Be Your Own Kind of Beautiful

ท่ามกลางชีวิตเบื้องหลังที่โลกออนไลน์และออฟไลน์ต่างบอกเล่า สิ่งที่เราสนใจกลับไม่ใช่ 'แนท' ในฐานะผู้ชนะเลิศการประกวดบนเวทีความฝันของสาวงามทุกยุค แต่เป็นเธอในฐานะนักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ของรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหากอุดมคติของนางงามถูกผูกติดอยู่กับภารกิจเพื่อสังคม หญิงสาวที่เรากำลังจะสัมภาษณ์ดังต่อไปนี้ ก็กำลังใช้เครื่องมือที่มีปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างทรงพลังที่สุดคนหนึ่ง

ชีวิตหลังการประกวดเปลี่ยนแปลงอย่างไร
มีโอกาสได้เจอคนเยอะมากขึ้น แล้วก็มีโอกาสได้ทำงานหลากหลายมากขึ้น แต่ที่สำคัญเลยคือแนทได้ทำบางเรื่องที่ตอนเป็นคนธรรมดายังไม่มีพาวเวอร์มากพอ เพราะแนทเรียนสังคมสงเคราะห์ฯ ซึ่งสิ่งที่แนททำก็คือทำค่าย ทำงานในคณะฯ แต่สมัยก่อนแนทเป็นแค่ตัวแทนนักศึกษา ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง แต่พอเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ รู้สึกว่าแนทมีกำลังเสริมมากขึ้น ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงได้มากกว่าตอนเป็นคนธรรมดาเยอะมาก


ทำไมถึงเลือกเรียนสังคมสงเคราะห์
แนทชอบวิชาสังคมมาตั้งแต่เด็กค่ะ ถึงแม้ว่าอยู่สายวิทย์มาตลอด แต่แนทก็เป็นตัวแทนแข่งขันเกี่ยวกับวิชาสังคมบ่อยๆ พอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกคณะที่ตัวเองอยากเรียนจริงๆ รู้สึกว่าถ้าแนทเรียนคณะที่ไม่ใช่ก็จะอึดอัด เพราะแนทเป็นคนที่อยู่กับสิ่งที่ไม่ได้รักไม่ได้ แต่ว่าตอนนั้นก็ต้องตัดสินใจว่าสังคมแบบไหนที่แนทจะเรียน เพราะมีทั้งนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ฯลฯ ก็เลยมามองว่าปัจจุบันเราทำอะไรอยู่ ตอนนั้นแนทอยู่ลำปาง แล้วเรื่องปัญหายาเสพติดระบาดในชุมชนกำลังบูม แนทเลยเป็นตัวแทนวัยรุ่นเข้าร่วมโครงการครอบครัวเข้มแข็ง แสดงความคิดเห็นร่วมกับผู้ใหญ่ แล้วก็ได้ไปแข่งโครงการของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้แนทเห็นมุมมองทัศนคติหลายๆ อย่าง แนทเองก็เชื่อด้วยว่า สังคมจริงๆ เราต้องไม่เรียนแค่ในตำรา แต่เราต้องเอาความรู้ในตำราออกมาใช้ให้เป็นสังคมประยุกต์ ก็เลยเลือกคณะสังคมสงเคราะห์ฯ 

สนใจสังคมด้านไหนเป็นพิเศษ
แนทสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคม เพราะมองว่าบางพื้นที่เขายังเข้าไม่ถึงสิทธิ เช่น ไม่รู้ว่าเราเกิดมาแล้วจะได้รับสิทธิอะไรบ้าง แต่ในขณะเดียวกันแนทก็เรียนรู้จากตอนไปทำค่ายว่า คนต่างจังหวัดที่ไม่ได้มีชีวิตความเป็นอยู่หรูหรา เราไม่สามารถไปตัดสินว่าเขาไม่มีความสุข จะเห็นได้ชัดจากสังคมชนบทที่เขาอยู่กันเป็นครอบครัว พ่อแม่ทำนาทำไร่ ตกเย็นมาก็นั่งกินข้าวพร้อมกัน จริงๆ มันเป็นความอบอุ่น และวิถีชีวิตที่ในสังคมปัจจุบันไม่ค่อยมีด้วยซ้ำ แต่บางทีเราไปเห็นอาจคิดว่า น่าสงสารจัง ทำไมเขาถึงอยู่อย่างนั้น ทำไมเขาถึงกินอย่างนั้น ซึ่งเราไปตัดสินแทนเขาไม่ได้ เขาอาจจะมีความสุขในแบบที่เขาเป็น ส่วนเราในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ช่วยแนะนำสวัสดิการ เช่น ผู้สูงอายุต้องได้เบี้ยยังชีพ เด็กต้องได้เรียนฟรีกี่ปี แล้วก็ได้สวัสดิการอะไรบ้างก็ว่ากันไป คือ เรามีหน้าที่ช่วยแนะแนวให้เขาตัดสินใจ โดยไม่ได้ไปบงการชีวิตของเขา

