิ่งนั้นได้ อย่างการที่มาประกวดนี่ก็เหมือนกัน ตอนแรกเราก็ไม่ได้ผอม ไม่ได้หุ่นดี เราก็ไปออกกำลังกาย ไปทำให้ตัวเองหุ่นดีขึ้น ซึ่งไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ เพราะตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยผอมเลย เราจึงภูมิใจในความมุ่งมั่นของตัวเองที่สุดเลยค่ะ

ลิปส์: ส่วนตัวมองว่า เรื่องเกี่ยวกับรูปลักษณ์อะไรเป็นเรื่อง sensitive ที่ไม่ควรทักผู้หญิง

วีณา: ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้คือ คนเราเท่าเทียมกันหมดแล้ว แต่การจะพูดแบบไหนกับใครก็ต้องดูความเหมาะสม ไม่ใช่เฉพาะกับผู้หญิงอย่างเดียว สมมุติว่าเราไปทักว่าผู้ชายในเรื่องไม่สมควรก็คงไม่ดีเหมือนกัน แต่สำหรับวีณาเองคิดว่า เรื่องที่ไม่ควรพูดเลย น่าจะเป็นเรื่องหน้าอกของผู้หญิง ไม่ควรคอมเม้นต์ไม่ว่าจะเป็นในเชิงบวกหรือลบก็ตาม

ลิปส์: คนสวยในอุดมคติของคุณเป็นแบบไหน

วีณา: วีณาเคยเจอผู้หญิงอยู่คนหนึ่งที่รู้สึกว่า ภายนอกเขาก็ไม่ได้โดดเด่นนะ แต่ว่าเวลาเขาพูด เวลาเขาเดิน หรือรอยยิ้ม การหัวเราะของเขา ทำให้เขาดูสวยกว่าปกติ เหมือนสวยมาจากข้างใน ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาดูสวยไปหมดเลยค่ะ วีณาว่า ความสวยมาจากบุคลิก แล้วก็ความคิด การแสดงออกของแต่ละคน คือบางคนอาจจะไม่ได้มีหน้าตาที่สวยมาก แต่เขามีความมั่นใจในตัวเองแล้วเขารักในความเป็นตัวเอง แล้วเขาก็จะแสดงออกมาให้เราสัมผัสได้

ลิปส์: มองว่า ในเวทีประกวดนางงาม ทุกวันนี้มันมีความหลากหลายขึ้นไหม

วีณา: ใช่ค่ะ ทุกวันนี้มีความหลากหลายขึ้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนผู้ชนะจะต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น แต่ตอนนี้เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าคนไหนจะเป็นผู้ชนะ เหมือนกับว่าเขาไม่ได้วัดกันที่ความสวยหน้างานแล้ว เขาวัดกันตั้งแต่ภายในของคนแต่ละคน ทั้งความรู้ ความสามารถ ความคิด และการพูดการจา ที่สำคัญ ถ้าจะให้ยกตัวอย่างให้เห็นชัด อย่าง Pia Wurtzbach (เพีย วูร์ทซบาค) Miss Universe ปี ค.ศ.2015 ตอนแรกไม่มีใครยอมรับ บางคนบอกว่า เขาไม่ได้สวยเท่าคนที่ได้รองอันดับที่ 1 แต่พอเรามาดูจริงๆ แล้ว บุคลิกการพูดของเขา มันดูน่าฟัง ดูมีศิลปะในการพูด เรารู้สึกว่า นี่แหละคือความสวยที่ผู้หญิงยุคนี้ต้องมี

ลิปส์: ตอนที่คุณเข้ามาประกวดแล้วมีบางคนบอกว่า หน้าดูเหมือนคนอินเดียมากกว่าคนไทยรู้สึกอย่างไรกับคอมเม้นต์ในลักษณะนี้

วีณา: ถึงแม้จะมีคนบอกว่า วีณาหน้าตาดูเป็นคนอินเดีย ไม่สมควรจะได้มาเป็นตัวแทนของประเทศไทยหรืออะไรก็ตาม แต่วีณาคิดว่า เราอยากจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องทัศนคติของคนที่มีต่อคนที่หน้าตาไม่เหมือนคนไทย หรือไม่ก็คนเชื้อชาติอื่นในเมืองไทย หลังจากที่ประกวดเสร็จแล้ว วีณาได้รู้ว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจริงๆ นะ คนมองคนอินเดียเปลี่ยนในทางที่ดีมากขึ้น ทุกวันนี้จะมี message ส่งมาในอินสตาแกรมของวีณาตลอด ส่วนใหญ่มาจากผู้หญิงอินเดียที่อาศัยอยู่ในไทย เขาบอกว่า "เธอเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันกล้าที่จะออกมาทำตามความฝันตัวเอง" ก่อนหน้านี้เราจะไม่เคยเห็นคนอินเดียมาประกวดนางงามในเมืองไทยสักเท่าไร ด้วยความที่ว่าสังคมอินเดีย ต้องยอมรับว่าเขายังมีความเคร่งในเรื่องการใส่ชุดว่ายน้ำ ตัววีณาเองนับถือศาสนาพุทธ แต่ทางบ้านนับถือศาสนาซิกข์ ค่อนข้างเคร่งเหมือนกัน ทุกครั้งที่วีณาถูกสัมภาษณ์เขาก็จะถามตลอดว่า "เป็นคนอินเดียแล้วใส่ชุดว่ายน้ำไม่เป็นไรใช่ไหม" อยากจะบอกว่า ทุกวันนี้สังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว นี่คือ diversity ไม่ใช่ว่าเป็นคนอินเดียแล้วใส่ชุดว่ายน้ำ ไม่ได้ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับว่าเราทำเพื่ออะไร วีณาไม่ได้ไปทำอะไรที่ดูอนาจาร

ลิปส์: คิดว่า การใส่ชุดว่ายน้ำยังจำเป็นต้องมีในการประกวดนางงามไหม

วีณา: มีหรือไม่มีก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรค่ะ เพราะการมีชุดว่ายน้ำ คือ การโชว์รูปร่างและความมั่นใจของแต่ละคน ถ้าไม่มี ถามว่าสามารถจัดการประกวดแบบอื่นที่สามารถโชว์ความมั่นใจของแต่ละคนโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในชุดว่ายน้ำก็ได้ อาจจะใส่ชุดอื่นที่โชว์เรือนร่างก็ได้ค่ะ ถ้าเรามีสิทธิ์เลือกที่จะใส่หรือไม่ใส่ได้ก็ดี แต่ทั้งนี้ให้เป็นเรื่องของทางกองประกวดดีกว่าค่ะ

ลิปส์: มีส่วนได้ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เล็กๆ ในบางเรื่องแล้ว ถ้าเรามีโอกาสได้ช่วยเหลือ หรือเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น อยากผลักดันเรื่องอะไร

วีณา: วีณามักจะพูดเรื่องการคุกคามทางเพศอยู่ตลอด โดยเฉพาะเรื่องทัศนคติของคนส่วนใหญ่ที่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อเหยื่อที่ถูกข่มขืน คำถามที่ว่า เขาใส่ชุดอะไร ไปในที่แบบไหน เราอยากให้ทุกคนไม่มาโทษเหยื่อ เพราะเขาเจอเหตุการณ์แบบนั้นเขาก็เสียสุขภาพจิตมากแล้ว แล้วก็ยังจะมาโดนสังคมประณามอีก วีณาชื่นชมแคมเปญ "Don't Tell Me How to Dress" ของพี่ซินดี้ บิชอพ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก วีณารู้สึกว่า มันเป็นเรื่องที่สังคมมองข้าม ซึ่งวีณาคิดว่า เรื่องนี้ต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่ในบทเรียนเลยค่ะ ทั้งเรื่องของสิทธิว่าด้วยผู้หญิงผู้ชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน การแต่งกายที่เหมาะสม คืออะไร ไม่เหมาะสมคืออะไร แล้วไม่ใช่ว่าจะบอกแค่ฝ่ายหญิงฝ่ายเดียว ต้องบอกผู้ชายด้วยว่า อะไรคือสิ่งที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ว่าจะเป็นหนังหรือละคร ที่มีบทผู้ชายข่มขืนผู้หญิงแล้วสุดท้ายก็รักกัน ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ ซึ่งวีณาทำคนเดียวอาจจะไม่ได้ ต้องเกิดจากการช่วยเหลือ ร่วมมือกันระหว่างสื่อและประชาชนทุกคน
 
SHARE THIS :