รู้สึกยิ่งเรียนยิ่งชอบ
ใช่ค่ะ คนอื่นอาจจะมองนักสังคมสงเคราะห์ว่าเป็นคนดี ช่วยเหลือคนอื่น แต่ได้เงินน้อย แต่จริงๆ แนทเชื่อว่าถ้าใครทำความดี เราจะมีความรู้สึกมีความสุข เป็นสิ่งที่เราได้รับก่อนเลย ส่วนความสุขของเขาคือผลพลอยได้ที่ตามมา

หลังจากรับตำแหน่ง ทำงานสังคมเยอะขึ้นไหม
ทำง่ายขึ้นมากกว่าค่ะ แต่ถ้าถามว่าทำเยอะขึ้นไหม จริงๆ เราทำได้ทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรอเข้าร่วมโครงการใหญ่โต เช่น เวลาแนทเห็นขอทาน มันคิดได้สองแง่มุม เราไม่รู้ว่าเขาขอทานจริงหรือเปล่า หรือว่าเป็นขบวนการอะไรหรือเปล่า แนทก็เลยจะไม่ค่อยให้เงิน แต่เลือกที่จะเดินเข้าเซเว่นฯ แล้วซื้อขนมหรือว่าข้าวให้ เพราะแนทมองว่าชีวิตคนเราเกิดมาทำงานหาเงินเพื่อที่จะต้องเลี้ยงดูตัวเอง เพื่อให้กินอิ่มนอนอุ่น เลยเลือกซื้ออาหารให้เขากินอิ่มดีกว่า ส่วนเรื่องเงินยังไม่ขอสนับสนุน หรือบางทีเราเจอแม่ค้าข้างถนนก็เข้าไปช่วยยกของ มันเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำได้ทุกวันอยู่แล้ว


ภาพลักษณ์นางงามที่เคยเห็น แตกต่างจากตัวเราไหม
แตกต่างมากค่ะ เมื่อก่อนแนทมองนางงามว่าต้องเป็นผู้หญิงสวย เรียบร้อย รักเด็ก


แต่แนทก็ใช่นะ
แนทรักเด็ก (ยิ้ม) แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นนางงามแบบที่สังคมคาดหวังหรือเปล่า เพราะแนทไม่ได้เป็นนางงามในรูปแบบดั้งเดิม เพราะปกติพิมพ์นิยมคือ ต้องขาว ตาโต จมูกโด่ง นู่นนั่นนี่ แต่แนทกลับมองว่าจริงๆ ทุกคนสวยได้ในแบบของตัวเอง เป็นความยูนีก ไม่มีใครเหมือนใคร อย่างนางงามสมัยก่อนต้องกิริยามารยาทเรียบร้อย พูดจาคะ ขา แต่แนทจะไม่ค่อยเป็นอย่างนั้น เราแค่ทำหน้าที่มิสยูนิเวิร์สฯ ออนสเตจ แต่พอกลับมาสู่ชีวิตจริงแนทก็ไม่ได้หลีกหนีจากตัวตนมากเท่าไร เพราะแนทก็ยังเป็นเด็กอายุ 21 หรืออาจจะไม่เด็กแล้ว (หัวเราะ)

ใครคือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อแนท
คุณตาค่ะ ตาเป็นข้าราชการ ด้วยความที่เป็นข้าราชการ ตาก็จะเฮี้ยบนิดหนึ่ง ตอนเด็กทุกคนเลยกลัวตามาก แต่แนทไม่กลัวนะคะ รู้สึกว่าไม่เป็นไร ทำผิดก็แค่โดนทำโทษ แล้วคุณตาเป็นคนที่มีวินัย ชอบให้ทุกคนตื่นเช้าเพื่อไปวิ่ง แล้วลำปางพอหน้าหนาวคนก็จะแต่งชุดหนาๆ ออกมาวิ่งทักทายกัน แล้วระหว่างวิ่งจ๊อกกิ้งคุณตาก็จะสอนโน่นสอนนี่ เล่าโน่นเล่านี่ให้ฟัง อย่างทุกวันนี้พอมาทำหน้าที่มิสยูนิเวิร์สฯ มีหลายครั้งที่ต้องนอนดึก แต่แนทก็ตื่นเช้าได้ เพราะเสียงปลุกของตาจะหลอนในหู จนแนทรู้สึกว่าถ้าตื่นสาย เหมือนเสียเวลาที่เราจะทำหลายๆ อย่างไป

ส่งผลในแง่ระเบียบวินัยในชีวิต
ใช่ค่ะ อย่างเรื่องออกกำลังกายก็เหมือนกัน ตาจะบอกเสมอว่าสุขภาพดีสร้างได้ เพราะเวลาเราเข้าโรงพยาบาลทีค่ารักษาพยาบาลมันเยอะ แล้วทำไมเราไม่เลือกที่จะดูแลตัวเอง อย่างเรื่องเรียนหนังสือตาก็จะบอกว่า ตั้งใจเรียนกับเรียนเก่งมันไม่เหมือนกันนะ ตาเอาแค่ตั้งใจ ให้เรารู้
และเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ถึงแม้เกรดเฉลี่ยไม่ดี ตาก็จะไม่เคยว่า ตาบอกว่าแค่ตั้งใจเรียน ตาก็ภูมิใจแล้ว


มองตัวเองในวันนี้เป็นอย่างไร
ก็เป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่เข้ามาตามหาความฝันในกรุงเทพฯ เข้ามาเรียนหนังสือ แล้วก็มีเพื่อน มีสังคม มีความชอบส่วนตัว ซึ่งตอนนี้ก็อยากเรียนและทำงานไปด้วย ล่าสุดเพิ่งเจอเพื่อนนางแบบ ยังคุยกันว่าอยากลองไปนิวยอร์ก อยากลองไปแคสต์งาน แต่ตอนนี้แนทยังดำรงตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สฯ อยู่ ยังมีหลายอย่างที่ต้องทำ ก็ต้องทำตรงนี้ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมองเรื่องอนาคต ตอนนี้แนทอายุยังน้อยก็อยากลองทำในสิ่งที่อยากทำค่ะ

บทสัมภาษณ์จากคอลัมน์ Cover Story ใน LIPS Magazine ปักษ์หลังมีนาคม 2559 
SHARE THIS :

Instagram

VIEW MORE OUR INSTAGRAM

Related Article

People
Just Another Story from Writer
"หากไม่ถูกอ่าน มันก็เป็นแค่เศษกระดาษ หนังสือจะมีความสมบูรณ์ทันทีที่มีคนอ่าน" และนวนิยายเล่มแรกในชีวิตของ วีรพร นิติประภา เรื่อง ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต ก็คว้ารางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนหรือซีไรต์ (S.E.A. Write) ประจำปี 2558 มาครอง ถือเป็นของขวัญส่งท้ายปลายปีที่แล้วสำหรับการทุ่มเทพลังในการเขียนตลอดสามปีของเธอ    
People
Content is King or Anchor Driven?
กว่าสองปีมาแล้วที่รีโมตโทรทัศน์ถูกใช้งานจนพรุน เมื่อการมาถึงของทีวีดิจิทัลไทยส่งผลให้แต่ละช่องต้องแข่งกันผลิตรายการทั้งสาระและบันเทิงในปริมาณมากเกินจะบริโภคหมด เราขอมุ่งความสนใจไปที่รายการข่าวยามเช้า ซึ่งเป็นเวทีหลักที่ทุกช่องต่างก็พยายามเฟ้นหาเอกลักษณ์ที่แตกต่างเพื่อเรียกความสนใจจากคนดู และผู้ประกาศข่าว 4 ท่าน 4 คาแร็กเตอร์ที่เราคัดมานี้ คือทางเลือกใหม่ในการบริโภคข่าวเช้าต่างสไตล์ที่เราอยากแนะนำ
People
Lips for King by RS Artists #1
เหล่าศิลปิน ดารา นักร้อง ผู้ประกาศข่าวและดีเจ จากค่ายอาร์เอส ร่วมแคมเปญแสดงความประทับใจที่มีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสิ่งพิมพ์ฉบับพิเศษ หน้าปกอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ประทับพระปรมาภิไธย "LIPS SPECIAL PUBLICATION A COLLECTIBLE ISSUE พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร In Remembrance of His Majesty King Bhumibol Adulyadej (1927-2016)"